20 คำศัพท์ที่คอ(คราฟท์)เบียร์ควรรู้

ใครที่เริ่มดื่มคราฟท์เบียร์มาซักพัก ก็คงเริ่มจะศึกษาเกี่ยวกับเบียร์ชนิดต่างๆ มากยิ่งขึ้น อาจจะเจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นหูมากยิ่งขึ้น พอดีผมไปเจอบทความรวบรวม 20 คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับคราฟท์เบียร์มา

ก็เลย(แอบ)แปลและเรียบเรียงเอาไว้ เผื่อเพื่อนๆ ไปอ่านเจอคำไหนบนฉลากหรือดูรีวิวจาก YouTube จะได้เข้าใจว่าคืออะไรครับ หวังว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

Macro Lager
Lager คือเบียร์ชนิดที่เราคุ้นเคยดื่มกินกันมานาน น้ำเบียร์เหลืองใส รสชาติไม่ซับซ้อนจึงเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่ความหมายของ ‘Macro Lager’ คำนี้ออกจะเป็นแง่ลบหน่อย หมายถึงพวกเบียร์ที่ผลิตโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ เช่น Anheuser Busch InBev หรือ SABMiller ถ้าเป็นบ้านเราก็คือ … และ … นั่นเอง

Dry Hopped
ฮอปส์เป็น 1 ใน4 ส่วนผสมหลักในการทำเบียร์ (น้ำ,มอลต์,ฮอปส์และยีสต์) ปกติการใส่ฮอปส์จะใส่ระหว่างต้มเบียร์ ก่อนการหมัก (fermentation) ‘Dry Hopped’ จึงถือว่าเป็นวิธีการพิเศษ ขั้นตอนก็คือใส่ฮอปส์ลงไปหลังจากที่ทำการหมักเบียร์เสร็จแล้ว อาจจะประมาณ 7-10 วันหลังจากใส่ยีสต์ ประโยชน์ของการดรายฮอปส์ก็คือการเพิ่มกลิ่นและรสให้ชัดเจนขึ้น(แต่ไม่เพิ่มความขม)

Bottle Conditioning
ความซ่าในน้ำเบียร์ของเบียร์เจ้าใหญ่ๆ ในปัจจุบันนั้นจะต้มเบียร์ให้เข้มข้นแล้วผสมน้ำโซดาก่อนจะบรรจุ ส่วนการ Bottle Conditioning เป็นวิธีที่นิยมในการทำคราฟท์เบียร์เพราะเป็นธรรมชาติมากกว่า ขั้นตอนก็คือใส่น้ำตาลลงไปเพิ่มก่อนกรอกใส่ขวด พอยีสต์กินน้ำตาลแล้วคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาก็จะทำให้เบียร์ซ่านั่นเอง โดยยีสต์ก็จะตกอยู่ที่ก้นขวด

Commune246_90

IBU
ย่อมาจาก International Bittering Units เป็นหน่วยเอาไว้วัดความขมของเบียร์ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากฮอปส์ โดยจะมีการระบุเอาไว้ที่ขวด ทำให้เรารู้ว่าความขมประมาณไหน ถ้า 10 หรือต่ำกว่า แสดงว่าไม่ค่อยขม พวก pale ale จะไม่เกิน 40 ถ้า 50 ขึ้นไปนี่ขมแน่นอน เช่นพวกเบียร์  IPA

Adjunct
ธัญพืชชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่บาร์เลย์ ตัวอย่างเช่น ข้าวโพด หรือข้าว ใส่เข้ามาในเบียร์เพื่อลดต้นทุน โดยมากจะใส่ในเบียร์ลาเกอร์เจ้าใหญ่ๆ แต่ในเบียร์บางสไตล์อาจมีการใส่ข้าวสาลีหรือข้าวโอ๊ตซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคาแรคเตอร์และรสชาติ เช่น วีทเบียร์หรือสเตาท์

SwanLakeMenu_08

Malty
คำอธิบายเบียร์ที่มีรสชาติและคาแรคเตอร์ของมอลต์ชัดเจนหรือโดดเด่นกว่ารสอื่น อาจจะลงลึกไปอีกว่าเป็นรสแบบบิสกิต รสขนมปัง คาราเมล ขนมปังปิ้ง ชอคโกแลต และอื่นๆ

Noble Hops
ฮอปส์มีหลากชนิดหลายสายพันธุ์ แต่ถ้าพูดถึง Noble Hops จะหมายถึง 4 สายพันธุ์ที่ปลูกในเยอรมันและสาธารณรัฐเช็ก ก็คือ Saaz, Hallertau, Spalt และ Tettnang โดยส่วนใหญ่จะใส่ในเบียร์ลาเกอร์สไตล์ยุโรป

