|

เนื้อวัวรสเยี่ยม เชียงราย

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายเป็นครั้งครับ อาจจะเคยไปมาแล้วตอนเด็กมากๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ครั้งนี้ก็เลยเหมือนเป็นครั้งแรกที่ได้มาจังหวัดนี้ การเดินทางนั้นผมนั่งนกแอร์จากสนามบินดอนเมือง ลงสนามบินนานาชาติ แม่ฟ้าหลวง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายเท่าไหร่ครับ ลงเครื่องปุ๋บก็นั่งแท็กซี่ไปโรงแรม ที่เชียงรายมี grab taxi ด้วยนะครับ เปิดแอพเรียกได้

หลังจากเก็บของที่โรงแล้วก็เป็นเวลาประมาณ 2 โมงได้ รีบเดินทางไปทานข้าวกลางวันครับ ร้านแรกที่หามาเป็นร้านก่วยเตี๋ยวเนื้อชื่อ เนื้อวัวรสเยี่ยม อยู่ไม่ไกลจากวงเวียนหอนาฬิกา ไปถึงพนักงานบอกขอให้สั่งอาหารทีเดียวเลย เพราะใกล้จะปิดร้านแล้ว ร้านปิด 15.00 ครับ

ตัวร้านขนาด 2 ห้อง สะอาดสะอ้านดีครับ แต่ละโต๊ะจะมีตู้ขนาดเล็กๆ ใส่ ตะเกียบ ช้อน และถ้วน้ำจิ้ม ติดอยู่ที่ข้างฝา น่ารักดี สำหรับก๋วยเตี่ยวผมสั่งเป็นเกาเหลาพิเศษมาทานกับข้าวสวยครับ

ChiangRai_001
ป้ายหน้าร้านครับ
ChiangRai_002
ลวกกันหน้าร้าน
ChiangRai_003
เครื่องในวัวครับ
ChiangRai_004
แม่ครัวบอก ถ่ายแต่ของกินไม่ถ่ายแม่ครัวเลย ก็เลยจัด 1 ภาพครับ
ChiangRai_005
บรรยากาศภายในร้าน
ChiangRai_006
ตู้ใส่ช้อนและตะเกียบของแต่ละโต๊ะ น่ารักดีครับ
ChiangRai_007
ชามแรกเป็นของน้องชาย เส้นหมี่น้ำครับ
ChiangRai_008
เครื่องในมาเต็ม
ChiangRai_009
ลูกชิ้นก็มีครับ
ChiangRai_011
ของผมเองมาแล้วครับ เกาเหลาทุกอย่างพิเศษ
ChiangRai_012
น้ำซุปร้านนี้หวานๆ มีกากหมูใส่มาด้วย ถูกใจเลย ส่วนเครื่องในบางชิ้นมีสาบๆบ้าง แต่ก็เปื่อยนุ่มดีครับ ผักลวกมาเปื่อยนุ่ม
ChiangRai_013
จากร้านเดินมาถ่ายรูปหอนาฬิกาสบายๆ ครับ ใกล้มาก

 

เนื้อวัวรสเยี่ยม เชียงราย
เบอร์โทร : 053-601-190 , 08-1881-9551
เปิด : 7.00-15.00
foursquare

Similar Posts

  • |

    Khagee ร้านกาแฟสวยเรียบ เชียงใหม่

    ช่วงบ่ายแก่หลังจากทานข้าวที่ร้าน 3 Studio แล้ว ผมก็เดินออกมาที่ร้านกาแฟที่ได้หาไว้ล่วงหน้า ชื่อร้านว่า Khagee หรืออ่านเป็นไทยว่า ขจี ตัวร้านนี่คือติดกับโรงแรมศรีประกาศเลยครับ เดินมานิดเดียวถึง  หน้าร้านเป็นกระจกใสบานใหญ่และปูนสีขาวดูสะอาด น่าจะรีโนเวทมาจากอาคารเก่า เข้ามาด้านในช่วงประมาณบ่ายสามโมงวันธรรมดานี่ลูกค้าเก็บเต็มร้านเลยครับ มีว่างอยู่โต๊ะเดียวผมรีบเข้าไปนั่งกลัวไม่มีที่ ลูกค้าก็มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ภายในร้านตกแต่งเรียบๆ ดูคลีนๆ เน้นสีขาว เฟอร์นิเจอร์ในร้านเป็นไม้และเหล็กแบบผ่านการใช้งานมาแล้ว ชอบโทนการตกแต่ง ในร้านเปิดเพลงอิเล็กโทรป๊อปล้ำๆ เท่ๆ เข้ากับร้านดีครับ บริเวณทางเข้าร้านมีตู้กระจกโชว์ขนมปังอยู่ครับ โดยมีเขียนไว้ว่า natural yeast bread ไม่แน่ใจว่าใช้ยีสต์ธรรมชาติทุกชิ้นเลยรึเปล่า ผมสั่งกาแฟลาเต้เย็นมา1 แก้วพร้อมกับสโคนอีกหนึ่งชิ้น หยิบหนังสือดีไซน์หัวญี่ปุ่น casa brutus และ premium มานั่งอ่านไปพลางจิบกาแฟ เดาเอาว่าเจ้าของร้านน่าจะเป็นคนญี่ปุ่น เพราะเห็นมานั่งคุยกับลูกค้าคนญี่ปุ่น

