Sushi Zo ซูชิแบบ Omakase ร้านอร่อยที่ Athenee Tower – ถนนวิทยุ

Sushi Zo เป็นร้านซูชิแบบ Omakase ที่เพิ่งเปิดให้บริการในเมื่อเดือนมกราคมปี 2017 นี่เองครับ ร้านนี้เป็นร้านดังก็เพราะว่าร้านดั้งเดิมสาขา Los Angeles และ New York นั้นได้รับ Michelin star ในปี 2009 และปี 2015 โดยสาขากรุงเทพนี้เป็นสาขาที่ 4 และเป็นสาขาแรกนอกอเมริกาครับ

ตัวร้านอยู่ที่ Athenee Tower ติดกับโรงแรม Plaza Athenee ครับ โดยประตูทางเข้าร้านจะดูเรียบๆ ไม่มีป้ายอะไร ตอนที่ไปนี่ผมเดินผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ ต้องเดินกลับมาดูอีกที จะอยู่ฝั่งขวามือก่อนเข้าไปโซนโรงแรมครับ เข้าไปด้านในก็เป็นโต๊ะยาวลึกไปด้านใน

ร้านเปิดบริการช่วงเย็น แบ่งเป็นสองรอบ 18.00-20.00 และ 20.30-10.30 ต้องโทรมาจองที่นั่ง เนื่องจากมีเพียง 12 ที่เท่านั้น วันที่ผมไปเป็นช่วง 18.30 มีลูกค้าอยู่เกือบเต็ม 12 ที่ครับ มีเชฟดูแลทั้งหมดอยู่ 3 คน เป็นชาวญี่ปุ่นทั้งหมด แล้วก็มีพนักงานหญิงชาวไทย ช่วยอธิบายเมนูต่างๆ แต่ตัวเชฟเองก็พูดไทยและอังกฤษได้ดีเลยครับ

