| |

Königlicher Hirschgarten เบียร์การ์เด้นพร้อมอาหารเยอรมัน Munich, Germany

ทยอยเล่าเรื่องจากทริปยุโรปคราวก่อนครับ เริ่มกันที่เมือง Munich ซึ่งเป็นเมืองแรกที่ครอบครัวของผมไปเที่ยว ที่จริงลงจากเครื่องตอนค่ำๆ แล้วคณะของเราเดินทางไปพักที่เมือง Erding ซึ่งห่างจากสนามบินแค่ 20 กิโลเท่านั้น

พอวันรุ่งขึ้นถึงได้เดินทางเข้าตัวเมือง Munich เพื่อมาชมพระราชวัง Nymphenburger เดินทางราวๆ 45 นาทีครับ ระหว่างทางได้ผ่านสนาม Allianz Arena ของทีม Bayern Munich ด้วย สวยงามครับ ถึงพระราชวังก็เดินชมอยู่หลายชั่วโมง (เดี๋ยวค่อยเขียนถึงอีกที) จนบ่ายๆ ก็หาร้านทาน ทีแรกจะทานใกล้ๆ พระราชวัง แต่เต็ม คือเหมือนพนักงานไม่อยากให้เข้า ก็เลยขับรถออกมาอีกนิดหน่อย

ก็มาถึงร้าน Königlicher Hirschgarten เป็นลาน โต๊ะกระจายทั่วบริเวณครับ เข้าใจคำว่า Beer Garden เลยจริงๆ พนักงานอัธยาศัยดีพาไปนั่งโต๊ะใหญ่ แดดค่อนข้างแรงแตะก็บรรยากาศดีครับ มีต้นไม้ให้เงาบังแสงได้นิดๆ หน่อย ลูกค้าเยอะเหมือนกันแม้ว่าจะเป็นกลางวัน วันธรรมดา สำหรับอาหารสามารถสั่งจากเมนูหรือเดินไปซื้อร้านที่เป็นตู้ๆ รอบบริเวณได้

จากที่จอดรถเดินมาก็จะเจอป้ายร้าน
เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายมือเป็นร้านครับ ข้างในนั่งได้ แต่ทุกคนนั่งด้านนอกได้บรรยากาศกว่าเยอะ
บรรยากาศร้านแบบ Panorama
บรรยากาศร้านแบบ Panorama
บรรยากาศร้านแบบ Panorama
ร้านอาหารฝั่งขวามือ
บรรยากาศร้าน มีต้นไม้พอช่วยบังแดดได้ครับ
ร้านนี้ขายเบียร์ ดูเหมือนจะราคาถูกกว่าที่อยู่ในเมนูครับ
ร้านไอศครีม
แผ่นรองแก้วเป็นแบรนด์ Augustiner Bräu โรงเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดโรงหนึ่งของ Munich
เบียร์ตัวแรกที่ชิมเป็น König Ludwig Weissbier สไตล์ Hefeweizen ครับ หอมหวาน เย็นกำลังดี สดชื่นเลยครับ เคยทานแบบขวด ไม่ค่อยโดน พอลองคราวนี้อร่อยเลย
อาหารออกเร็วดีครับ จานแรกเป็นเป็ดครึ่งตัว เนื้อเปื่อยๆ รสออกเค็มตัวเกรวี่ที่ราดมา
Beef Cappacio ซอสหวาน มัน ตัวเนื้อจืดไปหน่อย ด้านบนโรยมาด้วยรอกเกตอร่อยครับ
อันนี้เป็นชีสกอมองแบร์ชุบแป้งทอด ขอบชุบแป้งกรอบดี กินกับซอสเปรี้ยวๆหวานๆ
ขาหมูเยอรมัน เนื้อนุ่มเค็ม ทานกับมันฝรั่งเด้งๆ หนังนี่กรอบ แต่เหนียวครับ แบบที่ทำในบ้านเรากรอบกว่าเยอะเลย

 

