• |

    Yamaya หม้อไฟ Motsunabe สถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 11.2

    หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเสร็จ กรุปของเราก็แยกย้ายกันไปชอปปิ้งนิดหน่อย ตัวผมแยกไปร้านแผ่นเสียงที่อ่านเจอมา ร้านกลางๆไม่เล็กไม่ใหญ่ แผ่นเยอะเหมือนกัน รื้อๆ ไม่ค่อยเจอถูกใจ พอใกล้เวลาก็เดินทางกลับโรงแรม เพื่อจะออกไปทานข้าวเย็นครับ มื้อนี่ก็เป็นหม้อไฟของขึ้นชื่อของ Fukuoka อีกรอบ ร้านที่ไปวันนี้ชื่อ Yamaya อยู่ใกล้ๆ สถานี Hakata เช่นเคยครับ เดินจากโรงแรมไปไม่ไกลก็ถึง เมนูหลากหลายพอสมควร สั่งหม้อไฟ (Motsu Nabe) มา 1 ชุด แล้วก็สั่งไข่ปลา สั่งปลาย่างมาด้วย วันนี้ไม่ทานเบียร์แต่ลองเป็นเหล้ายุสุแทน หอมดีครับ

  • Zinkid HotDog – ร้านฮ็อทด็อกในซอยอารีย์

    ซอยอารีย์เป็นซอยที่มีร้านรวงมากมายครับ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง ร้านกาแฟ รวมถึงร้านนั่งดื่ม โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบบรรยากาศของซอยนี้คือมันจะไม่หรูหรามาก แต่ก็ดูมีสไตล์ มีคาแรคเตอร์ ร้านโปรดของผมก็อย่างเช่น ปลาดิบ หรือ Salt อาจจะเพราะเคยเป็นโซนที่อยู่อาศัยมานาน หลายๆร้าน ก็จะเป็นบ้านเก่ายุค 70 มารีโนเวตครับ เกริ่นยืดไปหนึ่งย่อหน้า วันนี้ไปลองร้านฮอทด็อกร้านเจ้าฮอตฮิตในตอนนี้ครับ ลงหนังสือลงเว็บหลายแห่งเหมือนกัน ชื่อร้าน Zinkid Hotdog หรืออ่านเป็นไทยว่า สิ้นคิด ฮอทด็อก อยู่บริเวณตรงข้ามซอย อารีย์ 3 อยู่ไม่ไกลร้าน Summer Street ตัวร้านมีอารมณ์ foodtruck อยู่นิดๆ แม้ว่าจะเป็นร้านตั้งโต๊ะครับ ที่นี่จะมีขนมปังให้เลือก 3 แบบคือ ธรรมดา, โฮลวีท และ ขนมปังดำ (ชาร์โคล) ส่วนไส้กรอกวันที่ไปมีอยู่ 5 แบบครับ จุดเด่นของร้านก็คือเราจะสามารถตักทอปปิ้งเองได้ฟรี ซึ่งมีก็หลายหลายชนิดให้เราตักได้เองตามเลย

  • |

    ข้าวลิ้นวัวร้าน Rikyu สถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 11.1

    วันที่ 11 ของทริป วันนี้เดินทางจาก Beppu กลับไปยัง Fukuoka แล้วครับ ออกเดินทางจากสถานี Beppu เกือบๆ 11 โมง ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงสถานี Hakata ที่ Fukuoka ครับ อีกสองวันที่เหลือเรากลับไปพักที่โรงแรมเดิมนั่นก็คือ Hotel Centraza ซึ่งอยู่ติดสถานีเลย ก็ลากกระเป๋าเดินทางหาข้าวกินก่อนเข้าโรงแรม เดินไปเดินมาจนเจอร้าน Rikyu ร้านลิ้นวัวย่างเจ้าดังจาก sendai ครับ อยู่บนชั้น 9 ของตึก Amu Plaza ฝั่งตะวันตกของสถานีครับ (ตึกอยู่บนสถานีเลย) มาถึงร้านคิวยาวพอสมควร รอคิวเกือบ 30 นาทีครับ เข้ามาในร้านก็ลูกค้าแน่นๆ ร้านนี้มีจานขึ้นชื่อคือลิ้นวัวย่าง แต่ก็มีเมนูอื่นๆ ด้วยเช่น สตูว์ลิ้นวัว หรือ แกงกระหรี่ Keema ครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Shiraike, Chinoike และ Tatsumaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.3

