De Dochter van de Korenaar ทัวร์โรงเบียร์และจิบเบียร์ที่ชายแดนเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์

วันที่สามของทริปคณะของเราออกเดินทางแต่เช้าเช่นเคยครับ โดยคราวนี้ไปทางทิศตะวันตกจากเมือง Eindhoven ประมาณราวๆ 60 กิโลเมตร จุดหมายคือเมือง Baarle-Hertog

ซึ่งความสนุกของเมืองนี้คือเป็นโซนที่พรมแดนของสองประเทศ (เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์) มันสลับ ซ้อน ยึกไปยึกมา บางบ้านหน้าบ้านอยู่เบลเยี่ยมห้องครัวอยู่เนเธอร์แลนด์ (ดูแผนที่ด้านล่างประกอบครับ)

แน่นอนว่าโรงเบียร์แรงของวันนี้ที่เรามากัน ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทั้งสองประเทศเช่นกัน โรงเบียร์นี้มีชื่อว่า De Dochter van de Korenaar ครับ

แผนที่ของเมือง Baarle-Hertog (รูปจาก Wikimedia)
ป้ายด้านหน้าโรง
ตัวโรงขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่
เข้ามาก็จะเจอโซน Bottleshop ที่ซื้อกลับได้ครับ
ราคาเบียร์
บริเวณที่นั่งใน Tasting Room
บริเวณบาร์
ราคาเบียร์
หลังจากเล่าประวัติคร่าวๆ แล้ว คุณ Ronald เจ้าของก็พาเข้ามาดูโซนห้องต้มครับ
ถังหมัก
ระบบบรรจุขวด
ชั้นใต้ดินเป็นห้องเก็บถังบาร์เรล
มีถังหลากหลายชนิด
รวมๆ ทั้งหมดประมาณ 360 ถังครับ
มาต่อที่โกดังเก็บเบียร์ครับ
เบียร์ขวด
เบียร์สด
ขนาดใหญ่พอสมควรครับ โซนนี้
เสร็จการทัวร์ก็กลับมายัง Tasting Room
แล้วคุณ Ronald ก็ทยอยเสิร์ฟเบียร์ให้เราชิมครับ ขวามือคือคุณ Monique ภรรยา
แก้วแรกชื่อว่า Claire เป็นสไตล์ Lager ออกมอลตี้ ดราย ท้ายๆ ขมพอสมควร
แก้วที่สองชื่อ Charbon เป็นสเตาท์ แอลกอฮอล์ 7% ที่ใช้วีทมอลต์แบบรมควันเป็นหลักผสมกับวานิลลาสด บอดี้กลางๆ มีความคั่วๆ ชอคโกแลต ออกครีมมี่หน่อย
ตัวที่สามเป็นสไตล์ Belgian Tripel แอลกอฮอล์ 8.5% ชื่อว่า Finesse รสหวานนำครับ บอดี้หนาหน่อย มีความแบบฟรุตตี้ ท้ายขมๆ มีความขื่นๆ สากๆ เล็กน้อย
ตัวที่ 4 ชื่อ Finesse Pure Oak Series เป็น Belgian Tripel ที่เอาไปเอจในถัง Bulgarian oak ทำให้มีคาแรคเตอร์ของวานิลลาออกมา รสค่อนข้างมอลตี้ ผสมกับความครีมมี่ น้ำเบียร์ซ่า
สุดท้ายตัวได้ลองเป็นสไตล์ Belgian Strong Dark Ale ชื่อ Embrasse – Peated Oak Aged คือเป็นตัว Embrace ธรรมดาไปเอจในถังวิสกี้ 6. เดือนครับ คาแรคเตอร์ของพีทชัดเจน ผสมกับคั่วๆ และควัน น้ำเบียร์หวาน ซ่า

