Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ

นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ 

สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)

ด้านหน้าทางเข้าจะดูไม่ใหญ่มาก เข้ามาแล้วก็จะเป็นส่วนของแทปรูม มีของที่ระลึก มีเบียร์และกระป๋องขายครับ สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 21 แทป ตัวแทปนี่ติดอยู่กับห้องเย็นของโรงเลย

นั่งจิบไปซักพักนึง Head Brewer ก็พาเราเยี่ยมชมโรงครับ โดยเริ่มจากห้องต้มที่อยู่ฝั่งขวามือ มีหม้อต้มและถังหมัก เดินไปอีกห้องติดกันเป็นห้องวาง barrel และกำลังจะทยอยเพิ่มถังหมัก

เสร็จก็เดินวนออกมาอีกทาง ฝั่งซ้ายมือของแทปรูมเป็นไลน์บรรจุครับ มีระบบบรรจุกระป๋องขนาดยาวอยู่ มีมุมเล็กๆ สำหรับการบรรจุเค็กเบียร์สด

ดูจนครบเราก็กลับมาที่ห้องตรงกลาง นั่งจิบเบียร์กันต่ออีกนิด ซักพักทีมงานก็สั่งพิซซ่ามาทานกัน ถาดนึงนี่ชิ้นเบ้อเริ่มเลย

โลโก้หน้าโรง
เข้ามาปุ๊บก็จะเป็นส่วนของแทปรูม
บนผนังเพนท์รูป Herry และ Sally
ของที่ระลึก
บริเวณหน้าบาร์
แทปเบียร์สด
ตู้แช่เบียร์กระป๋อง
รายการเบียร์สดวันนี้
หน้าบาร์
ป้าย Mikkeller ติดห้องเย็นอยู่ด้านใน
โซนที่นั่งด้านในครับ
Sticker Bomb บนประตูห้องเย็น
แก้วแรกชื่อ Queries: Citra เป็น NE IPA ครับ ออกพีชๆ น้ำเบียร์ขุ่นๆ รสหวานิด ส้ม ครีมมี่ๆ ซ่า ดื่มลื่นเลยครับ
อีกแก้วเป็นของแรง Imperial Stout ชื่อ Life is Like (ฉลากเหมือน Forrest Gump ฮ่าๆ) ตัวนี้คอแลบกับโรง Cigar City ครับ แอลกอฮอล์แรง รสหวาน ลื่น รสกาแฟติดิเปรี้ยว รสชอคโกแลต
ด้านหลังมีถังบาร์เรลตั้งอยู่
Head Brewer พาชมโรงครับ อันนี้ที่บดมอลต์
วันนี้กำลังต้ม beer geek vanilla shake กลิ่นคั่วหอมฟุ้งไปทั้งโรงเลย
ห้องถังหมัก
ถังหมัก
เพลทเขียนเอาไว้ว่าผลิตให้ Ale Smith
กระเถิบมาอีกห้องเป็นห้องที่เก็บถังบาร์เรลครับ
ซ้อนๆ กันอยู่อย่างนี้
ถังนี้เอจ Beer Geek Vanilla Shake
ห้องนี้มีอยู่ 4 ถังหมัก ทีมงานแจ้งว่าจะเพิ่มเป็น 22
เซ็ตนี้สำหรับทำพวกเบียร์เปรี้ยว ใส่ผลไม้ครับ
เดินย้อนมาอีกห้องฝั่งซ้ายมือ เป็นห้องบรรจุครับ
ฝั่งนี้กำลังล้างถังเค็กเบียร์สด
ไลน์บรรจุกระป๋อง
พวกนี้ไม่ผ่าน QC เค้าให้เราหยิบฟรีได้เลย ฮ่าๆ
ก่อนกลับทีมงานสั่งพิซซ่ามาทาน อร่อยครับ

เป็นอีกหนึ่งโรงที่น่าแวะมาครับ คือถ้ามา Ale Smith ก็เดินมาอีกนิดเดียวได้แวะสองโรงเลยคุ้มค่ารถ (ที่จริงในโซนนี้ยังมีอีกหลายโรง เช่น Ballast Point และ Saint Archer รวมถึงโรงเล็กๆ อีกหลายเจ้าครับ)

จบจากที่นี่เราก็กลับไปเอากระเป๋าที่ Ale Smith แล้วก็เรียกรถขึ้นไปยังที่พักของเรา Lakehouse Hotel ในเมือง San Marcos ที่อยู่ห่างไปทางเหนือประมาณ 40 นาทีครับ

