|

บรรยากาศงาน ‘ความเบียร์จงมี ความสุนทรีย์จึงมา’ ที่ร้าน 2203 twenty two O three

เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคมผมได้รับเชิญจากคุณเทอร์โบให้ไปร่วมงาน ‘ความเบียร์จงมี ความสุนทรีย์จึงมา’ เป็นงานเสวนาและจิบเบียร์ที่ร้าน 2203 ในซอยวิภาวดี 16 หรือซอยโชคชัยร่วมมิตรนั่นเองครับ

ในงานก็จะมีพี่ม่อน อุทิศ เหมะมูล ผู้เขียนหนังสือ Writer’s Taste พูดคุยเรื่องเบียร์ เล่าที่มาที่ไปว่าทำไมมาชอบและหลงไหลเบียร์ แล้วก็มีเสิร์ฟเบียร์ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมกัน 7 ตัวเลยทีเดียวครับ

ผมไปถึงก่อนเวลาเริ่มงานแป๊บนึง ก็ได้ลองจิบๆ เบียร์สดไป 2 ตัว ตอนที่ไปถึงนี่ พี่ๆ น้องๆ ในวงการคราฟท์เบียร์ก็มากันเต็มร้านแล้วครับ บรรยากาศคอเบียร์คุยกันเพลินมากๆ

2203event_01
ร้านจะอยู่ในซอย 16/10 ครับ ถ้ามาจากฝั่งวิภาคือซอยฝั่งขวามือ
2203event_42
ป้ายร้าน
2203event_43
บริเวณหน้าร้านครับ
2203event_04
บรรยากาศภายในร้านช่วงเย็นๆ ก่อนเริ่มงาน
2203event_05
พี่ม่อน ถ่ายคลิปอยู่หน้าร้านครับ
2203event_03
จิบๆ เบียร์สดก่อนเริ่มงานครับ มี่ร้านมีทั้งหมด 5 แทป
2203event_07
แก้วแรกเป็น Ace of Chinook เป็น Session IPA จาก Brew Dog แอลกฮอล์เบาๆ ดื่มง่าย สดชื่นครับ
2203event_08
ต่อมาเป็น Todd – The Axe Man ของ Surly เป็น IPA ที่ไม่ขมมาก มีรสส้มปลายๆ ดื่มลื่นดีครับ
2203event_10
โปสเตอร์งาน
2203event_12
บรรยากาศภายในร้านครับ
2203event_14
คุ้นหน้าคุ้นตากันหลายท่าน
2203event_09
ลิสต์เบียร์ที่จะได้ชิมวันนี้
2203event_29
ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับหนังสือ Writer’s Tatse พร้อมลายเซนพี่ม่อนด้วยครับ คุ้มมาก
2203event_17
เริ่มงานโดยคุณฤกษ์จากเพจ SawasdeeCraft สอบถามที่มาที่ไปว่าทำไมพี่ม่อนถึงมาชอบดื่มเบียร์
2203event_18
พี่ม่อนเล่าสบายๆ สนุกๆเป็นกันเองว่า เริ่มสนใจในเบียร์มาประมาณ 7 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2552 ก็จะดูที่ Villa Market ส่วนมากก็จะเน้นเบียร์แอลกอฮอล์สูงๆ เพราะรู้สึกคุ้มดีครับ ฮ่าๆๆ
2203event_19
