Mikkeller Baghaven โรงเบียร์เปรี้ยวในโกดังเก่าริมน้ำ โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

ทริปต่างประเทศทริปสุดท้ายก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19 นั้น  ผมและพี่ชายเดินทางไปยังเมืองโคเปนเฮเกนอีกครั้งครับ จุดหมายของเราก็คืองานเบียร์เปรี้ยว Mikkeller Wild Ale Celebration นั่นเองครับ

เราออกเดินทางจากกรุงเทพคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ฟินแลนด์ ถึงเดนมาร์กเช้าตรู่ 7 โมงครึ่ง แล้วก็เดินทางไปโรงแรม นอนต่อก่อนครับ ฮ่าๆ เราพักที่ Scandic Kødbyen ซึ่งอยู่ย่าน Vestrobro ใกล้กับที่จัดงาน MBCC เป็นโรงแรมยอดนิยมของคนที่มางาน MBCC นั่นเองครับ

ตื่นมาก็ทานข้าวที่ร้าน Kødbyens Fiskebar ซึ่งเคยมาทานเมื่อปีก่อน จนได้เวลาก็ไปรวมตัวกันที่หน้าร้าน Warpigs Brewpub เพื่อเตรียมขึ้นรถทัวร์เดินทางไปยัง Mikkeller Baghaven ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 7 กิโลเมตรครับ

ขึ้นรถกันที่หน้าร้าน Warpigs
สายรัดข้อมือ gold ticket
บรรยากาศบนรถทัวร์
มาถึงแล้วครับ Mikkeller Baghaven
ด้านหน้าทางเข้า
ติดอยู่ริมน้ำเลยครับ
มีบ่ออยู่
เป็นอ่างอาบน้ำครับ มีคนมาแช่จริงๆ นะครับ
ใส่ฟืนเอา
เข้ามาด้านในครับ
บรรยากาศภายใน
เบียร์กระป๋อง
รายการเบียร์
เบียร์ขวดที่เพิ่งออก
รายการอาหาร
เสื้อยืดที่ระลึก
เบียร์ที่ได้ชิม
ชิปส์และซัลซ่า
เบียร์ที่ได้ชิม
เบียร์ที่ได้ชิม
เบียร์ที่ได้ชิม
เบียร์ที่ได้ชิม
เบียร์ที่ได้ชิม
เบียร์ที่ได้ชิม
เคซาดิญญ่า
เบียร์ที่ได้ชิม
ทีมงานพาชมภายในโรง
กดจากถัง
ได้ชิมนิดหน่อยครับ
ถังแบบสเตนเลส
บรรยากาศด้านหลัง
ย้ายมาอีกตึก Blenderia
ถังสเตนเลส
ถังไม้แนวนอน
ถังไม้ Foeder ขนาดใหญ่
ถังบาร์เรล
ถังบาร์เรล
เพลท Baghaven

Mikkeller Baghaven เป็นอีกโปรเจคของ Mikkeller ที่เน้นเบียร์เปรี้ยวเป็นหลัก ภายในมีถังไม้โอคขนาดใหญ่ (foeder) และถังบาร์เรลเป็นจำนวนมาก บ่มหมักเบียร์หลากหลายตัวเก็บเอาไว้ 

รวมถึงห้องแลบส์ของตัวโรงเองที่ไว้เก็บและเพาะเชื้อแบคทีเรีย, ยีสต์จากอากาศ เปลือกผลไม้ และอื่นๆ เพื่อให้ได้คาแรคเตอร์เฉพาะตัว ที่มีความเป็นโคเปนเฮเกนมากที่สุด

พอเดินทางมาถึง ทีมงานก็พาเราเข้าไปนั่งด้านในบาร์ครับ น่าจะเป็นโกดังเก่า หลังคาสูงเลย มีการพูดคุยและแนะนำตัวกัน ลืมบอกไปว่ากลุ่มที่มาก่อนนี่คือผู้ที่ซื้อบัตรทองของงานครับ จะได้รับเชิญมาที่ Baghaven ก่อนจะเดินทางไปงานตอนเย็น

