| |

รีวิว Business Class สายการบิน Japan Airlines กรุงเทพ -โตเกียว (ฮาเนดะ)

ถ้าไป Tokyo ผมมักจะเลือกไปลงที่สนามบิน Haneda ครับ เพราะใกล้ตัวเมืองเดินทางค่อนข้างง่ายและใช้เวลาน้อยกว่า Narita คราวนี้มีธุระต้องไป ลองเปิดดูก็มี Japan Airlines เจ้าโปรดของผม แถม Business Class สำหรับเส้นทางนี้เป็นแบบใหม่ SkySuite III ที่เพิ่งได้รางวัล Good Design Award 2016 มาด้วย เลยขอลองซะหน่อยครับ

ไฟลท์ที่ไปเป็นไฟลท์เช้า JL 32 ออกจากไทย 9.45  เครื่องเป็น Boeing 777 200-ER ครับ บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะไปถึงก็เย็นแล้ว แต่ส่วนตัวชอบบินกลางวัน เพราะไม่ง่วง ทำนู่นทำนี่ได้นิดหน่อย แต่ถ้าฟิตนอนบนเครื่องไปถึงเที่ยวเลยก็จะมีไฟลท์สี่ทุ่มครับ (JL034 แบบทริปปีที่แล้ว)

ผมมาถึงสุวรรณภูมิประมาณ 7 โมงนิดๆ เช็คอินและดรอปกระเป๋าที่แถว R ครับ คนยังไม่เยอะมาก เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปนั่งพักที่ Sakura Lounge ประมาณ 9.15 ก็ boarding ที่เกต F5 ครับ

