ญี่ปุ่น

  • |

    Stella Marise ห้องอาหารสุดหรูบนโรงแรม Loisir Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 3.2

    เดินทางจากซัปโปโรมา 1.45 ชั่วโมง เราก็มาถึงเมือง Asahikawa (旭川) เมืองอาซาฮิกาว่าอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซัปโปโรประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นอีกเมืองที่นักท่องนิยมมาพักเพราะสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่นๆได้สะดวก ด้วยความที่อยู่กลางๆ เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ตัวเมืองไม่ใหญ่มาก อารมณ์เหมือนเมืองใหญ่ตามต่างจังหวัดบ้านเรา มีห้างร้านนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เจริญมาก ทริปนี้เราพักอยู่ Asahikawa เป็นหลักเลยครับ

  • |

    Mikuni อาหารฝรั่งเศสเชฟดังบนสถานี JR Sapporo – Hokkaido ตอนที่ 3.1

    โปรแกรมของวันนี้คือเดินทางไปยังเมือง Asahikawa ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซัปโปโรไปประมาณ 140 กิโลเมตร เดินทางประมาณ 1.45 ชั่วโมง เราจองรถไฟเที่ยวบ่ายๆไว้ กลางวันเลยกินแถวสถานี JR ร้านที่ไปวันนี้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส อาหารจะเป็นคอร์ส โดยตอนกลางวันจะถูกกว่ามื้อเย็น ไม่แน่ใจว่าถ้าไม่กินเป็นคอร์ส จะสามารถสั่งเป็นจานๆได้รึเปล่า ร้านนี้มีชื่อว่า Mikuni (ミクニ) ซึ่งมาจากชื่อเชฟนั่นเอง (เชฟชื่อ Kiyomi Mikuni きよみ みくに )

  • |

    กินปิ้งย่างแกล้มเบียร์ที่ Sapporo Bier Garten – Hokkaido ตอนที่ 2.3

    เดินทางกลับมาจากโอตารุ เราก็กลับไปโรงแรมเก็บข้าวเก้บของ แล้วก็ออกมากินข้าวเย็นกัน วันนี้เราจะไปกินกันที่โรงเบียร์ซัปโปโร ที่นี่เราเคยมาแล้วเมื่อคราวก่อน แต่เราไม่รู้ว่าเค้ามีขายอาหารแบบนี้ด้วย คราวนั้นมาเดินดูขั้นตอนการผลิตเบียร์ในโรงงาน แล้วก็ชิมๆเบียร์อย่างเดียว จริงๆที่นี่มีโซนอาหารด้วย ซึ่งมีหลายส่วน วันนี้เราจะทานกันที่ฮอลล์หลังของ Sapporo Bier Garten (Sapporo Beer Garden) โดยที่นี่สามารถสั่งเป็นบุฟเฟต์ก็ได้ แต่ตอนเราไปเราสั่งแยกเป็นจานๆ

  • |

    เดินเล่นกินโน่นกินนี่ที่ Otaru – Hokkaido ตอนที่ 2.2

    พออิ่มท้องจากร้าน Masa Zushi แล้ว เราก็มาเดินเล่นเมืองโอตารุกันต่อ ซึ่งส่วนมากคนก็จะไปเดินกันที่ถนน Sakaimachi กัน แต่เราแอบนอกเส้นทางไปแวะที่โรงเบียร์โอตารุก่อน โดยระหว่างทางก็จะผ่านคลองโอตารุ ซึ่งสะพานในรูปก็เป็นมุมยอดนิยม ดังนั้นถ้าว่างอยู่ก็ควรรีบถ่าย เพราะบางที อาจจะมีนักเรียนมายืนถ่ายรูปหมู่ทั้งห้อง จากสะพานไปไม่ไกลก็ถึงโรงเบียร์โอตารุ

  • |

    Masa Zushi ที่ Otaru – Hokkaido ตอนที่ 2.1

    วันที่สองของทริปเราเดินทางออกตัวเมือง Sapporo ไปเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งคือเมือง Otaru ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 45 นาทีเท่านั้น Otaru เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านซูชิ เครื่องแก้ว หีบเพลง อาหารทะเลต่างๆ อย่างในการ์ตูนไอ้หนูซูชิ บ้านของพระเอกก็อยู่ที่นี่ เราเคยมาเมื่อ3-4ปีก่อน ตอนนั้นมาตอนหน้าหนาว หนาวมาก หิมะลง จำสภาพเมืองไม่ได้เลย จำได้ว่าหิมะลงหนัก มืดมองไม่ค่อยเห็นอะไร มีคุ้นในหัวก็คือภาพรางๆของคลองโอตารุ มาคราวนี้ถึงตั้งแต่ช่วงสายๆ เลยได้ดูเมืองอย่างชัดเจนเสียที

