ปลาดิบ

  • |

    Sushi Zanmai ซูชิร้านดัง สาขา Shimbashi

    ร้าน Sushi Zanmai เรียกว่าเป็นร้านเชนหลายสาขาที่ดังเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น โดยคุณ Kiyoshi Kimura เจ้าของนั้นมักจะมีข่าวประมูลปลาทูน่าราคาแพงๆ จนดังทั่วโลกเป็นประจำครับ นอกจากนี้ สองสามปีก่อนยังมีข่าวไปสอนโจรสลัดจับโซมาเลียจับทูน่าอีกด้วย เรียกว่าการตลาดดีจริงๆ ครับ สำหรับสาขาที่ผมไปลองนั้นเป็นสาขา Shimbashi สาขานี้เปิด 24 ชั่วโมงครับ ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ มีชั้นสองด้วย ที่ชั้นแรกเข้ามาจะเจอเคาเตอร์อยู่ฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะนั่ง ประมาณ 7-8 โต๊ะ ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าจะมีที่ไหมเพราะเป็นคืนวันที่ 31 ธันวาคม ปรากฎว่ารอไม่นานครับ ได้โต๊ะตรงกลางร้านเลยครับ ที่นี่มีเมนูภาษาอังกฤษ โดยเมนูค่อนข้างหลากหลาย ถึงจะเป็นร้านเชนแต่ก็มีพวกซุปปู อังกิโมะ (ตับปลางัว) ชิราโคะก็มีครับ สั่งเสร็จรอค่อนข้างนานพอสมควร เพราะลูกค้านี่เต็มร้าน มีบางเมนูเค้าลืมด้วย ต้องทวงไป พนักงานมาขอโทษบอกว่าลืม

  • |

    Hanamaru Sushi ซูชิสายพานเจ้าดัง สาขา Kitte สถานี Tokyo

    ซูชิสายพานร้านนี้ ‘Nemuro Hanamaru’ เป็นร้านที่ตั้งใจจะมาทานตั้งแต่วันแรกครับ แต่พอมาถึง โอโห้ คิวยาวขนาดนี้ ยอมแพ้เลย คราวนี้กลับไปอีกทีช่วงบ่ายสามโมงคิวก็สั้นลงเล็กน้อย แต่ก็ยังใช้เวลารอประมาณครึ่งชั่วโมงครับ พอตอนสามโมงครึ่งนี่ไม่มีคิวเลย Hanamaru เป็นร้านเชนอีกหนึ่งร้านครับ มีต้นกำเนิดจาก Hokkaido มีสาขาที่ Hokkaido อยู่ 10 ร้าน ส่วนในโตเกียวมี 3 ร้าน เป็นร้าน Kaiten Sushi (ซูชิสายพาน) 2 ร้านอีกร้านเป็น standing bar สาขาที่ผมไปนี่คืออยู่ในตึก Kitte เป็นห้างสรรพสินค้าใกล้สถานี Tokyo ครับ บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างโช้งเช้งนิดหน่อย พนักงานพาเราเข้าไปนั่งโต๊ะฝั่งซ้ายของสายพานครับ โดยเราอยากทานจานไหนก็หยิบลงมา หรือถ้าอยากทานเมนูที่ไม่ได้วนอยู่ในราง ก็สามารถสั่งกับพนักงานได้ ซึ่งเค้าสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรครับ ไม่มีปัญหาในการสั่ง

