|

3 Studio Modern Japanese Slow Food อาหารญี่ปุ่น เชียงใหม่

ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากมาลองครับ เป็นร้านของคุณ Keiko และคุณ Yuki ที่ผมได้ไปทานและเรียนทำอาหารสไตล์ Shojin Ryori นั่นเอง พอขึ้นมาเชียงใหม่ก็แน่นอนว่าต้องไม่พลาด อยากมาชิมเต้าหู้ของเค้าด้วยครับ เพราะตอนลงไปกรุงเทพเค้าไม่ได้เอาไป มันขนย้ายลำบาก

ตัวร้านอยู่ในโรงแรมศรีประกาศ โรงแรมโบราณแถวๆ สะพานนวรัฐใกล้ร้านVT แหนมเนืองครับ เป็นสถานที่จัดงาน Taste Of Japan ด้วย พอหมดงานก็คืนสภาพกลายเป็นร้านอาหาร 3 Studio เหมือนเดิม ห้องเล็กฝั่งขวาเป็นส่วนที่ขายของ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของร้าน ส่วนห้องใหญ่ซ้ายมือเป็นห้องนั่งรับประทานอาหารครับ

อาหารที่ร้านจะเป็นการใช้ผักปรุงทั้งหมด เป็นสไตล์ ‘Shojin Ryori’ ไม่มีเนื้อสัตว์ มีที่มาจากการประกอบอาหารของพระเซนของญี่ปุ่นครับ โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงจะเป็นแบบโฮมเมดให้มากที่สุด เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารเคมี ซึ่งอาหารที่จะบาลานซ์แร่ธาตุและสภาวะต่างๆของร่างกาย ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป โดยมีการใช้ Koji ในซอสต่างๆ ที่นำมาปรุงอาหาร (อ่านเรื่อง Koji เพิ่มที่นี่)

ริมถนนด้านหน้าโรงแรมศรีประกาศ
ป้ายแนะนำร้านดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น
ตัวอาคารไม้โบราณ โรงแรมศรีประกาศ
มีขายทั้งของกินและงานศิลปะ
เข้ามาด้านในเป็นโถงตรงกลาง
ฝั่งขวาจะเป็นร้านที่ขายผลิตภัณฑ์
ฝั่งซ้ายห้องใหญ่เป็นโซนนั่งรับประทานอาหารในร้านครับ นั่งรออาหารไปกลิ่นซอสหอมฟุ้งเลย มีเพลงโฟลค์ซองคลอสบายๆ
ตึกเก่าๆ ให้อารมณ์แอนทีคไปอีกแบบ
กระเจี๊ยบโซดา สดชื่นดี ไม่หวาน
อาหารออกช้าเหมือนกัน คงทำให้ครบแล้วค่อยเสิร์ฟพร้อมกัน เซ็ตนี้ของพี่ชายเป็นชุด Tofu Gozen มีกับ 5 อย่างเสิร์ฟมาพร้อมข้าวและซุป
มีเต้าหู้เนื้อฟ่ามๆ รสผงกระหรี่ ผักลวกนุ่มรสเห็ดหอม แครอทซอยเส้นกรุบๆ รสหวาน เผือกต้ม อันสุดท้ายเป็นไชเท้าหมักโปะมาด้วยมะเขือยาว รสมิโสะ
หน้าตาชุด Tofu Gozen ครับ ข้าวนุ่มอร่อย แต่ซุปจืดมาก
ส่งข้าวปั้น dry curry มาลอง เป็นผักรสแกงกระหรี่ เสิร์ฟมากับผักดองเปรี้ยวๆ กรอบ แล้วก็มีไชเท้ากับแครอท อร่อยดีครับ
เต้าหู้เย็น เนื้อเนียนดีมีเทกเจอร์ โรยต้นหอมซอยแล้วราดด้วยซอสโฮมเมด รสเค็มเปรี้ยว
ของผมเป็นเซ็ต Tempe Teriyaki
เทมเป้คือถั่วเหลืองที่นำไปหมักกับจุลินทรีย์ มีต้นกำเนิดที่อินโดนีเซียครับ มีโปรตีนสูง มาเป็นก้อนๆ แล้วเอาไปหั่นเป็นแท่ง นำไปทอด นุ่มๆ ราดมาด้วยซอสรสเค็มหวาน ด้านล่างเป็นข้าวนุ่ม โรยหน้ามาด้วยผักซอยๆ แครอท หัวหอม สาหร่ายฉีกๆ รสเค็มมัน
หน้าตาของแท่งเทมเป้