โรง De Dochter van de Korenaar ก่อตั้งโดยคุณ Ronald Mengerink เดิมทีเป็นคนภูมิภาค Twente ฝั่งตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ซึ่งติดอยู่กับชายแดนเยอรมันนี ก่อนจะไปใช้ชีวิตที่ Groningen (เมืองตอนบนของประเทศ) จนมาเปิดโรงเบียร์และอยู่กับครอบครัวที่เมือง Baarle-Hertog นี่เองครับ

คุณ Ronald Mengerink เริ่มสนใจการต้มเบียร์ตั้งแต่อายุ 15 ปี ในช่วงที่ยังอยู่ที่ Twente ซึ่งเขาและเพื่อนต้องปั่นจักรยานผ่านต้นฮอปส์ป่าที่ออกดอกระหว่างทางไปโรงเรียน ในตอนนั้นเขารู้เพียงว่าเบียร์ทำจากมอลต์ ฮอปส์ น้ำและยีสต์

หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่เมือง Groningen เป็นเวลา 12 ปี ในระหว่างปี 1984/1985 Ronald เริ่มขายเบียร์ต้มเองในชื่อ De Noorderzon (Northern Sun) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายก็ต้องหยุดกิจการ ทำให้เขาต้องออกจากวงการเบียร์ไปสักพัก

มุมมองเกี่ยวกับเบียร์ของRonald ได้เปลี่ยนไปหลังจากได้ลองเบียร์ Flying Dog Snake Dog และ IPA อีกหลายๆ ตัวระหว่างทริปอเมริกาของเขา ซึ่งขณะนั้น IPA ยังไม่เป็นที่รู้จักในยุโรปมากเท่าไหร่ (น่าจะหมายถึง American IPA แบบสมัยใหม่นะครับ) ทำให้เกิดไอเดียว่าเบียร์จะเป็นยังไงได้บ้างนอกจากสไตล์เบลเยี่ยมและเยอรมัน 

มาจนถึงปี 2007 คุณ Ronald กลับมาเปิดโรงเบียร์อีกครั้งกับภรรยา Monique นั่นก็คือโรง De Dochter van de Korenaar แห่งนี้นี่เอง หลังจากนั้น 2 ปีต่อมาก็ชนะรางวัลการประกวดเบียร์เป็นครั้งแรก ได้เหรียญเงิน

จากเบียร์ Embresse Peated Oak Aged ในงาน Zythos festival และอีกหนึ่งเหรียญเงินจากเบียร์ l’Enfant Terrible ที่งาน European Beer Star Award 

แม้ว่าตัวโรงจะอยู่บนแผ่นดินเบลเยี่ยม แต่จะระบุว่าเบียร์ของ Dochter van de Korenaar นั่นเป็น Belgian Beer ก็ไม่ถูกซะทีเดียว เนื่องจากเบียร์ของที่นี่ได้แรงบรรดาลใจมาจากเบียร์หลากหลายสไตล์จาก ประเทศอื่น อย่าง อเมริกา อังกฤษและเยอรมัน เหมือนกับโรงอื่นๆ อย่างที่มีความเป็นเบียร์สมัยใหม่ เบียร์ทดลอง อย่างโรง Struise, Viven และ Alvinne มากกว่าจะเป็นเบียร์คลาสสิดสไตล์ อย่าง strong ales, dubbels และ triples

ตัดภาพกลับมาที่โรง พอเรามาถึงคุณ Ronald ก็มาต้อนรับและเล่าที่มาคร่าวๆ ของโรง อย่างชื่อโรงที่แปลได้ว่า Daughter of the Ear of Corn (ลูกสาวของเปลือกข้าวโพด) ซึ่งหมายถึงเบียร์ มีที่มาจาก Emperor Charles V ในปีค.ศ. 1550 ได้เคยกล่าวว่า prefer the juice of the daughter of the Ear of Corn over the blood of grapes ก็คือชอบเบียร์มากกว่าไวน์นั่นเอง

ปัจจุบัน De Dochter van de Korenaar มีเบียร์ประมาณ 18 ตัว 50% ขายในเบลเยี่ยม อีก 50% ขายไปยัง 28-29 ประเทศทั่วโลก เบียร์ของที่นี่จะตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสเพราะคนจะอ่านได้มากกว่าภาษาดัทช์

