|

The Ninth อาหารฝรั่งเศส-เมดิเตอเรเนียน ลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

หลังจากที่ออกจากงานเบียร์งานใหญ่ Great British Beer Festival ผมก็นั่งรถไฟไปยังสถานี Tottenham Court Road จุดหมายของเราในคืนนี้คือร้านอาหารชื่อ The Ninth ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีไปประมาณ 500 เมตรครับ

ร้านนี้เป็นร้านของเชฟชื่อดัง Jun Tanaka ที่มีประสบการณ์มากมายจากร้านอย่างเช่น Le Gavroche, The Restaurant Marco Pierre White และ The Square โดยเมนูของที่นี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่งเศสผสมผสานกับเมดิเตอเรเนียน สำหรับชื่อร้านนั้นก็มีที่มาง่ายๆ ว่าเป็นร้านที่ 9 ที่ตัวเชฟได้เกี่ยวข้องด้วยนั่นเองครับ เมนูของที่เป็นอาหาร โดนจะเป็นจาน A La Carte มีตอนกลางวันที่เสิร์ฟเป็น Lunch Set ครับ

ตัวร้านโทนสีดำๆ เข้มๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งด้วยเหล็กและไม้ รู้สึกแน่นนิดหน่อย มีชั้น 2 ด้วยแต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ วันที่ไปลูกค้าในร้านเยอะพอสมควร คุยกันเสียงดังช้งเช้งแข่งกับเสียงเพลง jazz ที่เปิดคลออยู่เบาๆ อากาศในร้านอุ่นจนร้อน

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
สำหรับมื้อนี้ผมดื่มไวน์ Pinot Noir ยี่ห้อ Grace Bridge จาก California ครับ บอดี้หนา รสหวานพอสมควร
จานแรกเป็นลาซาญญ่ากระต่าย ตัวแป้งหนา ชีสหนึบ เสิร์ฟมาอุ่นๆ มีรสเปรี้ยวหวานจากไส้มะเขือเทศ ไม่ค่อยรู้สึกถึงรสกระต่ายครับ
Sea Bass Carpaccio เนื้อปลาจืดๆ ซอสออกหวาน ด้านบนโรยหน้าด้วยหัวหอมซอย มีรสเปรี้ยวจาก Kohlrabi ดองนิดหน่อย จานนี้เฉยๆ ไม่ค่อยโดนครับ
chargrilled sea bream ปลาย่างครับ ย่างมาเนื้อแห้งๆ ฝืด ตรงหนังกรอบ อร่อยมิโสะที่ทามา
จานนี้เป็นดอกกะหล่ำอบ ราดด้วยมะเขือเทศและโยเกิร์ต ตัวดอกกะหล่ำนุ่มอร่อย หอมควันๆ หอมเครื่องเทศ มีถั่วกรุบๆ ใส่มาด้วยครับ
จากนี้สุดท้ายเป็นแกะครับ ย่างมาเกรียมกำลังดี หอมกลิ่นโรสแมรี่และกลิ่นควันนิดๆ แต่พอทิ้งไว้นานๆ เพราะเริ่มอิ่ม รสก็ชืดๆ

กลายเป็นว่าร้านนี้ไม่ค่อยประทับใจครับ คืออาหารมันไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าเพราะอิ่มๆ เบียร์มาอยู่แล้วรึเปล่า แล้วก็รู้สึกว่าภายในร้านร้อนไปหน่อย เป็นประสบการณ์ทำให้รู้ว่าร้านที่ได้ดาวมิชลิน เราไปกินก็อาจจะไม่ประทับใจหรือเจอวันที่อาหารไม่โดนได้เหมือนกันครับ

The Ninth ถนน Charlotte, London
เบอร์ : +44203019088041102
เปิด : 12.00-22.30 ปิดวันอาทิตย์
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน The Ninth
เมนูร้าน The Ninth

