ญี่ปุ่น

  • |

    Tontoro ร้านราเม็งใน Ramen Stadium – Kyushu 2014 ตอนที่ 6.1

    — สาขานี้ปิดแล้วครับ ถ้าอยากชิมต้องไปที่ Kagoshima ครับ — โปรแกรมวันที่ 6 ของทริปคิวชู เป็นวันที่สบายๆ คือเดินเล่นในห้างครับ เป็นห้างที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวก็ด้วยเช่นกันครับ ห้างนี้ก็คือ Canal City Hakata นั่นเอง เป็นห้างที่มีร้านค้าหลากหลาย แบรนด์ที่คนไทยนิยมกันนั้นมีหมด ทั้ง ยูนิโคล มูจิ ABC Mart คุ้นๆว่าเห็นชอปของ Onitsuka tiger แว้บๆด้วย คือมาที่เดียวจบเลย จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือเป็นห้างแบบเปิดโล่ง มีพื้นที่ตรงกลางห้างกว้างๆ ทำให้ดูไม่ตัน และก็มีทางน้ำในห้างตามชื่อ Canal City ด้วยครับ สำหรับอาหารก็มีให้เลือกหลายร้าน หลายชนิด สุดท้า ก็เลือกราเม็งเช่นเคย กินเร็ว อร่อย ถูกปากง่าย โดยที่นี่มีโซนรวมร้านราเม็งอยู่ชื่อโซนว่า Ramen Stadium เป็นการรวมร้านดังๆมาทั้งหมด 8 ร้านครับ คิวยาวพอกันทุกร้าน เห็นร้าน Tontoro นี่เป็นซุปกระดูกหมู ก็เลยเลือกร้านนี้ครับ ตัวร้านจริงๆมีต้นกำเนิดอยู่ที่เมือง Kagoshima ที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชูนี่เอง

  • | |

    IBrew Craft Beer Bar สถานี Tokyo

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน IBrew Craft Beer Bar ครับ (จริงๆไป GoodBeer Faucets ซ้ำอีกที) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมาที่ร้านนี้ ตั้งใจไปร้าน Swan Lake Edo Pub แต่เดินไปถึงหน้าร้านปรากฎว่าดันหยุดพิเศษพอดี ก็เลยเปิดมือถือดูรานอื่นๆที่ save ไว้ มีร้านนี้ที่อยู่ไม่ไกลมาก ตัวร้านมีขนาดเล็กพอสมควรครับ ห้องนิดเดียวแล้วเป็นบาร์รอบๆ น่าจะรองรับลุกค้าได้ประมาณ 10-12 คน คือโซนทำอาหารอยู่กลางร้านเลย ตอนแรกที่เข้าไปผมยังต้องยืนแปะๆ ไม่มีที่นั่ง สักพักมีคนออกถึงได้โต๊ะ แต่ไอ้ความเล็กนี่กลายเป็นจุดเด่นอย่างนึง เพราะระหว่างที่จิบเบียร์ไปนั้น เราก็จะได้ดูพนักงานประกอบอาหารทุกๆจานเลย เห็นขั้นตอนการเตรียม การทอด การหั่น ทำให้เห้นว่าไอ้ตู้เย็น และตอนต่างๆที่แน่นๆ อยู่ข้างล่างนั้น มีฟังก์ชั่นการใช้งานยังไง เป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกันครับ กลับมาที่เรื่องเบียร์ สำหรับร้านนี้จะเน้นคราฟท์เบียร์ของญี่ปุ่นครับ คล้ายๆร้าน Craft Beer Market ซึ่งราคาต่อแก้วก็จะถูกกว่าร้านเบียร์ต่างประเทศ โดยราคาจะอยู่ที่แก้วเล็ก 390 เยน (110 บาท) แก้วใหญ่ 690 เยน (200บาท)

  • | |

    Devil Craft คราฟท์เบียร์และพิซซ่าสไตล์ชิคาโก้ สถานี Kanda

    ร้านที่เบียร์ที่สองของทริปนี้ผมเดินทางไปหลังจากเดินงาน Maker Faire Tokyo เสร็จครับ เพราะว่าอยู่ทางฝั่งตะวันออกของโตเกียว ซึ่งส่วนใหญ่ผมและครอบครัวมักจะพักฝั่งตะวันตกซะมากกว่า (Shinjuku,Ikebukuro) ร้านนี้ชื่อ Devil Craft อยู่ใกล้สถานี Kanda (神田) กันดะ อ่านผ่านๆ เป็นไทยได้ว่า กานดา เหรอ!! ตอนแรกเดินมาถึงร้านก็หวั่นๆ ใจ เพราะดูเล็กและเต็มแล้ว สอบถามพนักงานถึงได้รู้ว่ามีชั้นบนอีกครับ พนักงานบอกเชิญชั้น 3 เลย ระหว่างเดินขึ้นบันไดเจอหนุ่มสาวคู่นึงนั่งอยู่ตรงโต๊ะซึ่งอยู่มันตรงบันไดนั่นหละครับ ใช้พื้นที่คุ้มจริงๆ ได้โต๊ะที่ชั้น 3 ก็สั่งอาหารมารับประทานด้วย ปกติแล้วผมจะทานข้าวร้านนึงก่อนแล้วค่อยมาต่อที่ร้านเบียร์ แต่วันนี้รวบไว้ร้านเดียว คือกินข้าวเย็นไปพร้อมกับเบียร์เลย ซึ่งลองแล้วไม่เวิร์คเพราะมันอิ่มเกินไปครับ ยังไม่ได้ย่อย ก็ต้องกินต่อเลย