  • |

    Shirakaba Sansou Ramen (白樺山荘) บนตึก ESTA – Hokkaido ตอนที่ 1.2

    หลังจากทานราเม็งที่ร้าน Ajisai เสร็จเราก็เดินทางจากสนามบิน Chitose มาที่ตัวเมือง Sapporo ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็มาถึงสถานี JR Sapporo เดินต่อไปโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เราพักกันที่โรงแรม Hotel Monterey Sapporo โรงแรมสะอาดสะอ้าน โลเคชันดีพอสมควร คือเดินนิดเดียวก็ถึงสถานี JR Sapporo ซึ่ง สถานี Sapporo นี่ก็มีร้านรวงเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างเช่น Bic camera Muji Uniqlo Starbucks หรือ Yodobashi ก็อยู่ไม่ไกลนักพอเดินได้ ห้องค่อนข้างเล็กตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่น แต่สวยงามมีดีไซน์ เค้าจะออกแบบให้ดูแนวฝรั่งๆหน่อย เคยไปที่ Osaka ตอนปี 2554 พักโรงแรมในเครือนี้ การตกแต่งก็คล้ายกันเลย

  • |

    ถึงสนามบิน แวะชิม Ajisai Ramen – Hokkaido ตอนที่ 1.1

    ทริปนี้นับเป็นทริปแรกของปี 2556 หลังจากที่เราไป ปารีส/บูดาเปสต์ เมื่อปลายปี 2555 โปรแกรมของทริปนี้จะเป็นการเที่ยวบนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) อย่างเดียว โดยพักอยู่ที่ 2 เมืองคือ ซัปโปโร (Sapporo)และ อาซาฮิคาว่า (Asahikawa) การจอที่พักนั้นเราจองผ่านเว็บไซต์ Japanican ทั้งสองที่ การเดินทางระหว่างทริปนั้นที่ซัปโปโรจะใช้รถไฟและแทกซี่ ส่วนที่ อาซาฮิคาว่าจะเช่ารถเอา ส่วนเครื่องบินที่เดินทางไปนั้นเป็นของการบินไทย บินตรงไปลงสนาม ชิโตะเสะ(Chitose) เลย ซึ่งเส้นทางนี้เพิ่งเปิดมาไม่นานมากนัก ไฟลท์ที่บินจะบินออกจากบ้านเรากลางคืนไปถึงเช้าที่ญี่ปุ่น เวลาบินจะมากกว่าไปลงโตเกียวราวๆ 1 ชั่วโมง คือประมาณ 6.30-7.00 ชั่วโมง วันที่ออกเดินทางมีปัญหาตอนเช็คอินนิดหน่อยคือพี่ชายลืมเอาบัตรเครดิตที่ใช้จองตั๋วมา ทำให้ออกตั๋วไม่ได้ สรุปว่าต้อง cancel ตั๋วเดิมแล้วจองตั๋วใหม่ด้วยบัตรเครดิตอีกใบ บนเครื่องถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีอาหารเสิร์ฟแค่มื้อเช้ามื้อเดียว

  • พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum) – osaka ตอนที่ 8.1

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เมืองฮิโรชิม่าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยสาเหตุอันน่าเศร้าสะเทือนใจที่สุด นับเป็นเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายทารุณ ส่วนตัวคิดว่ามันเลวร้ายไม่น้อยไปกว่าการทรมาณ การรมแกสที่ Auschwitz เลย คือคนเรามันจะอำมหิตอะไรกันได้ขนาดนั้น เหตุการณ์ที่ว่าก็คือการทิ้งระเบิดปรมาณู Little Boy ที่ ฮิโรชิม่า ในตอนเช้าวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ในตอนปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้น 3 วัน (9 สิงหาคม)ก็ไปทิ้ง Fatman ที่ นางาซากิ 15 สิงหาคม 1945 ญี่ปุ่นก็ยอมแพ้ ความเป็นจริงในสงครามมันก็คงโหดพอกันทั้ง 2 ฝ่าย (สัมพันธมิตรและอักษะ) วันนี้เราไปดูความโหดของ อเมริกาแล้วกัน พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum) อยู่ไม่ไกลจากตรงที่ระเบิดลงเลย ไม่มีรูปด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เพราวันที่ไปฝนตก เลยรีบวิ่งเข้าในอาคาร

  • ดูไฟคริสมาสต์บนถนน Heiwa Odori ที่ hiroshima – osaka ตอนที่ 7.4

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – ออกจาก chiichan ก็เดินๆย่อยกลับโรงแรม ช่วงที่เป็นไปคริสมาสต์พอดี ทุกเมืองๆก็จะประดับประดาไฟสวยงามกัน โดยตั้งชื่องานประมาณนี้ Hiroshima Illuminations ถ้าเป็นที่เปลี่ยนก็เปลี่ยนชื่อข้างหน้าแค่นั้นหละครับ ถนนที่มีเส้นที่จะมีงานแสดงไฟสวยงามนี่ก็คือถนน Heiwa Odori (平和大通) ซึ่งก็ เดินรวมๆ 1 กิโลจากร้าน chiichan ถึง โรงแรม Hotel Sunroute