Kawaguchiko Music Forest – Japan 2014 ตอนที่ 5.3

รีวิวโรงแรมและอาหารไปแล้ว ยังไม่ได้พูดถึงที่เที่ยวในเมือง Kawaguchiko เลย จริงๆแล้วนั้นชื่อ Kawaguchiko เป็นชื่อของทะเลสาบ ชื่อเมืองจริงๆคือ Fujikawaguchiko ที่เที่ยวแถวนี้ก็จะออกแนวสบายๆ บรรยากาศร่มรื่น ป่าเขา ธรรมชาติหน่อย หรือถ้าจะมันก็ต้องรถไปใกล้ๆอย่าง สวนสนุก Fuji Q Highland

สำหรับบ้านเราก็แพลนคร่าวๆว่าจะไปซัก 3 ที่ แต่พอถึงเวลาจริงไปได้แค่ 2 ที่ ลองเปิดดูจากเว็บ Japan guide ดูได้ว่ามีที่เที่ยวอะไรบ้าง ที่แรกที่เราไปคือ พิพิธภัณฑ์กิโมโนของ Kubota Itchiku ที่นี่ภายในห้ามถ่ายรูป เราดูแล้วก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ง่วงๆ ดูไปก็รู้สึก อืม สวยดี แต่ไม่ได้ชอบ

จากพิพิธภัณฑ์ก็เดินๆมาเรื่อยๆจนถึง Kawaguchiko Music Forest อันนี้เจ๋งดี เค้าจะมีพวกหีบเพลงโบราณ ตู้เพลงแบบไขลานอะไรอย่างนี้ ฟังดูเหมือนไม่น่าจะสนุก แต่พอได้ดูมันเพลินดี เพลงก็เพราะ ดูในรูปถ่ายถ้าเป็นตอนกลางคืนยิ่งสวยงาม ค่าเข้าชมที่นี่อยู่ที่ 1,300 เยน ดูเหมือนแพง แต่คุ้มค่าแน่นอน

ที่นี่จะมีอยู่ 2-3 ตึก แต่ละตึก็จะมี 1-2 ห้อง บางห้องเป็นฮอลล์ใหญ่ๆ มีการแสดงเป็นรอบทุก 1 ชั่วโมง หรือ 1.30 ชั่วโมง บางห้องก็จะเป็นห้องแสดงของโบราณ หีบเพลง หรือหุ่นโบราณแบบแปลกๆ คอยมีพนักงาน อธิบายให้ฟัง แน่นอนครับ ภาษาญี่ปุ่น ฟังไม่รู้เลยเลย -_-”

Japan14_335
วิวภูเขาไฟฟูจิหน้าโรงแรมเช้านี้ครับ
Japan14_336
เช้าๆน้ำในทะเลสาบแข็งเป็นเกล็ดๆเลย
Japan14_337
รถตู้ของโรงแรม จะมีวันละ 4-5 รอบ ต้องแจ้มพนักงานไว้ล่วงหน้า ว่าเราจะไปไหน กี่โมง เค้าจะขับไปส่งเราถึงที่ พอเสร็จก็โทรให้มารับได้ครับ
Japan14_338
มาถึงแล้วครับ Kawaguchiko Music Forest
Japan14_339
เราไปช่วงต้นปี ดอกไม้อะไรอย่างนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่
Japan14_340
ป้ายโฆษณาให้ดูวิวในช่วงฤดูอื่นๆ
Japan14_341
บริเวณทางเข้า
Japan14_342
มีพนักงานสาวชุดแดงมาต้อนรับอยู่ครับ
Japan14_343
Music Forest
Japan14_344
จ่ายค่าตั๋ว 1,300 เยน แล้วก็เข้ามาด้านในครับ
Japan14_345
มีสระน้ำอยู่ตรงกลาง ดูในรูปถ่าย บริเวณนี้กลางคืนประดับไฟสวยงามมากครับ
Japan14_346
บรรยากาศจะทำให้ดูคล้ายๆ ยุโรป
Japan14_347
ห้องแรกที่เราเข้ามาเป็นฮอลล์ใหญ่ครับ ชื่อว่า Entrance Hall
Japan14_348
บนเวทีเป็นออแกนแบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ มีตุ๊กตายืนเต็มไปหมด ตัวนี้มีชื่อว่า Dance Organ
Japan14_349
ที่ผนังห้องก็มีประดับตุ๊กตารอบๆเช่นกัน
Japan14_350
ตัวนี้เป็นผู้หญิง
Japan14_351
โคมไฟสีทองสวยงาม
Japan14_352
มาจากประเทศเบลเยี่ยม สร้างขึ้นปี 1920 อายุเกือบจะ 100 ปีแล้ว
Japan14_353
ตัวหนังสือเป็นภาษาฝรั่งเศส (เบลเยี่ยมใช้ภาษาฝรั่งเศส, ดัทช์ และเยอรมันประปราย)
Japan14_354
ตุ๊กตานั้นสามารถขยับได้ทุกตัว
Japan14_355
Dance Organ – Kawaguchiko Music Forest
Japan14_356
Dance Organ – Kawaguchiko Music Forest
Japan14_357
Dance Organ – Kawaguchiko Music Forest
Japan14_358
บรรยากาศภายใน Entrance Hall
Japan14_397
ผนังมีรูปวาดเป็นที่เที่ยวสำคัญของฝรั่งเศสอย่าง หอไอเฟล
Japan14_398
วิหาร Notre Dame
Japan14_399
แล้วก็โบสถ์ sacre coeur

