|

Kiwa Taproom ร้านคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณใกล้พระราชวัง Gyeongbokgung – โซล เกาหลี

ร้านคราฟท์เบียร์ร้านที่ 2 ของทริปอยู่ไม่ไกลจากร้านแรก The Hand & Malts Taproom ประมาณ 1.1 กิโลเมตร แต่อากาศกำลังดีไม่ร้อนไม่หนาวพอเดินได้ แล้วเพื่อนๆ ในทริปทั้งชาวไทยและเกาหลีก็บอกเดินๆ ก็เลยเดินกันผ่านพระราชวัง Gyeongbokgung ระหว่างเดินไปก็ได้ฟังประวัติเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้แบบคร่าวๆ ประดับความรู้จากเพื่อนร่วมทริป

ร้านที่เรามาต้อกันนี้มีชื่อ Kiwa Taproom ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากฝ่างตะวันออกของพระราชวัง ผมเองนึกถึงอารมณ์ร้านเบียร์แถวๆ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวงของบ้านเรา ระหว่างทางก็ผ่านร้านที่ให้เช่าชุด Hanbok เพื่อถ่ายรูป คือเป็นร้านเบียร์ที่ติดที่ท่องเที่ยวๆ ของเมืองนั่นเองครับ

ตัวร้านเข้าไปอยู่ในซอยเล็กๆ หน่อย แต่ก็มีป้ายเห็นชัดเจน หาไม่ยาก ร้านเป็นบ้านเก่ามารีโนเวทอีกเช่นกัน ตรงกลางเป็นลานโล่ง ฝั่งขวาเป็นโซนที่นั่ขนาดใหญ่หน่อย ฝั่งซ้ายมีที่นั่งอีกสองสามโต๊ะ ตรงกลางเป็นลานทางเดินไปยังแทปวอลล์และเดินทะลุไปหลังร้านได้ครับ

หน้าซอยทางเข้าร้านจะมีป้ายตั้งอยู่ครับ
ซอยทางเข้าร้าน
กลางร้านเป็นลาน มีที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายขวาครับ
โซนที่นั่งหลักจะอยู่ฝั่งขวา ลูกค้าเยอะเลย
โซนฝั่งซ้ายที่ผมและเพื่อนๆ นั่งกันครับ
ตัว Tap อยู่กลางร้านด้านใน
บรรยากาศภายในร้านครับ
แก้วแรกผมลองเบียร์ Monk’s Café ของ Steenberge เป็นสไตล์ Flemish Sour Ale ครับ รสออกเปรี้ยวแต่ก็ไม่เปรี้ยวโหดมา ตามด้วยหวาน สดชื่นดี
อีกแก้วเป็น Founder’s Porter ครับ ตัวนี้ซ่า รสขมคั่วๆ ผสมหวาน บอดี้หนาเลย

เนื่องจากเป็นร้านสุดท้ายที่มาของคืนนี้ ร่างกายก็เลยไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แล้ว นอนบนเครื่องไม่ค่อยเต็มอิ่ม แล้วไปเจอหลายตัวที่ The Beer Week Seoul กับ The Hand & Malts Taproom พอมาถึงร้านนี้เลยลองได้แค่ 2 ตัวเท่านั้นครับ

บรรยากาศร้านสวยงาม ใกล้พระราชวัง ชมวังเสร็จอาจจะแวะมาชิมก่อนกลับที่พัก ได้อารมณ์ดีครับ

Kiwa Taproom(기와 탭룸) สถานี Anguk
เบอร์ : +82 2-733-1825
เปิด : 12.00-01.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

รายการเบียร์
รายการเบียร์
รายการเบียร์
รายการอาหาร

Similar Posts

  • Oud Beersel โรงเบียร์เปรี้ยวสไตล์ Lambic ชานเมือง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมที่ 2 ของเราหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำที่ร้าน ‘t Brouwershuis ของ โรงเบียร์ Palm เราเดินทางลงทางใต้เพื่อไปอีก 1 โรงครับ โรงนี้เป็นแบรนด์ที่มีขายในไทยอยู่ซักพักแล้ว เป็นสายเบียร์เปรี้ยว โดยชื่อโรงก็ตั้งตามชื่อเมืองที่ตั้ง โรงนี้มีชื่อว่า Oud Beersel ครับ Oud Beersel เป็นอีกหนึ่งโรงที่มีอายุเก่าแก่ ก่อตั้งเมื่อปี 1882 โดย Henri Vandervelden และก็เป็นกิจการของตระกูลยาวนานมาประมาณ 100 กว่าปี แล้วก็เปลี่ยนมือมาถึงหลานชาย จนปี 2002 โรงเบียร์ก็หยุดกิจการไปด้วยปัญหาทางด้านการเงินครับ ทีนี้คุณ Gert Christiaens นั่งดื่มเบียร์ Oud Beersel อยู่ที่บาร์ใน Brussels ก็ได้รับการบอกกล่าวจากเจ้าของร้านว่า มาคราวหน้าคงจะไม่ได้กินแล้วนะ เพราะโรงเค้ากำลังจะปิดกิจการ ด้วยความชื่นชอบในเบียร์และไม่อยากให้โรงเบียร์จะต้องหยุดไปมา ก็เลยมาคุยกับ Brewmaster ของโรงในขณะนั้น (เป็นรุ่นที่สามของ Brewmaster ประจำโรง) เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเบียร์ รวบรวมเงินมาซื้อกิจการ โดยผลิตเบียร์ Bersalis Tripel และ Bersalis Kadet…

