The Lost Abbey โรงเบียร์ดังเน้นสไตล์เบลเยี่ยม เมือง San Marcos – California

เรามาถึงเมือง San Marcos ช่วงเย็นๆ หลังจากเช็คอิน เก็บของที่โรงแรมแล้ว ก็ออกเดินทางต่อด้วย Uber ไปยังโรงเบียร์ที่ 3 ของวันนี้ครับ เป็นอีกหนึ่งโรงดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อนั่นก็คือ The Lost Abbey

Lost Abbey ได้เปิดโรงนี้ในปี 2006 เบียร์ที่ผลิตนั้นจะเน้นเป็นสไตล์เบลเยี่ยมเป็นหลัก แต่จุดกำเนิดนั้นเริ่มมาก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1997 โดย Tomme Arthur (Co-Founder ของ Lost Abbey) ได้เข้าไปเป็น brewer ของ Pizza Port และก็ได้ต้มเบียร์ชื่อ Dubbel Overhead Abbey Ale ซึ่งนับได้ว่าเป็นเบียร์เบลเยี่ยมตัวแรกของโรง แล้วก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้รับคำชมมากมาย

ฝึกวิชาอยู่หลายปี จนปี 2005 ก็มีโรงเป็นของตัวเองเมื่อ Stone ย้ายไปยังโรงใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล Vince และ Gina Marsaglia Tomme Arthur  ก็มาขอซื้อโรงเก่านี้ต่อครับ ปี 2006 ก็เริ่มกิจการ โดยแยกสองแบรนด์คือ Port Brewing ทำเบียร์สไตล์ West Coast ส่วน Lost Abbey เน้นเบียร์สไตล์เบลเยี่ยมเป็นหลัก

จากจุดเริ่มต้นที่ 600,000 ลิตรต่อปี ปัจจุบัน ทางโรงผลิตอยู่ที่ 1.8 ล้านลิตรต่อปีครับ โดยมีถังบาร์เรล Bourbon, brandy, sherry, และไวน์สำหรับเอจเบียร์รวมกันมากกว่า 1,000 ใบ

ตัวโรงอยู่ในโกดัง หลังคาสูง เหมือนแบบพวกนิคมอุตสาหกรรมอะไรประมาณนี้ครับ หน้าโรงมีตั้งต้อนรับอยู่ พอเข้ามา ฝั่งซ้ายก็จะเป็นบริเวณบาร์ มีเบียร์สดจัมป์อยู่ 25 แทป 3 แบรนด์คือ Lost Abbey, Port และ The Hop Concept นอกจากนี้ยังมีเบียร์กระป๋องและขวดให้ซื้ออีกเยอะพอสมควร ตัวแรร์ๆ ปีเก่าๆ ก็มีหลายตัวครับ

ด้านหน้าโรงครับ
ถังสวยงามด้านหน้า
เข้ามาในโรงฝั่งขวาจะเป็นโซนของที่ระลึก
ถังหมักและหม้อต้มเบียร์อยู่เข้าไปด้านในไม่ไกล
โซนฝั่งซ้ายเป็นบาร์และเบียร์ขวด
เบียร์ขวด
เมนูเบียร์สด
เมนูเบียร์สด
หัวแทปสวยงาม 25 แทป
ขวดและกระป๋อง
แก้วแรกเป็นตัวดังของโรง ผมเคยดื่มแต่แบบขวด Serpent’s Stout ครับ นมๆ บอดี้หนาลื่น ชอคโกแลต เนียนเลย
แก้วนี้ Santa’s Little Helper เป็น Imperial Stout เช่นกันแบรนด์ Port Brewing กาแฟชัด บอดี้กลางๆ ซ่า มีรสเผ็ดด้วย ดื่มลื่นดีครับ
Judgment Day อีกหนึ่งตัวดังของโรง เป็นสไตล์ Belgian Quad 10.2% รสหวาน ออกมอลตี้ ฮอปส์ยางๆ ดื่มลื่น ฉ่ำๆ
แก้วนี้ Double IPA ชื่อ Tropical & Juicy ของแบรนด์ The Hop Concept ฮอปส์ออกยาง ไพนี่ เรซิน ผสมส้มๆ น้ำเบียร์ซ่า ดื่มลื่นเช่นกัน
แก้วสุดท้าย ชื่อ Citrus Sin เป็นเบียร์เปรี้ยว American Wild Ale ครับ เปรี้ยวซ่า ดราย ฟังกี้
แอบส่องขวดเก่าๆ ก่อนกลับ