Japan14i_158
ด้านหลังของฮอลล์มีออแกนแบบมือหมุนตัวเล็กๆอีก 2 ตัว

Japan14_359
ออกจาก Entrance Hall มาดูด้านนอก
Japan14_360
วันนี้ฟ้าใส ถ่ายรูปสวยครับ
Japan14_361
ตามจุดต่างๆจะมีเครื่องดนตรีให้เราไปเล่นได้
Japan14_362
อาคารนี้รู้สึกจะเป็นร้านอาหารหรือร้านขนม
Japan14_366
ต้นไม้นี่ ของจริงจะระยิบระยับตลอดเวลา
Japan14_363
ดอกไม้พอมีนิดๆหน่อยๆครับ
Japan14_364
ตึกนี้ขายของที่ระลึก

Japan14_368
นาฬิกา พอครบชั่วโมงก็จะมีตุ๊กตาโผล่ออกมาบรรเลงเพลง Turkish March พร้อมกับ น้ำพุเต้นรำ

Japan14_369
เครื่องดนตรีอีกชนิดเอาค้อนทุบๆแล้วจะมีเสียง เสียงจะออกต่ำๆ แนวเบส
Japan14_370
แล้วเราก็เดินเข้ามาอีกตึก ตึกนี้ชื่อว่า Music Box / Automate Salon ก็จะมีหีบเพลงแล้วก็พวกตุ๊กยาขยับเอง หลายชนิด
Japan14_371
หีบเพลงแบบท่อยาว
Japan14_372
อันนี้เป็นแบบจาน

Japan14_373
เครื่องเล่นแผ่นครั่ง
Japan14_374
เป็นยี่ห้อดัง Victor
Japan14_375
ที่ชั้นสองจะเป็นพวกตุ๊กตา บ้านหลังตุ๊กตาหลังเบ้อเริ่ม
Japan14_376
เป็นงานเต้นรำ
Japan14_377
ตัวบ้านละเอียดเลยครับ
Japan14_378
ประตูทางเข้า
Japan14_379
เดินมาอีกห้องก็จะเป็นพวกตุ๊กตาอัตโนมัติแล้ว ตัวนี้พอไขลานมันจะรินน้ำ ซึ่งจะมีกลไกให้น้ำวันไปมาได้เรื่อยๆ อันนี้คือพนักงานอธิบายนะครับ ของจริงไม่มีน้ำ
Japan14_380
ตัวนี้จะหมุนแขนไปกลับตัวมาได้
Japan14_381
ส่วนตัวนี้ก็จะตีกลอง เขย่าฉาบ
Japan14_382
หมีตัวนี้จะ เป่าฟองสบู่ออกมา