  • |

    เฮือนม่วนใจ๋ อาหารเหนือ เชียงใหม่

    มาเชียงใหม่ก็ต้องกินอาหารเมือง(อาหารเหนือ) กันซักหน่อย สำหรับทริปนี้ผมได้ไปลองทานร้านใหม่ 2 ร้านครับ ร้านแรกเป็นร้านดัง แต่ผมก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ชื่อร้าน เฮือนม่วนใจ๋ แปลเป็นกลางว่า เรือนที่มาแล้วมีความสุขใจนั่นเอง ร้านอยู่ในซอยราชพฤกษ์ ใกล้ๆ วัดสันติธรรมครับ เข้าจากฝั่งถนนห้วยแก้วประมาณ 300 เมตร อยู่ไม่ไกลจากถนนนิมมานเหมินทร์ หน้าร้านมีที่จอดรถนิดหน่อย ตัวร้านก็จะเป็นเรือนไม้ บรรยากาศร่มรื่น ผมได้นั่งโต๊ะด้านใน เป็นช่วงกลางววันวันธรรมดา ลูกค้าเกือบจะเต็มทุกโต๊ะ แต่สั่งอาหารแป๊บเดียวก็ทยอยยกมาแล้วครับ อาหารเร็วดีมาก

  • Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่ ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

  • Ticro Maket ร้านแผ่นเสียง fukuoka

    ที่ Fukuoka มีโอกาสได้ไปร้านแผ่นเสียง 2-3 ร้านครับ ร้านแรกที่เจอก็คือร้านนี้ ชื่อ Ticro Market อยู่ที่ Daimyo ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Tenjin หรือ Nishitetsufukuoka ครับ ต้วร้านจะอยู่ในตึก ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 4 ร้านใหม่ๆ สะอาดๆ แผ่นราคาสูงเหมือนกันครับ วันที่ไปเ้คาเปิดเพลงไทยอยู่ด้วย พวกหมอลำเก่าๆที่กำลังฮิตที่เมืองนอกตอนนี้ ผมซื้อติดมือไม่กี่แผ่น พอตอนจะออกจากร้านพนักงานบอกว่ามีอีกชั้นนึงนะ อยู่ข้างล่างก็เลยเดินมาดูที่ชั้น 3 ชั้นนี้ขายแต่แผ่นเก่า ไม่เป็นระเบียบเท่าไหร่ ราคาไม่แพงครับ แต่สภาพก็ไม่ค่อยสวย

  • เดินเล่นใน Napier เมืองที่ตกแต่งเป็นสไตล์ Art Deco ทั้งเมือง – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.1

    วันที่ 4 เราเดินทางกันแต่เช้าอีก 1 วัน วิ่งไปบนทางหลวงหมายเลข 5 วิ่งลงไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายของเราวันนี้คือ Hawke’s Bay โดยเราจะไปพักกันที่เมือง Napier เราเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็มาถึง Napier เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามคลาสสิคของตัวอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นตึกแบบ Art Deco แรกเริ่มเดิมที ตัวเมืองไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 1931 ทำให้บ้านเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างขึ้นใหม่ก็เลยเป็นสไตล์แบบ Art Deco ทั้งเมือง เรียกว่า Napier นี่เป็นอันดับต้นๆที่เป็นสไตล์นี้ เดินไปเดินมาในเมืองเหมือนได้ย้อนยุคกลับไป 70-80 ปีที่แล้ว ตึก ร้าน ต่างๆจะเป็นสีออกพาสเทล นุ่มๆ ถ้าเกิดสนใจอยากดูแบบรู้ประวัติเพิ่มเติม ก็มีทัวร์พาเดินชมเมืองด้วยเช่นกัน นอกจากตัวตึกแล้ว บริเวณ Hawke’s Bay นี่ยังขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ Wine โดยในบริเวณนี้มีไร่องุ่นมากว่า 100 ไร่ และมีโรงไวน์กว่า…

  • ชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่ทะเลสาบ Shinji เมือง Matsue – Japan Nov ตอนที่ 5.1

    โปรแกรมวันที่ 5 ของเรา จะเดินทางไปทางทิศตะวันตกอีก 120 กิโลเมตร นั่งรถไฟราวๆ 2 ชั่วโมง 20 นาที ได้ครับ จุดหมายของเราวันนี้คือเมือง Matsue (松江 – มัตซึเอะ) ซึ่งเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิกันครับ จริงๆแล้วเมือง Matsue จะมีกิจกรรมอื่นๆที่ได้รับความนิยมอยู่อีก 2-3 อย่าง เช่น ไปดูปราสาท Matsue ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น รองจากปราสาทฮิเมจิ หรือ ไม่ก็ไปเดินชมหมู่บ้านซามูไร ซึ่งรักษาสภาพเอาไว้อย่างดี อีกโปรแกรมที่เราเสิร์ชแล้วจะก็คือนั่งเรือรอบคลองที่อยู่รอบตัวเมือง แต่เวลาเราไม่ค่อยเยอะก็เลยได้แต่ดูพระอาทิตย์ตกครับ ซึ่งเราก็ดันไปดูผิดที่อีก หะหะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่นิยมกันจะเป็นบริเวณ Art Museum ที่อยู่ติดทะเลสาบชินจิ ห่างจากสถานี Matsue ประมาณกิโลกว่าๆ จากจุดนี้จะเห็นเกาะเล็กๆที่มีต้นไม้อยู่เป็นมุมฮิตที่จะมาถ่ายรูปกัน แต่เราเอาสะดวก ดูมันจากฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบใกล้ๆกับที่พักเลยครับ **อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Matsue ได้ที่กระทู้ของคุณ CMV ครับ


แสดงความคิดเห็น