พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum) – osaka ตอนที่ 8.1

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

เมืองฮิโรชิม่าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยสาเหตุอันน่าเศร้าสะเทือนใจที่สุด นับเป็นเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายทารุณ ส่วนตัวคิดว่ามันเลวร้ายไม่น้อยไปกว่าการทรมาณ การรมแกสที่ Auschwitz เลย คือคนเรามันจะอำมหิตอะไรกันได้ขนาดนั้น

เหตุการณ์ที่ว่าก็คือการทิ้งระเบิดปรมาณู Little Boy ที่ ฮิโรชิม่า ในตอนเช้าวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ในตอนปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้น 3 วัน (9 สิงหาคม)ก็ไปทิ้ง Fatman ที่ นางาซากิ
15 สิงหาคม 1945 ญี่ปุ่นก็ยอมแพ้

ความเป็นจริงในสงครามมันก็คงโหดพอกันทั้ง 2 ฝ่าย (สัมพันธมิตรและอักษะ) วันนี้เราไปดูความโหดของ อเมริกาแล้วกัน

พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum) อยู่ไม่ไกลจากตรงที่ระเบิดลงเลย
ไม่มีรูปด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เพราวันที่ไปฝนตก เลยรีบวิ่งเข้าในอาคาร

-
มี Audio Guide ให้เช่า มีภาษาไทย ด้วย 300 เยน คุ้มค่าครับ
-
มีภาพถ่ายในวันที่เกิดเหตุ
-
นาฬิกาข้อมือ หยุดอยู่ที่ 8.15 (เวลาที่ระเบิดลง)

-
ที่กำแพงฝั่งนึง จะมีจดหมายต่อต้าน การทดลองระเบิดนิวเคลียร์แปะอยู่ ซึ่งจะเขียนโดยผู้ว่าการเมืองฮิโรชิม่า ใครทดสอบปุ๊บ เค้าก็จะเขียนจดหมายไปประท้วง
-
ตอนที่ไป (ธันวา 54) เขียนมาถึง 597 ฉบับแล้ว

-
ภาพถ่ายทางอากาศก่อนโดน
-
หลังโดน -_-“
-
ซูมไปชัดๆ เป้าที่เค้าเล็งไว้คือ สะพานตัว T
-
มันไปตกตรงจุดนี้แทน ซึ่ง ก็ห่างไปไม่มาก
-
เมฆดอกเห็ดที่เกิดจากการระเบิด
-
มีเจ้าหน้าที่คอยอธิบาย เป็นภาษาญี่ปุ่น(ฟังไม่ออก)
-
จำลองบรรยากาศ ฟังใน Audio Guide ก็พูดว่า “ร้อน ร้อนเหลือเกิน แม่จ๋า หนูมองไม่เห็น” หดหู่มาก -_-

-
โมเดลจำลอง

-
โครงสร้างของระเบิด Little Boy
-
โมเดลขนาดเท่าจริง

-

-
เหล็กงอแบบนี้
-
อาณาเขตความเสียหาย
-
สภาพขวดแก้วที่เจอกับความร้อน
-
ละลายงอหมด

-

-
หดหู่อยู่นาน ออกมาข้างนอก ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งก็จะเห็น A-Bomb dome อยู่ลิบๆ
-
ตัวอาคารเจ๋งตรงที่เป็นปูน แต่เป็นลายไม้
-
แบบนี้ ซึ่งเกิดจากบลอคไม้แบบ ตอนเทปูนเลย
-
อนุสาวรีย์
-
อันนี้ก็สวยดี
-
Atomic Bomb Dome หรือ A-Bomb Dome (原爆ドーム Genbaku Dōmu)

A-bomb dome
จากอีกฝั่งแม่น้ำ

เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่น่าไปเยี่ยมชมมากครับ อาจจะต้องใช้เวลาเยอะนิดนึง 3-4 ชั่วโมงถ้าจะดูละเอียดๆ
ดูแล้วใครไม่หดหู่สะเทือนใจ ก็นับว่าแปลกแล้วครับ ตอนนั่งเขียนถึงอยู่นี่ยังหดหู่ๆ เลย