ผมเองชิมไปสองสามตัว จากทั้งสามแบรนด์ อร่อยดีครับ พวก stout และ belgian quad นี่สวยงามเลย น่าแวะมาชิมมากครับ แต่ช่วงเย็นอาจจะต้องดูเวลาให้ดี แต่ละวันจะปิดไม่ตรงกันครับ ต้นสัปดาห์ปิดเร็ว ถ้าวันศุกร์จะปิด สามทุ่มครับ 

The Lost Abbey San Marcos, San Diego
เบอร์ : +1 800-918-6816
เปิด : จันทร์-อังคาร 13.00-19.00 พุธ-พฤหัสบดี 13.00-20.00 ศุกร์ 13.00-21.00 เสาร์ 11.30-20.00 อาทิตย์ 12.00-18.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Code Craft คราฟท์เบียร์บาร์ย่านบางโพ

    ร้านคราฟท์เบียร์ที่แว่บไปคราวนี้เป็นร้านที่เปิดมาได้ซักพักนึงแล้ว ซึ่งตัวผมเองก็เคยมาสองสามทีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เขียนถึง วันก่อนแวะไปอีกรอบก็เลยเก็บภาพมาฝากกันเช่นเคย ร้านนี้มีชื่อว่า Code Craft ครับ ร้าน Code Craft อยู่แถวบางโพครับ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เตาปูนเท่าไหร่ ประมาณ 850 เมตร ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง ตกแต่งร้านโทนขาวดำ มินิมัลหน่อย มีลูกเล่นเกี่ยวกับเรื่องการเขียนโปรแกรมต่างๆ เพราะหุ้นส่วนเป็นโปรแกรมเมอร์นั่นเอง เลยเป็นที่มาของชื่อร้านด้วย ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 8 แทป คละกันทั้งคราฟท์ไทยและคราฟท์นอก ส่วนเบียร์ขวดและกระป๋องมีให้เลือกอีก 1 ตู้แช่ครับ สำหรับอาหารก็จะเป็นกับแกล้มของทานเล่นง่ายๆ อย่าง เฟรนช์ฟรายด์ ลาบหมูทอด ประมาณนี้

  • Mikkeller Taipei จิบคราฟท์เบียร์ในตึกเก่าบรรยากาศดี – ไทเป ไต้หวัน

    รับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Meinong Xian Zuo Dao Qie Niurou Mian กันเรียบร้อย ผมก็เดินต่ออีกไม่ไกลประมาณ 280 เมตรเท่านั้น ก็จะถึงคราฟท์เบียร์บาร์ร้านแรกของค่ำคืนนี้ครับ นั่นก็คือ Mikkeller Taipei นั่นเอง ตัวร้านเป็นตึกโบราณหน้าตาสวยงามอยู่หัวมุมถนนพอดี ลองอ่านประวัติถึงได้ทราบว่าเป็นตึกเก่าแก่ของ Dadaocheng ย่านท่าเรือตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 12 พอเข้ามาด้านในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์สแกดิเนเวียน คล้ายๆ กับ ร้าน Mikkeller สาขาอื่นๆ ซ้ายมือด้านหน้าร้านเป็นบอร์ดเมนู ของทานเล่น แล้วก็เป็นบาร์ยาวลึกตามตัวตึกเข้าไปด้านใน พอสั่งเบียร์จ่ายเงินเสร็จ ก็ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของร้านครับ เป็นแนวคลีนๆ เช่นกัน ไฟออกเหลืองส้มหน่อย วันที่ผมไปลูกค้าพอมีอยู่หลายโต๊ะ แอร์เย็นสบาย เพลงตื๊ดเบาๆ ชิลล์ดีครับ