ปลาย่างอยู่นอกเมนูครับ น้องชายเดินไปซื้อมาจากร้านรอบๆ ปลาสดดี แต่จืดไปหน่อย

 

ไส้กรอกเค็มกำลังดี เซาเคราท์เปื่อยๆ เค็ม
สเต็กสุกไปหน่อยเค็มมัน มันฝรั่งอบ ซอสซาวครีม
ชามนี้เป็นตับขมนิดๆ สุกหน่อย ซอสเค็มกลมกล่อม
มันฝรั่งที่เสิร์ฟมาด้วยเนื้อเนียนมากครับ
แก้วนี้เป็น Lager ของ Augustiner-Bräu ใส ซ่า สดชื่น
ตัวสุดท้ายที่ชิมเป็น Dunkel ของ Konig Ludwig ครับ มีรสคั่วนิดๆ ไม่โหดมาก น้ำเบียร์ใสๆ

โดยรวมประทับใจมากครับ คืออาจจะเพราะหงุดหงิดจากร้านติดพระราชวังมาแล้วมาเจอร้านนี้ที่พนักงานเฟรนด์ลี่มากๆ เป็นกันเองดี อาหารออกเร็ว แล้วก็อร่อยด้วย เบียร์เย็นสดชื่น ก็เลยประทับใจมากครับ

ถ้ามาเที่ยว Nymphenburger Palace น่าแวะมาทานที่ร้านนี้ครับ

Königlicher Hirschgarten Munich Germany
เบอร์ : +49 89 17999119
เปิด : 10.00-24.00
เว็บไซต์
foursquare

เมนูร้าน Königlicher Hirschgarten
เมนูร้าน Königlicher Hirschgarten
เมนูร้าน Königlicher Hirschgarten
เมนูร้าน Königlicher Hirschgarten
เมนูร้าน Königlicher Hirschgarten

Similar Posts

  • Black Beer’D คราฟท์เบียร์บาร์ ทองหล่อ 9

    – ร้านนี้ปิดแล้วครับ – ช่วงก่อนปีใหม่เข้าไปจิบเบียร์ในเมืองมาอีก 1 ร้านครับ ชื่อร้านว่า Black Beer’D ร้านนี้อยู่ที่ทองหล่อ ซอย 9 ครับ จากรถไฟฟ้าอาจจะต้องนั่งแทกซี่หรือมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีกที ตัวร้านอยู่ในโครงการ 9:53 (ทองหล่อซอย 9 และเข้าจากทางซอย สุชุมวิท 53 ก็ได้ครับ) ร้านอยู่ชั้นหนึ่งฝั่งขวาของโครงการ ผมไม่เคยเห็นรูปร้านมาก่อน พอเจอก็เลยรู้สึกเล็กนิดนึง คือตัวร้านจะเป็นบาร์ฝั่งนึง แล้วมีโต๊ะอีก 2 ตัวในร้าน ที่เหลือก็จะแชร์พื้นที่เอาท์ดอร์ตรงกลางของโครงการกับร้านอื่นๆ ก็เป็นข้อดีที่จะสั่งอาหารจากร้านอื่นมาได้ด้วย ที่ร้านเสิร์ฟเบียร์สด 9 ตัวครับ เป็นเบียร์นอก 7 ตัว และคราฟท์เบียร์ไทยอีก 2 ตัว สำหรับอาหารจะเป็นเมนูของทานเล่นอย่างฟรายส์ โปเตโต้เวจส์ ประมาณนี้ อ่อ มีเบอร์เกอร์ กับ ไส้กรอกรวม แล้วก็สเต็กด้วยครับ

