สายการบิน

รีวิว Business Class สายการบิน Japan Airlines Nagoya กรุงเทพ

480 views |

สำหรับทริปญี่ปุ่นคราวนี้ เป็นการลงที่ Nagoya ครั้งแรกของผมครับ คือเป็นเมืองที่ไม่เคยได้มาเลยเคยแต่นั่งรถไฟโฉบๆ ในเส้นทางนี้จากกรุงเทพมีบินตรงทั้งหมด 2 เจ้า ก็คือ การบินไทย และ Japan Airlines

ซึ่งผมก็ใช้บริการเจ้าโปรดก็คือ JAL นั่นเองครับ ขามาเป็นไฟลท์ JL 738 ออกเดินทางเวลา 0.55 แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ผมเจอดีเลย์ คือเปิดเช็คสถานะไฟลท์ใน google มันเขียนเลื่อน 2 ชั่วโมง ตอนแรกยังไม่แน่ใจโทรไปถามที่สนามบิน ก็ได้รับคำยืนยันว่าดีเลย์จริง แต่จองรถตู้ไปแล้วก็เลยต้องไปแกร่วในเลาจน์หลับๆตื่นๆ อยู่จนถึงประมาณ ตีสองครึ่งครับ ทำให้ขามาไม่มีแรงถ่ายรูปเลย หลับยาว ฮ่าๆ

ขากลับ เป็นไฟลท์ JL 737 ออกจาก สนามบิน Chubu Centrair International Airport กำหนดการคือ 10.25 ผมพักที่โรงแรม Centrair Hotel ในสนามบิน พอแปดโมงก็มาดรอปกระเป๋า ไฟลท์อื่นๆ คนเยอะพอสมควรครับ คือช่วงเย็นนี่สนามบินเงียบเลย

โหลดกระเป๋าเสร็จมาจุดตรวจความปลอดภัยสำหรับ Business Class ไม่มีช่องแยกครับ ตรงนี้คนเยอะ แต่ก็ตรวจสอบรวดเร็ว ออกมาก็เป็น immigration ก่อนขึ้นเครื่องผมแวะไปใช้บริการ Sakura Lounge ที่จะอยู่ทางฝั่งขวา ใกล้กับ Star Alliance Lounge ครับ

ป้ายบอกช่องเช็คอินครับ ระหว่างประเทศจะอยู่ฝั่งซ้าย

ชั้นธุรกิจมีแยกมาอีกหนึ่งช่อง ช่วงเช้านี่ไฟลท์ออกเยอะมากครับ ควรเผื่อเวลานิดหน่อย

หลังจากตรวจความปลอดภัยและ Immigration แล้วผมไปแวะใช้บริการที่เลาจน์ ประมาณ 10.00 ก็มาที่เกต 19 ครับ

ไฟลท์ JL737 เป็นเครื่อง Boeing 787

บรรยากาศในชั้น Business Class ครับ จัดเรียงที่นั่งแบบ 2-2-2

ที่นั่งของผมไฟลท์นี้ 2H ครับ อยู่ฝั่งขวาติดทางเดิน

พนักงานเอาผ้ามาเสิร์ฟให้เช็ดมือครับ

ที่นั่งแบบ Shell Flat Neo

ที่นั่งสามารถปรับให้แบนราบได้ นอนได้สบายดีครับ

ปุ่มปรับที่นั่ง

หน้าจอเป็นทัชสกรีนครับ

จิ้มที่จอได้เลย

ตัวอย่างหนัง

Controller

ปลั๊กไฟแบบ Universal ครับ

ช่องเสียบ usb ชาร์จโทรศัพท์ได้

ช่องเสียบหูฟัง

ไฟอ่านหนังสือ LED

หูฟัง

ถุง amenity kit มีแปรง ที่อุดหู ที่ปิดตา

หมอนและผ้าห่มครับ

รองเท้าเดินบนเครื่อง

ใบอธิบายที่นั่งแบบ Shell Flat Neo

ใบอธิบายที่นั่งแบบ Shell Flat Neo

ใบอธิบายที่นั่งแบบ Shell Flat Neo

รายการอาหาร

รายการอาหาร

รายการอาหาร

รายการอาหาร

รายการอาหาร

หลังจากเครื่องขึ้นซักพักพนักงานก็มาปูโต๊ะให้

ผมดื่ม Gin Tonic ก่อนมื้ออาหาร

เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวเกรียบครับ

ผมเลือกเป็นอาหารญี่ปุ่นครับ

เปิดออกมาเจอชุดอาหารน่ารับประทาน

ไข่หวานเย็น อร่อย หวานกลมกล่อม เนื้อเย็นนุ่มเค็มแบบบีฟเจอกี้ รากบัวกรอบเปรี้ยวนิด ปลาทอดนุ่มเย็น ถั่วดำนุ่มหวาน เนื้อเนียน

ปลาทอดเย็น เค็มหวานครับ

เต้าหู้เนียนหนา ด้านบนเป็นอูนิรสอ่อนๆ มีเผ็ดวาซาบินิดๆ

ปลาดิบนุ่มเย็น หอยเชลล์นุ่มสด ด้านล่างเป็นใบโอบะ มีเส้นบุกกรุบๆ อยู่ข้างใต้ครับ

ไข่ปลาบินกรุบๆ คลุกกับสาหร่ายเมือกๆ กรุบ เย็น รสเค็มนิด

จานหลักเป็นปลาย่างครับ

ปลานุ่มสด รสเค็มอ่อนๆ ตรงหนังนุ่มดี เต้าหู้นุ่มอร่อย รสเค็มอ่อนๆ หวาน ส่วนเนื้อวัวแข็งไปหน่อยครับ รสเค็มหวาน มีรสยุสุจากเปลือกแทรกนิดๆ

ผักดองทานแก้เลี่ยน

ซุปรสอ่อน มีเครื่องเป็นเต้าหู้ทอดและสาหร่าย

ปิดท้ายด้วยขนมหวาน ชีสเค็กหวาน เปรี้ยว ถั่วๆ เนื้อหนึบ นุ่ม กินกับกาแฟน่าจะดีครับ

ของคุณแม่เป็นอาหารฝรั่ง จากแรกเป็นสลัดลอบสเตอร์

เสิร์ฟพร้อมขนมปัง

จานหลักเป็นเนื้อวัว Kuroge Wagyu ทำเป็นสโตกรานอฟครับ

ช่วงบ่ายๆ ผมสั่งไวน์แดงมาดื่ม

มีชีสให้ทานด้วย อร่อยดีครับ

สำรวจห้องน้ำกันก่อนลง ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ

โถส้วม

ปุ่มควบคุมน้ำสไตล์ญี่ปุ่น

ก็ประทับใจสไตล์ JAL ครับ ผมชอบเวลาบินกลางวันด้วย คือออกเช้า 10 โมง มาถึงไทยก็สามโมง อีกอย่างนึงคือไฟลท์นี้เปิดแอร์เย็นดีครับ คือสายการบินญี่ปุ่นมักจะเปิดแอร์อุ่นๆ จนร้อนไปหน่อยสำหรับผม อาหารก็อร่อย เครื่องดื่มและชีสก็อร่อยใช้ได้ครับ โดยรวมก็ประทับใจครับ

You Might Also Like


แสดงความคิดเห็น