  • Muteki อาหารญี่ปุ่นร้านอร่อยตึก Empire Tower – สาธร

    วันก่อนมีโอกาสเข้าไปทำธุระแถวสาธรครับ เสร็จธุระช่วงเที่ยงพอดี เลยลองหาร้านข้าวดู ตอนแรกว่าจะไปลองเย็นตาโฟแถวนั้น ไปๆ มาๆ เปิดเจอร้าน Muteki นี่ ก็เลยเปลี่ยนแผนกระทันครับ ร้าน Muteki เป็นเจ้าของเดียวกับร้าน Mugendai ร้านซูชิเจ้าดังที่ได้รับความนิยมเมื่อซัก 4-5 ปีก่อน (อยู่ที่ซอยทองหล่อ) ส่วนร้าน Muteki นี่มีหลายสาขาหน่อย สาขาที่ผมไปลองอยู่ในตัวอาคาร Empire Tower ซึ่งเป็นออฟฟิศ ช่วงเที่ยงพนักงานออฟฟิศเลยแน่นร้านพอสมควรครับ รายการอาหารของทางร้านจะค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งซูชิ ซาชิมิ โรล สลัด ข้าวหน้าต่างๆ (Donburi, Chirashi) เมนูเส้นก็มี ขนมก็มีเยอะครับ กาแฟยังมีเลย คือเมนูค่อนข้างหลากหลาย พวกอาหารจานเดียวก็เยอะเหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศมาทานเป็นมื้อเที่ยง สะดวกดี

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป

  • Aji ร้าน Izakaya เอกมัย

    เหมือนอย่างเคยเคยทุกปีที่ช่วงสงกรานต์ ผมกับที่บ้านจะเข้าเมืองไปหาอะไรทาน เพราะว่ารถน้อย ขับแป๊บเดียวก็ถึงร้านครับ ปีนี้กลับไปร้านโปรดอีกร้าน Aji ร้านอาหารญี่ปุ่นบนชั้น Big C เอกมัยครับ ร้านนี้มาหลายทีแล้ว เคยเขียนถึงตั้งแต่ blog เก่าจน blog นั้นหายไป เลยขอเขียนถึงอีกที ตอนนี้เค้ามีสามร้านแล้วคือที่ ชั้น 1 Big C เอกมัยเหมือนกัน และสาขาใหม่ที เซ็นทรัล พระราม 9 ครับ ร้าน Aji นี่เมนูเยอะมาก ทั้งแบบกินเป็นกับแกล้ม หม้อไฟ ของทอด โอเด้ง เซ็ตอาหารกลางวัน คือเรียกว่ามีหมดเลย แล้วก็น่าอร่อยหลายเมนูเลยหละครับ

  • |

    Pintokona ร้านซูชิที่ Roppongi Hills

    วันที่ 2 ของทริปไม่มีโปรแกรมเป็นพิเศษครับ สายๆก็เดินจากที่พัก Airbnb มาแถว Roppongi Hills วันนี้มีจัดงานแจกเบียร์ Premium Malts ของ Suntory อยู่ แต่คนเยอะมากเลยไม่ได้เข้าแถวกับเค้าด้วยครับ พอสายๆ เริ่มหิว เพราะข้าวเช้าทานมาแบบแค่รองท้อง ก็เลยลงบันไดเลื่อนมาชั้นล่างสุดของตึก Metro Hat จะเป็นร้านอาหารหลายร้านครับ มื้อเลือกทานซูชิสายพานชื่อร้าน Pintokona เป็นซูชิสายพานก็จริงแต่คุณภาพค่อนข้างโอเคครับ รอคิวแป๊บนึงก็เข้าได้เข้าไปในร้าน ถอดรองเท้าใส่ตู้เก็บ พนักงานก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในครับ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี เมนูภาษาอังกฤษก็มีครับ สามารถหยิบจากสายพานได้เลย หรือ อยากทานเมนูไหนก็สั่งที่พนักงานได้เช่นกัน บนโต๊ะมีก๊อกน้ำร้อนเอาไว้ชงชาได้ด้วยครับ

  • |

    Tarafuku ร้าน Izakaya ใน Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 8.3

