|

Mikkeller Singapore

ในทริป Singapore เดือนมิถุนายนนี้ ยังมีโอกาสได้ไปร้าน Mikkeller ที่เพิ่งเปิดใหม่อีกด้วยครับ หลังจากที่เคยไปในกรุงเทพและ Tokyo ซึ่งที่นี่เพิ่งเปิดได้ไม่นานเลย ใหม่เอี่ยมครับ

ร้านอยู่บนถนน Prinsep ใกล้สถานี Rochor ตัวร้านเป็นตู้คอนเทนเนอร์ต่อกัน 2 ตู้ครับ ที่นั่งในร้านมีประมาณ 3 โต๊ะเท่านั้น ที่เหลือต้องนั่งโต๊ะไม้ยาวด้านนอกคอนเทนเนอร์ ด้านหลังร้านมีคอนเทนเนอร์เรียงกันสูงๆ ชื่อ DECK เป็น Art Gallery ครับ
ผมไปช่วงเย็นวันเสาร์ตั้งแต่ร้านเปิด 4 โมงเย็นเลย ปิดเที่ยงคืน ที่รีบมาเพราะว่าค่ำๆ ก็ต้องบินกลับไทยแล้ว ภายในร้านเป็นไม้สีอ่อน ตกแต่เหมือนที่เอกมัย ได้บรรยากาศ Scandinavian เบียร์สดมีทั้งหมด 20 แทป

(อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)

MikkellerSG_13
ชื่อร้านอยู่บนคอนเทนเนอร์
MikkellerSG_03
ในพื้นที่บริเวณเดียวกันเป็น Art Gallery ชื่อ DECK
MikkellerSG_01
เป็นคอนเทนเนอร์ เรียงๆ ทั้งโครงการครับ
MikkellerSG_04
ตัว Mikkeller Bar เป็นคอนเทนเนอร์ติดกัน 2 ตู้ ด้านหน้ามีการ์ตูนลายคุ้นตาฝีมือ Keith Shore
MikkellerSG_05
โต๊ะด้านนอกร้านครับ ถ้าฝนตกนี่ลำบากแน่นอน
MikkellerSG_09
บรรยากาศภายในร้าน
MikkellerSG_06
ตาราง 20 แทปวันนี้
MikkellerSG_11
หัวแทปเรียงกันสวยงาม
MikkellerSG_07
ถึงร้านจะเล็กแต่ก็มีอาหารด้วยครับ
MikkellerSG_08
แก้วแรกเป็น TAP 13 Greengold IPA
MikkellerSG_10
TAP 16 Radio P1 ตัวนี้เป็น Pilsner ที่ใส่ฮอปส์เยอะๆ สีน้ำเบียร์สวยเลย
MikkellerSG_12
ปิดท้ายด้วย 1000 IBU เป็น Imperial IPA ชื่อฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ ไม่ขมมากครับ ติดหวานมากกว่า

ดื่มได้แค่สามแก้วเล็ก (2คน) เพราะมึนมาจาก Nickeldime เมื่อตอนกลางวัน โดยรวมแล้วเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรตื่นเต้นมาก ราคาก็แรงสไตล์สิงคโปร์ แต่ถ้าเป็นแฟน Mikkeller ก็น่าลองแวะมาครับ

Mikkeller Bar Singapore
เบอร์โทร : +65 6352 0950
เปิด : 16.00-24.00
เพจ
เว็บไซต์
foursquare
สถานี SMRT : Rochor

Similar Posts

  • The Hopping Pig คราฟท์เบียร์บาร์ 32 แทปใจกลางเมือง San Diego

    เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบราวๆ 20 ปี ได้ โดยทริปนี้ได้มาร่วมเดินทางกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์หลากหลายยี่ห้อของบ้านเราครับ ทริปนี้มีสองเมืองหลักๆ คือ San Diego และ San Francisco โดยเราจะไปเริ่มที่ San Diego เมืองแห่งคราฟท์เบียร์กันก่อน ที่นี่มีโรงเบียร์มากถึง 150 กว่าโรง หลายแบรนด์เป็นที่รู้จักและคุ้นตาของเราอยู่แล้ว  คืนแรกเราไปทานข้าวและจิบเบียร์กันที่ร้าน Hopping Pig ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ เดินไปได้ครับ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 32 แทป หลากหลายสไตล์ หลายยี่ห้อครับ

  • The Rare Barrel เบียร์เปรี้ยวโรงดังเมือง Berkeley, California

    จากร้าน The Good Hop เรานั่ง uber ขึ้นมาทางทิศเหนือประมาณ 10 นาที เป้าหมายสุดท้ายของคืนนี้ เป็นอีกโรงที่ตัวผมเองอยากมามากที่สุดอีกโรงของทริป นั่นก็คือโรงชื่อว่า The Rare Barrel ครับ ตอนที่มาถึงฝนตกระดับกลางๆ ไม่แรงมาก แต่ก็เล่นเอาเปียกใช้ได้ ด้านหน้าโรงเป็นลานจอดรถ ตัวโรงเป็นโกดัง หน้ากว้างสูงใหญ่ครับ พอเข้าไปนี่ว้าวเลย คนแน่น ด้านหลังเป็นถังบาร์เรลเรียงกันสูง หลายสิบแถว เข้าใจว่าน่าจะมีรวมๆ กันพันกว่าถังแล้วครับ สำหรับที่ไปที่มาของ Rare Barrel นั้นมีจุดเริ่มต้นจากการที่เพื่อนมหาวิทยาลัย 2 คน คือ Jay Goodwin และ Alex Wallash ได้ต้มเบียร์โฮมบรูว์ด้วยกัน และก็ตั้งใจว่าจะมีโรงเบียร์เปิดของตัวเองซักวันหนึ่ง