-
คลิกเพื่อดูแผนที่

คนอื่นเค้าว่ายังไงบ้าง
wikipedia ภาษาไทย เรื่องการทิ้งระเบิด
wikipedia ภาษาไทย อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ
กระทู้ pantip.com โดยคุณ หลักสี่
blog คุณ Lover Boy

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • | |

    Ye Olde Buffalo Tavern อาหารเช้าแบบฝรั่ง หัวหิน

    อาหารเช้ายอมนิยมของหัวหินก็คงจะหนีไม่พ้นร้านเจ๊กเปี๊ยะ หรืออย่างร้านโจ๊กฮิตๆ เช่น เจ๊แอ้ม แต่คราวนี้ไปลองหาอาหารฝรั่งทานกันดูบ้างครับ ร้านที่ไปวันนี้ผ่านหลายทีแล้ว ส่วนมากจะผ่านตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนมานั่งดื่มเบียร์กันมากกว่า ร้านชื่อ Ye Olde Buffalo Tavern บางทีในเน็ตจะเจอคำว่า Buffalo Bills คือร้านเดียวกันครับ ร้านอยู่ในซอย หัวหิน 55 (ชมสินธุ์) วิ่งจนจะถึงหาด ร้านจะอยู่หัวมุมฝั่งขวาครับ อาจจะต้องจอดรถตั้งแต่กลางๆ ซอย 55 แล้วเดินมาครับ เพราะแถวร้านไม่มีที่จอด กลางคืนเค้าจะมากินสเต็ค พอร์คชอป แกะ อะไรอย่างนี้กัน เห็นมีเบียร์ foster ขายด้วย แต่ผมมาเช้าก็ต้องจัด Full English Breakfast ให้เข้าบรรยากาศร้านสไตล์อังกฤษครับ แต่ถ้าอยากกิน ตอนบ่ายตอนเย็นเค้าก็ทำขายนะครับ เป็นแบบ All Day Breakfast ครับ

  • The Slop Shop ร้านคราฟท์เบียร์ชานกรุง Tokyo

    หลังจากอิ่มหนำทั้งท้องและหัวใจจากร้าน Sushi Kimura ผมเดินทางต่อด้วยรถไฟสาย Oimachi จากสถานี Futako-Tamagawa ไปลงที่สถานี Midorigaoka เพื่อแวะร้านเบียร์ที่เซฟเอาไว้ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า The Slop Shop อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 700 เมตร พอได้เดินย่อยอาหารครับ บริเวณนี้จะดูเป็นชุมชนชานเมือง บ้านคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่  ตัวร้านขนาดกลางๆ แต่วันที่ผมไปเหมือนกับมีฝรั่งเค้ามาเลี้ยงปาร์ตี้อะไรกันอย่างนี้ เลยทำให้ร้านดูเล็กลงไปพอสมควร เดินๆ ยืนๆ เบียดกันหน่อยครับ

  • |

    ร้าน Emporium, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.6

    สำหรับเย็นนี้เราขับจากที่พัก Deco City Motor Lodge เข้ามาในตัวเมือง Napier เพื่อหาร้านข้าวเย็นรับประทานกันครับ ร้านนี้ไม่ได้หามาก่อน แต่มาตอนอยู่ที่ New Zealand แล้ว ดูจากพวก tripadvisor foursquare ดูบรรยากาศดี และคะแนนก็เยอะดี ร้าน Emporium จะอยู่เกือบๆหัวถนนที่ติดทะเล อยู่ไม่ไกลจากร้าน Ujazi ที่เรามาทานเมื่อตอนเช้ามาก ซึ่งก็คืออยู่ในโซนที่ตัวตึกรามบ้านช่องจะเป็นสไตล์ Art Deco ทำให้การตกแต่งภายในร้าน ดีไซน์ต่างๆ ก็จะเป็นแนว Art Deco ดูย้อนยุคไป ปี 20-30 เช่นกัน ในร้านจัดแสงไฟออกแดงๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบนึง สำหรับอาหารร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่ง เมนูค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ มีทั้งจากฝรั่งยุโรป แล้วก็มีอเมริกา อเมริกาใต้มาผสมๆ ทำให้มีเมนูแปลกๆ ใหม่ได้ลองหลายจานครับ

