Oedipus จิบและเยี่ยมชมโรงเบียร์ในเมือง Amsterdam

หลังจากทานข้าวกลางวันกันที่ร้าน Stork เสร็จ ชาวคณะก็ไปแวะจิบกาแฟกันนิดหน่อย ก่อนจะเดินกลับมารวมตัวกันที่โรงเบียร์โรงแรกของทริปนี้ครับ นั่นก็คือ Oedipus ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนั่นเองครับ

ตัวโรงเป็นโกดังหลังคาสูง เข้ามาปุ๊บก็จะเป็นส่วนของแทปรูมครับ บาร์อยู่ฝั่งขวามือ ด้านหลังเป็นโซนต้มและบรรจุ ติดกันอีกห้องเป็นที่เก็บสต๊อกและถังบาร์เรลที่เอจเบียร์อยู่ 

สำหรับโรง Oedipus มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปได้ในปี 2009 เมื่อ  Alex, Paul, Sander และ Rick ยังทำงานอยู่ที่ร้าน Beer Temple ซึ่งทำให้พวกเค้าได้เปิดหูเปิดตารู้จักเบียร์ใหม่ๆจากทั่วโลก 

ตัวโรงเป็นโกดังครับ
โลโก้หน้าทางเข้า
เข้ามาก็จะเจอตู้โชว์เบียร์
ฝั่งขวาเป็นบริเวณบาร์
สีสันของแพคเกจนี่ฉูดฉาดมาก
ด้านหลังเป็นตู้แช่ขวด
รายการอาหาร
หัวแทปสวยงาม
Welcome Drink ครับ
เป็นตัว Polyamorie เป็น Berliner weisse ผสมกับ Pale Ale ออกเป็น Hoppy Sour Ale รสออกเปรี้ยว ทาร์ตๆ ฮอปบางๆ
แก้วที่สอง Mannenliefde ซึ่งเป็นตัวที่ทางโรงทำเป็นคอมเมอร์เชียลตัวแรก สไตล์เซซง มีกลิ่นพริกชวงเจียและตะไคร้บางๆ ไม่อับแบบเซงเท่าไหร่
เบียร์ดำบ้างครับ ชื่อ Panty เป็นสเตาท์ ออกคั่ว ขม เบาๆ ไม่โหดเท่าไหร่
ด้านหลังเป็นโซนต้มครับ
มาอีกห้องติดกันเป็นห้องสต๊อกของ
มีถังบาร์เรล
มีเบียร์ที่บรรจุแล้วพร้อมส่ง
มีเครื่องบดมอลต์ด้วย
ทีมงานกำลังเตรียมยีสต์กันอยู่
ดงถังหมักครับ
กำลังโกยฮอปส์ออกมาทิ้ง
เครื่องบรรจุขวด
เครื่องบรรจุขวด
จิบอีกตัวก่อนกลับ ชื่อ Swingers เป็น gose ครับ รสเปรี้ยว เค็มบางๆ ซ่า รสมะนาวๆ

พอปี 2010 ก็เริ่มหัดต้มเบียร์แบบ homebrew ในห้องครัว ลองสูตรต่างๆ เรียนรู้วัตถุดิบและกระบวนการ โดยแต่ละสัปดาห์ก็ลองอะไรใหม่ๆ เรื่อยๆ แล้วก็เอาเบียร์ที่ทำออกมาไปแชร์ไปปรึกษาขอคอมเมนต์ต่างๆ จากเพื่อนๆ ครอบครัว และคอมมูนิตี้ต่างๆของคนทำเบียร์ เพื่อมาพัฒนาปรับปรุงเบียร์

ปี 2011 เมื่อต้มเบียร์ได้เยอะๆ ก็เข้าร่วมงานอีเวนท์ต่างๆ รวมถึงจัดอีเวนท์เองด้วย นอกจากนั้นในปีนี้ ทางโรงยังได้ปล่อยเบียร์คอมเมอร์เชียลตัวแรกชื่อ Mannenliefde ที่ต้องการให้เป็นเบียร์สำหรับทุกคน ลบภาพที่ว่าผู้ชายดื่มเบียร์ ผู้หญิงดื่ม cocktail หรือไวน์ Mannenliefde เป็นสไตล์เซซงแอลกอฮอล์ 6 %