jalbiz_027
เคาท์เตอร์ JAL อยู่ที่แถว R ครับ
jalbiz_028
ได้บัตร Premium Lane ตอนตรวจก่อนออกประเทศ
jalbiz_030
ออกจาก Sakura Lounge มาขึ้นเครื่องที่เกต F5 ครับ
jalbiz_029
บินไปกับลำนี้
jalbiz_031
เป็น Boeing 777-200 ER ไฟลท์ JL 032 ครับ
jalbiz_000
คือตอนจองเห็นรูปนี้ สวยงามมาก เป็นหนึ่งในส่วนของการตัดสินใจบินไฟลท์นี้ (ภาพจาก www.jal.co.jp)
jalbiz_042
บรรยากาศจริงภายในชั้น Business Class แบบ Sky Suite III ครับ สีโทน ครีม ดำ ขาว สวยงามครับจัดเรียงแถวแบบ 1-2-1
jalbiz_050
ผมได้นั่งแถวหน้าหมายเลข 1K ฝั่งขวาติดริมกระจกครับ ตอนแรกได้ตรงกลาง แต่มาขอเปลี่ยนกับพนักงานที่เคาท์เจอร์ตอนเช็คอิน
jalbiz_002
หน้าจอใหญ่ดี ไม่คมชัดมาก ปรับให้ยื่นออกมาไม่ได้ครับ
jalbiz_003
โต๊ะรับประทานอาหาร
jalbiz_004
กดออกมาเป็นแบบนี้
jalbiz_006
ปุ่มปรับเก้าอี้
jalbiz_007
อุปกรณ์ควบคุมและไฟ LED อ่านหนังสือครับ
jalbiz_009
ช่องเก็บหูฟัง ปลั๊กไฟ usb port
jalbiz_010
เปิดออกมามีกระจกครับ
jalbiz_011
ด้านในที่เก็บ
jalbiz_012
ที่วางแขน สามารถเปิดได้
jalbiz_044
หูฟังเป็นของ Panasonic ครับ
jalbiz_005
นิตยสารและคู่มือต่างๆ
jalbiz_038
เอกสารแนะนำ Sky Suite III
jalbiz_039
เอกสารแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ครับ
jalbiz_041
เอกสารแนะนำเครื่องรุ่น 777-200
jalbiz_040
Wi-Fi ไม่ฟรีครับ เสียเงิน
jalbiz_014
แชมเปญมาเสิร์ฟ
jalbiz_015
ถั่วและนัตโตะแห้งครับ
jalbiz_016
เพิ่งเคยกินนัตโตะแห้ง อร่อยเค็มมันดี ไม่กลิ่นแรงเหมือนแบบสดด้วย ชอบเลยครับ
jalbiz_032
รายการอาหาร
jalbiz_033
รายการอาหาร
jalbiz_034
รายการอาหาร
jalbiz_035
รายการอาหาร
jalbiz_036
รายการอาหาร
jalbiz_037
รายการอาหาร
jalbiz_017
สตาร์เตอร์มาเป็น ตาร์ตินไก่และเห็ดทรัฟเฟิลดำ ขนมปังนุ่มหวาน อุ่นๆ
jalbiz_018
ทาร์ทีนมีรสสัมผัสแบบหมูยอ ฮ่าๆ นุ่มเย็นเ มีทรัฟเฟิลอยู่ข้างในครับ ผักที่เสิร์ฟมาด้วยกรอบเย็น
jalbiz_019
จานหลักผมทานเป็นเนื้อตุ๋น นุ่มดีมาก รสกลมกล่อม มันบดเนียนๆ รสกระเทียมๆ
jalbiz_020
เสิร์ฟมากับข้าวญี่ปุ่น อ้วนนุ่ม อุ่น เหนียวดีครับ
jalbiz_021
ทานกับไวน์แดงครับ
jalbiz_023
ขนมหวานเป็นพุดดิ้งมะม่วงเนียนๆ นุ่มๆ หวาน
jalbiz_024
ปิดท้ายด้วยชาเขียวล้างปากดี ร้อนสะใจ
jalbiz_025
นั่งดูหนังเรื่อง Midnight Diner (Shinya shokudo) สนุกดี เป็นหนังที่ทำมาจากซีรีย์ครับ เรื่องเกี่ยวกับร้านที่เปิดตอนเที่ยงคืน พระเอกเป็นกุ๊กเจ้าของร้าน เรื่องราวก็จะเป็นเรื่องของลูกค้าที่มาในร้าน กลับมาอยากหาแบบซีรีย์ดูเลย
jalbiz_046
ย่อยเรียบร้อยลองปรับเก้าอี้เป็น 180 องศาดู นอนสบายดีครับ
jalbiz_047
เดินสำรวจที่นั่งอื่นๆ แถวหลังๆ ตรงกลาง ยังพอว่างครับ
jalbiz_048
แถวกลางจากมุมด้านหลัง
jalbiz_049
สามารถหยิบขนมและเครื่องดื่มเพิ่มเองได้
jalbiz_026
พนักงานเอาไอศครีมมาให้ตอนดูหนังครับ
jalbiz_043
แวะไปชมในห้องน้ำหน่อย มีปุ่มกดล้างก้นแบบออโต้สไตล์ญี่ปุ่นด้วยครับ
jalbiz_051
แลนดิ้งที่ haneda เรียบร้อยครับ ลงมาฟ้ามืดแม้ว่าจะเพิ่ง 5 โมงครึ่ง

สำหรับขากลับ ผมเลือกเป็น JL 033 ไฟลท์กลางคืน ออกเดินทางเที่ยงคืนครึ่งครับ กินข้าวเย็นมาจากในเมืองจนอิ่มแล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นรถไฟสาย Keikyu จาก Shinagawa มาลงที่ สนามบิน Haneda โหลดกระเป๋าแล้วก็ไปนั่ง Sakura Lounge ที่นี่ใหญ่ดี อาหารเยอะแต่ผมกินไม่ไหวแล้วครับ เกือบๆ เที่ยงคืนก็มาที่เกต