Esters
กลิ่นและรสที่มักพบในเบียร์ Ale เพราะว่า Ale หมักในอุณหภูมิสูง (ประมาณ 20 องศาเซลเซียส) ซึ่งเหมาะสมกับการเกิด ester ส่วนใหญ่จะระบุให้เข้าใจง่ายๆด้วยคำว่า ‘fruity’ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับชนิดยีสต์และอุณหภูมิที่ใช้หมักด้วย

Piney
มักจะระบุอยู่ในคำอธิบายของเบียร์ IPA (India Pale Ale) ที่มีรสขมโดดเด่นรวมถึงมีคาแรคเตอร์ของต้นสน (Pine) รสและกลิ่นนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ฮอปส์ที่เลือกใช้ด้วย

Gravity
หน่วยวัดที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ใช้วัดความหนาแน่นของสารละลายในน้ำเบียร์ก่อนและหลังการหมัก (fermentation) เพื่อสามารถคำนวณแอลกอฮอล์ (ABV) ได้ วิธีการก็คือวัดตอนที่ต้มเบียร์เสร็จแล้ววัดหลังจากการหมักจากนั้นก็เอาค่าทั้งสองมาลบกันก็จะได้ปริมาณแอลกอฮอล์ ABV (Alcohol By Volume)

HatosBar_016

Imperial/Double
เป็นสไตล์เบียร์ โดยมากใช้กับ Stout หรือ IPA (Double IPA , Imperial Stout) ที่มีแอลกอฮอล์และรสชาติที่รุนแรง เข้มข้นขึ้น ซึ่งก็มาจากการเพิ่มปริมาณ ฮอปส์และมอลต์

Single Hopped
คำนี้ก็ตรงตัวเลยครับ ก็คือเบียร์ที่ใช้ฮอปส์ชนิดเดียว (เช่น Cascade, Fuggle, Chinook) จุดประสงค์ก็คือเพื่อโชว์คาแรคเตอร์ กลิ่น และรสชาติของฮอปส์ชนิดนั้นๆ

Brettanomyces
เบียร์ส่วนใหญ่จะหมักด้วยยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ส่วน Brettanomyces หรือที่รู้จักในชื่อ Brett เป็น wild yeast ที่ลอยอยู่ในอากาศซึ่งจะมีส่วนในการหมักแบบธรรมชาติ ยีสต์แบบนี้จะสร้างรสเปรี้ยว รสดิน รสเครื่องเทศ เช่นเดียวกันกับรสอื่นๆของเบียร์ ที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบไอ้รสดังกล่าวที่ว่ามา

Clean
คลีนในที่นี่หมายถึงเบียร์ที่ไม่มีรสชาติหรือ texture ไม่ซับซ้อนมากนัก ไม่ได้หมายความเบียร์นั้นจืด ไม่มีรสชาติ ตัวอย่างที่ง่ายๆก็คือลาเกอร์นับเป็นเบียร์ clean ชนิดหนึ่ง

SwanLake_002

Session Beer
เบียร์แอลกอฮอล์ต่ำ โดยทั่วไปคือ 3-4% ABV ทำให้ดื่มสะดวก ไม่เมาเละเทะ ตัวอย่างเช่น Session IPA ที่จะมีรสและแอลกอฮอล์เบากว่า IPA ธรรมดา ทำให้ดืมลื่นคอมากขึ้น

Skunked
กลิ่นและรสอันไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในเบียร์ เกิดจากการที่เบียร์โดน UV ในแสงแดด ทำให้ส่วนประกอบในน้ำเบียร์มีกลิ่นและรสไม่ดี ฟังกี้ๆ ออกมา เป็นเหตุผลว่าทำไมขวดเบียร์ส่วนใหญ่ถึงเป็นสีน้ำตาล

Fresh Hopped/Wet Hopped
โดยปกติแล้วดอกฮอปส์ที่เก็บเกี่ยวมาจากต้นนั้นจะถูกอบแห้งภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนจะนำไปใส่ในเบียร์ แต่ fresh hopped ก็คือการนำไปใส่ในเบียร์เลย ทำให้มีรสและกลิ่นที่ชัดกว่า ซึ่งก็ขั้นตอนดังกล่าวก็ยุ่งยากขึ้น ทำให้เบียร์ตัวนั้นๆ อาจจะมีราคาแพงและหาดื่มได้ยากขึ้นไปเช่นกัน

SwanLake_007

Yeasty
ใช้เหมือนกับ malty ครับ ก็คือไว้อธิบายเบียร์ตัวที่มีรส กลิ่น ของยีสต์โดดเด่นขึ้นมา พวกวีทเบียร์ หรือเบียร์จากเบลเยียม หลายๆ ตัวจะมีคาแรคเตอร์ประมาณนี้