โดยมีหนังสือ 1001 Beers You Must Taste Before You Die เป็นเหมือน checklist ว่าเคยทานตัวไหนไปแล้วบ้าง นอกจากที่ Villa ก็มีร้าน HOBS อีกร้านที่พี่ม่อนมักจะแวะไปลองเบียร์ครับ
2203event_21
พูดคุยซักพักเบียร์ตัวแรกก็เสิร์ฟครับ เป็น IPA จากเจ้าดัง Stone เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่ดื่มลื่นดี
2203event_22
ตัวที่ 2 เป็น Hop Zombie – Double IPA จาก New Zealand แบรนด์ Epic ตัวนี้หอมลิ้นจี่ น้ำเบียร์หนืดนิดๆ รสหวานตามสไตล์ Double IPA
2203event_23
มีพิซซ่าเสิร์ฟคนละถาดให้ทานแกล้มครับ
2203event_24
ตัวที่สามเป็นของแปลก Femme Fatale Noir ของ Evil Twin เป็น Black IPA ที่ใช้ Brett ในการหมัก ทำให้มีกลิ่นของดอง แล้วรสเปรี้ยวก็ไม่มาก มีรสคั่วๆ มาผสมเลยดื่มง่ายครับ
2203event_26
บรรยากาศระหว่างการเสวนา
2203event_27
คุยไปจิบไป มีเกร็ดของเบียร์แต่ละตัวที่ชิม เกร็ดเกี่ยวกับเบียร์สไตล์และโรงเบียร์ต่างๆ โดยมีพี่เก้ง Yaksa ผู้จัดงานเบียร์แคมป์ และพี่ปูเป้ Beer Scouting ช่วยเล่าเสริมด้วย ได้ความรู้เพิ่มอีกเพียบเลยครับ
2203event_28
Celebrator สไตล์ Dopple Bock จาก Ayinger ตัวนี้ ดื่มแล้วได้รสสมุนไพรบางๆ กลมกล่อมดี ส่วนตัวรู้สึกมีรสเค็มนิดๆ
2203event_30
ตัวนี้ของแรงและอร่อย Bommen & Granaten เป็น Barleywine จาก De Molen ครับ ได้ดื่มเป็นครั้งที่ 2 สำหรับตัวนี้ รสหวานเหมือนกินโกโก้ใส่นมข้น หอมนวลๆ แอลกอฮอล์มาแรง ชอบครับ
2203event_32
เบียร์นกฮูกจากญี่ปุ่น Hitachino Nest Lacto Sweet Stout ตัวนนี้ลองแล้วไม่ค่อยชอบครับ กลิ่นมันตึ่ยๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่
2203event_33
ตัวสุดท้ายมาเป็นกระป๋อง Evil Cousin Double IPA จากแบรนด์ Heretic
2203event_34
หลังจากโดนกันไป 7 ตัวผู้ร่วมเสวนาก็มึนเมาสนุกสนานไปตามๆ กันครับ
2203event_35
คุณตี้ Drinkable ผู้นำเข้าเบียร์ Heretic มาเกริ่นให้ฟังก่อนเปิดดื่มครับ
2203event_37
พี่ม่อนกล่าวปิดงาน
2203event_38
คุณเทอร์โบเจ้าของร้านมากล่าวขอบคุณครับ
2203event_39
พี่ม่อนทยอยแจกลายเซนเพิ่มเติม
2203event_40
วันนี้ยังไม่ได้ลองอาหารเลย แต่แอบเก็บภาพเมนูมาให้ชมครับ คราวหน้าจะกลับมาลองทานอาหารดูบ้าง
2203event_41
รายการเครื่องดื่ม