ก็อร่อยไม่ผิดหวังครับ ได้มาทานถึงที่ร้านเลย ที่จริงอยากลองอีกหลายเมนูอย่าง นาเบะ (หม้อไฟ) เต้าหู้แบบทอดก็อยากลอง สุดท้ายสั่งข้าวปั้นและก็เต้าหู้หิ้วขึ้นเครื่องกลับมาฝากคนที่บ้านครับ
อร่อยประทับใจ น่าแวะมาลองชิมอาหารญี่ปุ่นอีกรูปแบบครับ แต่ร้านปิด จันทร์ถึงพุธนะครับ ดูวันให้ดีๆ

Studio 3 โรงแรมศรีประกาศ เชียงใหม่
เบอร์ : 097-943-7039
เปิด : พฤหัสบดี – อาทิตย์ 11.00-17.00 จันทร์ – พุธ ปิด
เพจ
foursquare

เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio
เมนูร้าน 3 Studio

 

Similar Posts

  • |

    Shirakaba Sansou Ramen (白樺山荘) บนตึก ESTA – Hokkaido ตอนที่ 1.2

    หลังจากทานราเม็งที่ร้าน Ajisai เสร็จเราก็เดินทางจากสนามบิน Chitose มาที่ตัวเมือง Sapporo ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็มาถึงสถานี JR Sapporo เดินต่อไปโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เราพักกันที่โรงแรม Hotel Monterey Sapporo โรงแรมสะอาดสะอ้าน โลเคชันดีพอสมควร คือเดินนิดเดียวก็ถึงสถานี JR Sapporo ซึ่ง สถานี Sapporo นี่ก็มีร้านรวงเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างเช่น Bic camera Muji Uniqlo Starbucks หรือ Yodobashi ก็อยู่ไม่ไกลนักพอเดินได้ ห้องค่อนข้างเล็กตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่น แต่สวยงามมีดีไซน์ เค้าจะออกแบบให้ดูแนวฝรั่งๆหน่อย เคยไปที่ Osaka ตอนปี 2554 พักโรงแรมในเครือนี้ การตกแต่งก็คล้ายกันเลย

  • Nakasei Uchimise ร้านสเต็กที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านขายเนื้อ โตเกียว

    เดินทางมาถึงวันที่ 3 ของทริปโตเกียวเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 ครับ วันนี้ตอนเย็นๆ จะเป็นวันที่ผมได้เจอกับเพื่อนๆ ที่เดินทางมาถึงวันนี้ โดยนัดไปเจอกันที่งานเบียร์ที่ Yokohama ครับ แต่ก็จะไปผมเช็คเอาท์แล้วก็เดินทางไปยังร้านอาหารอีกร้านที่จองเอาไว้ครับ ชื่อร้าน Nakasei Ushimise อยู่ที่สถานี Myogadani ห่างจากสถานีประมาณ  500 เมตรครับ ย่านนี้เท่าที่สังเกตดูเป็นย่านแบบเงียบๆ บ้านคน ร้าน Nakasei Uchimise เป็นร้านสเต็ก ความเจ๋งคือตัวร้านอาหารจะอยู่ซ่อนเข้าไปด้านในของร้านขายเนื้ออีกที คือด้านนอกมีตู้แช่ชิ้นเนื้อวัวส่วนต่างๆ มีผักสดขาย ตอนแรกผมงงๆ ว่าเอ..มาถูกร้านรึเปล่า จนแจ้งพนักงาน เค้าถึงได้พาเข้าไปด้านในร้านครับ

  • เนตรดวงดาว ร้านฝากท้องยามดึก – เชียงใหม่

    สำหรับคืนที่สองในทริปเชียงใหม่หลังจากจบงาน Chiang Mai Craft Fest ผมและชาวคณะก็หาร้านข้าว เพื่อจัดมื้อดึกอีดหนึ่งมื้อก่อนนอน เพื่อนชาวเชียงใหม่เจ้าถิ่นก็ชวนไปที่ร้าน เนตรดวงดาว บนถนนกำแพงดิน อยู่ไม่ไกลจากร้านดัง ไก่ทอดเที่ยงคืนครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตอนที่เราไปถึงพอมีลูกค้าอยู่โต๊ะสองโต๊ะครับ ที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารเหนือพวกลาบ หลู้อะไร อย่างนี้ และก็มีเมนูของทอดต่างๆ เป็นอาหารยอดนิยมของร้านครับ เราสั่งก็มาลองประมาณ 7-8 เมนูครับ มีพวกของทอดเป็นหลัก ซึ่งเมนูที่ชาวคณะประทับใจกันก็คือ ‘มันปุง’ หรือขอบของไส้หมูนำไปทอดนุ่มมัน ขอบกรอบนิดๆ รสจืดหน่อย จิ้มน้ำจิ้มกะปิ หรือกินกับน้ำพริกหนุ่มก็เข้ากันดีครับ

