ซุปกิมจิเต้าหู้ Kimchi-Jjigae สูตรอร่อยง่าย ทำไม่ยาก ของไม่เยอะ

สำหรับเมนูนี้ผมไถๆ แล้วเจอใน facebook ด้วยความที่ชอบทานทั้งเต้าหู้และกิมจิ กดอ่านดูวัตถุไม่เยอะมาก หาซื้อพอได้ วิธีการก็ไม่ยุ่งยาก เลยลองทำดูครับ

เมนูนี้คือ ซุปกิมจิเต้าหู้ (Jjigae) ครับ มารู้ทีหลังจากตอนที่ทำไปแล้วว่ากำลังเป็นที่นิยมจากซีรี่ย์เกาหลี ความอร่อยจะอยู่ที่รสเปรี้ยวและความกรุบของผักกาดในกิมจิ ผสมกับความเค็มมันและความหนึบจากเต้าหู้เนื้อแน่นครับ

วัตถุดิบก็จะมี กิมจิ หมูสามชั้น เต้าหู้แบบเนื้อแข็ง หัวหอมใหญ่ กระเทียม เนยจืด ต้นหอม ที่เหลือเป็นพวกเครื่องปรุงรสอย่าง น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง น้ำมันงา และสาหร่ายสำหรับโรยตกแต่งครับ

วัตถุดิบหลักๆ มีกิมจิ เต้าหู้ และหมูสามชั้นครับ
เริ่มต้นด้วยการตั้งไฟกลาง นำเนยลงไปละลาย
ใส่กระเทียมลงไปผัด
ให้พอมีกลิ่นหอม แต่ยังไม่เกรียม ประมาณ 30-45 วินาที
จากนั้นนำหมูสามชั้นลงไป
ผัดประมาณ 4-5 นาที ให้มันออกและขอบกรอบ
ตามด้วยหัวหอมใหญ่
ผัดจนพอนุ่มประมาณ 2 นาที
ตักกิมจิใส่ ใส่น้ำในถุงไปด้วยเลยครับ
แล้วก็เติมน้ำอีก 3 ถ้วย คนให้ทั่ว
เร่งไฟขึ้นเป็นไฟกลางเกือบแรงให้เดือด พอเดือดหรี่เป็นไฟอ่อน ทิ้งไว้ประมาณ 10-12 นาที ให้หมูและหัวหอมนุ่ม
ครบเวลาใส่เต้าหู้หั่นเต๋าประมาณ 1 นิ้วลงไป
ใส่น้ำปลา
ใส่ซอสถั่วเหลือง
ใส่น้ำมันงา
คนให้เข้ากัน ต้มต่ออีกประมาณ 3-5 นาทีให้เต้าหู้นิ่ม ปิดไฟ
ใส่ต้นหอม
ตักใส่ชาม รับประทานกับข้าวสวยครับ

ขั้นตอนการทำเมนูนี้ไม่นานมารวมๆ ราว 40 นาทีครับ

เริ่มต้นด้วยการตั้งไฟกลาง นำเนยลงไปละลาย ใส่กระเทียมลงไปผัดให้พอมีกลิ่นหอม แต่ยังไม่เกรียม ประมาณ 30-45 วินาที

จากนั้นนำหมูสามชั้นลงไปผัดประมาณ 4-5 นาที ให้มันออกและขอบกรอบ ตามด้วยหัวหอมใหญ่ผัดจนพอนุ่มประมาณ 2 นาที

ตักกิมจิใส่ ใส่น้ำในถุงไปด้วยเลยครับ แล้วก็เติมน้ำอีก 3 ถ้วย คนให้ทั่ว เร่งไฟขึ้นเป็นไฟกลางเกือบแรงให้เดือด พอเดือดหรี่เป็นไฟอ่อน ทิ้งไว้ประมาณ 10-12 นาที ให้หมูและหัวหอมนุ่ม

ครบเวลาใส่เต้าหู้หั่นเต๋าประมาณ 1 นิ้วลงไป ตามด้วย น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และน้ำมันงา คนให้เข้ากัน ต้มต่ออีกประมาณ 3-5 นาทีให้เต้าหู้นิ่ม ปิดไฟ

ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยต้นหอม และสาหร่ายซอย รับประทานกับข้าวสวยครับ

