เต้าหู้ผัดพริกป่น

สมัยเด็กๆ ผมอยู่โรงเรียนประจำครับ อาหารต่างๆก็จะเป็นเมนูที่โรงเรียนจัดทำให้ทั้ง 3 มื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยถูกปากพวกเรานักเรียนเท่าไหร่ คือมีที่พอรู้สึกว่าอร่อย ซัก 5-10% ของเมนูทั้งหมด คือเมนูอื่นๆ นี่ยังพูดเล่นกันว่า เค้าทำมาให้หมูกินรึเปล่า อธิบายนิดนึงเวลากับข้าวเหลือเค้าจะไปเทใส่ถังแกลอนใหญ่ๆ แล้วเหมือนจะมีรถมารับซื้อไป ซึ่งคงเอาไปให้หมูทาน (เป็นความเชื่อ+เดา)

แต่มันจะมีบางเมนูที่เหล่านักเรียนรู้สึกถูกปาก ซึ่งในช่วงเจเนอเรชันเดียวกัน รุ่นใกล้เคียงโหวตให้เมนูนี้เป็นเมนูที่อร่อยที่สุดเมนูหนึ่ง ไม่รู้เพราะว่าอะไร อาจจะเพราะมันเผ็ด เค็ม นุ่มๆ ดีมั๊งครับ เมนูนี้มีชื่อว่า ‘เต้าหู้ผัดพริกป่น’ ครับ
จบจากโรงเรียนมาเวลาคุยถึงเรื่องอาหารที่โรงเรียนก็จะมีเมนูนี้แหละที่หลายๆคนอยากจะทานอีกครั้ง แล้วมันก็เป็นเมนูแปลกๆ ที่ร้านต่างๆ ไม่มีทำกัน

ทีนี้ก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำวารสารสำหรับศิษย์เก่าว่าเออ อยากกินเมนูนี้อีก ตาเพื่อนคนนี้ก็เลยไปสืบเสาะหาสูตรจากอาจารย์ที่ดูแลโรงครัวสมัยนั้นมาจนได้ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนท่านนั้นและอาจารย์ไว้ด้วยครับ สูตรดั้งเดิมคือสำหรับ 1,000 คน (ทั้งโรงเรียน) ผมทอนๆให้ลดลงมาประมาณ 100 เท่า เหลือราวๆ 10 คนครับ เมนูนี้ต้องทำข้ามคืนนะครับ ถึงว่าได้กินเป็นมื้อเช้าทุกที

ChiliTofu_01
วัตถุของเมนูนี้ครับ
ChiliTofu_02
1. เริ่มด้วยการหั่นเต้าหู้เป็นเต๋าหรือชิ้นพอทาน
ChiliTofu_03
2. ตั้งน้ำมันไฟกลางๆ แล้วเอาเต้าหู้ลงไปทอด
ChiliTofu_04
3. ทอดประมาณ 6-7 นาทีจนพอเหลือง ตักออกใส่จานครับ
ChiliTofu_05
4. เติมน้ำมันเล็กน้อย ใส่พริก น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว รสดี น้ำตาลปิ๊บ เกลือนิดหน่อย ลงผัด จังหวะนี้จะแสบคอ จมูกหน่อยครับ
ChiliTofu_06
5. เติมน้ำเปล่า ให้พอเหลว
ChiliTofu_07
6. เอาเต้าหู้ลงมาผัด เคี่ยวไฟอ่อน จนเต้าหู้นุ่มเข้าเครื่อง
ChiliTofu_08
7. เอาใส่กล่อง เก็บไว้ในตู้เย็น 1 คืน
ChiliTofu_09
8. เช้าวันต่อมาเตรียมกระเทียมไว้
ChiliTofu_10
9. หั่นหมู ชิ้นพอดีคำ
ChiliTofu_11
10. เจียวกระเทียม ให้หอมเหลือง
ChiliTofu_12
11. เอาหมูลงมาผัด
ChiliTofu_13
12. เติม ซอสหอมนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย รสดี ผัดจนหมูสุก
ChiliTofu_14
13. เอาเต้าหู้ลงมาผัดด้วย
ChiliTofu_15
14. เติมน้ำซุปประมาณ 1 ถ้วย – 1 ถ้วยครึ่ง ผัดจนเต้าหู้นุ่ม
ChiliTofu_16
15. เป็นอันเรียบร้อยครับ เมนู เต้าหู้ผัดพริกป่น ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากครับ

ส่วนผสม (รับประทานประมาณ 10 คน)

สำหรับผัดเต้าหู้

เต้าหู้ขาวแข็ง หั่นเต๋า  6-7 ก้อน
น้ำตาลปี๊บ 20 กรัม
พริกป่น 10 กรัม
ซอสหอยนางรม 50 กรัม
เกลือ 5  กรัม
ซีอิ๊วขาว 20 กรัม