Japan14_383
เต้นระบำ
Japan14_384
ตุ๊กตาคนดำ
Japan14_385
แชนเดอเลียร์
Japan14_386
และห้องสุดท้ายที่เราไปคือ Main Hall
Japan14_387
ห้องนี้จะมีตู้เล่นเครื่องดนตรีอัตโนมัติขนาดใหญ่อยู่หลายตัว
Japan14_388
แต่ละตัวอายุเกือบ 100 ปีทั้งนั้น

Japan14_389
ตู้นี้เจ๋งมากตรงที่มันจะหมุนไวโอลินไปเป็นวงกลม สร้างขึ้นในเยอรมันปี 1918 ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่เกือบจะ 100 ปีแล้ว

Japan14_390
อีกตัวไฮไลท์ ตัวนี้สร้างเพื่อจะไปติดตั้งบนเรื่อง Titanic แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรก็เลยไม่ได้เอาไป กลายเป็นโชคดีที่มันรอดมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้น
Japan14_391
ตัวนี้ตั้งอยู่นอกฮอลล์ครับ
Japan14_392
ออกมาก็เกือบๆ 3 โมงเย็นแล้ว
Japan14_395
แวะถ่ายหงส์ซะหน่อย

โดยรวมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สนุกสนามเพลิดเพลินมากครับ เหมาะกับการมาเที่ยวเป็นครอบครัว เด็กๆ ผู้ใหญ่ ก็น่าจะชอบทุกคน ถ้าเป็นคนชอบฟังเพลงอยู่แล้วจะเพลินมาก หรือมาดูพวกเทคโนโลยีที่อายุ 100 ปี ชิ้นต่างๆแล้วก็จะทึ่งในความสามารถของคนเราครับ แนะนำว่าถ้ามา Kawaguchiko สมควรมาเที่ยวที่นี่มากครับ ใช้เวลาซัก 2.30-3.00 ชั่วโมง กำลังดี

Kawaguchiko Music Forest 
เบอร์โทร : 0555-20-4111
เปิด : 9:00 to 17:30
website
foursquare

แผนที่ Kawaguchiko Music Forest

 

Similar Posts

  • |

    มุมอร่อย อาหารทะเลเจ้าดัง – ศรีราชา ชลบุรี

    ร้านมุมอร่อยเป็นร้านที่ผมมาบ่อยหลายครั้งพอสมควร มากับเพื่อนบ้าง มากับออฟฟิศบ้าง รวมถึงมากับครอบครัวด้วยครับ ที่สาขาศรีราชานี่ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ ต่อโต๊ะใหญ่ๆ นั่งกันได้หลายคน ที่นั่งเยอะ แบ่งเป็นโซนด้านบน ลงมาอีกชั้นเป็นชั้น ลอย แล้วลงมาอีกชั้นก็เกือบจะติดหาด บริเวณทางข้างมาร้านมีบ่อปลาเลี้ยงปลาช่อนอเมซอนตัวใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นบ่อเล็ดๆ เลี้ยง กุ้ง ปู ปลา เพื่อจะนำไปปรุงอาหารแบบสดให้ลูกค้านั่นเองครับ วันที่ไปเป็นช่วงกลางวันวันธรรมดา ลูกค้ามีหลายโต๊ะ แต่ก็ไม่เยอะจนแน่นร้าน สั่งอาหารรอไม่นานก็มาเสิร์ฟครับ ด้วยความที่ทริปนี้จำนวนผู้ร่วมทริปไม่เยอะมาก ก็เลยสั่งอาหารไม่กี่อย่าง สมัยมากับออฟฟิศนี่สั่งกันล้นโต๊ะเลยทีเดียว

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • |

    ชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆเมือง budapest – budapest/paris ตอนที่ 4

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เข้าวันที่ 2 ใน budapest วันนี้เราจะออกไปตามสถานที่ท้องเที่ยวยอดนิยมของเมืองบูดาเปสต์กัน โดยมีไกด์ของโรงแรมพาเราเที่ยว

