Restaurant 108 ร้านอาหาร Modern Nordic สุดประทับใจ – Copenhagen

นอกจากงาน MBCC ที่เป็นเป้าหมายหลักของทริปโคเปนเฮเกนคราวนี้ ผมก็ได้หาร้านอาหารไว้ด้วย ซึ่งก็มีอุปสรรคนิดๆ คือ วันที่ว่างนั้นเป็นอาทิตย์ แล้วร้านส่วนใหญ่จะปิดกัน หาไปหามาก็มาลงตัวที่ร้านชื่อง่ายๆ ว่า 108 ครับ

ร้าน Restaurant 108 เป็นร้านอาหาร Modern Nordic ที่เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและความสร้างสรรค์ในการคิด การปรุงและการจัดวางในแต่ละเมนู โดยฝีมือเชฟ Kristian Baumann และทีมงานซึ่งมีประสบการณ์จากร้านดังอย่าง Noma คือจะเรียกว่าเป็นร้านพี่ร้านน้องกันก็ได้ครับ

ผมมาถึงที่ร้านตามเวลาที่จองไว้ ลูกค้าแน่นร้านครับ แจ้งชื่อที่พนักงานเสร็จก็มีพนักงานอีกคนพาไปนั่ง นั่งปุ๊บมีพนักงานผู้ชายอีกคนมาต้อนรับและพูดคุยด้วยภาษาไทย ! คือจังหวะนั้นประหลาดใจและขำมาก พูดแบบไทยผสมอังกฤษ ตอนก่อนกลับด้วยความอยากรู้จึงสอบถาม ได้คำตอบว่าแกมีแฟนเป็นคนไทยเลยพูดได้เยอะครับ ประทับใจมาก


กลับมาที่อาหารทางร้านมีเฉพาะมื้อเย็น สามารถสั่งเป็น A la carte หรือเป็น Tasting Menu ก็ได้ครับ ส่วนเครื่องดื่มก็มีไวน์แพริ่งด้วย มื้อนี้ผมสั่งเป็น Tasting Menu เสิร์ฟทั้งหมด 8 เมนูพร้อมไวน์แพริ่งครับ