  • Wizard Brewery โรงคราฟท์เบียร์พ่อมดที่พัทยา

    หลังจากทานข้าวที่ร้านลุงเรียง ป้ามาลีเสร็จ เราก็เดินทางต่อจนถึงพัทยา แวะทานกาแฟ แล้วก็เข้ายังที่พักแถวจอมเทียนครับ พอช่วงเย็นเราก็เดินทางไปยังเป้าหมายของการมาพัทยาทริปนี้ นั่นก็คือ โรงเบียร์วิซาร์ดบนถนนพัทยาสาย 2 นั่นเองครับ  ผมเองเคยมาที่นี่สามสี่ครั้งแล้ว แต่ตอนนั้นตัวร้านยังไม่เรียบร้อยดี โซนต้มเรียบร้อยแล้ว แต่ตัวร้านยังไม่เสร็จ กลับมาคราวนี้ ร้านเสร็จเปิดบริการแบบเต็มรูปแบบแล้วครับ

  • Yellow Pug คราฟท์เบียร์บาร์ร้านสวย บรรยากาศดี ถนนวัวลาย เชียงใหม่

    เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมครับ หลังจากทานลาบควายกันที่ร้าน ลาบเก๊ายาง เรานั่งรถแดงไปกันที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อ Yellow Pug ครับ ร้าน Yellow Pug เดิมทีอยู่โซนนอกเมืองหน่อย แแต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่โครงการ Weave ที่ปรับปรุงโรงน้ำแข็งเก่าให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับงานคราฟท์ต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ศิลปะ ร้านค้า รวมถึงร้านคราฟท์เบียร์ด้วยนั่นเอง ตัวโครงการอยู่ในซอยวัวลาย 3 ครับ ทางเข้าอาจจะดูเล็กหน่อย แต่ตัวอาคารใหญ่มาก เน้นสีปูนเปลือยเป็นหลัก พอเดินผ่านผ้าม่านยาวสูงเข้ามาภายใน ผมนี่ว้าวอยู่ในใจเลยครับ มันใหญ่ โปร่ง สวยงามมากๆ

  • Ale Farm เยี่ยมชมโรงคราฟท์เบียร์ ชานเมือง Copenhagen Denmark

    เช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับไทยจากโคเปนเฮเกน ผมออกนอกเมืองไปทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เมือง Greve ด้วย Uber มีจุดหมายคือโรงเบียร์ชานเมือง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงดังของเดนมาร์ก นั่นก็คือ Alefarm Brewing นั่นเองครับ ทีแรกไม่แน่ใจว่าโรงจะเปิดไหม แต่ก็ลองเมลติดต่อไปว่า เดินทางมาจากไทย เคยได้ดื่มเบียร์ของทาง Alefarm หลายตัว อยากจะขอเยี่ยมชม ซึ่งทางโรงก็ตอบกลับมาพอดี  Alefarm ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Kasper Tidemann และภรรยา Britt van Slyck เมื่อ 2015 ที่เมือง Køge ห่างจากโคเปนเฮเกนไปทางใต้ประมาณสัก 40 กิโลเมตร ก่อนจะย้ายมาอยู่เมือง Greve ตอนปี 2018 ซึ่งก็คือโรงที่ผมเดินทางมาวันนี้นี่เองครับ

  • Titans Craft Beer Taproom & Bottle Shop สถานี Otsuka เมืองโตเกียว

    วันสุดท้ายในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น ตอนเที่ยงผมไปทานร้านราเม็ง Muginae พอตอนเย็นๆ ก่อนจะไปสนามบินก็แว้บไปแถวสถานี Otsuka ที่อยู่เลย Ikebukuro ไป หนึ่งสถานีครับ ร้านที่จะมาแวะก็คือ Titans Craft Beer Taproom & Bottle Shop เป็นอีกร้านที่ผมได้ยินชื่อมานาน แต่ไม่เคยได้แวะมาเลย คราวนี้พอมีเวลาเหลือก็แว่บมาซะหน่อยครับ ตัวร้านอยู่ทางทิศใต้ของสถานีครับ เดินเข้าซอยฝั่งตรงข้ามนิดเดียวร้านก็จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้องครับ


แสดงความคิดเห็น