  • | |

    Granola ร้านอาหารบรรยากาศดี – Copenhagen, Denmark

    ร้านนี้ถ้าเราพักที่ Central Hotel & Cafe จะได้ทานอาหารเช้าฟรีที่นี่ครับ โดยเลือกเมนูไหนก็ได้ ตัวร้านอยู่ห่างจากโรงแรมนิดเดียว หรือถ้าเดินมาจากสถานี Copenhagen ก็ประมาณ 1 กิโล ซึ่ง 1 กิโลนี่เดินกันสบายๆ ผมเคยจะขึ้นรถเมล์ พนักงานขับรถบอกเดินเถอะๆ ฮ่าๆ ตัวร้านอยู่หัวมุมของตึกพอดีครับ มีโต๊ะเล็กๆ นั่งจิบกาแฟอยู่ด้านนอก ด้านในสีโทนเทาๆ มีเฟอร์นิเจอร์ไม้สร้างบรรยากาศอบอุ่นๆ ตอนกลางคืนเหมือนจะกลายเป็นบาร์ย่อมๆ ได้ เช้าวันที่ผมไป ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ เข้าไปก็บอกพนักงานว่ามาจากโรงแรมเค้าก็โอเคพาไปนั่งโต๊ะ เอาเมนูมาให้ เมนูน่าอร่อยหลายอย่างครับ มีตั่งแต่ Breakfast จานใหญ่ 165 DKK ประมาณ 850 บาท ใส่ไข่ ใส่แฮม ไส้กรอก ชีส มุสลี มะเขือเทศ พร้อมขนมปัง เยอะมากๆ หรือจะสั่งแค่ออมเลตเฉยๆ ก็ได้ แน่นอนครับ ค่าโรงแรมแพงเราต้องเอาให้คุ้ม ผมก็เลยสั่งชุดใหญ่หละครับ  ฮ่าๆ

  • |

    Tamoiyanse ร้านไก่ Shinjuku

    ข้าวเย็นมื้อสุดท้ายของทริปเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากชอปปิ้งกันเสร็จก็นัดเจอกันที่ร้าน Tamoiyanse อยู่ฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสถานี Shinjuku ครับ ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักของผม (Shinjuku Prince) ร้าน Tamoiyanse นี่มีอีกสาขาที่แถว Shibuya ด้วยครับ เป็นร้านที่มีไก่เป็นเมนูหลัก ทั้งปิ้งย่าง เป็นสุกี้ ทอด และอีกหลากหลายกรรมวิธี ซึ่งเนื้อไก่ของร้านจะหนึบๆ กรึ่บๆ อารมณ์แบบเนื้อไก่บ้านของบ้านเราครับ

  • |

    Seochomyeonok ซี่โครงวัวตุ๋นร้านอร่อย – โซล เกาหลี

    สำหรับร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่อยากทานที่สุดของทริป เพราะตอนเสิร์ชหาข้อมูลร้านเนื้อในโซล ร้าน Seochomyeonok นี่จะติดอันดับต้นๆ เกือบทุกลิสต์ครับ หน้าตาน่ารับประทานมาก แต่กว่าจะได้มาก็เป็นวันที่สามของทริปแล้วครับ เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือ Galbi-jjim (갈비찜) หรือซี่โครงวัวตุ๋น (short ribs) มีสามขนาดให้เลือก เล็ก กลางใหญ่ โดยจะทานคู่กับเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กไซส์ประมาณเส้นหมี่บ้านเราครับ เสิร์ฟมาเย็นๆ มีแบบเผ็ดและไม่เผ็ด นอกจากนี้ก็ยังมีพวกซุปและเกี๊ยวด้วย ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์สองห้องขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ พอเดินเข้าไปก็จะเป็นโต๊ะนั่งพื้น วันที่ไปนี่ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ มีทั้งเด็ก คนทำงาน คนแก่ เท่าที่ลองส่องๆ น่าจะเป็นคนเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีนักท่องเที่ยวผสมๆ บ้าง (อย่างเช่นโต๊ะผมนั่นเอง)


แสดงความคิดเห็น