ทีนี้พอเป็นที่รู้จักพอสมควร ทีมงานก็วางแผนที่จะเปิดแทปรูมของตัวเองอย่างจริงจังและได้ตั้งโปรเจ็ค Crowdfunding ขึ้นในปี 2013 รวบรวมเงินได้ถึง 1 แสนยูโรจาก 266 นักลงทุนในเวลาเพียง หนึ่งเดือนครึ่ง

แต่โปรเจ็คนี้ก็ไม่ง่าย เมื่อเริ่มลงมือทำจริง ก็พบกับว่ามีเรื่องขั้นตอนต่างๆ ข้อบังคับจากทางราชการที่ค่อนข้างเยอะและรัดกุม สุดท้ายโปรเจ็คก็ล่มลง ไม่ได้เปิดแทปรูมอย่างที่ตั้งใจไว้

อย่างไรก็ตามทีมงาน Oedipus ยังสู้ต่อ หาที่โลเคชันใหม่ จนปี 2015 ก็ได้โกดังในย่าน Gedempt Hamerkanaal เมื่อพร้อมก็ลงมือสร้างเป็นโรงเบียร์ ซึ่งก็คือตำแหน่งของโรงในปัจจุบันนี่เองครับ

คุณ Paul หนึ่งในผู้ก่อตั้ง กล่าวต้อนรับเราแล้วก็กดเบียร์แจกเบียร์เป็น welcome drink สองตัวคือ Polymorie เป็น Berliner weisse ผสมกับ Pale Ale ออกเป็น Hoppy Sour Ale กับ Mannenliefde ซึ่งเป็นตัวที่ทางโรงทำเป็นคอมเมอร์เชียลตัวแรก 

เสร็จพาไปเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ภายในโรง ทั้งส่วนสต๊อก ส่วนเก็บวัตถุดิบ โซนต้มและโซนบรรจุ ซึ่งวันนี้ทางโรงกำลังต้มอยู่ด้วยครับ

หากใครสนใจอยากมาลองก็แวะมาชิมเบียร์ที่โรงได้ในวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ครับ ศุกร์ถึงอาทิตย์นี่เปิดตั้งแต่บ่ายๆ เลย ส่วนในเมืองไทยแบรนด์นี้ก็มีขายแล้ว นำเข้าโดย Captain Barrel นั่นเองครับ

Oedipus Brewing Amsterdam
เบอร์ : +31 20 244 1673
เปิด : พฤหัสบดี 17.00-23.00 ศุกร์-เสาร์ 14.00-24.00 อาทิตย์ 14.00-22.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • | |

    Beer Camp กางเตนท์จิบคราฟท์เบียร์ที่เขาใหญ่

    หน้าหนาวกับเบียร์เป็นอะไรที่เข้ากันดีเหลือเกินครับ (จริงๆ เบียร์เข้ากันดีกับทุกอย่าง ฮา) จะดื่มที่ร้าน หรือนั่งจิบกันเพื่อนนอกบ้าน ค่ำๆ ลมโชยๆ หน่อย บรรยากาศเหมาะในการนั่งสังสรรค์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าได้ไปแคมปิ้งริมเขา ปิ้งย่างกันซะหน่อย ล้อมวงเล่นกีตาร์ร้องเพลง ปิ้งมาชเมลโล่ แล้วก็กางเตนท์นอนกันรายรอบด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ เป็น background ที่สำคัญเบียร์ที่ดื่มทานกันนั้น ไม่ใช่เบียร์ยี่ห้อตลาดๆ ทั่วไป แต่เป็นคราฟท์เบียร์หลากยี่ห้อหลายสไตล์ เสิร์ฟกันเย็นๆ จากรถ trailer ฟังดูแล้วรู้สึกว่าโอโห มันจะมีอย่างงั้นจริงๆเหรอ แต่มันดันมีจริงครับ โดยหัวเรี่ยวหัวแรงที่จัดงานนี้ก็คือ พี่เก้ง (Niche beer,Yaksa) หนึ่งในผู้ที่คลุกคลีและหลงรักวงการคราฟท์เบียร์บ้านเรามานาน ทั้งเปิดร้าน ขายเบียร์แปลกๆ จัดแข่ง และจัดนู่นนี่อีกหลายงาน ตัวงานเปิดให้จองบัตรตั้งแต่ เดือนกันยายนทาง facebook ของ Yaksa ซึ่งก็หมดแทบจะทันที เพราะรับจำนวนจำกัดประมาณ 80 คนเท่านั้นครับ ผมเองนั่งเปิดจอค้างไว้เลย พอถึงเวลาปุ๊บกดจองปั๊บ โชคดีครับ ทัน 80 คนแรกเลยได้ไปร่วมงานด้วย ในงานก็มีทั้งคนนำเข้าเบียร์ เจ้าของร้านเบียร์ Brewer คราฟท์เบียร์ไทยหลายๆเจ้า รวมถึงสมาชิกคนรักเบียร์อีกหลายสิบคนที่มาร่วมงานกันครับ โดยตัวเบียร์นี่คือกดเองจากตู้เลย…

  • |

    John’s Hotdog Deli Copenhagen Denmark

    หลังจากที่เยี่ยมชมและจิบๆ ที่โรง Alefarm เสร็จเราก็เดินทางกลับมายังตัวเมืองโคเปเฮเกนอีก โซน Meatpacking ใกล้ๆ โรงแรมที่รายล้อมไปด้วยร้านเบียร์ร้านข้าวอย่าง Mikkeller General Store, Warpigs และ Kodbyen Fiskebar โดยกลับมาทานอาหารกลางวันที่ร้านฮอทด็อกเจ้าดังชื่อ John’s Hotdog Deli ซึ่งติดอยู่กับ Warpigs นั่นเอง สำหรับร้านนี้จะเป็นร้านที่ขายอยู่ในงานของ Mikkeller ตลอด ทั้ง Mikkeller Beer Celebration หรืออย่างงานเบียร์เปรี้ยว Mikkeller Baghaven Wild Ale Celebration นี่ก็เลยเป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาทานที่ร้าน ไม่ใช่ในงานเบียร์ ตัวร้านขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มา ตกแต่งโทนขาวๆ หน่อยด้วยกระเบี้อง โต๊ะเป็นไม้ดูดิบๆ ลุยหน่อยครับ

  • Yellow Pug คราฟท์เบียร์บาร์ร้านสวย บรรยากาศดี ถนนวัวลาย เชียงใหม่

    เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมครับ หลังจากทานลาบควายกันที่ร้าน ลาบเก๊ายาง เรานั่งรถแดงไปกันที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อ Yellow Pug ครับ ร้าน Yellow Pug เดิมทีอยู่โซนนอกเมืองหน่อย แแต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่โครงการ Weave ที่ปรับปรุงโรงน้ำแข็งเก่าให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับงานคราฟท์ต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ศิลปะ ร้านค้า รวมถึงร้านคราฟท์เบียร์ด้วยนั่นเอง ตัวโครงการอยู่ในซอยวัวลาย 3 ครับ ทางเข้าอาจจะดูเล็กหน่อย แต่ตัวอาคารใหญ่มาก เน้นสีปูนเปลือยเป็นหลัก พอเดินผ่านผ้าม่านยาวสูงเข้ามาภายใน ผมนี่ว้าวอยู่ในใจเลยครับ มันใหญ่ โปร่ง สวยงามมากๆ