เป็นอีกงานที่สนุกมากๆ ครับ ได้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเบียร์เพิ่มอีกเพียบ ได้ชิมเบียร์หลายตัวเลย แถมยังได้หนังสืออีกด้วย คุ้มค่ามากๆ ขอขอบคุณคุณเทอร์โบ ทีมงานผู้จัดและร้าน 2203 มากครับ

ใครสนใจลองอยากลองจิบเบียร์กับอาหารอิตาเลียนลองแวะไปที่ร้านได้ ส่วนงานเสวนาประมาณนี้แว่วๆ มาว่า อาจจะมีอีก ที่ไหนอย่างไร ถ้ามีข้อมูลจะมาแจ้งให้ทราบครับ

2203 twenty two O three ซอยวิภาวดี 16
เบอร์โทร : 095-598-9554
เปิด : 17.30-24.00 ปิดวันพุธ
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • iBrew ร้านขายอุปกรณ์ต้มเบียร์ Singapore

    นอกจากงานเบียร์ Beer Fest และพวกร้านเบียร์ ทริปนี้ยังได้แวะไปร้านขายอุปกรณ์ต้มเบียร์ในสิงคโปร์ด้วยครับ ร้านนี้มีชื่อ iBrew อยู่ออกไปนอกเมืองเหมือนกัน ถ้านั่งรถใต้ดินก็จะลงสถานี Clemeti ครับ ผมนั่ง grab มาครับ เลยไม่ต้องเดินไกล ร้านอยู่ใต้อาคารพักอาศัย อารมณ์แบบพวกอพาร์ตเมนต์ 4-5 ชั้น คล้ายพวกบ้านของการเคะไอ้อย่างงนี้ครับ บริเวณใกล้ๆก็จะเป็นศูนย์อาหาร ร้านของต่างๆ ตัวร้าน iBrew ขนาดไม่ใหญ่มาก มีอุปกรณ์หลากหลายพอสมควร สามารถซื้อกลับไป ต้มได้เลย หมัก กรอกใส่ขวดได้เลยอุปกรณ์ครบครับ พวกชุดคิทก็มี หรือจะเป็นมอลต์ต่างๆ ก็มีเช่นกันครับ

  • Yellow Pug คราฟท์เบียร์บาร์ร้านสวย บรรยากาศดี ถนนวัวลาย เชียงใหม่

    เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมครับ หลังจากทานลาบควายกันที่ร้าน ลาบเก๊ายาง เรานั่งรถแดงไปกันที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อ Yellow Pug ครับ ร้าน Yellow Pug เดิมทีอยู่โซนนอกเมืองหน่อย แแต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่โครงการ Weave ที่ปรับปรุงโรงน้ำแข็งเก่าให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับงานคราฟท์ต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ศิลปะ ร้านค้า รวมถึงร้านคราฟท์เบียร์ด้วยนั่นเอง ตัวโครงการอยู่ในซอยวัวลาย 3 ครับ ทางเข้าอาจจะดูเล็กหน่อย แต่ตัวอาคารใหญ่มาก เน้นสีปูนเปลือยเป็นหลัก พอเดินผ่านผ้าม่านยาวสูงเข้ามาภายใน ผมนี่ว้าวอยู่ในใจเลยครับ มันใหญ่ โปร่ง สวยงามมากๆ

  • | |

    Red Willow Bar บาร์ของโรงคราฟท์เบียร์ในเมือง Macclesfield

    ออกจาก Buxton Tap House ผมนั่งรถสาย 58 ข้ามเมืองมายัง Macclesfield ที่อยู่ห่างกันประมาณ 18 กิโลเมตรครับ นั่งรถประมาณ 40 นาที ซึ่งเส้นทางนี้กลายเป็นถนนที่สวยงามที่สุดในทริปนี้ จริงๆ มันก็เป็นแบบ เนินเขา หญ้าๆ เขียวๆ ธรรมดาหละครับ แต่คือไม่ได้รู้มากก่อน มันเลยแบบ เห้ย อลังการสวยงามดีคุ้มค่ารถ 3-4 ปอนด์มากๆ มาถึง Macclesfield เมืองที่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหู ผมก็เดินจากสถานีรถบัสประมาณ 300 เมตรเพื่อไปยังร้าน RedWillow Bar ครับ ที่นี่เป็นแทปรูมของโรงซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 800 เมตรเท่านั้น เสียดายที่ไม่ได้ไปที่โรงครับ โรงนี้มีเบียร์ตัวดังๆ เป็น IPA และ Stout แต่ที่บาร์นี่มีขายของแบรนด์อื่นๆ ด้วยนะครับ หน้าร้านมีลูกค้าอยู่นิดหน่อย ส่วนข้างในนี่แม้จะเป็นวันธรรมดาก็คนแน่นร้านเลยครับ ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้โทนๆ สีธรรมชาติ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์ มีเบียร์แบบ Keg 15 แทป และแบบ…

