|

Q Club ร้านขายของชำคราฟท์เบียร์ล้นตู้ สถานี Central – Hong Kong

ร้านนี้ไปเจออย่างไม่ตั้งใจครับ คือทานร้าน Roundhouse กำลังจะเดินไปสถานีรถไฟแล้ว เจอร้าน Q Club อยู่ข้างๆ กัน หน้าร้านมีขวดเบียร์โชว์อยู่เยอะเลย แวะเข้าไป อื้อหือ มีเยอะใช้ได้

เข้ามาด้านในบรรยากาศเหมือนร้านสะดวกซื้อธรรมดา คุณน้าที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินก็ดูเป็นคนธรรมดาไม่ได้ดูเป็นแฟนเบียร์อะไรมาก คือดูเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อนั่นหละครับ ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป คุณน้าคงงงว่ามึงจะถ่ายทำไม

เท่าที่ดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นคราฟท์เบียร์จากอเมริกาเป็นหลัก มียี่ห้อที่ยังไม่เข้าไทยอยู่บ้านเช่นเจ้าดัง Sierra Nevada, Lagunitas และ Dogfish Head เป็นต้น ถึงแม้ว่าเบียร์จะดึงความสนใจไปหมดแต่ในร้านก็ยังมีของใช้อื่นๆ เหมือนร้านสะดวกซื้อขายด้วยเช่นกันครับ

qclub_01
ด้านหน้าร้านครับ
qclub_25
มีขวดเบียร์เรียงอยู่
qclub_17
เข้ามาในร้านด้านขวามือจะเป็นแคชเชียร์คิดเงิน กล่องเบียร์เพียบ
qclub_21
ซ้ายมือก็เป็นลังเบียร์อีกหนึ่งตั้ง
qclub_02
เชลฟ์แรกหน้าร้าน
qclub_11
อีกด้านครับมี Dogfish Head Lagunitas Bluemoon Samuel Adams Ballast Point เป็นต้น
qclub_03
Rogue และ Stone ข้างล่างมี Newcastle Brown Ale ด้วย
qclub_20
เข้าไปด้านในมีชั้นวางเบียร์โชว์อยู่อีก
qclub_04
เซ็ตขวดใหญ่ของ Sierra Nevada
qclub_18
Dogfish Head และ Ballast Point แบบ 6 Pack
qclub_05
แบบแช่เย็นพร้อมดื่มก็มีครับ
qclub_09
แบบขวดใหญ่ 750 ml
qclub_13
ด้านในลึกๆ ขายสินค้าอย่างอื่นๆ
qclub_16
ขนมชากาแฟก็มีครับ
qclub_10
ตู้อีกฝั่งขายน้ำอัดลม และน้ำดื่มธรรมดา
qclub_22
ผมไม่ได้ซื้อกลับเพราะหิ้วจาก HK Brew Craft จนแน่นกระเป๋าแล้ว เลยซื้อจิบหน้าร้านเฉยๆครับ
qclub_23
ลอง IPA ของ Lagunitas ชื่อ Maximus กลิ่นมอลตี้แบบ double IPA แต่พอจิบรู้สึกบางกว่าที่คิด ฮอปส์ไม่เยอะมาก ติดหวานๆ
qclub_24
พี่ชายลองตัวโปรด Sculpin IPA ของ Ballast Point ชิมๆ ดูรู้สึกว่าขวดนี้ดรอปๆ สู้ที่เคยทานไม่ได้ หอมส้มๆ แต่ก็ไม่ชัดมาก

ราคาเบียร์ไม่แพง ถ้าแวะมาจิบที่ร้าน Roundhouse ก็น่าจะแวะเดินดูซักหน่อยเผื่อได้ติดไม้ติดมือกลับไปครับ