Mikkeller SD San Diego
เบอร์ : (858) 381-3500
เปิด : อาทิตย์-พุธ 12.00-21.00 พฤหัสบดี-เสาร์ 12.00-22.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Ale Smith จิบเบียร์สดๆ ภายในโรงเบียร์ชานเมือง San Diego

    เช้าวันที่สองของทริปแคลิฟอร์เนีย ช่วงสายๆ ผมและชาวคณะเดินทางออกนอกเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง (เราจะออกไปนอนนอกเมืองกัน 2 คืนครับ เป้าหมายของเราอยู่ห่างออกไปประมาณ 24 กิโลเมตร นั่งรถก็ราว 20 กว่านาที เราไปกันด้วย Uber ไม่นานก็มาถึงโรงเบียร์แรกของวันนี้ เป็นยี่ห้อที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย ที่นี่คือ ‘Ale Smith’ ครับ Ale Smith ก่อตั้งในปี 1995 เรียกว่าเก่าแก่พอสมควร สำหรับโรงที่เรามากันวันนี้ เป็นโรงที่สองของแบรนด์ เปิดใช้งานเมื่อปี 2015 โดยโรงดั้งเดิมนั้นอยู่ห่างไปเพียง 1.3 (ปัจจุบันกลายเป็น Mikkeller San Diego)

  • | |

    Beer Camp กางเตนท์จิบคราฟท์เบียร์ที่เขาใหญ่

    หน้าหนาวกับเบียร์เป็นอะไรที่เข้ากันดีเหลือเกินครับ (จริงๆ เบียร์เข้ากันดีกับทุกอย่าง ฮา) จะดื่มที่ร้าน หรือนั่งจิบกันเพื่อนนอกบ้าน ค่ำๆ ลมโชยๆ หน่อย บรรยากาศเหมาะในการนั่งสังสรรค์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าได้ไปแคมปิ้งริมเขา ปิ้งย่างกันซะหน่อย ล้อมวงเล่นกีตาร์ร้องเพลง ปิ้งมาชเมลโล่ แล้วก็กางเตนท์นอนกันรายรอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ เป็น background ที่สำคัญเบียร์ที่ดื่มทานกันนั้น ไม่ใช่เบียร์ยี่ห้อตลาดๆ ทั่วไป แต่เป็นคราฟท์เบียร์หลากยี่ห้อหลายสไตล์ เสิร์ฟกันเย็นๆ จากรถ trailer ฟังดูแล้วรู้สึกว่าโอโห มันจะมีอย่างงั้นจริงๆเหรอ แต่มันดันมีจริงครับ โดยหัวเรี่ยวหัวแรงที่จัดงานนี้ก็คือ พี่เก้ง (Niche beer,Yaksa) หนึ่งในผู้ที่คลุกคลีและหลงรักวงการคราฟท์เบียร์บ้านเรามานาน ทั้งเปิดร้าน ขายเบียร์แปลกๆ จัดแข่ง และจัดนู่นนี่อีกหลายงาน ตัวงานเปิดให้จองบัตรตั้งแต่ เดือนกันยายนทาง facebook ของ Yaksa ซึ่งก็หมดแทบจะทันที เพราะรับจำนวนจำกัดประมาณ 80 คนเท่านั้นครับ ผมเองนั่งเปิดจอค้างไว้เลย พอถึงเวลาปุ๊บกดจองปั๊บ โชคดีครับ ทัน 80 คนแรกเลยได้ไปร่วมงานด้วย ในงานก็มีทั้งคนนำเข้าเบียร์ เจ้าของร้านเบียร์ Brewer คราฟท์เบียร์ไทยหลายๆเจ้า รวมถึงสมาชิกคนรักเบียร์อีกหลายสิบคนที่มาร่วมงานกันครับ โดยตัวเบียร์นี่คือกดเองจากตู้เลย…