  • Pure Project โรงเบียร์หน้าใหม่มาแรงแห่งเมือง San Diego, California

    โรงที่สองสำหรับวันนี้หลังจากที่ไปแวะ Belching Beaver ก็คือโรงชื่อว่า Pure Project เราวิ่งลงใต้กลับมาทางตัวเมือง San Diego ประมาณ 55 กิโลเมตร ใกล้ๆ กับ Ale Smith ที่เรามาวันก่อนเลย ที่นี่เป็นโรงที่พนักงานโรงเบียร์อื่นๆ หลายคนแนะนำให้มาลอง เพราะว่ากำลังเป็นเจ้าใหม่มาแรง มีจุดกำเนิดในปี 2013 จากเพื่อนสองคน Jesse Pine และ Mat Robar ที่ไปปีนเทือกเขาร็อกกี ระหว่างทางก็พูดคุยไปแล้วก็กลายเป็นไอเดียเรื่องโรงเบียร์ จากนั้น Jesse Pine ต้องไปทำงานที่ Costa Rica ซึ่งยังไม่ค่อยไม่มีคราฟท์เบียร์มากเท่าไหร่ ก็เลยเริ่มต้มเบียร์ในชื่อ Pura Vida ผ่านไป สองปี ระหว่างที่กำลังตัดสินใจเรื่องสร้างโรงที่ Costa Rica ว่าจะทำยังไงดี ปรากฎมีคนโทรมาบอกว่า ที่ Miramar, San Diego มีที่เพิ่งเปิดใหม่ เหมาะสมกับการทำโรง ก็เลยทำให้ตัดสินใจไม่ยาก นั่นก็คือบินกลับ…

  • | |

    เดินเล่นจิบเบียร์ที่งาน The Beer Week Seoul – กรุงโซล เกาหลี

    ทริปเกาหลีครั้งนี้ เกิดจากการที่เห็นโปสเตอร์งาน The Beer Week Seoul แล้วผมก็ไม่เคยไปเกาหลีมาก่อน (ไม่นับตอนเด็กๆ ที่จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว) ก็อยากจะไปดูว่าซีนคราฟท์เบียร์ของที่นั่นเป็นยังไงบ้างครับ พอรู้กำหนดการก็กะคร่าวๆ ว่าจะไปสามสี่วัน ราวๆนี้ ตัดมาวันเดินทางผมเดินทางด้วยสายการบิน Korean Air เที่ยวบิน KE658 ออกจากไทยราวๆ 0.20 ถึงโซลประมาณ 7.45 (เดี๋ยวเขียนถึงแยกอีกตอน) ตรวจคนเข้าเมืองเสร็จก็ซื้อบัตรเติมเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเดินทางรถเมล์ รถไฟครับ จากนั้นก็นั่งรถเข้าเมืองประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ มาลงแถว Myeongdong เอากระเป๋าฝากที่โรงแรม หาข้าวกิน แล้วก็เดินทางไปที่งาน The Beer Week Seoul ด้วยรถไฟ ตัวงานจัดขึ้นที่ Common Ground เป็นโครงการที่เอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงๆ ซ้อนๆ กันภายในก็ขายเสื้อ ขายของ ซึ่งผมดันไม่ได้เข้าไปเดินเลย ฮ่าๆ มีทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นบนสุดก็จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงร้านเบียร์ The Booth แบรนด์เบียร์ชื่อดังของเกาหลี ผู้จัดงานนี้นั่นเองครับ

  • More Than Ale ร้านเบียร์ในตลาดหัวมุม เส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา

    วันก่อนมีโอกาสแวะไปแถวเส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ มาครับ ได้ไปแวะที่ร้านเบียร์ในตลาดหัวมุม อยู่ตรงที่ตัดกับถนนเกษตร-นวมินทร์พอดี ร้านนี้มีชื่อว่า More Than Ale เพิ่งเปิดร้านเมื่อปีที่แล้วครับ ตัวร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีสองโซนด้านในหลังคาโล่งสูง ไม่มีแอร์ครับ แต่วันที่ไปก็อากาศเย็นสบายไม่ร้อน ตกแต่งดิบๆ โชว์อิฐ มีโต๊ะพูลอยู่ ส่วนด้านนอกมีวิวเป็นสระน้ำ มีเวทีดนตรีสดเล็กๆ เล่นเพลงไทยแนวเบเกอรี่อะไรประมาณนี้ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 10 แทป เป็นคราฟท์เบียร์ประมาณ 6 ที่เหลือก็เป็นลาเกอร์เจ้าใหญ่ แล้วก็มีเบียร์ขวดอีกหลายตัวเลย ส่วนอาหารมีให้เลือกทานเยอะพอสมควร ทั้งเมนูทานเล่น กับแกล้ม ทานจริงจัง และอาหารจานเดียวครับ


แสดงความคิดเห็น