Q Club Central
เบอร์โทร : +852 2799 0901
เปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00-22.00 ศุกร์-เสาร์ 11.00.23.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Cantillon ทัวร์และชิมโรงเบียร์เปรี้ยว Lambic ชื่อดังของโรงที่เมืองบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    วันที่ 6 ของทริป Road to Belgium กับชาวคณะ Captain Barrel นั้นช่วงเช้าปล่อยตามสบายครับ ใครอยากไปไหนก็ได้ แต่ให้มาเจอกันที่ร้านอาหารตอนเที่ยง สำหรับคนที่ยังไม่หนำใจกับการจิบเบียร์ ก็ได้นัดรวมตัวตั้งแต่เช้าไปยังโรง Lambic ชื่อดังของโลกที่มีชื่อว่า ‘Cantillon’ Cantillon (กองติญง) เป็นโรงเบียร์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1900 โดย Paul Cantillon และ Marie Troch ภรรยา ในช่วงแรกนั้นทางโรงยังไม่ได้ต้มเบียร์เอง แต่ใช้วิธีซื้อเบียร์ Lambic จากโรงอื่นๆ มาเบลนด์ (ปัจจุบันก็ยังมีโรงที่ซื้อเบียร์มาเบลนด์แบบนี้ทั้งในยุโรปและอเมริกา) ผ่านไป 38 ปีจึงได้มีการต้มเองโดยลูกชาย 2 คนของ Paul ชื่อ Robert และ Marcel ซึ่งดันโดนเรียกไปเป็นทหารในช่วงสงครามอีก กว่าโรงจะกลับมาผลิตอย่างจริงจังก็ราวปี 1950 พอ 1960 เบียร์ lambic ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม Robert ก็ขายหุ้นให้น้องชาย Marcel…

  • |

    Soul Bird คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Hamamatsucho

    ต่อจากร้าน On The Table คืนเดียวกันผมไปที่ร้านชื่อ Soul Bird ครับ ร้านอยู่ใกล้สถานีเช่นกันครับ ประมาณ 150 เมตรเท่านั้น สามารถลงที่ Hamamatsucho หรือ สถานีใต้ดิน Daimon ก็ได้ครับ ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เข้าไปด้านในตกแต่งแบบไม้ๆ ผสมปูนเปลือย บริเวณเคาเตอร์อยู่ฝั่งซ้ายมือมีเบียร์สดอยู่ 10 แทป อากาศในร้านอุ่นๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ ลูกค้ายังแน่นร้าน ผมไปถึงค่อนข้างดึกแล้ว พนักงานรีบออกมาบอกก่อนว่าสั่งอาหารไม่ได้แล้วนะ ผมบอกไม่เป็นไรมาจิบเบียร์เฉยๆ ก็เลยโอเค ได้โต๊ะนั่งติดกับบาร์ครับ

  • |

    Eki Tadashi หม้อไฟและ izakaya ติดสถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 6.2

    กลับจากการชอปปิ้งที่ Canal City เรากลับมาทานข้าวที่ใกล้ๆ สถานี Hakata ก็คือใกล้ๆโรงแรมด้วยนั่นเองครับ ตอนแรกอยากทานอีกร้านแต่ปิดเพราะเป็นวันสิ้นปีพอดี เดินวนไปวนมาเลือกอยู่ สุดท้ายเข้าร้านนี้ครับ ร้านนี้ชื่อว่า Eki Tadashi ดูหน้าร้านเห็นมีทั้งรูปปลาต่างๆ หม้อไฟ ปลาดิบ ปิ้งย่างพวกยากิโทริ ดูน่าทานดี โชคดีมีที่นั่งเลยไม่ต้องรอคิวครับ ไม่รู้ด้วยความหิวหรือเปล่า สั่งมาเยอะพอสมควรจนตอนท้ายๆ แทบจะทานไม่หมด โดยเฉพาะหม้อไฟที่ตอนสุดท้ายเอาเส้นจัมปงมาใส่ แล้วมันเค็มมาก ไม่แน่ใจว่าเค็มจากน้ำซุปที่งวดหรือเค็มที่ตัวเส้น หรือทั้งสองอย่าง เล็มไปเล็มมาก็ยอมครับ ทานไม่หมดเค็มเกิน

  • |

    Mikkeller Tokyo pop up คราฟท์เบียร์บาร์ในรถเทรลเลอร์ไซส์จิ๋ว

    ที่โตเกียวนี่เคยมีร้าน Mikkeller เปิดอยู่เมื่อราวๆ ปีที่แล้วครับ ผมไปมาทีนึงพอกลับมาซักพักก็ปิดร้านไป รู้สึกว่าจะมีปัญหากับพาร์ทเนอร์และเจ้าของที่เดิม ก็เลยต้องเปลี่ยนสภาพมาเป็น trailler ไซส์น่ารักครับ คือนอกจากจะเป็น Gypsy Brewery แล้วยังเป็น Gypsy Bar ด้วย คาดว่าน่าจะย้ายไปเปิดตามที่ต่างๆ เรื่อยๆ สำหรับรอบแรกนี่มาเปิดที่ s-cage เป็นโครงการเล็กๆ ใต้ทางรถไฟ อยู่แถวสถานี Shimokitzawa ย่านเดินเล่นน่ารักๆ อีกแห่งของโตเกียว เดินจากสถานีมาประมาณ 200 เมตรครับ ตัวโครงการเป็นกรงขนาดใหญ่ขึงตาข่าย ให้อารมณ์แบบที่เตะบอลใต้ทางด่วน บางวันจะมีร้านมาเปิดขายอาหารเป็นฟู้ดทรัคอยู่ด้านนอกบ้าง ร้านขนาดกระทัดรัดมีพี่ฝรั่งอเมริกันเป็นคนเฝ้าอยู่ พูดญี่ปุ่นชัด มีเบียร์ทั้งหมด 6 แทป เป็น mead (เหล้าน้ำผึ้ง) ของ superstition ซะหนึ่งแทป แต่ละตัวโหดๆ ทั้งนั้นเริ่มมาก็ 6.5% โหดสุดนี่ 18.3% เลย สำหรับอาหารไม่มีครับ มีถั่วเป็นของกินเล่นนิดหน่อย (อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)