  • The Bar Has No Name คราฟท์เบียร์บาร์ริมถนนสามเสน

    วนเวียนไม่ไกลจากถนนพระอาทิตย์ ถอยร่นกลับมาหน่อยบนถนนสามเสนครับ เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่ชื่อว่า ‘The Bar Has No Name’ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านนี่ถูกใจเลย ซึ่งถ้าคนเคยดู Game of Thrones จะเก็ตว่าชื่อมีที่มาจากตัวละครอารย่านั่นเอง ตัวร้านอยู่บนถนนสามเสนใกล้ปากซอยสามเสน 1  ซึ่งเส้นสามเสนตอนนี้ก็ดูบูมๆ เช่นกัน มีร้านอาหาร บาร์มาเปิดกันเพียบ สำหรับร้าน The bar has no name จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหน้าร้านประมาณ 1 ห้องครึ่ง (อีกครึ่งเป็นบันไดขึ้นร้านตัดผมชั้นสอง) หน้าร้านเป็นกระจกใส มองเห้นข้างในชัดเจนครับ ที่นี่จะเน้นคราฟท์เบียร์ไทยเป็นหลัก มีเบียร์นอกนิดหน่อย โดยมีทั้งเบียร์ขวดและเบียร์สดครับ เบียร์สดมีอยู่ 6 แทป สไตล์คละๆ กัน สำหรับอาหารและกับแกล้มก็มีให้เลือกชิมหลายเมนูครับ แต่ทีเด็ดจะเป็นลาบและน้ำตกเป็ด

  • |

    10 ร้านคราฟท์เบียร์ใน Tokyo ที่น่าแวะไปเยือน

    วันนี้คราฟท์เบียร์ได้รับความนิยมไปทั่วโลกครับ ทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น รวมถึงในบ้านเราด้วย นักดื่มจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้จัก เริ่มศึกษาว่าอะไรคือคราฟท์เบียร์ แล้วก็เริ่มออกตระเวนหาเบียร์ที่นอกเหนือจากลาเกอร์ที่เราคุ้นเคยกันมาอย่างยาวนาน ‘โตเกียว’ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีร้านเบียร์ที่เสิร์ฟคราฟท์เบียร์เยอะพอสมควร ทั้งที่เสิร์ฟเบียร์นำเข้าจากอเมริกา หรือยุโรป และก็ยังมีหลายๆร้านที่นำเสนอคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่นหลากหลายเบียร์ให้นักดื่ม ได้ลิ้มลองรสชาติกัน ไม่ว่าจะเป็น IPA, เบียร์ดำสไตล์สเตาท์, เบียร์ผลไม้, วีทเบียร์ หรือเบียร์สีเหลืองสวยที่เราคุ้นเคยกันอย่างลาเกอร์ แต่ผลิตด้วยวิธีที่ไม่เป็นอุตสาหกรรมมากเท่ารายใหญ่ๆ หลายๆร้าน ยังมีอาหารที่อร่อยถูกปาก ทั้งจะทานเล่นแกล้มเบียร์หรือทานเป็นมื้อเย็นจริงจังก็ได้ครับ ส่วนตัวด้วยความที่ชื่นชอบและสนใจในรสชาติ กลิ่น สีสัน และความรู้สึกตอนได้ดื่ม  เมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวก็เลยขอแวะชิมหลายๆ ร้าน บวกกับคิดว่าการเดินทางไปญี่ปุ่นในตอนนี้ค่อนข้างสะดวกและราคาถูกลงเยอะ หลายคนน่าจะเดินทางไปเที่ยวกันมากขึ้น หลายคนอาจจะลองเบียร์กระป๋อง เบียร์ขวดแบรนด์ใหญ่ๆในร้านสะดวกซื้อจนเบื่อแล้ว เลยขอรวบรวมร้านที่ได้ไปมา แบ่งปันกันเผื่อใครจะแวะไปลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ของเบียร์ครับ