    เดินชมไปทั้งหมด 5 บ่อ ( Oniyama, Kamado และ Yama, Umi, Oniishibozu ) ได้เวลาพักทานข้าวก่อนครับ ต้วร้านอยู่เลยจากบ่อ Yama ขึ้นมานิดหน่อย เมนูไม่เยอะ แต่อร่อยดีครับ เป็น จัมปงกับ ดังโงะ อิ่มแล้วเดินต่อไปยังบ่อ Shiraike บ่อนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่น้ำจะเป็นสีขาวเหมือนน้ำนม รอบๆบ่อมีตู้ปลาแสดงอยู่ด้วยครับ เสร็จจากบ่อนี้ ต้องนั่งบัสต่อไปเพราะว่า สองบ่อที่เหลือนั้นอยู่ไกล เดินกันเหนื่อยแน่นอน ขึ้นรถเอาสะดวกกว่าครับ รถจอดที่หน้าบ่อ Chinoike บ่อนี้จะมีสีแดงเลยถูกเรียกว่าบ่อเลือด ที่มีสีแดงก็เนื่องจากดินโคลนบริเวณนี้เป็นสีแดงครับ จากนั้นก็เดินต่อไปยังบ่อสุดท้ายของวันนี้ชื่อว่า Tatsumaki ที่นี่ไม่เชิงเป็นบ่อแต่เป็นน้ำพุร้อนพุ่งๆ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Geyser เหมือนกับที่ New Zealand ที่ผมมีโอกาสไปเมื่อปีก่อนครับ (Lady Knox Geyser) ความเจ๋งของที่นี่คือไม่ต้องใส่อะไรลงไปเร่งให้มันพุ่ง มันจะพุ่งเองเป็นเวลาทุกๆวันครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Yama, Umi และ Oniishibozu – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.2

    ต่อจาก 2 บ่อแรก Oniyama และ Kamado ก็มาต่อบ่อที่ 3 ชื่อ Yama Jigoku บ่อนี้มีจุดเด่นคือมีสัตว์ชนิดต่างๆ เลี้ยงเอาไว้ให้ชมครับ จริงๆ ก็ ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ เพราะสัตว์ก็มีนิดๆหน่อยๆ ไม่ได้มีเยอะอะไรมากมาย บ่อต่อมาบ่อที่ 4 ชื่อว่า Umi บ่อนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มีควันออกมาตลอดเรื่อยๆ แล้วด้านในก็จะมีเรือนกระจกที่นำความร้อน มาควบคุมอุณหภูมิภายใน ให้สามารปลูกพืชเมืองร้อนอย่าง บัว กล้วย กล้วยไม้ และ กระบองเพชร ได้ เราคนไทยมาจากเมืองร้อนก็ไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่ หะหะ บ้านเราเยอะแยะ บ่อที่ 5 ชื่อ Oniishibozu บ่อนี้ตัวบ่อจะเป็นสีเทาๆ เดือดปุดๆ อยู่เรื่อยๆ ครับ ภายในมีอยู่ประมาณ 3-4 บ่อ ขนาดต่างๆ กันไป รอบๆ บ่อนี้มีที่แช่เท้าด้วยเช่นกัน โดยมีพวกพืชตระกูลส้ม ลอยๆ ในน้ำให้มีกลิ่นหอมครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Oniyama และ Kamado – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.1

    เริ่มโปรแกรมวันที่ 2 ในเมือง Beppu ครับ มื้อเช้าทานที่โรงแรม เสร็จแล้วก็เริ่มตะลุยเมืองกัน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของ Beppu ก็คือบ่อน้ำพุร้อนที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมืองนั่นเองครับ โดยมีทั้งหมด 8 บ่อ แต่ละบ่อก็จะมีชื่อแตกต่างกัน แล้วก็มีจุดเด่นแตกต่างกันครับ สำหรับบ่อน้ำพุร้อนนั้นภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า Jigoku(地獄) แปลเป็นไทยว่านรก บางบ่ออยู่ใกล้กันเดินเท้าได้ บางบ่อที่ไกลออกไปต้องนั่งบัสหรือแทกซี่ไปครับ สำหรับบัสนั้นไม่ลำบากเพราะว่าจะมีป้ายอยู่ใกล้ๆ ด้านหน้าของทุกๆ บ่อเลย บ่อแรกที่ไปคือ Oniyama Jigoku (鬼山地獄) จุดเด่นของบ่อนี้ก็คือมีจระเข้เลี้ยงอยู่ครับ ส่วนบ่อต่อมาก็คือ Kamado Jigoku (かまど地獄) แปลว่า เตาอบที่ชื่อนี้เพราะเป็นบ่อที่ใช้ในการปรุงอาหารมาช้านานครับ ซึ่งที่นี่ก็เลยจะมีของกินขายด้วย ด้านในของที่นี่ก็ยังมีบ่อสีแปลกๆอย่าง สีฟ้าและสีแดงอยู่ สีสดดีครับ