ทางเดินไปฝั่งโรงแรมครับ
ร้านอยู่ฝั่งขวามือ ไม่มีป้ายอะไรเลย
เข้ามาก็จะเป็นโต๊ะยาวรูปตัว L
เชฟที่ปั้นให้ผมวันนี้ชื่อ Shigeyuki Hatano เป็น Sous Chef พูดไทยเก่งมากครับ อธิบายเกี่ยวกับซูชิให้ทุกคำเลยครับ
มื้อนี้ทานแกล้มสาเกยี่ห้อ Kitaya จาก Fukuoka ครับ
เริ่มมื้อด้วยหอยอาซาริต้มครับ รสกลมกล่อมแบบอุมามิจากดาชิ หวานเค็มกำลังดี เนื้อหนึบๆ
ต่อด้วยปลาชนิดแรกปลาคัตสึโอะ เนื้อนุ่ม ละมุน รสเข้ม มีรสเลือดนิดๆ ตรงขอบเกรียม
มีสองคำ คำที่สองทานกับใบชิโสะและต้นหอม เข้ากันดีครับ
ซูชิคำแรกเริ่มด้วยปลาฮิราเมะ(ปลาตาเดียว) จากเมือง Aomori ปลาดสดเนื้อนุ่มรสออ่น ข้าวอุ่นๆ เนื้อนุ่ม ด้านบนโรยด้วยผิวยุสุขูด
คินเมได หรือกะพงแดงตาโตมาจากชิบะ คำนี้นี้นอกจากเนื้อปลาจะนุ่มแล้วยังมีความมันด้วยครับ มีรสเปรี้ยวและเผ็ดนิดหน่อย
คำนี้เป็นปลาซาวาระหรือปลาอินทรีย์ญี่ปุ่น เข้าปากปุ๊บเนื้อละลายเลยครับ ปลานี้จะเป็น Seasonal ไม่ได้มีตลอดครับ
ปลาโนโดะคุโระหรือปลาคอดำ คำนี้เสิร์ฟแบบกริลนิดๆ กลิ่นหอมควัน เนื้อนุ่มมัน โรยด้วยยุสุขูดนิดๆ ครับ
เชฟจะใช้ถ่านแนบที่ปลาแบบนี้ครับ
จานนี้มีสามอย่างครับ เริ่มจากคินเมไดย่าง เสิร์ฟมาอุ่นๆ เนื้อแน่นเฟิร์มๆ มีความมัน รสหวานเค็ม ในถ้วยเป็นหอยเป๋าฮื้อนึ่งสี่ชั่วโมงเนื้อเด็ดดึ๋ง อร่อย ล้างปากด้วยหัวไชเท้ารสยุสุ
คำนี้เสิร์ฟมาเป็นช้อนครับ เป็น Uni (ไข่หอยเม่น) และ Ikura (ไข่แซลมอน) ไม่ค่อยได้รสอูนิเท่าไหร่รสอิคุระกลบหมดครับ แต่อิคุระก็อร่อยนะครับ เค็มกำลังดี ข้าวด้านล่างหนึบๆ มีรสสาหร่ายนิดหน่อย
จานต่อมาเสิร์ฟแยกมาสองถ้วยครับ
ฝั่งขวาเป็นเอนงาวะ หรือขอบครีบของปลาฮิราเมะ กลิ่นออกควันๆ เนื้อแน่นกรึ่บๆ เคี้ยวสนุก โรยาด้วยต้นหอมซอย อร่อยครับ
อีกถ้วยเป็นปลาบุริ เนื้อนุ่มมัน มันแบบนึกถึงพวกชูโทโร่เลยครับ คำนี้ชอบมาก
คำต่อมาเสิร์ฟมาในจานที่ครอบด้วยฝาแก้วสวยงาม เปิดปุ๊บมีควันลอยออกมา
เป็นปลาชิมาอาจิ รมควันด้วยไม้แอปเปิ้ล หอมกลิ่นควัน ข้าวเปรี้ยวๆ เนื้อปลาออกหนึบ ผมนึกไปถึงพวกปลาเทราต์รคมควันที่ฝรั่งทานเย็นๆ ตอนมื้อเช้าครับ
คำนี้ปลาคุเอะ หรือปลาเก๋าครับ เนื้อแน่น รสปลาๆ แบบเกือบจะคาวแต่ไม่คาว มีรสเปรี้ยวนิดหน่อย
มากุโรหรือทูน่า เนื้อนุ่มละมุน รสปลาเยอะ ไม่คาว กระจายเต็มปากดีครับ
Uni หรือไข่หอยเม่น รสหวานมัน ครีมมี่ ไม่คาว ไม่ขม ดีเลยครับ
หัวไชเท้าดองล้างปาก รสออกหวาน เนื้อแน่นกรอบ ด้านบนโรยด้วยส้มคาโบสึ
เชฟเอาถ่านแนบปลาอีกรอบครับ
เป็นปลา Kamasu หรือปลาดาบครับ ด้านบนโรยหอมซอยรสเปรี้ยวๆ ชิ้นปลาหอมกลิ่นควันๆ เนื้อแน่นคล้ายๆ ซาบะ
คำต่อมาเป้นอานาโกะหรือปลาไหลทะเล เค้าเอาไปต้มมารสหวานเค็มเนื้อเปื่อยยุ่ย เป็นอานาโกะที่ผมรู้สึกว่าอร่อยมาก ปกติจะเฉยๆ
คัมเปียวมากิ ข้าวห่อสาหร่ายไส้คัมเปียว คัมเปียวคือฟักหรือน้ำเต้าที่เอาไปหมักโชยุแล้วตากมาครับ รสหวานๆ เค็มๆ กำลังดี เนื้อหนึบ
ซดซุปล้างปาก รสกลมกล่อมออกหวาน บอดี้หนา รสปลาๆ อร่อยดีครับ
เทมากิ ข้าวห่อคำสุดท้าย สาหร่ายอร่อยมาก เชฟบอกว่าเป็นของดี กรอบอร่อย เผ็ดรสวาซาบิ มีไส้เป็นทูน่าและผักดองกรอบๆ
ของหวานเสิร์ฟมาในกล่องไม้ เริ่มคำแรกกันที่ด้วยไข่หวาน เนื้อแน่นเหมือนเค้กเลยครับ ตามด้วยผลไม้น่าจะสาลี่กับแอปเปิ้ล กลิ่นหอมหวาน กรอบ ในถ้วยแก้วเป็นไอศกรีมนมฮอกไกโด รสนมๆ หวานเย็น ปิดท้ายด้วยโมจิ นุ่มหวานละลาย รสยุสุ
ล้างปากด้วยชาเขียวครับ จืดๆ อุ่นๆ

สำหรับบรรยากาศเป็นกันเองไม่เกร็งครับ เปิดเพลงปอปรอคฝรั่งคลอเบาๆ เชฟก็ชวนคุยและแนะนำอย่างดีครับ โดยรวมประทับใจมากอร่อยทุกคำเลยครับ วัตถุดิบดีเลย แล้วรสชาติของปลาก็เยอะดีไม่โดนซอสหรืออะไรกลบ แต่ละคำเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง รวม 20 คำนี่ผมทานไปประมาณชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นครับ
เป็นร้าน Omakase ในกรุงเทพที่น่าแวะไปลองมากๆ ครับ

Sushi Zo Athenee Tower ถนนวิทยุ
เบอร์ : 02-168-8490
เปิด : 18.00-20.00, 20.30-22.30 ปิดวันจันทร์
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนนูเครื่องดื่มร้าน Sushi Zo
เมนนูเครื่องดื่มร้าน Sushi Zo