  • Legendary Bak Kut Teh บักกุ๊ดเต๋ร้านดัง ถนน Rangoon สิงคโปร์

    หลังจากที่ตอนดึกๆ เรากินบักกุ๊ดเต๋ ที่ร้าน Xiao Chen Gu Shi มื้อเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังต่อกันด้วยบักกุ๊ดเต๋อีกร้านครับ ร้านนี้ผมเคยเห็นแว้บๆ ตอนที่มากินร้านดัง Ng Ah Sio เพราะอยู่ระหว่างทางบนถนน Rangoon  ครับ ร้านนี้มีชื่อ Legendary Bak Kut Teh ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นชื่อ Founder Bak Kut Teh แต่เจ้าของ(ลูกสาว)แยกตัวออกมาจาก Founder เดิม แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Legendary ครับ เนื่องจาก Founder  มีทิศทางที่จะขยายสาขาเยอะๆ แต่คุณ Chui Chui เจ้าของ อยากจะทำในขนาดเล็กๆ เหมือนเดิม ปัจจุบันเลยมีแค่  2 สาขาคือที่นี่ Rangoon Rd. และอีกสาขาที่ South Bridge Road ครับ ผมมาถึงร้านตอนสายๆ ตัวร้านขนาดกลางๆ เป็นตึกหัวมุม ติดแอร์ ภายในตกแต่งดีหน่อย…

  • 10 Barrel Brewpub 20 แทปใจกลางเมือง San Diego

    จาก Hopping Pig ชาวคณะก็เดินเท้าต่อไปยังเป้าหมายต่อไป ระหว่างทางฝนเริ่มลงหนักคือทางไม่ไกลมาก แต่ฝนลงเลยเดินลำบากกันพอสมควรครับ ไม่นานเราก็มาถึงเป้าหมายที่ 2 ของคืนนี้ เป็นโรงเบียร์ขนาดกลางๆ ชื่อว่า 10 Barrel ที่นี่เป็นโรงต้ม และก็มีส่วนแทปรูมขายเบียร์ด้วยเลย ตัวโรงขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ เข้ามาฝั่งซ้ายเป็นโซนโต๊ะนั่งกิน ตรงกลางเป็นส่วนของของที่ระลึก ส่วนฝั่งขวาเป็นโต๊ะยืน แล้วก็เป็นโซนของแทปรูม มีแบคกราวนด์เป็นถังเฟอร์เมนท์ กลับมาเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่าแบรนด์ 10 Barrel นั้น อายุยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ ก็ตั้งเมื่อปี 2006 ที่เมือง Bend, Oregon ส่วนที่ San Diego นี่ เปิดเมื่อปี 2017 เองครับ ค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว

  • |

    ทานโซบะร้าน Yasutake ที่ต้าไซฟุ – Kyushu 2014 ตอนที่ 2.2

    สำหรับข้าวกลางวันที่ Dazaifu นั้นลองเปิดๆ tabelog ดูว่ามีอะไรทานบ้าง ก็เจอร้านโซบะเยอะแยะหลายเจ้า เลือกไปเลือกมา ก็เอาร้านนี้คะแนนพอใช้ได้ เห็นคนเยอะดี น่าจะโอเค ร้านนี้นอกจากอาหารแล้วก็มีขนม Umegaemochi เหมือนร้านอื่นด้วย ที่เห็นแถวยาวๆหน้าร้านก็คือรอเข้าแถวซื้อขนมนี่หละครับ ซึ่งสังเกตดูหลายๆร้าน ถ้าซื้อแล้วทานเลยก็จะมีที่หาให้ทาน รอไม่นานมาก แต่ถ้าซื้อกลับบ้านนี่แถวยาวเกือบทุกร้านครับ บรรยากาศร้านดูเงียบสงบดี อาหารมีทั้งแบบเป็นจานเดียวหรือเป็นเซ็ตอาหารกลางวันก็มีครับ ซึ่งร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย ไม่ต้องชี้ๆ รูปเอาอย่างเดียว

  • |

    Devilish Chews+Brews เมนูรมควัน เสิร์ฟพร้อมคราฟท์เบียร์ – สุขุมวิท 101/1

    วันก่อนไปอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์นานแล้วครับ แต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านพอสมควรเลยไม่ได้ไปซะที พอดีธุระใกล้ๆ ก็เลยได้ไปลองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Devilish Chews+Brews ครับ ตัวร้านอยู่ในโครง Di Wavery ซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ถ้ามา BTS ลงสถานีอุดมสุขจะใกล้ที่สุดครับ ตัวร้านเป็นห้องในโครงการขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตอนแรกที่ดูรูปในเน็ตผมคิดว่อยู่ในตึกอะไรประมาณนี้ ตกแต่งสีโทนดำๆ หน่อยครับ มีห้องใหญ่ตรงกลางแล้วด้านในมีอีกห้องขนาดเล็กกว่าหน่อย ตอนไปถึงลูกค้ายังไม่มี แป๊บเดียวพอเริ่มค่ำๆ ลูกค้ามาเพียบเลยครับ เป็นโต๊ะจองหลายโต๊ะ แนะนำว่าถ้ามาหลายคน ควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ


แสดงความคิดเห็น