ร้านอยู่ที่ชั้นล่างของตัวอาคารนี้ครับ เคยเป็น Warehouse มาก่อน
ด้านหน้าร้าน
เข้ามาด้านในร้าน
บรรยากาศร้านฝั่งติดกระจกครับ
บรรยากาศร้านจากมุมด้านใน
โคมไฟรูปหลอดไฟ
ซองช้อนส้อมเป็นหนังสวยงาม
รายการอาหารแบบ Tasting Menu
รายการเครื่องดื่ม
รายการเครื่องดื่ม
ขนมปังเนื้อหนึบ ตรงขอบกรอบ มีรสไหม้ๆ นิดนึง
เนย
ไวน์แก้วแรกเป็น brut ครับ ค่อนข้างดราย แล้วก็ซ่า สดชื่นล้างปากดี
เมนูแรกเริ่มด้วย Egg York Potato เป็นมันฝรั่งหั่นเต๋าชิ้นเล็กๆ ราดด้วยน้ำครีมๆ ด้านบนเป็นคาเวียร์จากเบลเยี่ยมครับ ตัวมันฝรั่งรสออกถั่วๆ เหมือนทานชอคโกแลต Ferrero Rocher น้ำรอบๆ รสเปรี้ยวทำจากเห็ดหมัก คาเวียร์รสเค็มมัน จานนี้เสิร์ฟมาอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนครับ จานแรกก็โดนใจเลย
จานที่ 2 เป็นปลาสเตอเจี้ยนนึ่งครับ ตัวเนื้อสดเด้ง คือมีความผสมระหว่างปลาสุกกับปลาดิบ ซึ่ง texture มันดีมากๆ รสเค็มเกลืออ่อนๆ น้ำรอบทำมาจากสาหร่ายรสออกเขียวแปลกๆ อร่อยอีกเช่นกันครับ
ทานคู่กับไวน์จากสเปน แก้วนี้กลิ่นออกหนังๆ ยางไหม้บางๆ
จานที่ 3 เป็นแอสปารากัสขาวนำไปมาริเนทในน้ำมันอัลมอนด์ครับ ตัวแอสปารากัสเค้าฝานบางๆแล้วนำมาสานกันสวยงามมากครับ รสแรกที่เจอคือขมนิดแล้วตามด้วยเปรี้ยว เนื้อกรุบๆ สดชื่น เปรี้ยวแบบน้ำมะนาว ล้างปากดีครับ
ไวน์ตัวต่อมาเป็น Late Harvest จากฝรั่งเศส กลิ่นหอมหวานเหมือนขนม รสชาติหวานเหมือนคาราเมล มีเบิร์นๆ นิดๆ
จานที่ 4 เป็นแครอทและดอกกุหลาบป่า ซึ่งจะราดด้วยซอสกุ้งเย็น แต่ผมทานกุ้งไม่ได้ก็เลยได้เป็นน้ำราดจากทำจากสาเกแทน ตัวแครอทสไลซ์บางสุกกำลังดี มีเปลือกหนึบๆ คลุกด้วยน้ำมันกุหลาบ กับ rosehip berries purée จานนี้ผมไม่ค่อยโดนเพราะไม่ชอบกุหลาบครับ
ไวน์ตัวที่ 4 เป็นไวน์ Sancerre จากฝรั่งเศสเช่นกัน ความพิเศษก็คือเค้าไม่ได้ทำแบบ Tradition แต่ตั้งใจให้มัน oxidation เพิ่มให้มีคาแรคเตอร์แบบถั่วๆ รสชาติออก mineral คล้ายเห็ดชื้นๆ แปลกดีครับ
จานที่ 5 เป็นแอสปารากัสเขียว โรยหน้าด้วย lemon thyme กับ คาโมไมล์ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มไข่แดงรมควัน เข้ากันดีเลยครับ ตัวแอสปารากัส ไม่แข็งไม่นุ่ม กินง่าย รสเครื่องเทศแปลกดี
ซอสไข่แดงรมควัน
ไวน์แดงจากอิตาลี แทนนินเยอะหน่อย ออกสไปซ์ๆ
จานที่ 6 จานหลักของมื้อเป็นนกกระทาย่างราดด้วยซอสบีทรูทและผักต่างๆ ครับ เสิร์ฟมาร้อนๆ กลิ่นออกควัน สุกกำลังดีรสเค็มหน่อย เนื้อนุ่ม ตรงหนังอร่อย ตัวซอสรสหวาน เค็มมัน เข้ากันกลมกล่อมลงตัว จานนี้ประทับใจมากๆ ครับ
แก้วนี้เสิร์ฟมาใส่น้ำแข๋งด้วยครับ จิบแล้วนึกถึงยาธาตุ รสขมหวาน เครื่องเทศ อารมณ์ Jagermeister อะไรอย่างนี้ครับ
ขนมหวานจานแรกเป็น Sorbet ที่ทำจากแบลคเคอแรนท์ครับ เสิร์ฟมาเย็นๆ จานก็เย็นด้วย รสเปรี้ยวหวาน ตัวซอสเป็นนมทำจากฮาเซลนัท รสถั่วๆ อร่อยเหมือนกินชอคโกแลต ครีมมี่นมๆ ถั่วๆ ล้างปากดีมากครับ
แก้วนี้เป็น Kombucha ผสมกาแฟ กลิ่นออกกาแฟ รสเปรี้ยวบางๆ
เมนูสุดท้ายของมื้อเป็นแป้งทอดใส่ไอศครีมคาราเมลและสาหร่าย ตรงขอบกรอบอุ่น ไอศครีมรสเค็มมัน ถั่วๆ หน่อย
ปิดท้ายด้วยกาแฟของพี่ชายเป็น Latte ครับ
ของผมเป็นกาแฟดำ จืดไปนิดนึง

อาหารออกต่อเนื่องดีครับ แต่ละจานนี่อร่อยประทับใจมาก แล้วที่เจ๋งไม่แพ้กันก็คือไวน์แต่ละตัวที่มาแพร์ด้วย คือไวน์แปลก อร่อย แล้วเข้ากันกับแต่ละเมนูได้ดีเลย รวมถึงความเป็นกันเองของพนักงาน และบรรยากาศสบายๆ ไม่เกร็ง ทำให้ร้านนี้เป็นอีกร้าน Fine Dining ที่ประทับใจมากที่สุดร้านหนึ่งไม่แพ้ The Ledbury และ Suhring เลยครับ แนะนำว่าถ้ามีโอกาสมาโคเปนเฮเกน อยากให้มาลองกัน อาจจะต้องจองล่วงหน้านานหน่อย แต่คุ้มค่าแน่นอนครับ

Restaurant 108 Copenhagen Denmark
เบอร์โทร : +4532963292
เปิด : 17.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    Kamatake อุด้งน้ำขลุกขลิก แถวสถานี Namba – Japan 2014 ตอนที่ 3.1