  • |

    Craftheads ร้านคราฟท์เบียร์ย่าน Shibuya

    แวะชิมร้านคราฟท์เบียร์ย่าน Shibuya อีกหนึ่งร้านครับ หลังจากที่คราวก่อนแวะไป GoodBeer Faucets แล้ว ทริปนี้ไปลองอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์ครับ ตัวร้านอยู่ทางทิศเหนือของสถานีไปประมาณ 750 เดินเหนื่อยนิดหน่อย ยิ่งช่วงที่ไปเป็นหน้าร้อน ไปถึงร้านเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน ร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ วันที่ไปเป็นเย็นวันศุกร์สิ้นเดือน ช่วงหัวค่ำโต๊ะเต็มหมด เลยต้องยืนแปะๆ อยู่ซักพักใหญ่ๆ กว่าจะมีโต๊ะอื่นออก สุดท้ายถึงได้นั่งบริเวณบาร์ครับ บรรยากาศร้าน Craftheads จะดูมืดๆนิดหน่อย เทียบกับร้านคราฟท์เบียร์ในโตเกียวเจ้าอื่นที่ผมเคยไปมา นอกจากที่ร้านจะมีคราฟท์เบียร์แล้วก็ยังมีขายพวก bourbon อะไรอย่านี้ด้วยครับ เป็นสไตล์แบบอเมริกันๆ สำหรับอาหารที่นี้ก็มีเยอะพอสมควร จะเป็นพวกเบอร์เกอร์ พิซซ่าครับ

  • |

    Tokyo Maker Faire 2015

    ยังไม่ถึงหนึ่งปีดีก็ได้เดินทางมางาน Tokyo Maker Faire อีกครั้งแล้วครับ ปีที่แล้วงานจัดในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน แต่ปีนี้เค้าเลื่อนมาจัดต้นเดือนสิงหาแทนครับ โดยยังจัด 2 วันเช่นเคย เป็นวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 1-2 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนสุดๆของโตเกียวเลยหละครับ เรียกว่าร้อนกว่ากรุงเทพ ทำให้บรรยากาศคราวนี้ไม่ชิลล์เท่าไหร่ครับ ส่วนสถานทีจัดงานยังเป็นที่ Tokyo Big Sight เช่นเคยครับ สำหรับตัวผมและพี่ชายได้มีการเตรียมตัวและเตรียมใจเพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้ว เพราะคราวก่อนพี่ชายลงเครื่องจากไทยแล้วมางานเลย ส่วนผมก็สะลึมสะลือสะโหลสะเหลจากการเดินทางบน Night Bus จาก Osaka มา ทำให้ เดินงานแล้วก็รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง ง่วง อยากกลับโรงแรมนอน คราวนี้เลยบินไปคืนวันพฤหัสบดี ถึงเช้าวันศุกร์ ซึ่งก็เปลี้ยๆ ตามคาดครับ เดินเล่นจนโรงแรมให้เช็คอินได้ก็นอนเอาแรง เพื่อจะมาลุยเต็มที่ในงานวันเสาร์ พอถึงเช้าวันงาน ก็ตื่นสายหน่อย ทานอูด้งแถวโรงแรม แล้วเดินทางไปสถานี Shiodome ด้วยรถสาย Oedo Line เพื่อจะเปลี่ยนไป สาย Yurikamome เดินทางสู่ Tokyo Big Sight…

  • |

    ข้าวหมูทอดร้าน Katsureitsu Tei เมือง Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.4

    หลังจากเดินเล่นจนเย็นที่ปราสาท Kumamoto กรุปเราตัดสินใจทานข้าวที่นี่ก่อนขึ้นรถไฟกลับไปยัง Fukuoka เพราะว่าเริ่มเย็นและหิวแล้ว หิ้วท้องไปจนถึง Fukuoka อาจจะเป็นลมไปก่อน สำหรับร้านที่ไปทานนั้นเป็นร้านยอดนิยมร้านหนึ่งของ Kumamoto มีคนไทยรีวิวไว้เยอะแยะมากมายครับ คะแนนใน Tabelog ก็สูงพอสมควร ร้านนี้ชื่อว่า Katsureitsu Tei (勝烈亭) เป็นร้านข้าวหมูทอด หมูทอดแบบชุบแป้งทอดที่เรียกว่า ทงคัตสึ นั่นเองครับ ไปถึงร้านช่วงหัวค่ำตอนแรกก็ลุ้นว่าจะต้องรอคิวนานไหม สรุปว่าโชคดีได้โต๊ะเลย ร้านนี้มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้สะดวกในการสั่งครับ รายการอาหารก็จะมีหมูสันใน สันนอกแบบธรรมดา และแบบพิเศษ แล้วก็จะมีกุ้งด้วย