ระหว่างที่พูดคุยสอบถามกันไป ทีมงานก็ยกกับแกล้มมาให้ เป็นชิปส์กับซัลซ่าและก็พวกตอติญญ่า คือเป็นเมนูของที่นี่อยู่แล้วครับ เป็นแนวเมกซิกัน ส่วนเบียร์ก็จะมีเป็นแทปสด 16 แทปและก็เบียร์ขวดกับกระป๋องครับ

ความพิเศษอย่างนึงของ session นี้ก็คือทีมงานแจ้งว่าให้ทุกคนสามารถเอาเบียร์มาแชร์กันได้ครับ ก็เลยได้ลองเบียร์เยอะมาก ส่วนมากก็จะเป็นเบียร์เปรี้ยว แต่ก็มีเบียร์ดำแทรกด้วย

พอเริ่มได้ที่ทีมงานก็พาไปชมด้านหลังของโรงครับ มีบาร์เรลเรียงกันเพียบๆ มีถังสแตนเลสด้วย เข้าใจว่าน่าจะเอาไว้เบลนด์ โดยระหว่างที่อธิบายไป ก็มีกดเบียร์ให้ชิมสดๆ จากถังด้วย

จบจากการเดินชมก็มีวลาให้ซื้อเบียร์และของที่ระลึกพวกเสื้อและกระเป๋าอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะพาพวกเราย้ายไปอีกตึกนึงซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากครับ มีไฟนีออนไลท์ดัดเขียนว่า Blenderia

ภายในก็เป็นถังบาร์เรลอีกจำนวนมากซ้อนเรียงกันอยู่ มีแบบถังใหญ่ที่เป็น foeder อยู่น่าจะเกือบสิบใบ รวมถึงถังหมักสเตนเลสทรงสูงอีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากอธิบายและตอบคำถาม ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมภายใน Mikkeller Baghaven แล้วทีมวานก็พาเราเดินไปยังสถานที่จัดงาน Wild Ale Celebration ซึ่งอยู่ห่างออกไปซัก 1 กิโลเมตรกว่า ครับ

ใครที่ชื่นชอบเบียร์เปรี้ยวหากมาเที่ยวโคเปนเฮเกน น่าแวะมาลองชิมที่นี่ดูครับ ปกติจะปิดวันจันทร์วันเดียว แต่ตอนนี้ในช่วง Covid-19 ทางโรงยังปิดอยู่ชั่วคราวครับ

Mikkeller Baghaven โคเปนเฮเกน
เปิด : อังคาร-พุธ 13.00-17.00 พฤหัสบดี-ศุกร์ 15.00-22.00 เสาร์-อาทิตย์ 12.00-22.00
เว็บไซต์
เพจ

<iframe width=”600″ height=”450″ frameborder=”0″ style=”border:0″ src=”https://www.google.com/maps/embed/v1/place?q=place_id:ChIJSU7fvNlSUkYRvjDmXJdm7hM&key=AIzaSyAmO1akxRJSvNCUvz-0fHQ6PbNTXztoRfw” allowfullscreen></iframe>

Similar Posts

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Tiny Rebel เมือง New Port ประเทศเวลส์

    หลังจากไปงาน London Craft Beer Festival ช่วงค่ำวันศุกร์ เช้าวันเสาร์ผมตื่นแต่เช้าเดินทางออกจากลอนดอนที่สถานี Paddington เพื่อไปยังประเทศเวลส์ จุดหมายวันนี้คือโรงเบียร์ Tiny Rebel ครับ สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟนั้นผมซื้อผ่านแอพชื่อว่า trainline โดยถ้าเราจองล่วงหน้าหลายวันและจองช่วงเวลา off peak ที่คนใช้บริการน้อยๆ ก็จะราคาถูก สำหรับเส้นทางนี้ตั๋วต้องเอาโค้ดไปปรินท์ที่ตู้ตามสถานี โดยผมใช้บัตร rail card ซื้อด้วย ทำให้ได้ราคาถูกลงไปอีกนิด บัตร rail card คือบัตรที่ใช้ลดราคาตอนซื้อตั๋วรถไฟ มีหลายประเภทเช่น บัตรนักเรียน บัตรผู้สูงอายุ ส่วนที่ผมใช้เรียกว่าแบบ Two together คือเดินทางพร้อมกันสองคน อาจจะเป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นพี่น้องก็ได้ ค่าทำอยู่ที่ 30 ปอนด์ มีอายุหนึ่งปี ซึ่งถ้าเดินทางไกลๆ อย่างเช่นข้ามมาเวลส์นี่ ส่วนลดก็คุ้มค่าบัตรแล้วครับ ลดจาก 80 กว่า เหลือ 50 กว่าปอนด์