  • แสงไทย ซีฟู๊ด อาหารทะเลเจ้าอร่อย หัวหิน

    หัวหินทริปนี้ได้ไปลองทานอาหารทะเลร้านใหม่ครับคือร้านเค้าเปิดมานานแล้วหละครับ แต่ปกติก็จะไปวนๆ ร้านที่คุ้นเคยอย่าง ลุงบังหัวปลาหม้อไฟ  คราวนี้ก็เลยเป็นครั้งแรกที่จะได้ไปลองร้าน แสงไทย ซีฟู้ด ครับ ร้านอยู่บนถนนแนบเคหาสน์ เข้าจากทาง ซอย 45 หรือ 51 ก็ได้ครับ ตัวร้านขนาดใหญ่ มีหลายโซน มีห้องแอร์ส่วนตัวด้วย (เสียเงินเพิ่ม) เปิดขายตั้งแต่ 10 โมง จนถึง 5 ทุ่มเลยครับ แน่นอนว่าเมนูอาหารก็ต้องเป็นอาหารทะเลสดๆ อย่าง กุ้งมังกร กั้ง ปูม้า ปูทะเล ปลาต่างๆ มากมาย มีทั้งเผา ผัด ทอดกระเทียม สามรส พริกแกง อะไรอย่างนี้ ถ้าเมนูน้ำก็มี แกงส้ม ต้มยำ ต้มข่าครับ

  • Gurume Sushi ซูชิสายพานย่าน Chatan เกาะ Okinawa

    ช่วงเย็นหลังจากออกไปขับรถเที่ยวกันมา วันนี้เรามาลองทานซูชิสายพานที่เล็งกันมาตั้งแต่วันก่อน แต่คิวยาวมากจนถอดใจไปครับ ร้านนี้ว่า Gurume Sushi อยู่ห่างจากโรงแรมนิดเดียว ร้านเปิดตั้งแต่กลางวันครับ แต่ช่วงเย็นนี่คนเยอะแบบทะลักจริงๆ เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก ใช้วิธีจองคิวพอถึงเลขพนักงานก็จะตามเราไป ความพีคคือ บางคิวนี่เลขเดียวแต่มี 10 คนอย่างนี้ ฮ่าๆ สรุปว่าเรารอไปทั้งหมดประมาณ 50 นาทีครับมาตอนทุ่มนึงนะครับ ถ้ามาช้ากว่านี้ทางร้านก็จะปิดรับคิวครับ บรรยากาศในก็ดูสว่าง สะอาดสะอ้านดี ลูกค้าแน่นร้าน

  • โรงไวน์ Esk Valley, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.1

    เริ่มวันที่ 5 ของทริป เรายังอยู่ใน Napier, Hawke’s Bay โปรแกรมของเราวันนี้ก็เลยยังเป็นทัวร์โรงไวน์ต่อจากเมื่อวานที่ไป Church Road Winery มา โดยเราจะเที่ยวทั้งหมด 3 โรง แล้วก็เดินทางลงใต้ไปยังเมือง masterton เมืองเล็กๆระหว่างทางที่จะไป Wellington เมืองหลวงของ New Zealand โรงแรกที่เราจะไปคือ Esk Valley Winery เป็นหนึ่งในโรงที่อยากมาตั้งแต่ตอนจัดโปรแกรมที่บ้าน เพราะอ่านมาว่าเป็นโรงที่ยังทำไวน์แบบทำมือ (Premium hand-crafted) ยังไม่เป็นแบบอุตสาหกรรมมาก แล้วโลโก้ก็สวยดีมีดีไซน์ดี (มันเกี่ยวกับรสชาติไหม ?) ที่มีอายุกว่า 80 ปี โดยวินเทจที่ออกจำหน่ายคือ 1933 ซึ่งผลิตโดย Robert Bird เจ้าของดั้งเดิม สำหรับเจ้าของปัจจุบันเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา Esk Valley จะมี 2 แหล่งปลูก คือที่นี่ Hawke’s Bay กับ Marlborough ที่อยู่เกาะใต้…


แสดงความคิดเห็น