Brewpub Têtard Vallée คราฟท์เบียร์บาร์และกาแฟ สถานี Tanimachiyonchome – Osaka

ร้านคราฟท์เบียร์สุดท้ายของทริปโอซาก้าครั้งนี้ชื่อร้านว่า Brewpub Têtard Vallée ครับ เป็นร้านที่ผมเดินทางไปช่วงบ่ายๆ ของวันที่จะเดินทางกลับไทยในตอนกลางคืน กระเป๋าก็ฝากโรงแรม แล้วก็ออกมาหาเบียร์จิบซักหน่อยนึง

ร้านอยู่ห่างจากสถานี Tanimachiyonchome ประมาณ 450 เมตรครับ ตัวร้านขนาดสองห้องค่อนข้างใหญ่พอสมควร ร้านเปิดตั้งแต่กลางวันครับ เพราะมีเสิร์ฟอาหารและกาแฟด้วย วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา พอมีลูกค้านิดหน่อย 2-3 โต๊ะ

สำหรับเบียร์มีทั้งหมด 6 แทปซึ่งต้มที่นี่ทั้งหมดครับ ตัวห้องต้มจะเป็นกระจกอยู่ด้านหลังของร้าน ซึ่งวันที่ผมไปก็กำลังต้มอยู่พอดีครับ กลิ่นมอลต์นี่หอมอวลไปทั่วร้าน ความพิเศษอีกอย่างก็คือ Brewer เป็นผู้หญิงด้วยครับ

บริเวณด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้านครับ
ครัวแบบเปิดอยู่ด้านขวามือ
ภายในร้านจากมุมด้านใน
แทปเบียร์สดติดอยู่ที่เสา
ห้องต้มด้านในของร้าน
ชุดหม้อต้มครับ
แก้วผมทาน TKY IPA เค้าเขียนว่าใส่ฮอปส์สดด้วยครับ จิบๆแล้วรสฮอปส์ไม่ค่อยเยอะ มีรสออกหวาน เนยๆ เหมือนจะ off flavor นิดหน่อย
อีกแก้วที่ลองเป็นสเตาท์ ตัวนี้ค่อยข้างดรายครับ รสคั่วๆ น้ำเบียร์ค่อนข้างซ่า

เนื่องจากมาช่วงบ่ายซึ่งผมอิ่มข้าวเที่ยงมาเรียบร้อยแล้วก็เลยไม่ได้ชิมอาหารครับ ส่วนตัวเบียร์ลองสองตัวก็เฉยๆ โดยรวมก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ถ้าอยู่ใกล้เดินทางไม่ลำบากก็อาจจะแวะมาลอง แต่ถ้าไม่สะดวก ร้านนี้อาจจะข้ามไปได้ครับ

Brewpub Têtard Vallée สถานี Tanimachiyonchome
เบอร์ : +81 6-6809-5229
เปิด : 11.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน Brewpub Têtard Vallée
เมนูร้าน Brewpub Têtard Vallée
เมนูร้าน Brewpub Têtard Vallée

Similar Posts

  • |

    Tokyo Maker Faire 2015

    ยังไม่ถึงหนึ่งปีดีก็ได้เดินทางมางาน Tokyo Maker Faire อีกครั้งแล้วครับ ปีที่แล้วงานจัดในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน แต่ปีนี้เค้าเลื่อนมาจัดต้นเดือนสิงหาแทนครับ โดยยังจัด 2 วันเช่นเคย เป็นวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 1-2 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนสุดๆของโตเกียวเลยหละครับ เรียกว่าร้อนกว่ากรุงเทพ ทำให้บรรยากาศคราวนี้ไม่ชิลล์เท่าไหร่ครับ ส่วนสถานทีจัดงานยังเป็นที่ Tokyo Big Sight เช่นเคยครับ สำหรับตัวผมและพี่ชายได้มีการเตรียมตัวและเตรียมใจเพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้ว เพราะคราวก่อนพี่ชายลงเครื่องจากไทยแล้วมางานเลย ส่วนผมก็สะลึมสะลือสะโหลสะเหลจากการเดินทางบน Night Bus จาก Osaka มา ทำให้ เดินงานแล้วก็รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง ง่วง อยากกลับโรงแรมนอน คราวนี้เลยบินไปคืนวันพฤหัสบดี ถึงเช้าวันศุกร์ ซึ่งก็เปลี้ยๆ ตามคาดครับ เดินเล่นจนโรงแรมให้เช็คอินได้ก็นอนเอาแรง เพื่อจะมาลุยเต็มที่ในงานวันเสาร์ พอถึงเช้าวันงาน ก็ตื่นสายหน่อย ทานอูด้งแถวโรงแรม แล้วเดินทางไปสถานี Shiodome ด้วยรถสาย Oedo Line เพื่อจะเปลี่ยนไป สาย Yurikamome เดินทางสู่ Tokyo Big Sight…