  • |

    ศูนย์อาหาร Sakura no baba ใกล้ปราสาท Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.2

    จากบ้านซามูไรก็พยายามจะหาร้านข้าวกิน ตอนแรกไม่อยากกินศูนย์อาหารเท่าไหร่เพราะมันดูไม่เท่ ฮ่าๆ แต่สุดท้ายแล้วมันไม่มีร้านอื่นในระยะใกล้ๆ เนื่องจากเรายังไม่ได้เข้าไปดูในตัวปราสาท Kumamoto เลย ทำให้ต้องยอมทานร้านใน Sakura no baba ศูนย์อาหารขนาดใหญ่ใกล้ตัวปราสาทนั่นเองครับ พอวนๆ ในศูนย์ก็เออ เปลี่ยนใจร้านหลากหลายดี ดูน่าทานหลายอย่าง มีร้านขายของที่ระลึก ขนม ร้านข้าวเพียบ เดินไปส่องๆร้านเนื้อ ดูน่าทาน แต่คิวยาวพอสมควร ด้วยความหิวและเวลาที่มีค่อนข้างจำกัน ก็เลยต้องตัดใจไม่ทาน แล้วใช้วิธีเดินซื้ออาหารแบบทานง่ายๆ เร็วๆ ให้กินท้องไว้ก่อนครับ สุดท้ายได้มาเป็นซาลาเปา ลูกชิ้นทอด แล้วก็ของกินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวนั่นคือโครเกต์หอยเม่นครับ เดินไปเดินมาเจอเบียร์ท้องถิ่น หรือ จิบิรุ เจ้านึง ก็เลยลองซื้อมาทานแกล้มด้วย

  • บ้านซามูไรเมือง Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.1

    วันที่ 4 ของทริป กรุปของเรามุ่งหน้าลงใต้ ไปยังเมือง Kumamoto ครับ Kumamoto อยู่ห่างจาก Fukuoka ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร ถ้านั่งรถไฟก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ โดยสามารถใช้ JR Rail Pass Northern Kyushu ได้ด้วย ที่นี่มี Mascot ประจำเมืองที่หลายคนหน้าจะคุ้นตาก็คือเจ้าหมีดำตัวอ้วน Kumamon นั่นเอง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองก็จะมีปราสาทคุมาโมโต้ ออกจากใจกลางเมืองก็จะมี เขา Aso และ ออนเซ็นที่เมือง Kurokawa ช่วงที่ผมไปนั้น เขา Aso ปิดไม่ให้เข้าไป ก็เลยมีโปรแกรมเที่ยวแค่ในตัวเมืองเท่านั้นครับ ก็เลยมุ่งหน้าไปที่ปราสาท พอซื้อตั๋วก็เป็นตั๋วที่สามารถเยี่ยมชมบ้านซามูไรได้ด้วย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทได้ด้วย ก็เลยยังไม่เข้าปราสาท แต่เดินไปดูบ้านซามูไรก่อนครับ

  • ปราสาท Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานข้าวเสร็จเราเดินกลับมายังปราสาท Kumamoto ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ครับ เดินนิดเดียวถึง ที่นี่จะมีสองส่วนที่เราเดินเข้าไปชมได้ คือป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกและตัวปราสาทหลัก เราเดินไปทางตัวป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกที่มีหอคอย Uto ก่อน จุดเด่นของอาคารนี้คือเป็นของเก่าดั้งเดิม รอดจากการถูกเผาทำลายในปี 1877 ด้านในก็จะมีชิ้นส่วนต่างๆของอาคารแสดงไว้ให้ชมครับ พอลงมาจากหอคอยก็มีการแสดงอยู่ที่ลานด้านหลังปราสาทพอดี ก็จะเป็นการเต้นๆ สู้รบๆ คล้ายๆ รำกระบี่กระบองบ้านเรา แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน แสดงเสร็จนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและชาวต่างชาติก็รุมของถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน เสร็จจากตรงนี้เราก็เดินลอดอุโมงค์ขนาดใหญ่ไปด้านของปราสาทกัน ด้านในตัวปราสาทจะมีแบบจำลองและประวัติความเป็นมาของปราสาทให้ดู พอเดินขึ้นจนถึงด้านบนก็จะเห็นวิวตัวเมือง Kumamoto จะมุมสูง รอบๆด้านครับ