|

รีวิวโรงแรม Tuve สถานี Tin Hau – Hong Kong

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ผมเดินทางไปงาน Beertopia ที่ Hong Kong ผมพักที่โรงแรมบนฝั่ง Hong Kong ชื่อว่า TUVE ครับ อยู่แถวสถานี Tin Hau เลยจากสถานี Causeway Bay มาหนึ่งสถานีครับ

ตอนหาก็พยายามจะหาให้อยู่ใกล้ๆกับที่จัดงาน แต่สุดท้ายทำไมมาลงตรงนี้ไม่รู้ ฮ่าๆ เดินทางไปงานตรง Central Harbour Front Event Space สถานที่จัดงานใช้เวลาเดิน+นั่งรถไฟรวมราวๆ 30 นาทีครับ

ตัวโรงแรมเป็นตึกแคบๆ แต่สูงมาก ด้านหน้าไม่มีป้ายอะไร ตอนมาถึงทีแรก ยังงงๆ ว่ามาถูกรึเปล่า ด้านหน้าตกแต่งดูดำๆ คลุมโทน ผสมกับเหล็กสนิมๆ และปูนเปลือย ดูเท่ๆ พอขึ้นลิฟต์มาถึง reception รู้สึก เออ โรงแรมแม่งเท่จริง เหมือนเข้ามาในฐานลับอะไรซักอย่าง

tuve_24
ตัวโรงแรมสูงปรี๊ดเลยครับ
tuve_23
ด้านหน้าโรงแรมครับ ทางเข้าคือฝั่งซ้ายมือ
tuve_21
ทางเดินไปลิฟต์สลัวๆ
tuve_22
เหมือนประตูปราสาท
tuve_25
reception ครับ เป็น reception ที่เท่มากครับ สวยงามแปลกต่าง พนักงานก็แต่งชุดแบบดู Stylish
tuve_19
เช็คอินเสร็จก็ขึ้นมาบนห้องพักครับ ออกมาจากลิฟต์เป็นสีขาว ไฟเป็นนีออนไลท์ เท่มาก
tuve_20
หน้าห้องเรียบๆแบบนี้ไม่มีเบอร์ห้อง จะมินิมอลไปไหน
tuve_01
ด้านในห้องพักครับ เป็นสไตล์มินิมอลแบบดิบๆ ปูนเปลือย ไม้
tuve_02
อีกมุมนึงครับ
tuve_05
มี tv ติดผนังอยู่
tuve_03
มุมห้องมีตู้ไม้นี้อยู่
tuve_04
เปิดออกมาเป็นที่เก็บถ้วยและกระติกน้ำร้อนครับ
tuve_18
เปิดด้านบนออกมาเป็นโต๊ะ
tuve_26
มีมือถือให้เราเอาไปใช้ฟรีได้ด้วย มีเน็ตพร้อมครับ
tuve_11
ตู้เสื้อผ้าอยู่ติดกับห้องน้ำ มีตู้เย็นและตู้เซฟอยู่
tuve_12
โรงแรมเท่ขนาดนี้จะมาขายเบียร์ธรรมดาก็ไม่ได้ ในตู้เย็นเป็น De Molen ลยครับ
tuve_13
รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
tuve_14
เปิดออกมาเป็นที่ปรับแอร์
tuve_15
ชั้นวางของข้างหัวเตียงครับ
tuve_16
ซองนามบัตรก็เนี้ยบ
tuve_17
มินิมอลยันนามบัตรโรงแรม
tuve_10
ภายในห้องน้ำ
tuve_07
ภายในห้องน้ำ
tuve_08
ห้องอาบน้ำ
tuve_09
สบู่ แชมพู อยู่ในกำแพง

โทนด้วยรวมจะเป็นมินิมอลผสมดิบๆหน่อย ถูกใจดีไซน์มากครับ การเดินทางก็สะดวกดี แต่อาจจะไกลจากที่เที่ยวฮิตๆ อย่าง Central หรือฝั่ง Tsim Sha Tsui, Momg Kok นิดหน่อยครับ
สำหรับราคาก็แล้วแต่ช่วง อย่างห้องผมเตียงคู่ ช่วงราคาอยูที่ประมาณ 4,500-7,000 บาทครับ ลองดูไว้ไปตัวเลือกสำหรับทริปฮ่องกงคราวหน้านะครับ

TUVE Hotel สถานี Tin Hau
เบอร์โทร : +852 3995 8899
เพจ
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • วัด Tenryuji และป่าไผ่ – Japan Nov14 ตอนที่ 2.3