Similar Posts

  • โรงงานน้ำผึ้ง Arataki Honey New Zealand 2014 ตอนที่ 4.4

    โปรแกรมต่อจากโรงไวน์ Church Road พอกรึ่มๆได้ที่ กรุปเราลงใต้มาอีกประมาณ 20 กิโลเมตร น้องสาวที่ไม่ชิมไวน์เป็นคนขับนะครับ ถ้าเมาแล้วขับผิดกฎหมายแน่นอน ผ่านเมือง Hastings ไปยังเมือง Havelock North เพื่อไปที่โรงงานผลิตน้ำผึ้ง ‘Arataki Honey’ Arataki Honey เป็นน้ำผึ้งยี่ห้อยอดนิยมของ New Zealand มีขายแทบจะทุก Supermarket โดยที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านขาย แต่มีข้อมูลและบอร์ดต่างๆให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งด้วย ซึ่งเราก็ได้รู้อะไรใหม่ๆหลายอย่าง เช่น คนนี้ New Zealand นี่บริโภคน้ำผึ้งเป็นอันดับ 1 ของโลก หรือเรื่องของรสชาติน้ำผึ้งนั้นมีแตกต่างหลายชนิดขึ้นอยู่กับดอกไม้พันธุ์ต่างๆที่ผึ้งไปเก็บมานั่นเอง ที่นี่เข้าชมฟรี ไม่เสียเงิน มีน้ำผึ้งต่างๆ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากผึ้งจำหน่ายด้วย แม้ความศูนย์จะไม่ใหญ่ แต่ก็ให้ข้อมูลความรู้เรื่องน้ำผึ้งได้เป็นอย่างดีครับ

  • |

    ร้าน Ploughmans, Taupo – New Zealand 2014 ตอนที่ 3.7

    ออกจากที่พักมาหาอะไรทานเป็นข้าวเย็น ตอนแรกลังเลกันอยู่นานว่าจะเอาไงดี ขับเข้าเมืองไปทาน หรือไปซื้อของมาทำกินที่บ้าน ระดมความคิดได้ซักพักก็รู้สึกขี้เกียจทำกัน เลยหาร้านใกล้ๆ ก็เจอร้าน Ploughmans นี่ไม่ไกลจากที่บ้านพักมากนัก เปิดอ่านว่า delivery ด้วย เกือบจะสั่งมาส่งแล้ว แต่กลัวเย็นชืด เลยรวมพลังขับออกจากบ้านกันไป ร้าน Ploughmans นี่มีที่พักด้วย ตัวร้านจะเป็นกึ่งๆบาร์กึ่งๆร้าน ตกแต่งแนว ทูดอร์เลยอารมณ์แบบบาร์อังกฤษๆ สามารถนั่งด้านนอกได้ถ้าอากาศดี มีเบียร์ มีไวน์ขาย อาหารมีไม่เยอะมากเท่าไหร่ พอมีจานหลักให้สั่งทานได้ วันที่ไปก็มีคนนั่งอยู่หลายโต๊ะเหมือนกัน ดูๆแล้วน่าจะเป็นคนในบริเวณด้วยแล้วก็มีเป็นนักท่องเที่ยวมาจากต่างถิ่นแบบเราอยู่ 2-3 โต๊ะ

  • Savelberg อาหารฝรั่งเศส Fine Dining โดยเชฟมิชลินสตาร์ – ถนนวิทยุ

    เข้าเมืองอีกครั้งครับ คราวนี้ไปลองทานร้านอาหารฝรั่งเศสที่ชื่อว่า ‘Savelberg’ เป็นร้านที่อยู่ในลิสต์มาซักพักแล้ว เคยเปิดดูรีวิวแล้วเออ น่ากินดีแฮะ ซึ่งชื่อร้าน ‘Savelberg’ ก็มาจากนามสกุลของ ‘Henk Savelberg‘ เชฟใหญ่และเจ้าของร้านชาวเนเธอร์แลนด์ครับ โดยตัวเชฟ Henk Savelberg นี่เคยได้ดาวมิชลินจาก 4 ร้านที่เนเธอร์แลนด์ในช่วงปี 1980-1995 ส่วนร้าน Savelberg นี้เปิดบริการเมื่อเดือนตุลาคมปี 2014 ครับ ตัวร้านอยู่ที่ด้านหน้าของโรงแรม Oriental Residence บนถนนวิทยุ ภายในร้านบรรยากาศเป็นกันเองสบายๆ ไม่เกร็งมาก พนักงานสุภาพเรียบร้อย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมนูได้ดีเลยครับ สำหรับเมนูจะมีแบบคอร์ส 3 คอร์ส คือ 4,6 และ 8 course (ผมลองเป็น 8 course)ถ้าไม่สั่งเป็นคอร์สก็สามารถสั่งแยกเป็นจานๆ แบบ A La Carte ได้ครับ ซึ่งตัวเมนูอาหารก็จะเหมือนกันกับในเซ็ต ที่ร้านไม่มี Wine Pairing ครับ แต่มีไวน์ให้เลือกหลากหลายพอสมควร โดยจะมีซอมเมอลิเยร์ให้คำแนะนำไวน์แต่ละตัวให้เราด้วยครับ