ปริมาณหมูสามชั้นอาจจะลดลงได้สำหรับคนไม่ชอบทานมันๆ ครับ เมนูนี้ทำไม่ยากลองทำทานกันดู

ส่วนผสม

เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1-2  กลีบ
หมูสามชั้น หั่นหนา 1 นิ้ว 200 กรัม
หอมใหญ่ซอย 1 หัว
กิมจิ 450 กรัม
เต้าหู้แข็ง 200 กรัม
น้ำปลาดี 2 ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
ต้นหอมหั่น 2 ต้น
สาหร่ายซอย เพื่อตกแต่ง    

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจาก saveur.com

Similar Posts

  • เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ – Gyusuji Nikomi

    สำหรับเมนูวันนี้ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมมักจะสั่งมาทานเวลาไปร้าน izakaya คือร้านไหนมีขายต้องขอสั่งมาลองชิมซักหน่อยครับ  เมนูนี้คือ เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ หรือ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Gyusuji Nikomi พอดีได้เอ็นวัวมาชิ้นนึง ดูรายการเครื่องปรุงแล้วหาได้ไม่ยาก มีดาฉิผงที่อาจจะยากหน่อย (ซื้อได้ที่ fuji UFM หรือ shopee) ที่เหลือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปน่าจะมีครบครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ ความนุ่มดึ๋งของเอ็นวัว ซึ่งซึมซับรสน้ำซุปที่เข้มข้นเข้าไปในเนื้อ มีรสหวาน เค็ม หอมกลิ่นเครื่องปรุง ตัวซุปก็จะข้นหน่อย รวมถึงชิ้นผักอันเปื่อยนุ่ม สูตรนี้ใส่แค่หัวไชเท้า แต่บางร้านก็มีจะหัวบุก (คอนยักกุ) และรากโกโบ (burdock) ใส่ด้วย

  • สะโพกไก่อบมันฝรั่ง

    หายไปหลายเดือนครับ ที่จริงก็ยังทำอาหารอยู่เรื่อยๆ แต่เป็นเมนูซ้ำบ้าง เมนูง่ายๆ บ้าง ก็เลยไม่ได้มาเขียนเอาไว้ คราวนี้ลองทำเมนูง่ายๆ อีกหนึ่งเมนู ทำเสร็จที่บ้านชิมก็ว่าโอเคอร่อยดี ขออนุญาติแบ่งปันอีกเช่นเคยครับ เนื้อสัตว์ตามสูตรจริงๆ เค้าใช้เป็นสะโพกไก่ของโปรดของผม แต่ผมฝากแม่บ้านซื้อมาแล้วได้เป็นน่องสะโพกมาแทนก็เลยตามเลย น้ำหนักรวมประมาณ 900 กรัมบวกลบนิดหน่อย ถ้าเป็นสะโพกธรรมดาก็จะประมาณ 6 ชิ้นครับ พอเป็นน่องสะโพกก็จะประมาณ 4 ชิ้น วัตถุดิบอื่นๆ ก็จะมี มันฝรั่งซัก 3-4 หัว เลือกหัวใหญ่หน่อยครับ แล้วก็พวกหอมแดง กระเทียม มัสตาร์ด ตามสูตรให้ใช้เป็น Dijon ส่วนสำคัญอีกอย่างก็คือพวกเครื่องปรุงที่จะให้กลิ่น ให้คาแรคเตอร์กับเมนูนี้ครับ นั่นก็คือ herbes de provence แต่ผมไม่มีเลยใช้ Italian seasoning แทน หรือจะใช้เป็น thyme หรือ tarragon สดซัก 1 ช้อนโต๊ะก็ได้ครับ

  • ไก่เคี่ยวมะเขือเทศ

    เมนูวันนี้เป็นอีกเมนูที่วัตถุดิบไม่กี่อย่าง โดยมี สะโพกไก่ เป็นหลัก ส่วนรสชาติของไก่ก็จะมาจาก มะเขือเทศ ทำให้จานนี้จะออกเปรี้ยวๆ เป็นรสนำ ตามสูตรเค้าแนะนำว่าเหมาะที่จะทานกับ orzo หรือข้าว พอดีผมมีคูสคูสเหลืออยู่เลยหุงทานทำเป็นแบบเผ็ดๆเหมือนคราวก่อนก็เข้ากันดีครับ เมนูนี้จะมีไทม์ที่อาจจะหายาก ต้องลองดูซุปเปอร์พวก วิลล่า มาร์เก็ต หรือ tops ในเมืองหน่อยครับ ตัวมะเขือเทศหั่นเต๋าซุปเปอร์ใหญ่ๆ น่าจะมีหมด ขั้นตอนในการทำจะทอดไก่ก่อน พอเสร็จก็เคี่ยวกับมะเขือเทศ ใช้เวลาซักพัก ชิ้นไก่เริ่มนุ่ม ก็ทานได้เลยครับ