    ทานข้าวที่ร้าน Yoshimura เสร็จเราก็เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของ Arashiyama นั่นก็คือวัด Tenryu-Ji วัดเทนริวจิเป็นวัดพุทธนิกายเซนที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ตอนแรกเคยเป็นที่พักของ จักรพรรดิโกะซากะและจักรพรรดิคาเมะยามะ มาเปลี่ยนเป็นวัดในปี ค.ศ. 1939 ตัววัดมีสวนชื่อโซเกนจิ เท-เอน (曹 源池庭園 /Sôgenchi Teien) เป็นสวนแบบเดินชมขนาดใหญ่ มีสระน้ำอยู่หลังวัด โดยเป็นผลงานการออกแบบของพระเซนที่มีชื่อในการออกแบบสวนชื่อ มุโส โซเซกิ (夢窓 疎石 / Musō Soseki, 1275-1351) และวัดนี้ก็ถือเป็นมรดกโลก World heritage site ของ UNESCO ด้วย **ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้ของคุณ blueschizontใน pantip.com ครับแนะนำให้ตามไปอ่านเพราะเขียนเรื่อง Arashiyama ละเอียดดีมากครับ สำหรับตัวอาคารของวัดนั้นเราไม่ได้ชมเลย ได้แค่เดินดูรอบๆ และเดินดูในสวนเท่านั้น แล้วก็ไปทะลุออกป่าไผ่ บริเวณทิศเหนือของวัด

  • |

    รีวิวโรงแรมแบบเรียวกัง Ten Ten Temari เมือง Matsue – Japan Nov ตอนที่ 5.2

    สำหรับที่พักของเราในเมือง Matsue เราพักที่เรียวกังชื่อ Ten Ten Temari ครับ อยู่ห่างจากสถานีไปทางตะวันตกประมาณ 2.7 กิโลเมตรครับ เราเรียก Taxi จากสถานีให้มาส่ง มาถึงก็ยังเช็คอินไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงเวลาพนักงานก็ชวนๆคุย แล้วก็อธิบายเรื่องทั่วๆ ไปเกี่ยวกับโรงแรม แล้วก็แจ้งว่าวันนี้อาจจะมองไม่เห็นพระอาทิตย์ตกลงทะเลสาบ เนื่องจากเมฆค่อนข้างหนา ตัวโรงแรมค่อนข้างเก่านิดหน่อย แต่ก็สะอาดพอใช้ ห้องพักของเราอยู่ชั้นสองต้องเดินขึ้นไป ส่วนกระเป๋านั้น พนักงานของโรงแรมจะยกขึ้นไปให้ครับ ขนาดห้องไม่เล็กไม่ใหญ่ เป็นแบบนอนฟูก ตอนแรกคิดว่าจะมองเห็นทะเลสาบจากห้องชัดๆ แต่ก็ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ อาหารของโรงแรมจะต้องเดินไปทานที่ห้องอาหาร มีข้าวเย็นและข้าวเช้าให้ เป็นเซ็ตแบบไคเซกิ รสชาติเราว่ากลางๆ ไม่ได้อร่อยอะไร

  • โรงไวน์ Church Road, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.3

    หลังจากทานข้าวที่ร้าน Ujazi เสร็จก็เข้าสู่ไฮไลท์ช่วงแรกของทริป NZ 2014 ในครั้งนี้ คือเริ่มตะลุยโรงไวน์ต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรามีความสุขมาก ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทัวร์โรงไวน์เลย เคยแต่ไปโรงเหล้าและโรงเบียร์ เช่นที่ Dewar’s Whiskey Distillery หรือ Yamazaki Distillery ของ Suntory การมาเยือนโรงไวน์ในทริปนี้เลยทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการผลิตแบบเห็นของจริง หลังจากที่อ่านมาในหนังสือ เกริ่นเรื่องไวน์คร่าวๆ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นโปร หรือกูรูใดๆ เป็นเพียงคนที่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะขอเล่าตามที่พอรู้เพื่อให้ผู้ที่ไม่สันทัดอ่านตามได้เข้าใจขึ้นเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ดีเทลมากมายนะครับ ไวน์ New Zealand นับเป็นหนึ่งในไวน์โลกใหม่ ตัวอย่างไวน์โลกใหม่อื่นๆก็เช่น ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา แอฟริกาใต้ พูดง่ายๆก็คือนอกยุโรปนั่นเอง ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าก็จะมี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เป็นต้น นอกจากสถานที่แล้ว กระบวนการผลิตของแต่ละที่ก็จะต่างกันไป สำหรับไวน์ New Zealand พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือ ไวน์ขาว Sauvignon Blanc ส่วนไวน์แดงจะมีพันธุ์ที่เด่นคือ Pinot Noir, Syrah และการเบลนด์หลายๆพันธุ์สไตล์ Bordeaux