เครื่องเป็น Boeing 777-200ER เหมือนเดิม ขากลับผมลองนั่งตรงกลางดูบ้าง เป็นที่นั่งเบอร์ 5G พอนั่งตรงกลางมันให้ความรู้สึกว่าแคบกว่านิดหน่อย แต่จริงๆ มันน่าจะพอกันครับ เที่ยวนี้มีแอร์โฮสเตสเป็นคนไทยเยอะ น่ารักๆ ตามสไตล์ JAL (ขามาเจอแต่คนญี่ปุ่น)

jalbiz_053
ที่นั่งเบอร์ 5G
jalbiz_054
มีแผ่นกั้นสองฝั่ง
jalbiz_055
ขึ้นบินซักพักก็มีอาหารว่างเสิร์ฟ เป็นทาร์ทาร์ปลาแซลมอน เค็มๆ มันๆ ไข่กวน รสละมุน ดอกกระหล่ำปั่นครีมๆ และก็ลูกพลัม หนึบๆแปะด้วยแฮมสดเค็มผสมหวาน
jalbiz_056
จิบไวน์แดงให้ง่วงจะได้หลับ
jalbiz_057
รายการอาหาร
jalbiz_058
รายการอาหาร
jalbiz_059
รายการอาหาร
jalbiz_060
รายการอาหาร
jalbiz_061
ตื่นมาทานข้าวตอนตีสี่เกือบตีห้า ง่วงน่าดู ผมทานเป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่น มีปลาทูน่าแปะมาบนเต้าหู้มีรสยุสุและรสเผ็ดๆ เต้าหู้นมสดเย็นๆ แปะไข่แซลมอนอร่อย ปลาซันมะทื่อๆ ไก่เย็นๆ ไม่ค่อยอร่อยเหมือนกัน มีผักดองเปรี้ยวๆ รสเลมอนแปะๆ จานหลักเต้าหู้เค็มๆ เมือกๆ อร่อยดี ปลาเป็นลิ่มๆ อร่อย สดดี ข้าวแข็งไปหน่อย มีนัตโตะให้ด้วย รสอ่อนไม่โหดมากครับ
jalbiz_062
ปิดมื้อด้วยกาแฟดำ

เครื่องลงถึงไทยประมาณเกือบหกโมงเช้าครับ หลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ มึนๆ ง่วงๆ ออกมาก็ขึ้น Uber กลับบ้าน เช้าขนาดนี้ ราคาไม่แพงครับสำหรับ UberX

โดยรวมประทับใจเลยครับ บริการดี เครื่องใหม่ดี อาหารดี เลาจน์ก็โอเคเลย คิดว่าน่าจะมีโอกาสใช้บริการซ้ำอีกครับ

Similar Posts

  • |

    Beer Inn Mugishutei คราฟท์เบียร์บาร์ชั้นใต้ดิน – Sapporo

    สุดสัปดาห์ก่อนมีโอกาสแวะไปเที่ยวที่ Hokkaido มาครับ ช่วงต้นของทริปออกไปเมือง Asahikawa ซึ่งอยู่เหนือจาก Sapporo ไปนิดหน่อย ที่นั่นไม่มีร้านคราฟท์เบียร์เลย ผมใช้วิธีสั่งออนไลน์ไปส่งไว้ที่โรงแรม ทำให้มีคราฟท์เบียร์ดื่มทุกคืนครับ พอช่วงท้ายของทริปกลับมานอนที่ Sapporo สองคืน ก็เลยได้แวะไปร้านคราฟท์เบียร์ที่จดไว้คืนละ 1 ร้าน ร้านแรกที่ไปมีชื่อว่า Beer Inn Mugishutei อยู่ห่างจากโซน Susukino ลงมาทางทิศใต้ครับ ถ้ามารถไฟใต้ดินให้ลงสถานี Nakajima Koen ครับ ด้านหน้าร้านดูเรียบๆ ไม่มีอะไร เดินลงชั้นใต้ดินไปก็จะเจอกับฐานลับที่ตกแต่งร้านด้วยขวดและกระป๋องเบียร์จำนวนมหาศาลทั่วร้าน เป็นเบียร์ที่คุณ Phred เจ้าของร้านแฟนเบียร์ดื่มและนำมาตกแต่ง แกเกิดที่ Hollywood แต่มาอยู่ที่ญี่ปุ่นจะ 40 ปีได้แล้ว สำหรับบรรยากาศเงียบๆ มีเพลงญี่ปุ่นคลอเบาๆ ลูกค้าดูเป็นคนทำงานอายุแบบ 30-40 อะไรงี้ครับ ไม่ดูเป็นวัยรุ่น สำหรับเบียร์เป็นแทปเบียร์สด 6 แทป แล้วก็เบียร์ขวดอีกแน่นๆ ตู้