  • เก๊าบ่ะต๊าก๊บ ซี่โครงปิ้งย่างแถวแยกสันคะยอม เชียงใหม่

    หลังจากมื้อเที่ยงที่ร้านลาบขุนเส เราก็กลับไปพักผ่อนกันที่ที่พัก จนพอเย็นๆ ถึงได้เรียกรถออกไปนอกเมืองกัน วันนี้รถติดหน่อยเพราะเป็นช่วงเย็นเวลาเลิกงานพอดี เราวิ่งขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามถนนแก้วนวรัฐต่อกับถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ทางเดียวกับที่ไปร้านลาบต้นข่อยนั่นเอง แต่เราเลี้ยวซ้ายก่อนตรงวงแหวนรอบนอก ผ่านร้านดังป้าแดงจิ้นตุ๊บ กลับรถตรงแยกสันคะยอมนิดเดียวก็มาถึงเป้าหมายเย็นนี้ของเรา ชื่อร้านฟังสนุกหูว่า ‘เก๊าบ่ะต๋ากบ แก้มแดง’ ร้านนี้ได้ยินชื่อครั้งแรกจากน้องชาวเชียงใหม่คนหนึ่ง ฟังชื่อแล้วแบบอยากมาลอง มันออกเสียงน่ารักดีครับ โดยเก๊าแปลว่าต้นไม้ใหญ่หรือร่มเงาใต้ต้นไม้ใหญ่ประมาณนั้น ส่วนบ่ะต๋ากบก็คือ ต้นตะขบนั่นเองครับ

  • Versailles (พระราชวังแวร์ซาย) – ยุโรป 2013 ตอนที่ 10

    วันที่ 10 ของทริปนี้ วันนี้เราออกมานอกเมือง มายังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของฝรั่งเศส นั่นก็คือ พระราชวังแวร์ซาย หรือ Château de Versailles ในภาษาฝรั่งเศส พระราชวังแวร์ซาย อยู่ในเมืองแวร์ซาย ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส โดยตัวเมืองอยู่ห่างจากใจกลางกรุงปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 17.1 กิโลเมตร เราเดินทางมาด้วยรถทัวร์ แต่ถ้าเดินทางมาเองจากใจกลางเมืองก็สามารถมาได้ทางรถไฟ พระราชวังแวร์ซายเริ่มก่อสร้างในปี 1661 เสร็จในปี 1688 โดยแรกเริ่มในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 นั้นเป็นเพียง กระท่อมล่าสัตว์ขนาดไม่ใหญ่ แต่พอมาถึงสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จึงได้มาสร้างขึ้นเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ ตัวอาคารส่วนใหญ่เป็นหินอ่อนสีขาว นอกจากตัววังแล้ว สวนของพระราชวังใหญ่ก็มีขนาดใหญ่มโหฬารเช่นกัน (ตอนนี้รูปเยอะหน่อยนะครับ)