  • |

    POPEYE คราฟท์เบียร์บาร์ร้านดัง Tokyo

    ร้าน popeye นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านดังของโตเกียวครับ มีเบียร์สดมากถึง 70 แทป ! จะเยอะอะไรขนาดนั้น โดยจะเป็นทั้งคราฟท์ญี่ปุ่นและเบียร์อิมพอร์ตรวมกันครับ ร้านอยู่แถวสถานี Ryogoku ฝั่งๆ โซนตะวันออกของโตเกียวครับ อยู่ห่างจาก Akihabara แค่ 2 สถานีเท่านั้น ตัวร้านขนาดกลางๆ ประมาณ 3 ห้อง วันที่ไปนี่ลูกค้าแน่นร้านเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานออฟฟิศครับ นอกจากเบียร์แล้ว อาหารของร้านก็ดูน่าอร่อยหลายเมนูเลย มีเมนูที่เป็นกับแกล้มเยอะหน่อย มีหน้านึงเป็นรายการอาหารที่ใช้เบียร์ทำด้วย เสียดายวันที่ไปผมค่อนข้างอิ่ม เลยสั่งมาลองทานเล่นได้แค่อย่างเดียวครับ

  • เที่ยวถนนยีนส์ที่เมือง Kojima – Japan Nov ตอนที่ 6.2

    หลังจากทานซูชิที่ร้าน Uosho เสร็จ เราแยกจากชาวคณะ เพื่อจะไปยังเมือง Kojima ที่อยู่ทางใต้ของ Okayama จุดมุ่งหมายของเราก็คือถนนยีนส์ หรือ Jeans Street ที่ถนนยีนส์มาอยู่เมือง Kojima นี่ก็เพราะว่าเป็นเมืองที่นับเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ญี่ปุ่นโดยมีประวติยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 16 เลยครับ เริ่มจากที่ Ukita Hideie ไดเมียวของโอคายาม่า ได้ถมทะเลบางส่วนจนกลายมาเป็นเมือง Kojima นี่เอง ซึ่งที่ดินบริเวณนี้นั้นไม่สามารถปลูกข้าวได้ จึงได้มีการปลูกฝ้ายแทน เพราะสามารถปลูกได้แม้ว่าดินจะเค็มก็ตาม หลังจากนั้นโอคายาม่าก็เป็นแหล่งผลิตสิ่งทอต่างๆที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าของคนญี่ปุ่น พอถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวต่างชาติเริ่มเข้า พร้อมกับเสื้อผ้าแบบตะวันตก ทำให้ความนิยมในการใส่เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมลดความนิยม อุตสาหกรรมสิ่งทอของโอคายาม่าจึงต้องหาผลิตภัณฑ์อย่างอื่นทดแทน ตอนแรกก็ผลิตพวกยูนิฟอร์มของนักเรียน ซักพักก็มีการคิดค้นใยสังเคราะห์ขึ้นมาแทน ผ้าฝ้ายสู้ไม่ได้ ทำให้ต้องหาอย่างอื่นผลิตขายอีกครั้ง

  • |

    Kiwa Taproom ร้านคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณใกล้พระราชวัง Gyeongbokgung – โซล เกาหลี

    ร้านคราฟท์เบียร์ร้านที่ 2 ของทริปอยู่ไม่ไกลจากร้านแรก The Hand & Malts Taproom ประมาณ 1.1 กิโลเมตร แต่อากาศกำลังดีไม่ร้อนไม่หนาวพอเดินได้ แล้วเพื่อนๆ ในทริปทั้งชาวไทยและเกาหลีก็บอกเดินๆ ก็เลยเดินกันผ่านพระราชวัง Gyeongbokgung ระหว่างเดินไปก็ได้ฟังประวัติเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้แบบคร่าวๆ ประดับความรู้จากเพื่อนร่วมทริป ร้านที่เรามาต้อกันนี้มีชื่อ Kiwa Taproom ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากฝ่างตะวันออกของพระราชวัง ผมเองนึกถึงอารมณ์ร้านเบียร์แถวๆ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวงของบ้านเรา ระหว่างทางก็ผ่านร้านที่ให้เช่าชุด Hanbok เพื่อถ่ายรูป คือเป็นร้านเบียร์ที่ติดที่ท่องเที่ยวๆ ของเมืองนั่นเองครับ ตัวร้านเข้าไปอยู่ในซอยเล็กๆ หน่อย แต่ก็มีป้ายเห็นชัดเจน หาไม่ยาก ร้านเป็นบ้านเก่ามารีโนเวทอีกเช่นกัน ตรงกลางเป็นลานโล่ง ฝั่งขวาเป็นโซนที่นั่ขนาดใหญ่หน่อย ฝั่งซ้ายมีที่นั่งอีกสองสามโต๊ะ ตรงกลางเป็นลานทางเดินไปยังแทปวอลล์และเดินทะลุไปหลังร้านได้ครับ


แสดงความคิดเห็น