My Beer Friend สาขา 3 นิมมานเหมินท์ซอย 9 – เชียงใหม่

ร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่คราวนี้หลังจากที่ไป The Grumpy Old Man และ Craffity มาแล้ว ผมเรียก grab มุ่งหน้าสู่ซอยนิมมานเหมินท์ 9 เพื่อจะมาที่ร้าน My Beer Friend สาขาที่ 3 ครับ

ที่สาขานี้จะตกแต่งดูลอฟท์ๆ มันๆ หน่อย ด้านบนของตึกเจ้าของทำเป็นโฮสเทลให้นักท่องเที่ยวมาพัก (ชื่อ No.9 Hostel & Cafe) ส่วนด้านล่างก็เป็นบาร์ คือจะเดินขึ้นไปนอนก็สามารถแวะจิบซักหน่อยได้ครับ

ที่นี่มีเบียร์ My Beer Friend แบบขวดขายอยู่ 2 ตัว ส่วนเบียร์สดมีอยู่สองแทป วันที่ไปรู้สึกว่าจะจัมป์ตัว Anderson Valley Wild Turkey Bourbon Barrel Stout อยู่ ทางเจ้าของร้านเล่าว่ากำลังจะเพิ่มแทปอีกครับ นอกจากเบียร์ ก็มีเมนูเครื่องดื่มคอกเทลให้สั่งดื่มอีกหลายรายการเลย

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บริเวณบาร์
ในตู้มี My Beer Friend อยู่สองตัวครับ
รูปฉลาก I Think So IPA แบบดั้งเดิม
เมนูเครื่องดื่ม
เมนูเครื่องดื่ม
ผมเริ่มด้วย My Beer Friend – Chiang Mai Accent เป็นสไตล์ Wheat รสออกหวาน มอลตี้นิดนึงครับ ดื่มลื่น
เครื่องดื่มแก้วสุดท้ายของค่ำคืนนี้เป็น Gin Tonic ครับ ตัว Gin ยี่ห้อ Iron Ball ซึ่งผลิตในประเทศไทย รสหวานๆ ขมๆ กลิ่นหอม ดื่มเพลินดีครับ

ร้านนี้บรรยากาศดี เปิดเพลงเบาๆคลอๆ ตกแต่งสวยงาม ไฟในร้านสลัวๆ หน่อย ถ้ามาเดินเล่น ทานข้าว หรือพักเส้นนิมมานเหมินท์ก็น่าแวะมาลองจิบครับ ร้านเปิดทุกวันปิดเที่ยงคืน

My Beer Friend 3 @ No.9 Hostel & Cafe นิมมานเหมินท์ ซอย 9 เชียงใหม่
เบอร์ : 063 493 6415
เปิด : 17.00-24.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • White Labs ชิมเบียร์ในแทปรูมของผู้ผลิตยีสต์เจ้าดัง San Diego

    จากโรง Pure Project สมาชิกในทริปส่วนใหญ่ก็เตรียมนั่งรถกลับเข้าไปในตัวเมือง San Diego ครับ แต่ก็มีกลุ่มย่อยที่จะไปแวะอีกที่นึงก่อน อยู่ไม่ไกลกัน ที่นี่คือ White Labs ครับ สำหรับคนต้มเบียร์น่าจะคุ้นชื่อกัน คือเป็นยี่ห้อของยีสต์ที่ใช้หมัก (รวมถึงหมักไวน์ด้วย) ก่อตั้งโดยคุณ Chris White เมื่อปี 1995 ที่ San Diego นี่หละครับ หลายๆ โรงคราฟท์เบียร์ที่เริ่มในช่วงนั้นก็เป็นทั้งเพื่อนและลูกค้า กลายเป็นเจ้าใหญ่ก็หลายเจ้า ปัจจุบัน White Labs มีจำหน่ายทั่วอเมริกา รวมถึงอีก 35 ประเทศทั่วโลก  ความพิเศษของสาขาที่เรามาก็คือนอกจากขายยีสต์แล้ว ที่นี่ยังเป็น taproom ด้วยครับ ซึ่งความเจ๋งมันจะอยู่ตรงที่เบียร์ที่เสิร์ฟนั้นจะเสิร์ฟ เป็นคู่หรือสามแก้ว เพื่อให้ชิมความแตกต่างของยีสต์แต่ละตัว ว่าตัวไหนคาแรคเตอร์เป็นยังไง