เสร็จจากการเกริ่นก็พาคณะของเราไปดูโกดังโซนต้มที่อยู่ด้านหลัง ชุดต้มและถังหมัก ขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลยครับ และความเจ๋งก็คือ แกรันระบบตัวคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ มีคนมาช่วยแบบพาร์ทไทม์แค่อาทิตย์ละ 2-3 วันเท่านั้น

จบจากส่วนต้มและหมักก็มายังโซนบรรจุขวด ต่อด้วยโซนโกดังเก็บของซึ่งอยู่อีกห้องหนึ่ง มีสินค้าอยู่เต็มไปหมด บางส่วนก็พร้อมจำหน่ายแล้ว บางส่วนก็ยังอยู่ในกระบวนการ bottle conditioning ครับ 

ส่วนสุดท้ายที่คุณ Ronald พาไปดูก็คือชั้นใต้ดินของโรง ซึ่งเป็นห้องเก็บบาร์เรลครับ มีมากมายหลายสไตล์ ทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง วิสกี้ และอีกหลายๆ ชนิด รวมกันกว่า 360 ถังเลยทีเดียว

เสร็จเราก็ขึ้นกลับมาที่ส่วนของ Tasting Room เริ่มทยอยชิมเบียร์กัน ผมเองได้ชิมไปทั้งหมด 5 ตัวครับ แก้วแรกชื่อว่า Claire เป็นสไตล์ Lager

ออกมอลตี้ ดราย ท้ายๆ ขมพอสมควร

แก้วที่สองชื่อ Charbon เป็นสเตาท์ แอลกอฮอล์ 7% ที่ใช้วีทมอลต์แบบรมควันเผ็นหลักผสมกับวานิลลาสด บอดี้กลางๆ มีความคั่วๆ ชอคโกแลต ออกครีมมี่หน่อย

ตัวที่สามเป็นสไตล์ Belgian Tripel แอลกอฮอล์ 8.5% ชื่อว่า Finesse

รสหวานนำครับ บอดี้หนาหน่อย มีความแบบฟรุตตี้ ท้ายขมๆ มีความขื่นๆ สากๆ เล็กน้อย

ตัวที่ 4 ชื่อ Finesse Pure Oak Series เป็น Belgian Tripel ที่เอาไปเอจในถัง Bulgarian oak ทำให้มีคาแรคเตอร์ของวานิลลาออกมา รสค่อนข้างมอลตี้ ผสมกับความครีมมี่ น้ำเบียร์ซ่า

สุดท้ายตัวได้ลองเป็นสไตล์ Belgian Strong Dark Ale ชื่อ Embrasse – Peated Oak Aged คือเป็นตัว Embrace ธรรมดาไปเอจในถังวิสกี้ 6. เดือนครับ คาแรคเตอร์ของพีทชัดเจน ผสมกับคั่วๆ และควัน น้ำเบียร์หวาน ซ่า

โรงเปิด Tasting Room วันศุกร์และเสาร์ 14.00-20.00 ครับ หากสนใจ Brewery Tour ก็สามาถติดต่อโดยตรงกับทางโรงผ่านทางเว็บไซต์ได้ มีค่าใช้จ่าย 9.5 ยูโร ได้เบียร์ 4 แก้ว ครับ 

De Dochter van de Korenaar Baarle-Hertog, Belgium
เบอร์ : +32 14 69 98 00
เปิด : วันศุกร์และเสาร์ 14.00-20.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