Similar Posts

  • ร้านน้ำเต้าหู้หย่งเหอ – Yong He Dou Jiang

    ร้านนี้ได้ไปชิมเพราะพี่ชายอยากไปมานานแล้ว พอมีธุระในเมืองแถวสาธร ก็เลยได้แวะไปชิม ร้านชื่อ น้ำเต้าหู้หย่งเหอ แต่ก็ขายอาหารเป็นหลัก ไม่ได้มีแต่น้ำเต้าหู้อย่างเดียว อ่านมาเค้าบอกว่าเป็นสไตล์ไต้หวัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าต่างกับจีนอื่นยังไง ที่รู้สึกว่าเป็นไต้หวันก็คือมี พายสัปปะรดของขึ้นชื่อของไต้หวันขายอยู่ ตัวร้านจะอยู่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ใกล้สถานี BTS ช่องนนทรี ก็คืออยู่ไม่ไกลจากร้าน Dean & Deluca เท่าไหร่ เดินนิดเดียวถึง หน้าตาร้านก็จะอารมณ์ร้านอาหารจีนแบบธรรมดา ไม่ได้หรูหราเหมือนภัตตาคาร สำหรับเมนูก็จะมีค่อนข้างหลากหลาย ทางร้านเขียนเอาไว้ว่าได้รวมอาหารอร่อยๆจากทั่วประเทศจีนมา ไม่ได้เน้นของภูมิภาคไหนเป็นหลัก สำหรับของขึ้นชื่อก็คือ เสี่ยวหลงเปา ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อ พวกเนื้อตุ๋น แล้วก็เต้าหู้ต่างๆ

  • Schneider Haus จิบเบียร์แกล้มอาหารเยอรมันในซอยอารีย์ 4

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- วนเวียนไปย่านอารีย์อีกครั้งครับ คราวนี้ไปกันที่ร้าน Schneider Haus ร้านอาหารและเบียร์เยอรมัน ในซอยอารีย์ 4 ครับ ถ้ามาจากฝั่งถนนพหลโยธินก็ตรงเข้าซอยมาประมาณ 350 เมตร ซอย 4 จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เข้ามาไม่ไกลร้านจะอยู่ขวามือครับ ที่นี่เป็นเหมือนฐานหลักของเบียร์ Schneider มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 5 ตัวแล้วก็ยังมีเบียร์ขวดให้เลือกชิมอีกด้วยครับ สำหรับอาหารก็จะมีรายการอาหารสไตล์เยอรมันเสิร์ฟเป็นหลัก เช่น ขาหมู ไส้กรอก หรือหมูชนิทเซล อะไรประมาณนี้ แต่ก็มีเมนูอาหารไทยและพาสต้าเสิร์ฟด้วยครับ ตัวร้านเป็นบ้านเก่านำมาดัดแปลง ตกแต่ง ด้านในยังมีลานโล่งเป็นโซนเอาท์ดอร์ด้วย หน้าหนาวคงจะบรรยากาศดีน่าดู ผมไปร้านช่วงเย็นวันเสาร์ ลูกค้าแน่นร้าน เกือบจะไม่ได้โต๊ะแล้วครับ บรรยากาศในร้านสบายๆ ลูกค้าคุยกันสนุกสนาน เสียงดังนิดหน่อย

  • |

    ป้าหล้า ฮิมปิง ร้านนั่งดื่มพร้อมกับแกล้ม ริมแม่น้ำปิง – เชียงใหม่

    ด้วยความที่เป็นคืนสุดท้ายในทริปนี้ สองสามร้านคงยังไม่พอ เราออกเดินทางกันจากร้านนพบุรีบาร์ไปต่อกันที่อีกร้าน ริมแม่น้ำปิงครับ เป็นร้านที่รุ่นพี่ชาวเชียงใหม่ท่านเดิมได้แนะนำไว้ เราก็เลยตามรอยพี่เค้าไปเช่นเคย ร้านนี้นี้มีชื่อว่า ป้าหล้า ฮิมปิง ครับ ตัวร้านอยู่ริมแม่น้ำปิงตามชื่อ อยู่ไม่ไกลจากร้านกู๊ดวิว แต่ทางเข้าไปร้านจะลึกลับนิดนึงครับ คือให้ปักหมุดที่ โฮมสเตย์ชื่อ บ้านทองอยู่ พอมาถึงเราจะเจอสะพานข้ามแม่น้ำปิง ไม่ต้องขึ้น แต่เดินเลียบกำแพงไปทางจนเจอแม่น้ำ เลี้ยวขวา จะผ่านร้านใหญ่ๆไปร้าน ตัวร้านป้าหล้าจะอยู่กลางๆ ครับ ที่นี่ขายอาหารค่อนข้างหลากหลาย มีอาหารเหนือแบบ ลาบดิบ ส้า จิ้นส้มอะไรอย่างนี้ รวมถึงส้มตำ และอาหารจานเดียวพวกข้าวอาหารตามสั่ง ที่เยอะหน่อยก็จะเป็นพวกยำและกับแกล้ม เพราะเน้นลูกค้าแบบมานั่งดื่มกินครับ