Cask Beer
เบียร์สดที่เราทานกันนั้นจะบรรจุลงใส่ถังโลหะที่เรียกว่า Keg ครับ ซึ่งก็จะผ่านขั้นตอนการกรอง, ทำให้ซ่า (carbonated), พาสเจอร์ไรซ์ เวลาจะเสิร์ฟก็จะดันออกมาด้วย CO2 หรือ ไนโตรเจน ส่วน ‘Cask Beer’ จะเป็นแบบโบราณดั้งเดิมหรือที่เรียกกันว่า Real Ale ก็คือจะไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ไม่กรอง ส่วนการ cabonate นั้นใส่ยีสต์ลงไปเพิ่มอีกเล็กน้อยในถังไม้ เวลาเสิร์ฟก็ปั๊มด้วยมือออกมา ไม่ได้ใช้ CO2 โดยเสิร์ฟในอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้รสชาติชัดเจนเพิ่มขึ้น

Phenols
เหมือนกับ esters ระหว่างขั้นตอนการหมักอาจเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือสารเคมีในน้ำ Phenol อาจจะมีรสเหมือนยาหรือเหม็นแปลกๆ หรือสกอตช์วิสกี้ที่กลิ่นแบบพลาสติกหรือพลาสเตอร์ยา แต่กลิ่นนี้ไม่ได้เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เสียทีเดียว เบียร์อย่าง Hefeweizen ก็มีกลิ่นกานพูลที่เกิดจาก Phenols เช่นเคยคือมีทั้งคนชอบและไม่ชอบไอ้รสแบบนี้

แปละและเรียบเรียงจาก foodandwine.com

Similar Posts

  • Ramen To Biiru กินราเม็งแกล้มคราฟท์เบียร์ สาขา Vesterbro – Copenhagen

    จบงาน MBCC 2018 วันที่สอง ก็ยังจะไปกินราเม็งอีก คนบ้าอะไรไปกินราเม็งที่เดนมาร์ก ไปผิดประเทศรึเปล่า แต่วันนี้ไปอีกร้านครับ เป็นร้านในเครือ Mikkeller นั่นก็คือ Ramen To Biiru ที่จริงเมื่อปี 2016 ผมเคยไปร้าน Ramen To Biiru แล้วแต่เป็นอีกสาขานึงครับ ส่วนสาขาVesterbro ที่ไปคราวนี้อยู่ตรงถนน Enghavevej ไม่ไกลจากงานเช่นกัน เดินพอไหว ไปถึงก็มีคิวหน้าร้านนิดหน่อย ส่วนใหญ่ก็คือเดินมาจากงานนั่นหละครับ พอถึงคิวก็กดสั่งราเม็งจากตู้ แต่ไม่ต้องจ่ายเงิน เอาใบไปให้พนักงานที่เคาท์เตอร์ แล้วก็สั่งเบียร์ได้

  • เยี่ยมชมโรงต้มเบียร์ ‘Duchesse de Bourgogne’ Verhaeghe เมือง Vichte – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังจากที่ไปแวะโรง Alvinne และซุปเปอร์มาร์เก็ตเบียร์ Bierhalle Deconinck ก็ได้เวลาเดินทางไปยังโรงเบียร์แห่งที่สองของวันนี้ โรงนี้มีชื่อว่า “Brouwerij Verhaeghe” ที่เมือง Vichte ครับ ถ้าบอกชื่อโรงอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่ถ้าเป็นเบียร์ชื่อ Duchesse de Bourgogne หรือเบียร์แม่หญิง พวกเราน่าจะคุ้นเคยมากกว่าใช่ไหมครับ เมื่อเรามาถึงก็มีพนักงานมาต้อนรับอย่างดี จากนั้นก็แบ่งกลุ่มกันไปชมโรงเบียร์ โดยอีกกลุ่มก็นั่งรอที่ห้อง Tasting Room ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงม้าในอดีต ระหว่างรอก็เปิดเบียร์ชิมและก็ฟังประวัติและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโรงนี้

  • Ong Cao คราฟท์เบียร์บาร์ 18 แทป ย้าน Pham Ngu Lao เมืองโฮจิมินห์

    ร้านสุดท้ายของคืนนี้ หลังจากวนเวียนยาวนานมาทั้งวัน คณะของเราเดินทางกลับมายังแถวๆ ที่พักย่าน Pham Ngu Lao ครับ เป็นคราฟท์เบียร์บาร์ที่มีชื่อว่า ‘Ong Cao’ ตัวร้านขนาด 1 ห้องอาคารพาณิชย์ แต่มีสองชั้น เปิดโล่งสองฝั่งทั้งด้านหน้าและด้านข้าง โต๊ะเป็นแบบทรงสูง ตัวบาร์อยู่ด้านในหลังสุดครับ ส่วนชั้นสองก็มีโซนด้านนอกกับโซนด้านใน วันที่ไปลมโฟลว์เย็นสบายดีครับ ร้านเปิดเพลงฮิปฮอปเวียดนามฟังมันๆ ระหว่างจิบเบียร์ สำหรับเบียร์ที่นี่เป็นเบียร์สดทั้งหมด 18 แทปครับ เป็นคราฟท์เวียดนามทั้งหมด ดูจากเมนูเหมือนว่าน่าจะ fix แทปไม่ค่อยได้หมุนเวียนเท่าไหร่ ส่วนอาหารก็มีของทานเล่นกับแกล้ม ของทอด แฮมอะไรพวกนี้ แต่เราอิ่มกันตื้อแล้วเริ่มเล็มแต่เบียร์อย่างเดียวครับ