สำหรับผัดหมู

สะโพกหมู 500 กรัม
กระเทียม 40 กรัม
รสดี 5 กรัม
ซอสหอยนางรม 25 กรัม
น้ำตาลทราย 5 กรัม
ซีอิ๊วขาว 10 กรัม

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจากวารสารอนุมานวสาร

Similar Posts

  • เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ – Gyusuji Nikomi

    สำหรับเมนูวันนี้ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมมักจะสั่งมาทานเวลาไปร้าน izakaya คือร้านไหนมีขายต้องขอสั่งมาลองชิมซักหน่อยครับ  เมนูนี้คือ เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ หรือ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Gyusuji Nikomi พอดีได้เอ็นวัวมาชิ้นนึง ดูรายการเครื่องปรุงแล้วหาได้ไม่ยาก มีดาฉิผงที่อาจจะยากหน่อย (ซื้อได้ที่ fuji UFM หรือ shopee) ที่เหลือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปน่าจะมีครบครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ ความนุ่มดึ๋งของเอ็นวัว ซึ่งซึมซับรสน้ำซุปที่เข้มข้นเข้าไปในเนื้อ มีรสหวาน เค็ม หอมกลิ่นเครื่องปรุง ตัวซุปก็จะข้นหน่อย รวมถึงชิ้นผักอันเปื่อยนุ่ม สูตรนี้ใส่แค่หัวไชเท้า แต่บางร้านก็มีจะหัวบุก (คอนยักกุ) และรากโกโบ (burdock) ใส่ด้วย

  • | | | |

    เรียนทำอาหารสไตล์ ‘Shojin Ryori’ กับเชฟ Keiko ที่ร้าน Lilou Cafe

    คราวก่อนได้เขียนถึง Chef Table Dinner ไปแล้ว คราวนี้จะเล่าถึง Workshop ที่ได้ไปเรียนกับเชฟ Keiko มาครับ ที่จริงตามกำหนดการเดิมจะเป็นการ Dinner ก่อนแล้วอีกวันค่อยเรียน แต่มีการสลับนิดหน่อยก็เลยกลายเป็นได้เรียนก่อน ตัว Workshop จัดขึ้นที่ร้าน Lilou Cafe เป็นร้านกาแฟไซส์เล็กๆ มีโต๊ะ 3-4 โต๊ะ โดยที่ร้านจะมีขนมเสิร์ฟในวันธรรมดา พอเสาร์อาทิตย์จะมีเมนูอาหารเพิ่มด้วย ซึ่งทุกเมนูจะเป็นมังสวิรัติ ร้านอยู่ในบริเวณของ The Yard Hostel ในซอยราชครูครับ ผู้ที่มาสอนเราก็คือคุณ Keiko ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เธอมีร้านชื่อ 3 Studio Aeeen Works อยู่ที่โรงแรมศรีประกาศ เป็นร้านขายเต้าหู้และผลิตภัณฑ์พวกซอสและเครื่องปรุงที่มี Koji เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีคุณ Yuki สามีช่วยทำอีกคนครับ

  • นิยมรส ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ อาหารจีนแต้จิ๋วเจ้าเก่าแก่ หาดใหญ่

    ช่วงเย็นของวันแรกในทริปหาดใหญ่ ผมและเพื่อนๆ เดินทางไปยังอีกหนึ่งร้านที่ตั้งใจมาในทริปนี้เลย เป็นอีกหนึ่งร้านดังของหาดใหญ่ แนะนำว่าควรโทรจอง เพราะลูกค้าเยอะตลอด ร้านนี้มีชื่อว่า ‘นิยมรส’ ครับ ร้านอยู่บนถนนธรรมนูญวิถี เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสองห้อง ดูด้านหน้าขนาดไม่ใหญ่ แต่พอเข้ามาด้านในก็ดูโล่งโปร่ง สว่างดี ในร้านมีโต๊ะหินอ่อนกลมขนาดใหญ่อยู่ซัก 7-8 โต๊ะ ตอนไปถึงร้านยังโล่งๆ แต่แป๊บเดียวก็แน่นร้าน เพราะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่จองมานั่งกันเต็มทุกโต๊ะ ที่นี่เป็นร้านเก่าแก่เปิดบริการมาร่วม 50 ปีครับ มีเมนูอาหารจีนแต้จิ๋วเป็นหลัก ที่ขึ้นชื่อของร้านก็คือหม้อไฟปลาเต๋าเต้ย เมนูอื่นๆ มีไม่เยอะมาก ราวๆ 30 เมนู แต่ก็ดูน่าสั่งมาลองทุกอย่างครับ ข้อดีสำหรับผมคือจะไม่ได้เป็นอาหารทะเลเยอะ เลยทานได้ทุกเมนู