  • เยี่ยมชม St. Feuillien โรงเบียร์เก่าแก่อายุเกือบ 150 ปีที่เมือง Le Roeulx – ประเทศเบลเยี่ยม

    เช้าวันที่ 4 ของทริปเป็นช่วงเช้าที่โปรแกรมหลวมๆ คือปล่อยให้ไปเดินเล่นในเมืองกันตามสะดวกครับ บางคนไปตลาด บางไปชอปปิ้ง บางคนไปดูงานศิลปะ แล้วนัดกันตอนบ่ายๆ เพื่อจะออกเดินทาง ผมเดินตลาดที่ลานกลางเมือง ซื้อของฝากแล้วก็แวะทานราเม็ง (ฮ่าๆ) พอถึงเวลาก็มาพบกับชาวคณะที่โรงแรม แล้วเราก็ออกเดินทางมีเป้าหมายคือ โรงเบียร์ St feuillien ซึ่งอยู่ห่างจาก Bruges ประมาณ 140 กิโลเมตร ระหว่างทางมีแวะที่ Strépy-Thieu ลิฟต์ยกเรือที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (เคยเป็นอันดับ 1 แต่โดนจีนแซง) ถ่ายรูปกันเสร็จเดินทางต่ออีกนิดเดียว ก็มาถึงโรง St Feuillien ที่เมือง Le Roeulx ครับ พอเรามาถึงคุณปิแอร์หัวหน้าเซลส์ของโรงก็มาต้อนรับ ผมเองเคยพบกับเค้าแล้วหนึ่งครั้งที่ไทยตอนงาน Open House ของ Captain Barrel แกจะเป็นคนดีดๆ หน่อย ดู Alert ตลอดเวลา ประวัติคร่าวๆ ของโรงผมขอคัดลอกที่เคยเขียนไว้เมื่อปีก่อนมา ดังนี้ครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ…

  • | |

    จิบเบียร์ที่บาร์บรรยากาศดี Buxton Tap House เมือง Buxton – ประเทศอังกฤษ

    ผมออกเดินทางจากลอนดอนที่สถานี London Euston ตอนประมาณ 10 โมงกว่า ขึ้นรถไฟ Virgin Train มุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร โดยการเดินใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครับ มาถึงแมนเชสเตอร์ที่สถานี Manchester Piccadilly ช่วงเที่ยงๆ มึนทางนิดหน่อยจนงมๆมาขึ้น loop bus ด้านหน้าสถานี เป็นรถฟรีครับ มาลงที่พัก Airbnb ที่จองไว้เจอหน้าเจ้าของห้อง พูดคุยนิดหน่อยแล้วรีบกลับไปยังสถานีเพราได้จองตั๋วไปเมือง Buxton เอาไว้แล้ว รถไฟจากแมนเชสเตอร์ถึง Buxton ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ เดินจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอเป้าหมายแรกของเราในวันนี้นั่นก็คือ Buxton Tap house

  • |

    Hand & Malts Taproom คราฟท์เบียร์ในบ้านเก่าบรรยากาศดี – กรุงโซล เกาหลี

    ร้านคราฟท์เบียร์ร้านแรกที่ผมไปในทริปเกาหลีคราวนี้ คือร้าน Hand & Malts Taproom ครับ เป็นแบรนด์ที่หลายคนอาจจะคุ้นหู เพราะมีคราฟท์เบียร์ไทย ตัวเซาะกราวน์ของลำซิ่งและ Changwon Express Asoke Pale Ale ไปต้มที่โรงนี้ วิธีการเดินทางก็คือนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานี Gyeongbokgung สถานีติดพระราชวัง Gyeongbokgung นั่นเองครับ จากสถานีเดินไม่ไกล เข้าซอยเล็กนิดนึง เลี้ยวทีสองทีก็ถึงร้าน ที่จริงจะเรียกว่าซอยก็ดูใหญ่ไป เรียกว่าตรอกจะเหมาะกว่าครับ ตัวร้านรีโนเวทมาจากบ้านเก่า ตอนแรกที่เดินผ่านผมไม่แน่ใจว่าใช่ไหม เพราะวันนี้เปิดเป็นวันแรก ยังไม่มีติดป้ายอะไรเลย ชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นเพื่อนร่วมทริปที่มาก่อนถึงได้เดินเข้าร้านมา หน้าร้านจะเป็นลานเอาท์ดอร์สามารถยืนดื่มรอบโต๊ะได้ เดินเข้ามาด้านหน้าจะเป็นบริเวณบาร์ สามารถนั่งได้รอบๆ โดยด้านในเป็นแทปเบียร์สด มีทั้งหมด 10 แทป ฝั่งขวาเป็นโซนที่นั่งครับ มีประมาณ สามสี่โต๊ะ บรรยากาศในร้านเป็นไม้ๆ ดูเข้มๆ จัดไฟไม่สว่างมาก เปิดเพลง jazz และ blues คลอๆ ร้านเค้าไม่ได้เปิดแอร์ ใช้เปิดประตูเอา แต่อากาศก็เย็นสบาย ต่างจากเมื่อตอนกลางวันที่ค่อนข้างร้อนแดดครับ

