Taproom Ari คราฟท์เบียร์บาร์ อารีย์

ร้านคราฟท์เบียร์บาร์เปิดกันถี่จนตามไปกินจะไม่ทันแล้วครับ ฮ่าๆ แต่ก็เป็นข้อดีสำหรับผู้บริโภคที่มีตัวเลือก มีร้านใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น ร้านเปิดเยอะอย่างนี้แสดงว่าเริ่มมีผู้ที่สนใจคราฟท์เบียร์มากขึ้นเรื่อยๆ อยากลองอะไรไรที่แตกต่างจากเดิม พอเยอะขึ้นก็น่าจะทำให้ผู้นำเข้ามีกำลังความสามารถ มีจำนวนปริมาณไปคุยกับโรงเบียร์ แล้วพวกเราก็น่าจะได้ของดีขึ้น ของใหม่ขึ้นด้วยครับ

สำหรับร้านที่ไปวันนี้ไม่ใช่ร้านใหม่ แต่เป็นสาขาใหม่ สาขาที่ 2 ของร้าน Taproom ที่เพิ่งเปิดสาขาแรก (สุขุมวิท 26)ไปไม่นาน ก็ขยายสาขามาที่ซอยอารีย์ (ร้านคราฟท์เบียร์เปิดเยอะมาก อิจฉาคนแถวนี้) ตัวร้านอยู่ที่ใต้คอนโด noble reform ซึ่งก็คือร้าน Casa Lapin เลยครับ เดาเอาว่ากลางวันขายอาหารและกาแฟ กลางคืนก็ขายเบียร์แทน

วันที่ผมไปเปิดคืนวันธรรมดายังเปิดช่วง Soft Launch อยู่ครับ หน้าร้านมีป้าย neon light เห็นเด่นชัด เข้ามาในร้านบรรยากาศร้านสลัวๆ หน่อย ตกแต่งดูดิบๆ ผสมเรโทรๆ มีโคมไฟย้อนยุคอันใหญ่เป็นจุดเด่นอยู่กลางร้าน ปริมาณลูกค้าคืนนี้ นั่งกันอยู่ซักครึ่งร้านครับ

หน้าร้านมี neon light โดดเด่นอยู่บนแบคกราวนด์สลัวๆ
เข้ามาในร้านตรงกลางเป็นโต๊ะใหญ่นั่งรอบๆ
ฝั่งขวามือเป็นตู้เก็บขนม และที่จ่ายเงินของร้าน casa lapin
ตัวแทปอยู่ด้านในร้าน สาขานี้มีทั้งหมด 14 แทปครับ
โคมไฟย้อนยุคจุดเด่นของร้าน
มุมนี้สวยดีครับ
โซนติดกระจกร้านฝั่งซ้ายมือ
มุมด้านในครับ
บรรยากาศอีกฝั่ง
รายการอาหารมีไม่เยอะมาก พอทานเล่นๆ แกล้มเบียร์ครับ
ลิสต์เบียร์วันนี้ เป็น IPA ทั้งหมด
รายการเครื่องดื่มอื่นๆ
รายการเครื่องดื่มอื่นๆ

 

แก้วแรกที่ลองเป็น Racer 5 IPA จาก Bear Republic หอมกลิ่นส้ม ค่อนข้างขม บอดีหนาดีครับ
ตามด้วย Coronado Islander IPA ตัวขมติดลิ้น รสออกมอลตี้ บิสกิต ดื่มลื่นๆ
จานนี้ให้ฟรี เป็นถั่วคลุกๆรสต้ยำ กรอบอร่อยดี แต่เหมือนผงชูรสเยอะเลย ฮ่าๆ
แก้วที่ 3 เป็น White IPA ของ Lost Coast ชื่อ Sharkinator รสนี่มาแบบเบลเยี่ยมเลยครับ มีกลิ่นเม็ดผักชี ซ่า ดื่มลื่นอีกตัว
ปิดท้ายเบาๆ ด้วย Longhammer IPA ใสๆ แบรนด์ Redhook ไม่ขมมาก บอดี้รู้สึกบางไปหน่อย

เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าไปย่านอารีย์ครับ ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิแล้วโซนนี้ มีเจ้าดังอีกเจ้ากำลังจะมาเปิดสาขาด้วย เป็นโชคดีของพวกเราคนดื่มที่ตัวเลือกหลากหลายครับ การเดินทางมาก็สะดวก ลงรถไฟฟ้าสถานี อารีย์ เดินนิดเดียวก็ถึง
ถ้าขับมาสามารจอดรอบๆคอนโดได้ครับ

Taproom Ari ซอยอารีย์
เบอร์ : 087-460-2626
เปิด : 17.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare
สถานีรถไฟฟ้า : BTS อารีย์