  • Bacco ร้านอาหารอิตาเลี่ยน สุขุมวิท 53

    ไปร้านญี่ปุ่น ร้าน Izakaya บ่อยๆ วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนแนวไปทานอาหารฝรั่งอีกครั้งครับ เป็นอาหารอิตาเลียนร้านเก่าแก่เจ้าดัง แต่ผมก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ ชื่อร้านว่า Bacco หรือชื่อเต็มๆว่า Bacco – Osteria da Sergio อยู่ในซอย สุขุมวิท 53 ครับ วันธรรมดาร้านจะเปิดสองช่วงคือมื้อกลางวันและเย็น ส่วนวันหยุดจะเปิดยาวไม่มีพักครับ ตัวร้านเหมือนจะมีสองฝั่ง วันที่ไปเป็นช่วงกลางวัน ลูกค้ายังไม่เยอะมาก บรรยากาศดีครับ ดูอบอุ่น ตกแต่งสวยงามครับ สำหรับอาหารนั้นเมนูก็เยอะกำลังดี พวกพาสต้า พิซซ่า หรือจานเรียกน้ำย่อยก็น่ารับประทานหลายอย่างเลยครับ แต่วันนั้นสมาชิกไม่เยอะเลยต้องสั่งแบบยั้งๆ กลัวทานไม่หมด ขนาดว่างยั้งแล้ว สุดท้ายก็ยังมีต้องใส่กล่องกลับบ้านมาอยู่ดี

  • Hair Of The Dog ร้านคราฟท์เบียร์สถานีเพลินจิต

    3-4 เดือนที่ผ่านมามีภารกิจวุ่นวายนิดหน่อย เลยไม่ค่อยสะดวกเข้ามาอัพเดทร้านใหม่ๆ ในเมืองครับ วันก่อนพอจะมีเวลาเลยเข้ามาแวะดูร้านที่เพิ่งเปิดไม่นานมานี้ ชื่อว่า ‘Hair of the dog’ ครับ Hair of the dog เป็นสำนวนที่แปลว่าถอน(อาการเมาค้าง)ครับ ประโยคเต็มๆ ก็คือ hair of the dog that bit you โดนหมาตัวไหนกัดก็ให้เอาขนมันมาทาแผล เปรียบกันกับถ้าแฮงเหล้าก็ให้กินซ้ำนั่นเอง ตัวร้านอยู่แถวสถานี BTS เพลินจิต ถ้าหันหน้าเข้าตึกมหาทุนพลาซ่าร้าน ร้านจะอยู่ตึกทางฝั่งซ้ายมือ ตอนแรกผมก็เดินๆหาอยู่ว่า เอ อยู่ไหน ที่แท้ร้านอยู่ชั้น 2 ครับ อยู่ด้านบนของร้านอาหาร La Monita เดินขึ้นบันไดข้างๆ ร้านได้เลย ขนาดร้านค่อนข้างเล็ก ตกแต่งด้วยสเตนเลส และปูนเปลือยเป็นหลัก ดูมืดๆ บรรยากาศเหมือนห้องดับจิต ยิ่งมีไฟแบบห้องผ่าตัดยิ่งได้อารมณ์ครับ ที่นี่เสิร์ฟเบียร์สด 13 ตัว มีวนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เบียร์ขวดนั้นมีหลายตัวเหมือนกันครับ สำหรับอาหารนั้น สามารถสั่งขึ้นมาจากร้านด้านล่างได้ครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Sansuikan เมือง Beppu – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.3

    ดูลิงและทานข้าวเสร็จ ก็เดินทางมายังโรงแรมของเราในเมือง Beppu นี่ครับ เราพักกันที่ โรงแรม Sansuikan อยู่ห่างจากสถานี Bppu ประมาณ 4.5 กิโลเมตรครับ จากสถานีวันนี้เรานั่งแทกซี่มาที่โรงแรมเลย ที่นี่เราจะนอน 2 คืนครับ ตัวโรงแรมเป็นตึกแบบโรงแรมทั่วไป แต่ห้องพักที่จองเป็นแบบญี่ปุ่น คือนอนฟูกบนพื้น มีอาหารให้ทั้งมื้อเย็นและเช้า โดยมื้อเย็นจะเป็นแบบไคเซกิ หรือเป็นคอร์สนั่นเองครับ ตอนเช็คอินหรือตอนมาดูห้อง ถ้าเราไม่ทานอะไรให้แจ้งพนักงานไว้ด้วย เค้าจะได้เตรียมอาหารให้เราได้ถูกต้องครับ วันที่ไปพนักงงานพูดอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าไหร่ แต่ก็พอสื่อสารกันได้ครับ อีกอย่างนึงของโรงแรมแบบเรียวกังก็คือจะมีบ่อน้ำร้อนออนเซนให้อาบ ของที่นี่แยกชายหญิงตามปกติ มีโซนเอาท์ดอร์ น้ำร้อนกำลังดีครับ อากาศก็เย็นดี เวลาลงออนเซนนี่ตอนแรกมันจะร้อนสุดๆ ต้องฝืนๆหน่อย ร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ช่างมันเถอะครับ หะหะ