  • | |

    จิบชาที่ Anantara Chiangmai (Chedi เก่า) – เชียงใหม่

    เคยมาจิบชาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว (The Chedi จิบชายามบ่าย บรรยากาศริมน้ำปิง ที่เชียงใหม่) ติดใจปีนี้ก็เลยมาซ้ำอีก มีความเปลี่ยนแปลงคือชื่โรงแรมกลายเป็น Anantara Chiangmai แทน แต่เบอร์โทรศัพท์ยังเป็นเบอร์เดิม บรรยากาศภายใน ห้องต่างๆ ส่วนที่นั่ง การตกแต่งโดยรวมยังเหมือนเดิม ส่วนห้องพักไม่แน่ใว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรรึเปล่าเพราะไม่ได้พัก

  • |

    Ellory ร้านอาหารมิชลิน 1 ดวง ไซส์น่ารักใกล้ตลาด Netil กรุงลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากมื้อกลางวันที่ร้าน River Cafe ผมก็เดินทางกลับเข้ามาโซนในตัวเมืองเพื่อเดินเล่นแถวย่าน Soho ก่อนจะไปปักหลักที่ร้าน Craft Beer Co. สาขา Covent Garden อยู่หลายชั่วโมงครับ เสร็จก็ไปแวะทานข้าวเย็นตอนค่ำๆ ก่อนกลับที่พัก โดยร้านที่ไปวันนี้ชื่อร้านว่า Ellory ครับ ร้าน Ellory อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน ที่จริงก็ไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ 1 ห้อง เข้าไปในร้านลูกค้าแน่นแม้ว่าจะ 2-3 ทุ่มแล้วก็ตาม บรรยากาศสลัวๆ ไม่มืดไม่สว่าง ผมจองโต๊ะมาเช่นกัน พนักงานถามชื่อแล้วก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในของร้านครับ บรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองดีคนคุยเสียงดัง เพลงตึ้บๆ หน่อย สำหรับอาหารจะเป็นสไตล์ Modern European คือมีหลากหลายสัญชาติผสมกัน ทางร้านมี course menu ด้วยครับ แต่วันที่ผมไปในเมนูมันมีปลาหมึกซึ่งผมทานไม่ได้ ก็เลยสั่งแยกเป็นจานๆ ดูเมนูไหนน่าทานก็สั่งมา ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะเช่นกัน มีคอกเทล ไวน์แบบเป็นแก้ว เบียร์ ผมสั่งไวน์แดงมาทาน 1 ขวดครับ

  • |

    ประสบการณ์ขึ้น NIght Bus จาก Osaka ไป Tokyo – Japan Nov ตอนที่ 6.4

    ทานข้าวเย็นที่ Okayama เสร็จก็แยกตัวจากกรุปเพื่อนั่งรถไฟไป Osaka ทริปนี้เราไม่ได้พักที่ Osaka เลย ได้แค่แวะเดินเล่นแป๊บเดียว จาก Okayama เรานั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นรถชินกังเซนครับ พอมาถึงสถานี Shinosaka ก็ต้องรถใต้ดินเพื่อไปเดินเล่นที่ dotonbori แวะถ่ายรูปที่ป้ายกูลิโกะซะหน่อย กลัวไม่รู้ว่ามาจริง จนพอใกล้เวลาก็เดินทางไปยังสถานี Umeda(Osaka) แล้วเดินไปยังตึก Umeda Sky Building ในแผนที่เหมือนใกล้ แต่เอาจริงๆก็เดินเหนื่อยใช้ได้ราวๆ 800 เมตรครับ มาถึงก่อนเวลาเดินทางนิดหน่อย เราเดินทางด้วย NIght Bus ยี่ห้อ Willer Express เป็นเจ้าใหญ่เหมือนกันเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ สามารถจองตั๋วด้วยบัตรเครดิตจากหน้าเว็บได้เลยครับ ที่จริงนั้นเราสามารถขึ้นรถ Night Bus จาก Okayama ไปลงโตเกียวเลยก็ได้ แต่ที่เรามาขึ้นโอซาก้าเพราะว่ามันมีแบบ Executive นั่นเองครับ นอกจากไปโตเกียวก็ยังมีเดินทางไปที่อื่นๆด้วย ทำให้บริเวณที่รอขึ้นรถนั้นมีคนเยอะเต็มห้องครับ พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะมาตามๆ บอกปลายทางแล้ว เรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นก็จะมีเช็คชื่ออีกครั้งครับ วันที่เราเดินทางนั้นรถออกประมาณ 00.35 และจะไปถึงโตเกียวตอน 8…


แสดงความคิดเห็น