  • Okinawa Brewing Company คราฟท์เบียร์บาร์ใน American Village – Okinawa

    ร้านคราฟท์ร้านสุดท้ายของทริปนี้อยู่ในบริเวณ American Village แต่ห่างจากร้าน Chatan Harbor Brewery มาพอสมควรราว 1 กิโลได้ครับ ด้านหน้าร้านมีคลองเล็กๆ โซนนี้มีพวกบาร์อยู่หลายร้านเหมือนกันครับ โดยร้านที่เรามามีชื่อว่า Okinawa Brewing Company แต่ไม่ได้ต้มที่นี่นะครับมีแต่แทปเบียร์เฉยๆ โดย 1-4 เป็นเบียร์ของทางร้าน ส่วนที่เหลือเป็นเบียร์นอกเป็นหลักครับ เน้นเป็นพวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกา บรรยากาศในร้านวันที่นี่เสียงดังพอสมควร คือมีทหารเรืออเมริกันมาคุยเสียงดังอยู่ในร้านกัน เอาจริงๆ คือทั้งร้านนี้มีแต่ฝรั่งตั้งแต่ลูกค้ายันพนักงาน ไม่มีคนญี่ปุ่นเลยครับ ตัวเบียร์และอาหารต้องไปสั่งและจ่ายเงินที่บาร์ เสร็จก็เอาป้ายกลับมาแล้วพนักงานก็จะยกมาให้ที่โต๊ะ

  • Beer Ma Kitasenju ร้าน Bottleshop คราฟท์เบียร์แน่นๆ – โตเกียว

    ในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น วันที่ไปทานสุดยอดสึเคะเมงร้าน Tomita พอทานเสร็จหลังจากที่เมาเส้นอยู่สมาชิกก็ตกลงเดินทางต่อไปยังร้านเบียร์ครับ ร้านนี้คือร้าน Beer Ma สาขาสถานี Kitasenju ครับ ผมเองจดร้านนี้ไว้ในลิสต์นานแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้มา เพราะมันอยู่ไกลพอสมควรถ้าหากต้องเดินทางออกจากโตเกียว แต่ทีนี้เรากลับมาจากนอกเมืองก็เลยกลายเป็นดีไป เพราะร้านอยู่ ระหว่างทางกลับมายังใจกลางเมืองโตเกียวนั่นเอง ตัวร้านอยู่ทางทิศตะวันตกของสถานีครับ แทบจะสถานีเลย ร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ เข้ามาก็จะเจอบาร์อยู่ฝั่งซ้ายมือ ฝั่งขวาเป็นที่ยืนจิบติดกำแพง สาขานี้จะไม่มีเก้าอี้นั่งครับ ส่วนด้านหลังเป็นตู้เย็นสองบานซักสิบกว่าตู้ได้

  • |

    Mikkeller Seoul คราฟท์เบียร์ย่าน Gangnam – โซล เกาหลี

    ต่อจาก Goose Island ผมเดินทางไปยัง Mikkeller Seoul ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักด้วยรถเมล์ครับ ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านหน้ามีรูปวาดการ์ตูน Henry กับ Sally ใส่ชุดฮันบกเพนท์อยู่สองฝั่งประตูร้านครับ เข้ามาด้านในร้านสว่างๆ (ก็เล่นมาตั้งแต่บ่าย ฮ่าๆ) ฝั่งขวามือจะเป็นบาร์ครับ ฝั่งซ้ายมีสองโต๊ะ แล้วก็เดินเข้าไปด้านในมีสตูล กับโต๊ะกระจายอีกนิดหน่อย ส่วนตัวรู้สึกสาขานี้ ตกแต่งคล้ายที่โคเปนเฮเกนเลย โต๊ะ ลิ้นชัก วันที่ไปมีลูกค้าอยู่ สามสี่โต๊ะ เป็นฝรั่งโต๊ะนึง ที่เหลือเป็นชาวเกาหลี สำหรับเบียร์นั้นเป็นเบียร์สดทั้งหมด 30 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดมีไม่เยอะมาก ลองดูในเมนูก็เป็นตัวธรรมดา บ้านเราหาซื้อได้ ส่วนราคาต่อแก้วค่อนข้างสูงพอสมควรครับ อาหารไม่มี มีเป็นพวกของทานเล่น แล้วก็ cold cut plate


แสดงความคิดเห็น