  • |

    The Fat Cow ร้านคราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมเบอร์เกอร์ – ลาดพร้าว 15

    ร้านนี้เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ว่าอยากมา แต่โซนลาดพร้าวนี่ก็ไม่ค่อยได้วนไปเลย คราวนี้มีธุระแถวนั้นพอดีก็สบโอกาสครับ แวะไปลองซะหน่อย ร้านนี้ชื่อว่า The Fat Cow อยู่ที่ปากซอย ลาดพร้าว 15 เดินทางด้วย MRT สะดวก ลงสถานีลาดพร้าวแล้วเดินย้อนกลับมาทางหัวถนน ประมาณ 400 เมตร จากสถานีครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำลูกค้าแน่นร้านเลยทีเดียว ด้านในเต็มก็เลยนั่งรอด้านนอกร้านไปก่อน ซักพักโต๊ะว่างถึงได้ย้ายเข้ามาด้านใน ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก 1 ห้อง เปิดแอร์เย็นดี ลูกค้าเป็นคนไทยและชาวต่างชาติปนๆ กัน มองไปด้านนอกก็ดูรถติดบนถนนลาดพร้าว ฮ่าๆ อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งครับพวกเบอร์เกอร์  ฟิชแอนด์ชิปส์ พาสต้า สลัด อะไรประมาณนี้ แต่ที่เป็นทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์ครับ Fat Cow มีคราฟท์ไทยขายเยอะมาก หลายแบรนด์ เจ้าดังๆ อย่าง Eleventh Fort, X-Beer, Decsnob, Triple Pearl มหานครและอีกหลายยี่ห้อ ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่เยอะอันดับต้นๆ เลยหละครับ

  • Taste Of Okinawa คราฟท์เบียร์บาร์ในโรงเรียนสอนทำอาหาร เมือง Naha – Okinawa

    คืนแรกใน Okinawa ของผมไม่ได้จบที่ร้านเดียวครับ ออกจากร้าน Baku ผมเดินต่อมาประมาณ 1 กิโลเมตรตามแนวถนน Kokusai Dori แล้วก็เลี้ยวเข้าถนน Ukishima เพื่อมาร้านที่สองของคืนนี้ ชื่อร้านว่า Taste Of Okinawa ครับ ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากหลัก ตัวร้านแปลกดีคืออยู่ในตึกตลาดแบบญี่ปุ่น ตัวผมเองไม่เคยเจอร้านคราฟท์เบียร์ที่อยู่ในตึกแบบนี้ครับ ซึ่งร้านนี้นอกจากจะขายคราฟท์เบียร์และอาหารแล้ว เค้ามีสอนทำอาหารสไตล์ Okinawa ด้วย ก็เลยเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง ด้านในร้านสว่าง สีขาวๆ สลับไม้ๆ ดูสะอาดตา ฝั่งขวาเป็นบาร์และ open kitchen ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ long table สองโต๊ะครับ เปิดเพลงฝรั่งฟังกี้ๆ สำหรับเบียร์ ที่นี่มีเบียร์สดให้ลองทั้งหมด 5 ตัว อาหารและกับแกล้มก็มีให้ลองชิมเพียบเลย