  • | |

    ไร่องุ่น Hua Hin Hills Vineyard

    หลายๆ คน (รวมถึงผมเมื่อก่อนด้วย) อาจจะคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ได้ แต่พอได้อ่านได้เห็นจากหนังสือและเว็บ ทำให้ทราบว่า เราสามารถปลูกและผลิตไวน์ได้ โดยมีการผลิตมาซักพักนึงแล้วครับ มีการปลูกที่เขาใหญ่ (กรา มอนเต้) หรืออีกเจ้าที่ดังมานานเช่นกันก็คือ ชาโตว์ เดอ เลย (ปลูกที่ภูเรือ จังหวัดเลย) รวมถึงเจ้านี้ ซึ่งเรามีโอกาสได้มาเยี่ยมชมและทานข้าวกลางวัน ที่นี่มีชื่อว่า “Hua Hin Hills Vineyard” ครับ ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่เจ้าของก็คือ สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิต(SPY)และนำเข้าไวน์เจ้าใหญ่นั่นเอง เริ่มคุ้นแล้วรึเปล่าครับ โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Monsoon Valley ซึ่งใช้องุ่นจากที่หัวหินฮิลลส์นี่นำไปผลิตที่โรงงานแถวสมุทรสาคร ความเป็นมาของที่นี่เริ่มตั้งแต่ปี 2546 โดยก่อนที่จะมาเป็นไร่องุ่นเดิมเคยเป็นสถานที่ฝึกและเลี้ยงช้างป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ของโครงการรวม 1,400 ไร่ เป็นพื้นที่เพาะปลูกองุ่นประมาณ 500 ไร่ ด้วยความที่ดินเป็นแบบหินปนทรายมีลักษณ์คล้ายคลึงกับไร่องุ่นแถวเมดิเตอเรเนียนเลยสามารถจะทดลองเพาะปลูกองุ่นได้

  • The Slop Shop ร้านคราฟท์เบียร์ชานกรุง Tokyo

    หลังจากอิ่มหนำทั้งท้องและหัวใจจากร้าน Sushi Kimura ผมเดินทางต่อด้วยรถไฟสาย Oimachi จากสถานี Futako-Tamagawa ไปลงที่สถานี Midorigaoka เพื่อแวะร้านเบียร์ที่เซฟเอาไว้ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า The Slop Shop อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 700 เมตร พอได้เดินย่อยอาหารครับ บริเวณนี้จะดูเป็นชุมชนชานเมือง บ้านคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่  ตัวร้านขนาดกลางๆ แต่วันที่ผมไปเหมือนกับมีฝรั่งเค้ามาเลี้ยงปาร์ตี้อะไรกันอย่างนี้ เลยทำให้ร้านดูเล็กลงไปพอสมควร เดินๆ ยืนๆ เบียดกันหน่อยครับ

  • Beer Kichi คราฟท์เบียร์บาร์ไซส์กะทัดรัด สถานี Tenjin-Minami Fukuoka

    ค่ำคืนวันคริสมาสต์หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ครอบครัวของเราก็กลับโรงแรมครับ พาเด็กๆ เข้านอน แล้วพอดึกๆ ผมกับพี่ชายก็นั่งแท็กซี่ฝ่าฝนไปยังร้านคราฟท์เบียร์ที่จดมาไว้ ร้านนี้มีชื่อว่า Beer Kichi ครับ ผมรู้จักร้านนี้ จากน้องฝ้ายเบียร์จ๋าฯ ซึ่งบอกว่าลองแวะไปดูหน่อย มาถึงที่ร้านฝนก็ยังปรอยๆ อยู่ ที่สำคัญคือทางร้านจัดงานคริสมาสต์ครับ คนล้นจนแทบจะยัดเข้าไปในร้านอีกไม่ได้ ผมและพี่ชายยืนรออยู่หน้าร้านซักพักจนมีคนออกมา ถึงได้แทรกตัวเข้าไปแปะในร้านตรงที่ติดประตูเลยครับ ขนาดร้านค่อนข้างเล็ก บาร์ยาวลึกตามแนวตึกเข้าไป เป็นบาร์ยืนไม่มีเก้าอี้ครับ 


แสดงความคิดเห็น