  • Zhang Men แทปรูมของคราฟท์เบียร์แบรนด์ดัง สาขา Dongmen – ไทเป ไต้หวัน

    กินห่านที่ร้าน Ya Rou Bian เสร็จ ผมก็รอจนได้เวลาที่ร้านเบียร์จะเปิด แล้วก็เรียก uber ไปแถวๆ สถานี Dongmen ที่อยู่ห่างออกไปประมาณซัก 4 กิโลเมตร โดยมีจุดหมายคือ Zhang Men Brewing ครับ ที่นี่ผมรู้จักจากการเสิร์ชใน Untappd หาเบียร์ไต้หวันคะแนนสูงๆ ก็เลยเจอ ตัวโรงนั้นอายุค่อนข้างใหม่ เริ่มกิจการตั้งโรงในเดือนมีนาคมปี 2014 แล้วก็เริ่มขยาย tap room มาเรื่อยๆ ปัจจุบันนอกจากในไต้หวันแล้ว Zhang Men ก็ยังมีสาขาที่ ฮ่องกงและจีนด้วย เรียกว่ากิจการเติบโตค่อนข้างดีเลยครับ วันที่ผมไปในร้านยังไม่มีลูกค้าครับ ตัวร้านตกแต่งโทนเข้มๆ หน่อย กำแพงเป็นอิฐ โต๊ะไม้สีเข้มๆ แล้วก็พวกเหล็กดำๆ ที่เจ๋งคือมีท่อน้ำสีดำวิ่งตามโต๊ะแล้วมีหัวก๊อก สามารถกดน้ำทานได้ครับ สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 20 แทป โดยสามารถบรรจุใส่กระป๋องหรือขวดกลับบ้านได้ด้วยครับ

  • |

    Meridian Pint คราฟท์เบียร์บาร์เมือง Arlington, Virginia

    เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปอเมริกาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาครับ เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่มีเสิร์ฟอาหารด้วย ร้านไม่ได้อยู่นอกตัวเมือง Washington แต่ออกมานอกเมือง ข้ามแม่น้ำ Potomac River มายังฝั่งเมือง Arlington ร้านนี้ชื่อว่า Meridian Pint ครับ เดิมทีร้านเคยอยู่ในตัวเมือง Washington เพิ่งย้ายมาเปิดที่นี่ ตัวร้านขนาดใหญ่พอสมควร เป็นร้านที่ครอบครัวมากัน มีลูกเล็กเด็กแดงส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ค่อนข้างเป็นมิตรกับเด็กๆ สำหรับเบียร์ทางร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 24 แทป เป็นเบียร์จากทั่วประเทศ หลากหลายสไตล์ ทั้ง IPA Stout เบียร์เปรี้ยวก็มีนิดหน่อย รวมถึงมีเบียร์ขวดให้ลองอีกราวๆ 20 ชนิดครับ

  • The Fat Cow On The Rooftop คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มอาหารฝรั่งย่านประตูน้ำ

    วันก่อนเข้าเมืองแล้วก็มีโอกาสได้ไปร้านเบียร์บนดาดฟ้ามาครับ ชื่อร้านว่า The Fat Cow On The Roof หลายคนอาจจะคุ้นชื่อ ซึ่งก็เข้าใจถูกแล้วครับ เพราะที่นี่เป็นอีกสาขาของร้าน Fat Cow ที่อยู่ปากซอยลาดพร้าว 15 นั่นเอง ตัวร้านอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมเมโทรประตูน้ำบูทีคโฮเทล เข้าโรงแรมมาก็เดินไปขึ้นลิฟต์ไปชั้น 8 ออกมาก็จะเป็นร้านเลย ผมไปดึกๆ วันธรรมดามีลูกค้าอยู่อีกหนึ่งโต๊ะ บรรยากาศร้านดีเลยครับ ลมเย็นสบายดี แต่วันไหนฝนตกอาจจะลำบากหน่อย ที่นี่มีเสิร์ฟเบียร์สดทั้งหมด 6 แทปและก็มีตู้แช่เบียร์ขวดอีกหนึ่งตู้ เป็นคราฟท์ไทยเกือบทั้งหมดครับ ส่วนอาหารจะเป็นอาหารฝรั่ง พวกไส้กรอก สเต็ก เมนูดังก็จะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ครับ

  • Social Kitchen จิบเบียร์ Brut IPA ในโรงต้นฉบับ San Francisco

    วันสุดท้ายของทริป ทุกคนแยกย้ายกันเที่ยวตามอัธยาศัยเหมือนเดิม บางคนไปชอปปิ้ง บางคนไปจิบเบียร์ต่อครับ ผมเองตอนเช้าไปร้านขายอุปกรณ์ทำเบียร์ พอช่วงบ่ายก็ไปแวะจิบ ที่แรกของวันนี้ เป็นโรงเบียร์ชื่อ Social Kitchen ครับ อยู่ทางฝั่งซ้ายๆ ของตัวเมือง San Francisco ด้านล่างของสวน Golden Gate Park ครับ สาเหตุที่เรามาที่นี่ก็เพราะว่า โรงนี้เป็นโรงแรกที่เริ่มทำ Brut IPA ก็เลยอยากมาลองว่าเจ้าที่คิดค้น ทำออกมาแล้วจะเป็นยังไง อร่อยไหม


แสดงความคิดเห็น