  • Ginza Hirayama สเต็กเฮาส์ร้านดังของ Tokyo ย่านกินซ่า

    ญี่ปุ่นทริปสุดท้ายก่อนโควิดจะระบาดนั้น ผมไปมาเมื่อเดือนมกราคม 2020 ครับ เป็นทริปที่ไปกับเพื่อนๆ ก๊วนใหญ่เป็นครั้งแแรก จองตั๋วโปรโมชั่นกันนานข้ามปี ผมเองล่วงหน้าไปก่อนเพื่อนๆ 2 คืน โดยออกจากกรุงเทพคืนวันที่ 23 มกราคม เช้ามืด 24 แล้วก็ลงจอดที่สนามบินนาริตะประมาณ 7 โมงเช้าครับ แล้วก็เดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ  สองคืนแรกที่ล่วงหน้ามาก่อนเพื่อนๆ ผมพักที่ย่าน Ginza ในโรงแรม Sotetsu Fresa Inn Nanachome ห้องดี ใหม่ สะอาดและราคาก็ไม่แพงมาก

  • Goji Terrace บาร์เอาท์ดอร์ โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park – สุขุมวิท 22

    วันก่อนผมได้รับเชิญจากทาง Smiling Mad Dog ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าดังๆ อย่าง Brewdog และ Ballast Point ให้ไปร่วมงานเปิดตัว ร้านคราฟท์เบียร์แห่งใหม่ครับ ฝ่าการจราจรอันโหดร้ายช่วงหัวค่ำในกรุงเทพมาถึงที่หมายช่วงประมาณ 1 ทุ่มครับ ตัวร้านอยู่ที่โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park ในซอยสุขุมวิท 22 ครับ เป็นห้องอาหารที่ชื่อว่า Goji ดูๆ แล้วเป็นห้องอาหารแบบบุฟเฟต์ของโรงแรม ทีนี้เค้าปรับปรุงบริเวณโซนเอาท์ดอร์ให้เป็นโซนที่เสิร์ฟเบียร์เพิ่มขึ้น จากตรงโซนนี้ก็จะมองไปเห็นสวนสาธารณะเบญจสิริ เห็นคนมาออกกำลังกายกันครับ เบียร์สดมีไม่เยอะมาก 5 แทป ซีเลคชั่นก็พยายามให้ครอบคลุมหลายหลายไสตล์หน่อย มี Punk IPA, Maisel Weiss Original และ La Chouffe ของเบลเยี่ยม ส่วนอีก 2 แทปเป็นลาเกอร์ธรรมดาเผื่อแขกต่างชาติของโรงแรมอยากจะลองชิม (ช้างและไฮเนเก้น) นอกจากนี้ก็มีเบียร์ขวดจากทาง Smiling ให้ได้ลองกันครับ

  • | |

    Meiji No Yakata Cake Shop ร้านขนมสถานี Tobu-Nikko

    Nikko เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ไกลจาก Tokyo ครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็จะเป็นศาลเจ้า น้ำตก ทะเลสาบ และธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งจะขอเล่าในตอนต่อๆ ไป แต่วันนี้เราจะไปนั่งจิบกาแฟและทานขนมกันซักหน่อยครับ ร้านที่ว่านี่ชื่อ Meiji No Yakata อยู่ติดสถานี Tobu-Nikko เลยครับ ฝั่งซ้ายมือของสถานี ที่นี่เป็นสาขาเล็กๆของร้านครับ ร้านหลักอยู่ใน Nikko เหมือนกันห่างออกไปราว 2 กิโลเมตรครับ รถไฟจาก Shinjuku มาถึงประมาณ 9 โมงครึ่ง ร้าน Meiji No Yakata เปิด 10 โมง ซึ่งพนักงานก็ตรงเวลามากครับ 9.55 เข้าไปก็ยังไม่ขาย บอกให้รอ 10 โมงตรง ร้านมีสองชั้น ที่นั่งจะอยู่ชั้นบนครับ ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลักดูอบอุ่นๆ ให้อารมณ์ชนบทในยุโรปอะไรแบบนี้

  • Where do we go คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – โชคชัย 4

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่เปิดมาได้พักใหญ่ๆ แต่ผมเพิ่งมีโอกาสมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Where do we go’ อยู่ในซอยโชคชัย 4 สามารถเดินทางมาร้านได้จากหลายเส้นทางครับ มาจากลาดพร้าวก็ได้ รัชดาก็ได้ หรือจากเส้นเกษตร-นวมินทร์ก็เดินทางง่ายครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไฟออกสลัวๆ ส่วนเบียร์นั้นมีเบียร์สดอยู่ 5 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 1 ตู้แช่ ที่ร้าน Where do we go นี่จะเน้นเป็นคราฟท์ไทยครับ แต่ก็มีคราฟท์นอกแซมๆ บ้างนิด นอกจากเบียร์ก็มีอาหารให้สั่งทานเป็นกับแกล้มด้วย วันที่ผมไปลูกค้าเต็มร้านครับ มีโต๊ะยาวโต๊ะนึง แล้วก็โต๊ะเล็ก กระจายยู่ฝั่งขวา ตัวผมเองก็เลยมานั่งหน้าบาร์ คนเต็มร้าน แต่กแอร์ก็เย็นสบายดี วันที่ไปมีดนตรีสดเล่นอยู่ เป็นแบบคนนึงร้อง คนนึงเล่นกีตาร์ พอจบก็เปิดเพลงฝรั่งแนว pop rock ฟังสบายๆ

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)


แสดงความคิดเห็น