    วันนี้เราเริ่มวันด้วยการไปทางอูด้งเจ้าอร่อย ซึ่งก็เป็นร้านที่เคยมาแล้วเช่นกันตอนปี 2011 ร้านนี้ชื่อว่า Kamatake 釜たけうどん เป็นซานูกิอุด้งเจ้าดังของโอซาก้า มีทีเด็ดคือเส้นที่เหนียวนุ่ม เสิร์ฟมากับ ชิกุวะชุบแป้งทอด ซึ่งกรอบอร่อยมากๆ ร้านนี้คราวก่อนเรามาไม่มีคน แต่คราวนี้ต้องเข้าแถวอีก 1 ร้าน ช่วงปีใหม่นี่คนเยอะทุกร้านจริงๆครับ รอ 15-30 นาที เกือบทุกร้านเลย

  • |

    ป. ประมงซีฟู๊ด พัทยา

    ตอนบ่ายๆไปจิบเบียร์ที่ร้าน Beer Fest พอช่วงค่ำก่อนเดินทางกลับ เราแวะทานข้าวเย็นที่ร้าน ป.ประมง ครับ เป็นร้านที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเช่นกัน เพื่อนในกลุ่มเคยมา ชวนให้ไปลองก็เลยแวะลองดูครับ ร้านจะอยู่บนถนนสุขุมวิทครับ ฝั่งวิ่งเข้ากรุงเทพ ถ้าออกจากถนนพัทยาเหนือวิ่งมาประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ร้านจะอยู่ซ้าย ริมถนนเลยครับ จอดรถริมถนนหรือเข้าไปจอดในลานของร้านก็ได้ครับ ที่นี่เมนูจะไม่ค่อยเยอะมาก เป็นอาหารทะเลเกือบทั้งหมด มีเมนูแนะนำเป็น ปลาเก๋า 2 น้ำ กั้งแก้วคั่วพริกเกลือ หอยจ๊อ ปูทะเลผัดผงกะหรี่ และ สลัดกุ้งตะกร้าแผือก แต่ความที่เราแพ้ปู ปลาหมึก กุ้ง เลยได้แต่ชิมปลาและหอยครับ (แพ้อาหารทะเลก็ยังจะแวะร้านอาหารทะเลอีก)

  • Neil’s Tavern ซอยร่วมฤดี

    เปลี่ยนบรรยากาศจากร้านญี่ปุ่นมาเป็นร้านอาหารฝรั่งบ้างครับ วันนี้ไปกันที่ร้าน Neil’s Tavern สาขาซอยร่วมฤดี เป็นร้านดังที่เปิดมาซักพักแล้ว นอกจากอาหาร ขนมของทางร้านก็อร่อยไม่แพ้กันครับ โดยขนมจะอยู่ในส่วนของ Bake Shoppe ที่ติดกัน เราเดินทางมาในช่วงค่ำๆ วันธรรมดา ฝ่ารถติดบนถนนวิทยุจนมาถึงร้าน พอถึงพนักงานจะขับรถของเราไปจอดให้ครับ เข้ามาด้านในร้านก็จะเจ้ากับตู้ไวน์ขนาดใหญ่ พอเดินไปยังโต๊ะ บรรยากาศก็จะดูขรึมๆ ไฟสลัวๆ ตกแต่งด้วยไม้และโลหะสีโทนเข้ม ได้อารมณ์ดีครับ พนักงานทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยมาก อัธยาศัยดี นั่งๆไปซักพัก ลูกค้าค่อยๆทยอยเข้าร้าน แนะนำว่าควรโทรจองที่นั่งครับ สำหรับที่นี่แล้วเมนูขึ้นของเค้าก็คือสเต็ก โดยเฉพาะส่วน filet ครับ มีเนื้อสองระดับถ้าเนื้อธรมดาจะเป้นเนื้อวัวจากออสเตรเลีย หรือถ้าอยากทานแบบพรีเมียมหน่อยจะเป็นเนื้อจากอเมริกาครับ ทางร้านไม่ได้มีแค่สเต็กครับ มีอีกหลายเมนู (ดูได้ในเว็บไซต์ของทางร้าน) แล้วก็อย่างที่เล่าไปในตอนแรกว่าขนมของทางร้านก็อร่อยเช่นกัน

  • Nihon Saiseisakaba ร้านเครื่องในเสียบไม้ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น – สุขุมวิท 26