Similar Posts

  • 3 Fonteinen จิบเบียร์เปรี้ยว Lambic แกล้มชีสและพาเต้ ชานเมืองบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    เดินทางมาจนถึงวันสุดท้ายของทริป Road to Belgium ของทาง Captain Barrel ครับ เป็นเช้าวันเสาร์ที่ทีมงานปล่อยให้ทุกคนเที่ยวกันเองตามสะดวก และก็นัดกันตอนบ่ายที่โรงแรมอีกทีเหมือนเมื่อวาน บางคนก็ไปชอปปิ้งกัน ซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับไทย ส่วนผมและพี่ชายนั่ง uber ออกนอกตัวเมืองมาหน่อย มีจุดหมายปลายทางคืออีกหนึ่งโรงเบียร์เปรี้ยว Lambic ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีเบียร์ดีๆ มากมายหลายตัว ซึ่งในไทยมีก็มีเข้ามาขายหลายตัวเหมือนกัน (นำเข้าโดย Captain Barrel นี่เอง) โรงนี้ก็คือ 3 Fonteinen นั่นเองครับ โรง 3 Fonteinen เริ่มก่อตั้งในปี 1883 โดย Jacobus Vanderlinden และ Joanna Brillens ภรรยาของเขา แรกเริ่มเดิมทีเป็นธุรกิจโรงเตี๊ยม ห้องพักและก็โรงเบลนด์เบียร์ที่เมือง Beersel ครับ สำหรับที่มาของชื่อ 3 Fonteinen (แปลว่า 3 น้ำพุ) นั้นมาจาก ตัวแทปเสิร์ฟเบียร์แบบแฮนด์ปัมป์ 3 หัวที่อยู่ในโรงเตี๊ยมนั่นเอง (มีเบียร์…

  • Kensaku ร้านซูชิย่านอารีย์

    สุดสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ไปลองร้านซูชิแถวอารีย์อีกหนึ่งร้านครับ ร้านนี้ติดตามทางเพจมานาน เพิ่งเคยได้ไปที่ร้านเป็นครั้งแรก ร้านนี้มีชื่อว่า Kensaku ครับ ตัวร้านอยู่ในซอยพหลโยธิน 4 ซอยเล็กนิดนึง เข้าซอยมาเลี้ยวซ้ายร้านจะอยู่ซ้ายมือ ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ ตกแต่งด้วยไม้สีโทนอ่อนครับ ที่นี่มีปลาทูน่าหลากหลายส่วนครับ นอกจากส่วนปกติอย่าง โอโทโร่ ชูโทโร่ ก็จะมีแก้มและหน้าผาก รวมถึงซี่โครงก็ยังมี สำหรับปลาอื่นๆ จะมีสับเปลี่ยนเข้ามาบ้าง สามารถดูได้จาก iPad ของร้านครับ

  • I’m Happy คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มอาหารเมนูรมควัน – เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ทริปเชียงใหม่ที่ผ่านมา ก่อนจะไปร่วมงาน Chiang Mai Craft Fest ผมมีโอกาสแวะไปร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่อีกหนึ่งแห่งมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า I’m happy อยู่ในคูเมืองแถวมุมขวาบน ในซอยศรีภูมิ 1 จากปากซอยเข้ามานิดเดียว ที่นี่เป็นร้านคราฟท์เบียร์ ร้านอาหาร และด้านบนก็เป็นห้องพักโฮสเทล โดยที่นี่เป็นการร่วมมือกันของคุณจูน Happy New Beer คุณไก่จาก Jim’s Burger และหุ้นส่วนอีกสองท่าน ช่วยกันดูแลส่วนต่างๆ เมนูอาหารก็เลยจะมีเบอร์เกอร์และอาหารอีกหลายเมนู โดดเด่นไม่แพ้เบียร์ครับ โดยเฉพาะพวกเมนูของรวมควันและเนื้อต่างๆ ที่ลูกค้าจะสามารถเลือกชิ้นก่อนนำไปปรุงได้เลย วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นๆของวันอาทิตย์ ตอนที่ไปถึงยังไม่มีลูกค้า พอค่ำๆ ถึงได้มีทยอยๆ มา หน้าร้านและด้านข้างมีโต๊ะโซนเอาท์ดอร์ อยู่นิดหน่อย พอเข้ามาด้านในแอร์เย็นสบาย ก็จะเจอแทปเบียร์เรียงรายอยู่ฝั่งขวามือ ด้านในมีห้องเล็กๆ และบันไดขึ้นไปชั้นสองครับ