  • บ้านบางกอก คราฟท์เบียร์บาร์และโฮสเทลย่านสามเสน

    แวะเวียนไปแถวสามเสนอีกครั้งครับ คราวนี้ไปที่ร้านคราฟท์เบียร์บาร์เปิดใหม่อีกร้านชื่อ ‘บ้านบางกอก’ ตัวร้านอยู่ในซอย สามเสน 4 จากปากซอยเดินเข้ามาประมาณ 100 เมตรก็จะเป็นสี่แยก ร้านอยู่ตรงหัวมุมเลยครับ ใกล้ๆ กันเป็นร้านอาหารหลายร้านกลิ่นหอมฉุย ฮ่าๆ ที่นี่เป็นบ้านเก่านำมาดัดแปลงเป็นคราฟท์เบียร์บาร์ และด้านบนก็ยังเป็นโฮลเทลสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณโซนนี้มีชาวต่างชาติเยอะพอสมควรครับ เพราะกระเถิบมาจากแถวข้าวสาร บาวงลำพูนิดเดียว ก็จะเป็นแนวแบคแพคเกอร์ประมาณนี้ วันที่ไปลูกค้าที่ร้านก็เป็นชาวต่างชาติประมาณ 2-3 โต๊ะ สำหรับตัวร้านด้านล่างจะเป็นบานหน้าต่างเปิดโล่งเชื่อมด้านนอกกับด้านใน มีที่นั่งด้านนอกอยู่สี่ห้าโต๊ะ ด้านในเป็นบาร์และตู้แช่เบียร์ขวดครับ หัวแทปเบียร์สดมีเยอะถึง 16 หัว ปนกันทั้งคราฟท์ไทยและคราฟท์นอก ส่วนเบียร์ขวดก็มีให้เลือกชิมหลากหลายยี่ห้อ

  • |

    Midori ซูชิร้านอร่อยที่ Shibuya – Japan 2014 ตอนที่ 9.3

    ทริปญี่ปุ่นคราวนี้นั้นมีโอกาสไปร้านซูชิแค่ 2 ร้าน อยากไปหลายร้านก็ติดนู่นติดนี่ ร้านแรกคือ Uoshin ซูชิหน้าล้น ที่โอซาก้าเป็นการไปซ้ำเมื่ซัก 3-4 ปีก่อน ส่วนร้านที่จะเขียนถึงวันนี้เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นร้านดังร้านหนึ่งของโตเกียว โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ร้านนี้จะได้รับการแนะนำและพูดถึงอยู่เป็นประจำครับ ร้านนี้ชื่อ Midori อยู่บริเวณสถานี Shibuya ทำให้การเดินทางมาค่อนข้างสะดวกพอสมควร ร้าน Midori นี่ถือว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างคุ้มค่าในการรอคอย คืออาจจะอร่อยสู้ร้านดังๆที่ตลาดปลา tsukiji อย่างซูชิได อะไรงี้ไม่ได้ (ไม่เคยไปเหมือนกันได้ยินเค้าว่ามา ^^”) แต่ก็ได้เปรียบตรงไม่ต้องตื่นเช้าไปเข้าคิวนาน 1-2 ชั่วโมง วันที่เราไปนั้นเป็นวันเสาร์ช่วงหัวค่ำ ประมาณ ทุ่มสิบห้าทุ่มครึ่ง รออยู่ประมาณ 45 นาที ก็ได้เข้าร้านครับ เป็นไปได้ก็ติดหนังสือ หรืออะไรไปอ่าน เอาเกมไปกดรอก็ได้ครับ โดยคิวนี่ท้ายๆจะต้องยืนต่อกัน แต่พอใกล้ๆทางเข้าร้านก็จะพอมีเก้าอี้ให้นั่ง ซัก 6-7 ที่รอหน้าร้าน


แสดงความคิดเห็น