  • The Bar Has No Name คราฟท์เบียร์บาร์ริมถนนสามเสน

    วนเวียนไม่ไกลจากถนนพระอาทิตย์ ถอยร่นกลับมาหน่อยบนถนนสามเสนครับ เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่ชื่อว่า ‘The Bar Has No Name’ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านนี่ถูกใจเลย ซึ่งถ้าคนเคยดู Game of Thrones จะเก็ตว่าชื่อมีที่มาจากตัวละครอารย่านั่นเอง ตัวร้านอยู่บนถนนสามเสนใกล้ปากซอยสามเสน 1  ซึ่งเส้นสามเสนตอนนี้ก็ดูบูมๆ เช่นกัน มีร้านอาหาร บาร์มาเปิดกันเพียบ สำหรับร้าน The bar has no name จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหน้าร้านประมาณ 1 ห้องครึ่ง (อีกครึ่งเป็นบันไดขึ้นร้านตัดผมชั้นสอง) หน้าร้านเป็นกระจกใส มองเห้นข้างในชัดเจนครับ ที่นี่จะเน้นคราฟท์เบียร์ไทยเป็นหลัก มีเบียร์นอกนิดหน่อย โดยมีทั้งเบียร์ขวดและเบียร์สดครับ เบียร์สดมีอยู่ 6 แทป สไตล์คละๆ กัน สำหรับอาหารและกับแกล้มก็มีให้เลือกชิมหลายเมนูครับ แต่ทีเด็ดจะเป็นลาบและน้ำตกเป็ด

  • |

    จิบเบียร์ Brew Dog สดๆที่ร้าน Brew Dog Bar Roppongi, Tokyo

    คอคราฟท์เบียร์และเบียร์อิมพอร์ตน่าจะคุ้นชื่อกับแบรนด์ BrewDog กันนะครับ สำหรับผมแล้วตอนที่เริ่มสนใจและศึกษาหาความรู้ หาเบียร์มาลองชิม ก็มีแบรนด์ BrewDog นี่หละครับที่เป็นยี่ห้อแรกเลยที่ทำให้รู้จัก IPA โดยสองตัวแรกที่ได้ทานคือ Punk IPA กับ 5 A.M. หลังจากนั้นก็เลยไปสู่เบียร์ยี่ห้ออื่น ชนิดอื่นๆตามมาครับ ก่อนจะถึงตัวร้านก็เกริ่นคร่าวๆ เกี่ยวกับแบรนด์ BrewDog ซะหน่อยครับ ก่อตั้งในปี 2007 นี่เองที่เมือง Fraserburgh โดย 2 ชาวสกอตแลนด์ James Watt และ Martin Dickie ที่เบื่อหน่ายเบียร์แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันฐานการผลิตอยู่ที่เมือง Ellon แล้วก็ส่งขายไปทั่วโลก ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายคือ Smilling Mad Dog ครับ เบียร์ของแบรนด์นี้ก็จะมีหลากหลายตัว หลากหลายชนิด โดยเป็นเบียร์ที่มีการทดลองสูตรใหม่ๆ แปลกๆให้ชิมอยู่เสมอ แม้ว่าจะมาจาก Scotland แต่ก็วัยรุ่นไม่แพ้พวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกาครับ นอกจากนี้เจ้าของทั้ง 2 คน James Watt และ Martin Dickie ยังมีรายการชื่อ Brew Dogs…


แสดงความคิดเห็น