  • Ghanaian Jollof Rice ข้าวอบมะเขือเทศสไตล์กาน่า

    เมนูที่ลองทำวันนี้ ชื่อว่า Jollof Rice เกิดจากการที่นั่งดูรายการอาหารจากประเทศในโซนแอฟริกาตะวันตก (ที่เราคุ้นหูหน่อยก็จะมี ไนจีเรีย, ไอวอรี่ โคสต์, เซเนกัลและกาน่า) ดูสูตรและวิธีทำ ไม่ยากมากเลยลองทำดูครับ วัตถุดิบผมพอหาได้ทั้งหมด ยกเว้นพริก Habanero ก็เลยใช้ Jalapeno แทน ความเผ็ดสู้ไม่ได้ อ่านจากเว็บเค้าว่าให้ใส่พริกป่นนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเผ็ดครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ความหนึบนุ่มของเมล็ดข้าวที่มีรสเปรี้ยวและหวานจากมะเขือเทศ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของผงกระหรี่และกระเทียมครับ

  • น่องไก่น้ำแดง สูตรโรงครัววชิราวุธฯ

    หลังจากที่คราวก่อนเขียนถึงสูตรการทำ เต้าหู้ผัดพริกป่น ของโรงครัวโรงเรียนไปเมื่อ 5 ปีก่อน ช่วงนี้ที่ต้องเก็บตัวก็เลยได้ลองทำอีกหนึ่งเมนูจากโรงเรียนครับ เมนูนี้ชื่อว่า ‘น่องไก่น้ำแดง’ ครับ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมของนักเรียน น่าจะเพราะอย่างน้อยก็ได้ทานคนละน่องแน่ๆ ฮ่าๆ  จานนี้จะเสิร์ฟเป็นมื้อเช้าไม่ก็กลางวัน เนื้อน่องจะนุ่มเปื่อยหน่อย หนังก็ทอดมาไม่ถึงกับกรอบ ความอร่อยจะอยู่รสชาติของซอสมะเขือเทศที่เปรี้ยวหวาน ผสมความหอมมันจากเนย ซึ่งตอนอยู่โรงเรียน พอไก่หมดซอสก็ยังคลุกทานกับข้าวได้ด้วย

  • | | | |

    เรียนทำอาหารสไตล์ ‘Shojin Ryori’ กับเชฟ Keiko ที่ร้าน Lilou Cafe

    คราวก่อนได้เขียนถึง Chef Table Dinner ไปแล้ว คราวนี้จะเล่าถึง Workshop ที่ได้ไปเรียนกับเชฟ Keiko มาครับ ที่จริงตามกำหนดการเดิมจะเป็นการ Dinner ก่อนแล้วอีกวันค่อยเรียน แต่มีการสลับนิดหน่อยก็เลยกลายเป็นได้เรียนก่อน ตัว Workshop จัดขึ้นที่ร้าน Lilou Cafe เป็นร้านกาแฟไซส์เล็กๆ มีโต๊ะ 3-4 โต๊ะ โดยที่ร้านจะมีขนมเสิร์ฟในวันธรรมดา พอเสาร์อาทิตย์จะมีเมนูอาหารเพิ่มด้วย ซึ่งทุกเมนูจะเป็นมังสวิรัติ ร้านอยู่ในบริเวณของ The Yard Hostel ในซอยราชครูครับ ผู้ที่มาสอนเราก็คือคุณ Keiko ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เธอมีร้านชื่อ 3 Studio Aeeen Works อยู่ที่โรงแรมศรีประกาศ เป็นร้านขายเต้าหู้และผลิตภัณฑ์พวกซอสและเครื่องปรุงที่มี Koji เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีคุณ Yuki สามีช่วยทำอีกคนครับ


แสดงความคิดเห็น