**ข้อมูลประวัติส่วนใหญ่แปลจากเว็บไซต์ The Dutch Beer Pages ครับ

Similar Posts

  • |

    POPEYE คราฟท์เบียร์บาร์ร้านดัง Tokyo

    ร้าน popeye นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านดังของโตเกียวครับ มีเบียร์สดมากถึง 70 แทป ! จะเยอะอะไรขนาดนั้น โดยจะเป็นทั้งคราฟท์ญี่ปุ่นและเบียร์อิมพอร์ตรวมกันครับ ร้านอยู่แถวสถานี Ryogoku ฝั่งๆ โซนตะวันออกของโตเกียวครับ อยู่ห่างจาก Akihabara แค่ 2 สถานีเท่านั้น ตัวร้านขนาดกลางๆ ประมาณ 3 ห้อง วันที่ไปนี่ลูกค้าแน่นร้านเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานออฟฟิศครับ นอกจากเบียร์แล้ว อาหารของร้านก็ดูน่าอร่อยหลายเมนูเลย มีเมนูที่เป็นกับแกล้มเยอะหน่อย มีหน้านึงเป็นรายการอาหารที่ใช้เบียร์ทำด้วย เสียดายวันที่ไปผมค่อนข้างอิ่ม เลยสั่งมาลองทานเล่นได้แค่อย่างเดียวครับ

  • |

    Beek Geek Bar คราฟท์เบียร์บาร์ – Prague, Czech

    ในทริปยุโรปปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปนอนที่เมือง Prague ประเทศ Czech เป็นเวลา 2 คืนครับ คืนแรกไม่ได้ไปไหน พอคืนทีสองถึงได้มีโอกาสออกไปสำรวจร้านคราฟทเบียร์ครับ ร้านที่ผมไปมีชื่อตรงตัวดีว่า Beer Geek Bar ตัวร้านอยู่ชั้น 1 แล้วมีบันไดลงไปครึ่งชั้น เหมือนลงมาใต้ดินนิดนึงเปิดไฟสว่างดี วันที่ไปน่าจะมีงานครบรอบสองปีของร้านพอดีครับ คนแน่นร้าน เสียงเพลง Red Hot Chili Pepper คลอ เสียงคนเริ่มเมากรึ่มๆ ซักพักมีแก้วแตกด้วย ฮ่าๆ ที่ร้านมีเบียร์สดเยอะถึง 30 แทปเลยครับ เป็นเบียร์นำเข้าประมาณครึ่งนึง อีกครึ่งเป็นเบียร์ท้องถิ่น ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นแบบเบียร์โลกเก่าสไตล์ยุโรป หรือเยอรมัน ปรากฎว่าเค้าทำเป็นสไตล์สมัยใหม่แนวอเมริกันเยอะพอสมควร ที่สำคัญคือเบียร์ราคาถูกมากๆ เบียร์ขวดเล็กนี่ตก 70-80 บาทเท่านั้นครับ

  • |

    Meridian Pint คราฟท์เบียร์บาร์เมือง Arlington, Virginia

    เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปอเมริกาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาครับ เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่มีเสิร์ฟอาหารด้วย ร้านไม่ได้อยู่นอกตัวเมือง Washington แต่ออกมานอกเมือง ข้ามแม่น้ำ Potomac River มายังฝั่งเมือง Arlington ร้านนี้ชื่อว่า Meridian Pint ครับ เดิมทีร้านเคยอยู่ในตัวเมือง Washington เพิ่งย้ายมาเปิดที่นี่ ตัวร้านขนาดใหญ่พอสมควร เป็นร้านที่ครอบครัวมากัน มีลูกเล็กเด็กแดงส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ค่อนข้างเป็นมิตรกับเด็กๆ สำหรับเบียร์ทางร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 24 แทป เป็นเบียร์จากทั่วประเทศ หลากหลายสไตล์ ทั้ง IPA Stout เบียร์เปรี้ยวก็มีนิดหน่อย รวมถึงมีเบียร์ขวดให้ลองอีกราวๆ 20 ชนิดครับ