  • |

    ยี่ปั๊ว ร้านนั่งดื่มพร้อมอาหาร คิดราคาส่ง – เชียงใหม่

    เย็นๆ วันที่สองของทริป หลังจากจิบกาแฟที่ร้าน brewing room ผมและชาวคณะเดินทางกันไปยังร้านชื่อติด ยี่ปั๊ว ทาปาส แอนด์แจ่มบาร์ ใน โครงการ CHOC  ร้านนี้รู้จักครั้งแรกตอนไปงาน Chiang Mai Craft Fest เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ ในงานทางร้านเอาเมนูกับแกล้มมาขายซักสี่ห้าอย่างได้ ผ่านไป 4 เดือนถึงมีโอกาสได้มาลองที่ร้านจริงๆ คอนเซปท์ของที่นี่แปลกดีเหมือนกันครับ คือตามชื่อร้านเลยว่ายี่ปั๊ว นั่นคือทั้งเครื่องดื่มและอาหารจะมีสองราคา ปลีกและส่ง ถ้าสั่ง 6 เมนู ก็จะได้ราคาส่ง สามารถให้ทยอยออกได้ แต่ต้องสั่งทีเดียวเลยนะครับ โดยแยกระหว่างอาหารและเครื่องดื่ม

  • |

    Belgian Beer Weekend งานเบียร์ประจำปีใจกลาง Grand Place กรุงบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังมื้อกลางวันที่เราจับหอยใส่ท้องที่ร้าน Chez Leon ไปคนละ 1 หม้อ ก็แยกย้ายกันไปชอปปิ้งและพักผ่อนต่อ ก่อนจะกลับมารวมกันที่ Grand Place เพื่อเข้าร่วมงาน Belgian Beer Weekend หนึ่งในไฮไลต์ของทริป Road to Belgium ครั้งนี้ครับ งานครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 20 แล้วครับ จัดในช่วงสุดสัปดาห์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของต้นเดือนกันยายน มีโรงเบียร์มาเข้าร่วมทั้งหมด 36 โรง รวมเบียร์ทั้งหมดประมาณ 400 กว่าตัว ยังไม่ต้องดื่มแค่ดูรายชื่อเบียร์ก็เมาแล้วครับ โรงที่มาออกก็จะมีทั้งสดและขวด สไตล์เบียร์ค่อนข้างหลากหลาย ครบถ้วน ทั้งสายหวานแรง อย่าง Belgian Strong สายนุ่มอย่าง Witbier สายผลไม้ต่างๆ สายเปรี้ยวอมหวานอย่าง Flander Red Ale และแน่นอนว่าสายเปรี้ยวอย่าง Lambic ก็ต้องมา

  • |

    จิบเบียร์สดที่โรงเบียร์ Mondo Brewing – London

    สำหรับที่นี่ Mondo Brewing เป็นโรงสุดท้ายในลอนดอนที่ผมได้แวะไปครับ แวะไปหลังจากทานข้าวที่ The Ledbury เสร็จ ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกยาวทั้งวัน การเดินทางเลยลำบากนิดหน่อย และตัวโรง Mondo เองก็อยู่ค่อนข้างไกลนิดหน่อย ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำมาทางทิศใต้ครับ เดินฝ่าฝนจากป้ายรถเมล์ก็มาถึงหน้าโรง เป็นอาคารก่ออิฐดูเท่ไปอีกแบบ ที่นี่เปิด 4 วันต่อสัปดาห์ คือ พุธ-เสาร์ครับ วันเสาร์เปิดตั้งแต่บ่ายสองพอเดินเข้าประตูไป โรงต้มก็จะอยู่ขวามือ มองเห็นถังหมักอะไรอย่างนี้ ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นแทปรูมครับ มี 15 หัวแทป แต่วันนี้จัมป์แค่ 11 ตัว แล้วก็มีเบียร์ขวดในตู้เย็น ผมไปถึงช่วงห้าโมงกว่าหกโมงนี่ก้มีลูกค้านั่งอยู่ สามสี่กลุ่มแล้วครับ โดยบริเวณบาร์มีคุณลุงดูกวนๆ สไตล์อังกฤษ ถามนู่นถามนี่พวกเรา ประมาณว่าแกคงงงว่าพวกเอเชียมาโผล่โรงนี้ได้ยังไง ไม่พอยังแซวผมเรื่องไม่ใช้กระเป๋าสตางค์ แบบ นี่รู้รึเปล่าพวกเรามีสิ่งที่เรียกว่ากระเป๋าสตางค์นะ คือผมเอาเหรียญทั้งหมดใส่ถุงซิปลอคเพราะมันหยิบสะดวกดี กวน(ตีน)มาก


แสดงความคิดเห็น