  • |

    Daimon Aoki หมูทอด Tonkatsu ร้านอร่อย สถานี Hamamatsucho

    ร้านนี้เป็นร้านที่อยู่ตรงข้ามที่พัก Airbnb ของเราเลยครับ แบบลงจากตึกมาเจอเลย เปิดอ่านก็ดูน่าอร่อยดี เป็นหมูชุบแป้งทอด (Tonkatsu) แต่ปัญหาคือร้านปิดค่อนข้างเร็ว (2 ทุ่ม) แล้วเรากลับมาถึงที่พักก็เลยหรือใกล้เวลาปิดมากๆ จนมีวันนึงกลับมาถึงเร็วหน่อยได้ลองพอดีครับ หน้าร้านมีคิวนิดหน่อยครับ พอเข้ามาในร้านฝั่งซ้ายจะเป็นโต๊ะแบบนั่งพื้น ส่วนฝั่งขวาเป็นเคาเตอร์นั่งติดครัวครับ บรรยากาศในร้านเป็นไม้โทนสีอ่อนๆ กลุ่มของเราได้นั่งพื้นครับ พนักงานเอาเมนูมาให้ดู ลำบากนิดหน่อยเพราะไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่ก็พออ่าน katakana ได้ สรุปก็เลยสั่งสันนอกไปหนึ่งชุด สันในอีกหนึ่งชุด เป็นแบบเซ็ตมีข้าวและน้ำซุปให้ครับ

  • Aoi Ya Ryukyu ร้าน Izakaya สไตล์โอกินาว่า เมือง Naha, Okinawa

    เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วผมได้ไปเที่ยวที่ Okinawa เป็นครั้งที่ 2 ครับ คราวแรกไปกึ่งๆ ดูงาน มาคราวนี้ไปเที่ยวกับที่บ้านเต็มๆ ครับ เราออกเดินทางจากสุวรรณภูมิช่วงสายๆ ด้วยสายการบิน China Airlines แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Taoyuan และมาถึง Naha ช่วงค่ำๆ พอดี จากสนามบินนั่งแทกซี่ไปยังโรงแรม Naha West Inn ที่อยู่ห่างนิดเดียวครับ เช็คอิน เก็บของ แล้วก็ออกมาหาอาหารเย็นทานครับ ด้วยความที่ดึกแล้วก็เลยเอาร้านใกล้ๆ โรงแรม เดินไปได้เลย ชื่อร้านว่า Aoi Ya เป็นร้านแบบกึ่งๆ กินดื่มนิดหน่อย รายการอาหารมีให้เลือกไม่เยอะมาก และราคาก็ค่อนข้างสูง คือน่าจะเน้นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เรารอโต๊ะอยู่ข้างนอกนานพอสมควร อาการค่อนข้างร้อนชื้นด้วย 

  • |

    ข้าวเย็นที่ร้าน Yakitori Musahi – Kyushu 2014 ตอนที่ 12.3

    ข้าวเย็นมื้อสุดท้ายของทริป Kyushu วันนี้ไม่ได้ทานแถวสถานี Hakata ครับ แต่มาทานแถว Tenjin ย่านสำคัญอีกแห่งของ Fukuoka แถวนี้เป็นย่านธุรกิจ มีทั้งห้าง ทั้งออฟฟิศ รวมถึงร้านข้าวต่างๆ เพียบครับ ร้านที่ไปวันนี้ชื่อ Yakitori Musashi เพิ่มเปิดใหม่ไม่นานนัก อยู่ในซอยเล็กๆ เข้าไปจากถนนใหญ่นิดหน่อย บรรยากาศร้านดูร่วมสมัย ไม่ได้ตกแต่งเป็นแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น คือมีดีไซน์ที่ดูโมเดิร์นๆ ตอนไปถึงพนักงานยังงงๆ อยู่ว่ามากินร้านนี้จริงเหรอ แบบหาเจอได้ยังไง แล้วกรุปเราก็ไปตรงเวลาร้านเปิดพอดี คือเป็นกลุ่มแรกของวันนี้เลย เมนูที่นี่เป้นภาษาญี่ปุ่นครับ แต่พนักงานวัยรุ่นๆ เฮ้วๆ หน่อยแล้วก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ การสั่งเลยพอๆงูปลาๆ ไหว รายการอาหารก็จะมียากิโทริเป็นหลัก พวกเสียบไม้ปิ้งย่างมีเยอะ อ่านเมุไม่อกไปชี้ๆ ตรงเตาเตอร์เอาก็ได้เพราะเค้าวางโชว์อยู่ครับ


แสดงความคิดเห็น