  • |

    ทานข้าวและชิมไวน์ที่ Northburn – New Zealand 2014 ตอนที่ 11.2

    ซื้อของที่ Jone’s Fruit Stall เสร็จเราก็ขับขึ้นเหนือผ่านตัวเมือง Cromwell แล้วข้ามแม่น้ำ Kawarau ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ก็มาถึง โรงไวน์ Northburn

  • |

    Hatos Bar ซี่โครงหมูแกล้มคราฟท์เบียร์ ย่าน Nakameguro

    อีกหนึ่งร้านสำหรับทริปโตเกียวเดือนตุลา 2015 ร้านนี้เปิดดูอ่านเจอว่ามี BBQ Ribs และคราฟท์เบียร์ ก็เลยอยากมาลอง ร้านอยู่แถว Nakameguro เป็นย่านที่มีร้านอยู่ในลิสต์อยากมาลองหลายร้านเหมือนกันครับ สำหรับการเดินนั้นไม่ไกลจาก Shibuya นั่งสาย Tokyu-Toyoko 2 สถานีครับ จากสถานีเดินข้ามแม่น้ำไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 350 เมตรร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือบนตึมาถึงร้านทีแรกผิดคาดนิดหน่อยเพราะเข้าใจว่าจะเป็นกึ่งๆ ร้านอาหารมากกว่านี้ ปรากฎว่าเป็นโทนร้านนั่งดื่มชิลล์ๆ มากกว่า ก็เลยสั่งอาหารรัวๆ เพราะเย็นนี้ไม่ได้ทานก่อน กะมาทานข้าวพร้อมเบียร์เลย บรรยากาศร้านดูอบอุ่นๆ สบายๆ ไฟสลัวนึกถึงร้านเหล้าไซส์เล็กๆบ้านเรา พวกพระอาทิตย์หรืออารีย์ เพลงฟังกี้เบาๆ พนักงานพูดอังกฤษได้ดี สำหรับเบียร์สด มี 5 ตัว และมีเบียร์ขวดอยู่อีกนิดหน่อย เบียร์ที่นี่ยี่ห้อแปลกดีครับ เป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยคุ้นตาอยู่หลายยี่ห้อ พอทานแล้วแบบ เอ้อ ยี่ห้อนี้อร่อยดีแฮะ

  • ปราสาท Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานข้าวเสร็จเราเดินกลับมายังปราสาท Kumamoto ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ครับ เดินนิดเดียวถึง ที่นี่จะมีสองส่วนที่เราเดินเข้าไปชมได้ คือป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกและตัวปราสาทหลัก เราเดินไปทางตัวป้อมปราการฝั่งทิศตะวันตกที่มีหอคอย Uto ก่อน จุดเด่นของอาคารนี้คือเป็นของเก่าดั้งเดิม รอดจากการถูกเผาทำลายในปี 1877 ด้านในก็จะมีชิ้นส่วนต่างๆของอาคารแสดงไว้ให้ชมครับ พอลงมาจากหอคอยก็มีการแสดงอยู่ที่ลานด้านหลังปราสาทพอดี ก็จะเป็นการเต้นๆ สู้รบๆ คล้ายๆ รำกระบี่กระบองบ้านเรา แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน แสดงเสร็จนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและชาวต่างชาติก็รุมของถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน เสร็จจากตรงนี้เราก็เดินลอดอุโมงค์ขนาดใหญ่ไปด้านของปราสาทกัน ด้านในตัวปราสาทจะมีแบบจำลองและประวัติความเป็นมาของปราสาทให้ดู พอเดินขึ้นจนถึงด้านบนก็จะเห็นวิวตัวเมือง Kumamoto จะมุมสูง รอบๆด้านครับ


แสดงความคิดเห็น