  • The Larder Cafe & Bar อาหารเช้าแบบฝรั่ง นิมมานเหมินท์ – เชียงใหม่

    วันสุดท้ายก่อนกลับบ้านในช่วงบ่ายๆ ตอนเข้าผมเดินทางออกจากที่พัก Airbnb ไปยังร้าน Larder Cafe ซึ่งเจอเมื่อวานอย่างไม่ตั้งใจครับ คือเดินทะลุซอยเพื่อจะไปยังถนนนิมมานเหมินท์เห็นร้านนี้คนเยอะกลับมาเปิดดูรูป เอ้อน่ากินเลยแวะมาลองดู ร้านอยู่ในซอยสุขเกษมซึ่งก็จะทะลุมาออกถนนนิมมานเหมินท์ได้ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ด้านหน้ามีโซนที่นั่งเอาท์ดอร์ ภายในร้านมีโต๊ะข้างๆ แล้วก็สามารถนั่งบริเวณเคาเตอร์ได้ด้วยครับ วันที่ผมไปเป็นเช้าวันธรรมดาลูกค้าเยอะพอสมควรแต่ก็น้อยกว่าเมื่อวานที่เดินผ่าน(วันหยุด) ลูกค้ามีทั้งต่างชาติและคนไทย ปนๆกัน เมนูของที่นี่จะเป็นพวก Open Sandwich สลัด แซนด์วิช โยเกิร์ต ธัญพืชต่างๆ โดยมี extra topping ให้สั่งเพิ่มได้ เครื่องก็จะเป็นกาแฟ มิลค์เชค และน้ำผลสดครับ

  • Tsuta ราเม็งดาวมิชลินร้านแรกของโลก – Tokyo

    ทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนนั้นนอกจากตั้งใจจะไปงาน Mikkeller Beer Celebration Tokyo แล้ว ผมตั้งใจจะไปลองชิมราเม็งร้านดังสองร้านครับ หนึ่งในนั้นก็คือร้าน Tsuta ซึ่งเป็นร้านราเม็งร้านแรกที่ได้ดาวมิชลินมาในปี 2015 ครับ ร้าน Tsuta เปิดในปี 2012 โดยเชฟ Onishi Yuki เมนูดังของที่นี่คือ Char Siu Wonton Ajitama Shoyu ก็คือใส่ทุกอย่างทั้งหมูชาชู เกี๊ยว และไข่อาจิทามะ โดยน้ำซุปเป็นแบบโชยุ ซึ่งหมักยาวนานถึง 2 ปี ครับ ส่วนตัวเส้นก็เป็นเส้นที่ทางร้านทำเอง ที่แตกต่างจากราเม็งปกติคือมีการใส่น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลด้วย สำหรับร้านนี้จะต้องอาศัยความพยายามเล็กน้อยในการจองคิว คือทางร้านจะเปิดให้ไปรับบัตรคิวได้ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะมาทานในช่วงกลางวัน ตั้งแต่ 11.00 เป็นต้นไป ถ้าคนที่ไม่ปาร์ตี้จนดึกก็อาจจะไม่ลำบากมาก แต่ผมนั่งจิบกับเพื่อนๆ จนราวตี 2 ได้ ต้องตั้งนาฬิกาปลุกประมาณ 7.00 เพื่อเดินทางจากแถว Roppongi ไปยังสถานี Sugamo ของร้าน

  • | | |

    Glover Garden, Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.1

    เดินทางกันมาจนถึงวันที่ 7 ของทริปครับ วันนี้เราจะย้ายเมืองกันแล้ว ออกจาก Fukuoka ไปยังเมือง Nagasaki เมืองที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 2 เมืองที่โดนระเบิดปรมาณูตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเองครับ (อีกเมืองคือ Hiroshima) ผมและสมาชิกในทริปพยายามออกเดินทางจากสถานี Hakata ตั้งแต่เช้าๆ เพื่อเราจะได้มีเวลาเที่ยวที่ Nasagaki เยอะหน่อย การเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างที่รอรถออกหิมะก็ลงมาปรอยๆ เป็นละอองสวยงาม พยายามหยิบกล้แงมาถ่ายแต่ก็ได้ภาพไม่สวยเท่าที่เห็น ในใจก็คิดว่าเเออ เราตื่นเต้นอยู่คนเดียวรึเปล่า แต่ก็เห็นคนญี่ปุ่นหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ้างเหมือนกันครับ พอมาถึง Nagasaki ก็ขึ้น Taxi ไปยังโรงแรม Richmond Hotel เพื่อฝากกระเป๋าซะก่อน ตัวโรงแรมอยู่ในโซนที่ดูเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืน ผับบาร์เยอะมาก แต่ไม่เปิดเลยครับ เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่พอดี จากโรงแรมก็เดินๆ ไปจนถึงย่าน Chinatown เพื่อหาของกิน ที่นี่มีชื่อเรื่องจัมปง เป็นเมนูเส้นๆ คล้ายราเม็ง แต่เป็นสไตล์จีนมากกว่า เพราะคนจีนอยู่ที่ Nagasaki นี่เพียบเลยครับ


แสดงความคิดเห็น