  • |

    BRUS บาร์ของคราฟท์เบียร์แบรนด์ To Øl Copenhagen

    คราฟท์เบียร์เจ้าดังอีกหนึ่งแบรนด์ของ Denmark นอกจาก Mikkeller ก็คือ To Øl ซึ่งสองแบรนด์นี้ก็จะดีสนิทสนมกลมเกลียวกันดี ออกงานด้วยกัน มีร้านร่วมกัน (Mikkeller & Friends) เบียร์ที่ทำก็เป็นแบบยิปซีเหมือนกัน (ไม่มีโรงต้มเป็นของตัวเอง) ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า แท้จริงแล้ว Tobias Emil Jensen และ Tore Gynther (To Øl) เป็นลูกศิษย์ของ Mikkel (Mikkeller) ที่โรงเรียน Det Fri ใน Copenhagen ทั้ง 3 คนเคยคุยกันว่าทำไมมันมีแต่เบียร์โบราณๆ แบบเดิมๆ ที่น่าเบื่ออยู่มาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่มีอะไรแปลกๆ ตื่นเต้นๆ บ้างเลย สุดท้ายก็เลยลงมือทำเบียร์แบบ Homebrew โดยต้มกันมันในห้องครัวโรงเรียนนี่หละครับ แต่ก็ต้มกันช่วงกลางคืน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า นี่มาเรียนหรือมาต้มเบียร์กันวะ จากนั้นก็อย่างที่รู้กันว่า Mikkeller ก็ดังในระดับสากลในปี 2006…

  • |

    In The Mood For Beer คราฟท์เบียร์ในตรอก เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดกิจการแล้ว ย้ายไปเป็นร้าน My Beer Friend แทนครับ =- ร้านเล็กๆในตรอกแห่งนี้เปิดเฉพาะค่ำคืนวันศุกร์ แต่ละสัปดาห์ก็จะมีคราฟท์เบียร์แบบสด 2 แทปสลับกันมาเสิร์ฟมาให้ลูกค้า เบียร์ขวดก็มีขายด้วยเช่นกันครับ ถ้าใครเป็นแฟนหนังหว่อง กา ไว ก็คงจะรู้ว่าชื่อร้านได้แรงบันดาลใจมาจากหนัง ซึ่งตัวร้านก็มีอารมณ์แบบหว่องๆ เป็นตรอก ไฟสลัวๆ มีโคมไฟจีนสีแดงๆ ลูกค้านั่งดื่ม ยืนดื่มกันง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง วันที่ผมไปมี food truck ชื่อ ‘street larb’ มาจอดแถวๆ หน้าร้านด้วยครับ ขายอาหารทานง่ายๆ ที่ผสมอาหารเหนือเข้าไป อย่างเช่น เบอร์เกอร์ลาบหมู หรือโรลไส้อั่ว

  • aBeer คราฟท์เบียร์บาร์เล็กๆ แจ้งวัฒนะ

    — ร้านย้ายไปซอยคุณวิเวียน ติดโครงการเดิมครับ — ร้านนี้เจอจากหน้าจอ facebook ครับ เปิดๆ ดู เอ้อ ใกล้บ้านดี แวะไปลองซะหน่อย ร้านอยู่ในโครงการ Chaeng Market เยื้องๆ กับ Big C แจ้งวัฒนะ เมื่อก่อนเคยเป็นตึกร้างอยู่เป็นสิบปี ทีนี้เค้าปรับปรุงใหม่ มีร้านเพียบเลย ทั้งร้านเหล้า ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านปิ้งย่าง ร้านเบอรเกอร์ แล้วก็ร้านขายเบียร์นี่หละครับ ร้าน a Beer มีเบียร์สดประมาณ 3-4 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีกแน่นๆ ตู้ ผสมๆกัน ทั้งสายคราฟท์อเมริกาแล้วก็โลกเก่าแถวพวกยุโรปๆ ซึ่งเบียร์อัพเดตดีครับ พอฟัดพอเหวี่ยงกับร้านในเมือง ในเมืองมี ทีนี่ก็มี ราคาก็สูสีกันครับ คนโซนนี้สะดวกเลยครับ วันไหนไม่อยากเข้าเมืองก็มีคราฟท์ดีๆ ให้เลือกดื่มได้


แสดงความคิดเห็น