  • Hopbuds ร้านคราฟท์เบียร์เจ้าเด็ดในเมือง Nagoya

    คืนสุดท้ายของทริปนี้หลังจากไปอยู่ต่างจังหวัดหลายวัน ผมกลับมานอนที่โรง Centrair Hotel ในสนามบินเพราะไฟลท์บินกลับนั้นเป็นช่วงเช้าครับ ตื่นมาก็ลงมาเช็คอินได้เลย หลังจากเก็บของที่โรงแรมเสร็จก็นั่งรถไฟเข้ามาในตัวเมือง Nagoya ร้านแรกที่จะไปคืนนี้ชื่อว่า Hopbuds ตัวร้านจะอยู่ไกลสถานีรถไฟนิดนึง ผมลงรถไฟที่สถานี Kanazawa แล้วต่อรถเมล์สาย 26 มาลงป้ายใกล้ๆ เดินต่ออีกประมาณ 400 เมตรก็ถึงร้านครับ (ถ้าลงสถานีใต้ดิน Higashi-Betsuin หรือ Kamimaezu จะเดินประมาณ 650 เมตร) ร้านนี้ขายแต่เบียร์กระป๋องและขวด ไม่มีแทปเบียร์สด และไม่มีอาหาร แต่ selection ที่นี่เด็ดๆ ทั้งนั้น พวก Hazy หรือ Barrel Aged Imperial Stout เปรี้ยว มีให้เลือกเยอะมาก รวมถึงมีตัวเด็ดๆ ที่พี่ฝรั่งเจ้าของร้าน แอบเก็บไว้ อย่างวันที่ผมไป แกก็บอกมี Cloudwater นะ กระป๋องละ 3000เยน ประมาณ 900 บาท! สนใจไหม

  • |

    Mikkeller Singapore

    ในทริป Singapore เดือนมิถุนายนนี้ ยังมีโอกาสได้ไปร้าน Mikkeller ที่เพิ่งเปิดใหม่อีกด้วยครับ หลังจากที่เคยไปในกรุงเทพและ Tokyo ซึ่งที่นี่เพิ่งเปิดได้ไม่นานเลย ใหม่เอี่ยมครับ ร้านอยู่บนถนน Prinsep ใกล้สถานี Rochor ตัวร้านเป็นตู้คอนเทนเนอร์ต่อกัน 2 ตู้ครับ ที่นั่งในร้านมีประมาณ 3 โต๊ะเท่านั้น ที่เหลือต้องนั่งโต๊ะไม้ยาวด้านนอกคอนเทนเนอร์ ด้านหลังร้านมีคอนเทนเนอร์เรียงกันสูงๆ ชื่อ DECK เป็น Art Gallery ครับ ผมไปช่วงเย็นวันเสาร์ตั้งแต่ร้านเปิด 4 โมงเย็นเลย ปิดเที่ยงคืน ที่รีบมาเพราะว่าค่ำๆ ก็ต้องบินกลับไทยแล้ว ภายในร้านเป็นไม้สีอ่อน ตกแต่เหมือนที่เอกมัย ได้บรรยากาศ Scandinavian เบียร์สดมีทั้งหมด 20 แทป (อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)

  • Cigar City จิบและทัวร์โรงเบียร์เจ้าดังของเมือง Tampa, Florida

    จิบหมีดที่ Garagiste จนหมดไฟลท์ คณะของเราก็เดินทางกันต่อครับ ออกจากโรงไปไม่ไกลประมาณ 5.5 กิโลเมตรก็ถึงจุดหมายที่ 2 ของวันนี้ คือโรงเบียร์ชื่อดังอีกแห่ง นั่นก็คือ Cigar City ครับ เบียร์จากโรงนี้ยังไม่มีผู้นำเข้ามาในไทย แต่ที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยก็คือ Jai Alai IPA (ไฮอะไล) และก็เบียร์ดำ Imperial Stout  อีก 2 ตัวคือ Hunahpu’s และ Marshal Zhukov’s แอลกอฮอล์ 12% ทั้งคู่ โรง Cigar City ก่อตั้งเมื่อ 2007 โดย Joey Redner ตัวเค้าเองไม่ได้เป็น Brewer แต่เคยทำงานเซลส์ที่โรง Dunedin และเป็นนักเขียนเรื่องเบียร์ที่หนังสือพิมพ์ Tampa Bat Times ก็เลยจ้าง Wayne Wambles มาเป็น Brewer…


แสดงความคิดเห็น