  • | |

    Bunker สาธร – Deschutes A Unique Pairing Event

    เมื่อเดือนก่อนได้ไปร่วมงานที่ร้าน Bunker แถวสาธรมาครับ เป็นงาน Food pairing กับเบียร์ งานนี้จัดโดยทางร้านร่วมกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าใหญ่ของบ้านเรา เป็นมื้อเย็นที่จะเสิร์ฟอาหาร 4 จาน ฝีมือเชฟ Arnie Marcella แต่ละจานก็มีจะเบียร์ Deschutes, Stones และ Anderson Valley  เสิร์ฟมาด้วยกัน อาหารแต่ละจานขนาดกำลังดี มีจานสุดท้ายชิ้นใหญ่กินเกือบไม่หมดครับ สำหรับบรรยากาศร้านเป็นเหมือนตึกเก่ามารีโนเวท มีปูนเปลือยเป็นพระเอกของตึก ดูดิบๆ แข็งๆ แล้วก็มีพวกเหล็กสลับๆ ที่ผมชอบอีกอย่างก็คือทางร้านจัดไฟได้สวยงามครับ ลงตัวดีมาก

  • |

    ราเม็ง Ippudo สาขาสถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 1.1

    Ippudo(一風堂) ถือเป็นราเม็งร้านโปรดของผมและที่บ้านครับ เรียกว่าแวะกินทุกทริปถ้าเกิดมีสาขาอยู่ใกล้ๆ ตอนที่มาเปิดในไทยก็ดีใจ (แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าสาขาในไทยอร่อยน้อยกว่า) สำหรับทริปนี้ก็ทานเป็นมื้อแรกเลยครับ ทานสาขาสถานี Hakata ซึ่งอยู่ติดกับโรงแรมที่พักในทริปนี้ เป็นร้านที่หาทานได้ไม่ยากเพราะสาขามีเยอะ ทั่วประเทศ เมืองใหญ่ๆมีหมด แต่ถ้าจะให้ได้อารมณ์ก็ต้องทานที่ Hakata นี่หละครับเพราะเป็นเมืองต้นกำเนิด Ippudo เปิดขายมาตั้งแต่ปี 1985 โน่น ซึ่งผมเคยทานแล้วประทับใจที่สุดก็คือที่สาขา Nishi Dori ใกล้ๆสถานี Tenjin เมนูเด็ดของร้าน Ippudo ก็จะมีชามขาวและชามแดง ซึ่งจะต่างกันตรงที่ชามขาวเส้นจะเล็กกว่าแล้วน้ำซุปก็จะข้นน้อยกว่า ส่วนชามแดงเส้นจะหนาขึ้นมาหน่อยน้ำซุปข้นและมีส่วนผสมจากมิโสะกับน้ำมันกระเทียมครับ ถ้าชอบมันก็สั่งชามแดง ถ้ากลัวเลี่ยนก็ลองชามขาวก่อนดีกว่าครับ

  • Uokura ร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นเมนูปลา เมือง Fukuoka