  • |

    บรรยากาศงาน CRAFT ‘N ROLL “START > UP YOUR STYLES” ที่ Craft N Roll Cafe

    – ร้านนี้ปิดแล้วครับ – Craft ‘N Roll Cafe เป็นอีกหนึ่งร้านที่เสิร์ฟคราฟท์เบียร์ไทยครับ จะว่าไปก็เป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มีคราฟท์ไทย ตัวร้านบรรยากาศดีสวยงาม อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวร้านอยู่ในซอย จรัญสนิทวงศ์ 92 ซอยเล็กหน่อย วิ่งจนสุดซอย ร้านอยู่ในสุดครับ อยู่ในบริเวณเดียวกับร้าน River Duck ตัวผมเองมีโอกาสมา 2-3 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้เขียนถึง มีคราวนี้ทางร้านจัดงาน ‘START > UP YOUR STYLES’ มีการพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์ทำมือเป็นเครื่องหนัง กางเกงยีนส์และคราฟท์เบียร์ในช่วงบ่าย พอเย็นๆ ก็เป็นงานเบียร์แบบฟรีโฟลว์ 750 บาท ดื่มไม่อั้นครับ ซึ่งก็จะมีการแข่งขัน ผู้ชนะสิบทิศ พิชิต 10 แทปด้วย คือให้ปิดตาแล้วบอกว่า เบียร์ที่ทานไปคือแบรนด์อะไร ตัวไหน โหดจริงจัง แล้วก็มีวงดนตรีมาเล่นด้วย ตัวผมเองได้ทันดูหนึ่งวงคือ วง Fwends ครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Oniyama และ Kamado – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.1

    เริ่มโปรแกรมวันที่ 2 ในเมือง Beppu ครับ มื้อเช้าทานที่โรงแรม เสร็จแล้วก็เริ่มตะลุยเมืองกัน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของ Beppu ก็คือบ่อน้ำพุร้อนที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมืองนั่นเองครับ โดยมีทั้งหมด 8 บ่อ แต่ละบ่อก็จะมีชื่อแตกต่างกัน แล้วก็มีจุดเด่นแตกต่างกันครับ สำหรับบ่อน้ำพุร้อนนั้นภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า Jigoku(地獄) แปลเป็นไทยว่านรก บางบ่ออยู่ใกล้กันเดินเท้าได้ บางบ่อที่ไกลออกไปต้องนั่งบัสหรือแทกซี่ไปครับ สำหรับบัสนั้นไม่ลำบากเพราะว่าจะมีป้ายอยู่ใกล้ๆ ด้านหน้าของทุกๆ บ่อเลย บ่อแรกที่ไปคือ Oniyama Jigoku (鬼山地獄) จุดเด่นของบ่อนี้ก็คือมีจระเข้เลี้ยงอยู่ครับ ส่วนบ่อต่อมาก็คือ Kamado Jigoku (かまど地獄) แปลว่า เตาอบที่ชื่อนี้เพราะเป็นบ่อที่ใช้ในการปรุงอาหารมาช้านานครับ ซึ่งที่นี่ก็เลยจะมีของกินขายด้วย ด้านในของที่นี่ก็ยังมีบ่อสีแปลกๆอย่าง สีฟ้าและสีแดงอยู่ สีสดดีครับ

  • |

    ราเม็งมะเขือเทศ Taiyo สถานี Shinjuku – Japan Nov ตอนที่ 7.2

    กลับจากงาน Tokyo Maker Faire เราแวะทานข้าวเย็นที่สถานี Shinjuku ครับร้านนี้ ชื่อว่าร้าน Taiyo เป็นร้านราเม็งที่มีน้ำซุปเป็นมะเขือเทศ ตัวร้านอยู่บนชั้น 7 ของตึก Milord บนสถานีเลยครับ ร้านนี้เป็นร้านดังมีหลายสาขาครับ มีออกไปเปิดที่ฮ่องกงกับไต้หวันด้วย จุดเด่นของร้านนี้ก็คือมีน้ำซุปที่ทำจากมะเขือเทศ แล้วก็ทอปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ เช่น ชีส ผักต่างๆ มะเขือม่วง หรืออย่างที่เราลองสั่งก็คือตัว Vongole หรือ เป็นหอยลายนั่นเองครับ เราไปช่วงเย็นๆวันหยุด คนเยอะพอสมควร มาถึงก็ต้องเข้าคิวด้วย ในร้านมีโต๊ะประมาณ 3 โต๊ะ ที่เหลือเป็นเคาเตอร์ประมาณ 10 กว่าที่ครบ


แสดงความคิดเห็น