  • ซุปกิมจิเต้าหู้ Kimchi-Jjigae สูตรอร่อยง่าย ทำไม่ยาก ของไม่เยอะ

    สำหรับเมนูนี้ผมไถๆ แล้วเจอใน facebook ด้วยความที่ชอบทานทั้งเต้าหู้และกิมจิ กดอ่านดูวัตถุไม่เยอะมาก หาซื้อพอได้ วิธีการก็ไม่ยุ่งยาก เลยลองทำดูครับ เมนูนี้คือ ซุปกิมจิเต้าหู้ (Jjigae) ครับ มารู้ทีหลังจากตอนที่ทำไปแล้วว่ากำลังเป็นที่นิยมจากซีรี่ย์เกาหลี ความอร่อยจะอยู่ที่รสเปรี้ยวและความกรุบของผักกาดในกิมจิ ผสมกับความเค็มมันและความหนึบจากเต้าหู้เนื้อแน่นครับ วัตถุดิบก็จะมี กิมจิ หมูสามชั้น เต้าหู้แบบเนื้อแข็ง หัวหอมใหญ่ กระเทียม เนยจืด ต้นหอม ที่เหลือเป็นพวกเครื่องปรุงรสอย่าง น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง น้ำมันงา และสาหร่ายสำหรับโรยตกแต่งครับ

  • |

    ทานโซบะที่ร้าน Yoshimura แถว Arashiyama – Japan Nov14 ตอนที่ 2.2

    ล่องแม่น้ำ Hozugawa เรามาลงฝั่งแถว Arashiyama ตั้งใจจะไปกินไคเซกิร้านใกล้ๆ ที่ขึ้นเรือ เป็นร้านที่อยู่บนเนินๆ บนเขา เดินไปจนถึงร้าน พนักงานถามว่าจองมาไหม อดทันที เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นร้านสำรองที่จดเอาไว้ เป็นร้านดังอีกร้านนึงเหมือนกันชื่อ Yoshimura มีของดังคือโซบะ เราเดินมาจนถึงร้าน ตัวร้านแยกเป็นสองส่วน ส่วนนึงเน้นโซบะ อีกส่วนเน้น เต้าหู้ ความที่โซบะดังมาก คิวเลยยาวเฟื้อย เราก็เลยยอมไปทานส่วนที่เน้นเต้าหู้แทน ที่จริงแล้วบริเวณ Arashiyama ก็ดังเรื่องของเต้าหู้อยู่แล้ว รอคิวอยู่ซักพักก็ได้โต๊ะ เป็นห้องกลางๆ มี อยู่สองโต๊ะ สั่งอาหารเป็นเซ็ต ในเซ็ตก็จะมี เต้าหู้ ของทอด โซบะ และขนม โดยรวมเราว่าก็อร่อยใช้ได้ เสร็จจากร้านข้าวก็เตรียมไปเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในโซน Arashiyama ตามวัดต่างๆ โดยระหว่างทางจากวัดนึงไปยังอีกวันนึงก็จะมีร้านขายของริมถนน ทั้งขายฝาก ของกิน ขนม เราก็เข้าๆออกๆหลายร้านจนไปโผล่อีกวัดนึงนั่นเอง

  • Indian-Spiced Chicken with Chickpeas and Spinach ไก่เคี่ยวแบบอินเดียเสิร์ฟพร้อมชิคพีและผักโขม

    ลองทำอาหารสไตล์ฝรั่งไป 2-3 เมนูแล้ว คราวนี้มาลองทำอาหารอินเดียดูบ้างครับ จริงๆก็ไม่ใช่อินเดียแบบดั้งเดิมเท่าไหร่ คือเป็นอินเดียแบบประยุกต์โดยฝรั่งแล้วนิดหน่อย แต่ก็มีมีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศครบครันครับ สำหรับชิ้นไก่ ถ้าหาน่องสะโพกไม่ได้ ก็อาจจะใช้น่อง แยกกับสะโพกแทนก็ได้ครับ ตามสูตรที่อ่านมาไม่ได้มีชื่ออินเดีย แต่เราไปเจอเมนูที่หน้าตาและส่วนประกอบคล้ายๆ ชื่อ Pukka Chicken Curry ไม่แน่ใจว่ามันคืออันเดียวรึเปล่า วัตถุดิบหาได้ไม่ยากเกือบทุกอย่าง มีที่ยากคือ greek yogurt ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ซีเรียสมากนัก ใช้โยเกิร์ตธรรมดาแทนกันได้เพราะใช้ผสมปริมาณไม่เยอะ ส่วนอุปกรณ์ในการปรุงถ้ามีเตาอบและหม้อเหล็กก็จะสะดวกดีครับ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เตาแกสธรรมดาได้เหมือนกัน แต่ต้องเผื่อเวลาในการทำมากขึ้นหน่อย


แสดงความคิดเห็น