    และแล้วก็เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปฟุกุโอกะเมื่อสิ้นปี 2019 ครับ กลางวันเราทานหม้อไฟไส้วัวกันที่ร้าน Ooyama ตอนเย็นเราไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นเมนูทะเลกันที่ร้านชื่อว่า Uokura ครับ ร้าน Uokura อยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม Miyako Hotel Hakata ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานี Hakata  ห่างจากสถานีประมาณ  200 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้ผมใช้วิธีการจองผ่านเว็บไซต์ของร้านครับ ใช้กูเกิ้ลทรานสเลตเอา พอช่วยได้ เพราะอย่างที่เล่าไปคราวก่อนว่าช่วงสิ้นปีร้านอาหารจะเต็มเร็วมาก ถ้าจองได้ควรจอง ไม่งั้นอดทาน ไม่ก็รอนานมากๆ  แน่ครับ

  • |

    UshiTora คราฟท์เบียร์บาร์ Shimokitazawa – Tokyo

    Shimokitazawa เป็นย่านเดินเล่นน่ารักของ Tokyo ครับ ผมเองมีโอกาสก็แวะเวียนมาเกือบทุกทริป แต่ก็เพิ่งรู้ว่ามีร้านคราฟท์เบียร์อยู่โซนนี้ด้วย ชื่อร้านว่า UshiTora ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้น 2 ของตึกใกล้ๆ สถานี ห่างจากสถานีมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือแค่ 140 เมตรเท่านั้นครับ ร้านอยู่ติดกับ ร้าน BEARS’ ที่ขายกางเกงยีนส์เจ้าดังเลย พอขึ้นมาก็เจอป้ายร้าน มองเข้าไป เอ๊ะ ผิดร้านเปล่าวะ สงสัยจะผิดเดินต่อไปอีก 2 ห้อง เออ ป้ายร้านเหมือนกันพอเปิดประตูเข้าไป เขินเลย ที่เขินก็เพราะดันไปวัน Halloween ซึ่งทั้งร้านแต่งตัวกันแบบสุดๆ คือใส่กางเกงในตัวเดียว พร้อมรัดเชือกสีแดง เหมือนบาร์เกย์ซาดิสต์ครับ ฮ่าๆๆๆ สรุปว่า เค้ามี ร้าน 1 และ ร้าน 2 สองร้านเสิร์ฟเบียร์ต่างกันครับ

  • |

    Pidgin ร้านมิชลินหนึ่งดาวย่าน Hackney เมือง London – ประเทศอังกฤษ

    ร้านแรกของทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมนั้น มีชื่อร้านว่า Pidgin ครับ ร้านนี้ผมจองจากในแอพ opentable ไปตั้งแต่ก่อนออกจากไทย ซึ่งจริงๆ ก็ลุ้นพอสมควร เพราะเครื่องจากตุรกีดีเลย์นิดหน่อย กว่าจะออกจากสนามบินเดินทางมาเก็บของที่ห้องพัก Airbnb ก็ต้องรีบพุ่งไปที่ร้านเลยครับ จากที่พักไม่ไกลเดินไหว แป๊บเดียวก็มาถึงหน้าร้านครับ ไม่มีลูกค้าเลยอุส่าห์จองมา ฮ่าๆ สำหรับมื้อกลางวันจะเปิดเฉพาะวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ครับ บรรยากาศร้านดี ดูสบายๆ อบอุ่น ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก บนผนังตกแต่งด้วยกิ่งไม้ มีพนักงานผู้หญิงมาต้อนรับอย่างดีครับ นั่งไปซักพักถึงได้มีลูกค้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน ร้านนี้เสิร์ฟอาหารสไตล์ Modern British คือเป็นอาหารอังกฤษที่มีการตีความใหม่ ดัดแปลง ตกแต่ง ใช้เทคนิคการปรุงให้ดูทันสมัยขึ้น ทางร้านจะไม่มีเมนูให้เราสั่งครับ ทุกคนจะได้รับประทานชุด 4 course เหมือนกันหมด โดยเมนูจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ครับ


แสดงความคิดเห็น