    ปัจจุบันร้าน Izakaya และ Yakitori ในกรุงเทพนั้นมีให้ลองให้เลือกชิมกันจนนับไม่ไหวแล้วครับ ล่าสุดผมเพิ่งมีโอกาสไปลองอีกร้านที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน อยู่ใน ซอย สุขุมวิท 26 ในโครงการ Warehouse 26 ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Nihon Saiseisakaba เป็นร้านแนวปิ้งย่างเสียบไม้เช่นกัน แต่ที่นี่แตกต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่เค้าเน้นเมนูเครื่องในเป็นหลักครับ โดยมีทั้งเครื่องในหมูและวัว ซึ่งก็จะมีชิ้นส่วนแปลกๆ ที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย อย่างเช่น หลอดลม และ คอหอย เป็นต้น ขนาดของร้านค่อนข้างใหญ่ฝั่งซ้ายเป็นเคาท์เตอร์ตัว L ขนาดยาวที่ติดเตาปิ้งย่าง ฝั่งขวาเป็นโซนโต๊ะนั่งครับ ซึ่งที่จริงร้านต้นฉบับที่ญี่ปุ่นนั้นจะเป็นร้านยืนกินด้วยครับ แต่พอมาไทยก็ต้องปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมลูกค้า ให้มายืนคงจะเมื่อยไปหน่อย วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดาลูกค้าพอมีอยู่สองสามโต๊ะ เป็นคนญี่ปุ่นด้วย คนไทยด้วยครับ บรรยากาศร้านสบายๆ แอร์เย็นดี  

  • ลาบบังเกอร์ ร้านลาบปิดดึก ราคาประหยัด – เชียงใหม่

    หลังจากจบคืนแรกของงาน Chiang Mai Craft Fest ผมและเพื่อนๆ ก็ไปจัดมื้อดึกกันครับ เป็นอีกหนึ่งร้านปิดดึกเจ้าดังอีกแห่งของเชียงใหม่ ร้านนี้ชื่อร้านว่า ลาบบังเกอร์ครับ อยู่บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน ไม่ไกลจากร้านน้ำต้น เฮาส์บาร์ครับ อ่านจากในเน็ตมาว่าที่มาของชื่อนั้นมาจากที่ตอนน้ำท่วมทางร้านเอากระสอบทรายมาตั้งกั้นน้ำจนกลายเป็นบังเกอร์นั่นเอง ตัวร้านจะดูเพิงๆ บ้านๆ หน่อย แต่ปริมาณโต๊ะและลูกค้าแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซค์มาจิ้มจอดหน้าร้านกัน อาหารของที่นี่ก็จะเป็นเมนูอาหารเหนือครับ มีหลากหลายเมนู ทั้ง ลาบดิบ ลาบสุก แอ๋บอ่องออ จิ้นส้มหมกไข่ อะไรงี้โดยเสิร์ฟมาในจานขนาดเล็ก จานละประมาณ 10-20 บาท นั่นคือถูกมากๆ ครับ โต๊ะเรากินกันจานเป็นตั้งๆ ยังไม่ถึง 1000 บาทเลยครับ และอาหารก็อร่อยดีทุกเมนูครับ

  • |

    Kisentei ร้าน Teppanyaki ใน Tokyo Midtown

    เดินเล่น นั่งชมนกชมไม้ที่สวน Hinokicho จนได้เวลาก็เดินข้ามกลับมาที่ Tokyo Midtown ครับ ข้าวเย็นของเราวันนี้เป็นสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นหรือที่เรียนว่า Teppanyaki นั่นเองครับ ร้านที่ไปมีชื่อว่า Kisentei ค่อนข้างหรูนิดนึง ลูกค้าเยอะ ถ้าวอล์คอินอาจจะไม่ได้ทาน เป็นไปได้ควรจองก่อน อาจจะมาจองสายๆเที่ยงๆ เพื่อทานมื้อเย็น หรือไม่ก็ให้โรงแรมโทรจองเอาก็สะดวกดีครับ พอถึงเวลาพนักงานก็พาเข้าไปนั่งในห้อง ขนาดไม่ใหญ่ มีกระทะอยู่กลางห้อง นั่งกันรอบๆกระทะ นั่งเต็มน่าจะได้ประมาณ 4-5 คน เข้ามาในร้านแล้วถึงได้รู้ว่าร้านนี้เป็นเครือเดียวกับสุกี้เจ้าดังที่ผมไปเคยไปทานนั่นก็คือร้าน Imahan ที่มีสาขาอยู่ที่ห้าง Takashimaya Shinjuku ครับ


แสดงความคิดเห็น