    ข้าวเย็นวันที่ 2 ใน Nagasaki ก็เป็นสไตล์  Izakaya อีกเช่นเคยครับ ร้านชื่อ Tarafuku อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม Richmond Hotel Nagasaki มากเท่าไหร่ ปรมาณ 240 เมตรเองครับ ร้านนี้มาดูตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ลูกค้าเต็ม ก็เลยจองไว้แล้วมาใหม่ในวันนี้แทน ซึ่งก็ลูกค้าเต็มเช่นเคย ถ้าไม่ได้จองมาก็อดแน่นอน ถ้าอยากลองร้านนี้แนะนำว่าต้องมาจองไว้ก่อนครับ ภายในร้านจะส่วนที่เป็นเคาเตอร์นั่งติดกับพ่อครัว และส่วนที่เป็นห้อง ผมมาจองไว้ก็เลยได้เป็นห้องครับ แต่ก็เป็นห้องไม่ใหญ่นะครับ และก็ยังมีโต๊ะคนญี่ปุ่นเล็กๆ นั่งอยู่ด้วยกันด้วย สำหรับที่นี่เมนูภาษาอังกฤษไม่มีต้องใช้วิธีเปิดรูปในเว็บและแอบดูโต๊ะอื่นบวกกับภาษามือในการสั่งอาหารครับ

  • Zakoya ร้าน Izakaya ใน Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.2

    เดินทางกลับมาจาก Glover Garden ก็ถึงเวลาข้าวเย็น (จริงเลยเวลาไปนิดด้วยซ้ำ) ตัวเลือกมีไม่มากครับวันนี้ เพราะว่าเป้นวันขึ้นปีใหม่ หลายๆ ร้านยังปิดอยู่ ลองเปิดดูใน tabelog foursquare ก็พยายามหาว่าร้านไหนพอดูน่าทานบ้าง สุดท้ายมาลงเอยที่ร้านนี้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมของผมเลยครับ คือมันเป็นตรอกเล็กๆ เดินข้ามปุ๊บเป็นร้านเลย ร้านนี้เจอจาก tabelog เช่นเคย ดูเมนูแล้วก็เป็นพวก Izakaya เน้นเมนูปลาต่างๆ หน้าร้านมีตู้ปลาโชวความสดกันเลย นอกจากเมนูปลา ก็พอมีอาหารอย่างอื่นๆบ้างครับ เช่น พวก ยากิโทริ อะไรงี้ เข้ามาในร้านก็ต้องรอคิวแป๊บนึง อย่างที่บอกว่าหลายร้านปิดทำให้ลูกค้าต้องมาออๆกันในร้านที่เปิด สักพักก็ได้โต๊ะ ร้านนี้จะเป็นห้องๆ ส่วนตัวพอสมควร ถ้าโต๊ะที่ไม่มีห้องก็ยังมีม่านบังตา ดึงลงมาปิดได้ครับ

  • |

    Kisaichi ร้าน Izakaya ในเกียวโต – Japan Nov14 ตอนที่ 1.3

    เราเดินทางกลับจาก การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด Shakudoji โดยการนั่งรถไฟมากลับมาลงสถานี Kyoto ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กลับมาถึงก็เดินไปร้านอาหารที่เตรียมเอาไว้ ในใจมี 2 ตัวเลือก คือเนื้อย่าง ยากินิคุ กับ Izakaya สุดท้ายสมาชิกเลือก Izakaya กัน จากสถานีเดินประมาณ 500 เมตรขึ้นไปทางทิศเหนือ ตัวร้านนั้นจะอยู่ในตรอกมืดๆหน่อย แต่ไม่อันตรายครับ ร้านนี้ชื่อว่า Kisaichi きさいち เป็นร้านที่มีแต่เคาท์เตอร์ นั่งรอบๆ พ่อครัว(เจ้าของ)ก็จะอยู่ข้างใน สำหรับร้านนี้นั้นไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ น้องสาวจึงได้ใช้ความสามารถจากการเรียนภาษาญี่ปุ่นมา อ่านเมนู + เดาๆ เอา พร้อมกับเปิดรูปในเว็บจนสั่งได้เรียบร้อยครับ ระหว่างทานน้องสาวก็พอฟังออก ดูเหมือนเจ้าของร้านกับลูกค้าจะคุยๆ กันตื่นเต้นที่นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้ามาที่ร้านเค้าได้ด้วย หะหะ