Freebird อาหารออสเตรเลียร้านสวยในซอยสุขุมวิท 47

-= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =-

ได้ไปลองชิมร้านอาหารฝรั่งอีกร้านแถวสุขุมวิทครับ แต่ไม่ได้เป็นอาหารฝรั่งเศส หรืออิตาเลียน เป็นอาหารออสเตรเลีย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าต่างจากอาหารฝรั่งอื่นๆ ยังไง ฮ่าๆ

ร้านนี้มีชื่อว่า Freebird อยู่ในซอยสุขุมวิท 47 ครับ ตัวร้านเป็นบ้านเก่านำมาดัดแปลงเป็นร้าน ตกแต่งโทนอบอุ่นๆ สลัวๆ ร้านสวยมาก ชอบโทน ชอบบรรยากาศมากครับ

เมนูอาหารที่นี่ก็จะมีจานเรียกน้ำย่อย สลัด เมนูเส้นๆ แล้วก็จานหลักกับสเต็กครับ นอกจากนี้แต่ละวันก็จะมีเมนูพิเศษเสิร์ฟด้วย อย่างเช่น สเต็กโทมาฮอว์คอะไรงี้

เข้ามาจากปากซอยสุชุมวิท 47 ประมาณ 450 เมตร จะเจอโลโก้ร้านอยู่ขวามือ
ตัวร้านดัดแปลงจากบ้านเก่าครับ
ทางเข้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
โซนเอาท์ดอร์
โซนเอาท์ดอร์
เมนูพิเศษ
มีเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้ทานเล่นครับ หนึบๆ รสคล้ายๆ ต้มยำ
มื้อนี้ทานกับไวน์แดงออสเตรเลีย
ขนมปังปิ้งมากรอบร้อน มันๆ อร่อยดี
เสิร์ฟมาพร้อมเนยนุ่มเนียน
เรียกน้ำย่อยด้วยหอยนางรมครับ ตัวเล็กหน่อย เนื้อนุ่มสดดี รสเค็มๆ
เสิร์ฟมาพร้อมกับเดรสซิ่งสามแบบ มีรสเผ็ดแบบทาบาสโก้ อีกอันรสเปรี้ยวหวาน อันสีเข้มคือ พอนซึอร่อยดีครับ
Freebird’s Bolognaise เป็นเมนูพาสต้าเส้นเฟตูชินี่ที่ทางร้านทำเส้นเอง ราดด้วยซอสเนื้อและชีสพาร์เมซานขูด ตัวเส้นนุ่มหนึบลวกมาสุกกำลังดี ตัวซอสรสเค็มหวาน ชีสอร่อย
สเต็กผมสั่งเป็น Margaret River Wagyu เป็นเนื้อส่วน Rib eye ความสุกระดับ Medium rare ราดซอสพริกไทย ชิ้นเนื้อนุ่ม ตรงมันรสหวาน ซอสเค็มหวาน มีรสพริกไทยอ่อนๆ เค็มนิด เสิร์ฟมาพร้อมมันฝรั่งเนื้อนุ่มหวานเปลือกหนึบๆ
Lamb shank จานนี้เป็นเมนูพิเศษครับ เสิร์ฟมาบนแป้งคุสคุส เนื้อแกะเปื่อยนุ่มฉ่ำๆ กลิ่นเครื่องเทศแบบแขกๆ ตัวคุสๆ นุ่มอุ่น จานนี้ทานกับไวน์แดงเข้ากันดีมาก ชอบมากครับ
ไวน์หมดขวดเลยสั่งคอกเทลมาต่ออีกแก้ว แก้วนี้ชื่อ The 47 มี Gin เป็นเบสครับ รสเปรี้ยวนิดๆไม่มาก มีรสหวานนิด ไม่แรงเท่าไหร่
อีกแก้วชื่อ Bird is the word แก้วนี้จิบๆ นิด ไปรสออกเปรี้ยวหวาน เหมือนน้ำผลไม้ครับ
ขนมหวานเมนูแรก ‘Peanut Bar’ ด้านล่างเป็นพานนาคอตต้าวานิลลาเนื้อเนียน ราดคาราเมลรสเค็มมัน โรยด้วยครัมเบิลถั่ว กับแผ่นชอคโกแลต อร่อยมากครับ เมนูนี้ แนะนำเลย
Pink Guva & Peppermint เป็นเชอร์เบท Pink Guava ใส่กับโฟมเปปเปอร์มินต์ และก็สตรอเบอรี่ รสเปรี้ยวนิด หวานหน่อย เละๆ น้ำๆ มีกลิ่นฝรั่งหน่อย แล้วก็กรุบๆ สตรอว์เบอรี่ ถ้วยนี้ไม่ค่อยโดนครับ

อาหารออกเร็วดีครับ ผมได้ลองชิมสามสี่รายการ อร่อยดีทุกอย่าง ที่ชอบมากคือเมนูพิเศษประจำวัน Lamb shank กับเมนูของหวาน Peanut Bar ครับ
พนักงานสุภาพเรียบร้อย โดยรวมค่อนข้างประทับใจเลย เหมาะกับการมาดินเนอร์กับคนรักหรือแชร์กับเพื่อนก็เวิร์ค มีโอกาสจะแวะไปทานอีกครับ

-= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =-

Freebird ซอยสุขุมวิท 47
เบอร์โทร : 02 662 4936
เปิด : อังคาร-พฤหัสบดี 12.00-23.00 ศุกร์ 12.00-24.00 เสาร์ 11.30-24.00 อาทิตย์ 11.30-22.30 จันทร์ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน Freebird
เมนูร้าน Freebird
เมนูร้าน Freebird

Similar Posts

  • |

    Banya ร้าน Izakaya บรรยากาศดีในซอยสุขุมวิท 26

    สำหรับร้านนี้เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน มาลองเสิร์ชๆข้อมูลดู ก็ไม่ค่อยมีข้อมูลมาก แต่เห็นรูปแล้วดูน่าทาน เดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าก็ไม่ยาก เลยแวะมาลองชิมดูครับ ร้าน Banya อยู่ในซอยสุขุมวิท 26 จากปากซอยเดินเข้ามาประมาณ 150 เมตร เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆขวามืออีกที ร้านจะอยู่กลางๆซอย ฝั่งซ้ายมือครับ เข้ามาในร้าน บรรยากาศดีเลย จัดไฟได้สวยงาม พนักงานสอบถามว่าจองมารึเปล่า ตอนแรกคิดว่าจะอดชิมแล้ว พอบอกว่าไม่ได้จองก็เลยได้นั่งเคาท์เตอร์ครับ ตัวร้านมี 3 ชั้น ถ้าอยากจะนั่งเป็นโต๊ะๆ ต้องโทรจองครับ ซึ่งโต๊ะๆจะสามารถสูบบุหรี่ได้ ดังนั้นใครแพ้ควันต้องระวังนิดนึงครับ ระหว่างอาหารก็จิบเบียร์สด ที่นี่เสิร์ฟของอาซาฮี มีเพลง jazz คลอเบาๆ ประทับใจมากๆ ครับ

  • |

    วันสุดท้ายในปารีส วันแห่งการเดินห้าง Galeries Lafayette / Printemps – budapest/paris ตอนที่ 11

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางทริปนี้ จะว่าไปก็ยังไม่ใช่วันสุดท้ายจริงๆ เรียกว่าเป็นเที่ยววันสุดท้ายดีกว่า เพราะเราเดินทางกลับไทยเช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น โปรแกรมวันนี้คือเดินห้าง น้องชายแยกตัวออกไปต่างจังหวัด ไปดู Villa Savoye งานออกแบบของ Le Corbusier

  • |

    Robin Hood ผับสไตล์อังกฤษ ซอยสุขุมวิท 33/1

    ผับสไตล์อังกฤษมีอยู่กรุงเทพหลายแห่งเหมือนกันครับ ส่วนมากก็จะอยู่ในโซนที่ชาวต่างชาติทำงานหรือพักอาศัย ที่มีเยอะๆก็คือเส้นสุขุมวิทและแถวสีลมครับ วันนี้ไปลองร้านชื่อ The Robin Hood ที่ปากซอยสุขุมวิท 33/1 ฝั่งตรงข้ามสวนเบญจสิริครับ บรรยากาศร้านก็จะเป็นไม้ๆสีเข้ม ไฟสลัวๆ สไตล์ผับอังกฤษธรรมดา เข้าไปในร้านก็เจอลูกค้าเต็มร้าน เกือบทั้งร้านจะเป็นชาวต่างชาติครับ ตอนแรกตั้งใจจะมานั่งทานเบียร์อย่างเดียว พอลองดูเห็นเค้าโฆษณา Cider ในร้านเยอะมากก็เลยขอลองชิมดูซะหน่อย ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ดีครับ เพราะไม่เคยทาน Cider สดมาก่อน Cider เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากแอปเปิ้ล มีทั้งแบบที่มีแอลกอฮอล์และไม่มี ด้านกระบวนการผลิตก็จะคล้ายๆ เบียร์กับไวน์ คือเอาแอปเปิ้ลไปหมักยีสต์จนเกิดเป็นแอลกอฮอล์นั่นเองครับ ในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่ก็เห็นมีแบบขวดที่ขายใน 7-eleven ชื่อ ‘Syder Bay’ ส่วนแบบ draft ไม่ค่อยเห็นร้านไหนขายครับ ถ้าอยากลองชิมก็ต้องมาร้านผับอังกฤษอย่างร้านนี้หละครับ

  • |

    ทานข้าวที่ร้าน Royal ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย – Hokkaido ตอนที่ 13

    แล้วก็มาถึงเช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ เราออกเดินทางไปสนามบินโดยรถตู้คันใหญ่ โดยให้พนักงานของโรมแรงติดต่อไว้ให้ จากโรงแรมไปสนามบิน New Chitose Airport ก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที รถไม่ค่อยติดมาก พอจัดการเรื่องกระเป๋าและตั๋วเสร็จก็หาอะไรกินก่อนขึ้นเครื่อง ร้านที่เรามากินเป็นมื้อสุดท้ายในญี่ปุ่นชื่อร้าน Royal มีเซ็ตอาหารเช้าทั้งแบบฝรั่ง และแบบญี่ปุ่น

  • |

    ลงเครื่องโอซาก้า มุ่งหน้าเกียวโต แวะทานเข้าหน้าไก่ที่ร้าน Torikita – Japan Nov14 ตอนที่ 1.1

    เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีโอกาสไปญี่ปุ่นอีก 1 ทริปครับ เป็นทริปที่กระจายตัวไป 3 ภูมิภาค คือ Kansai, Chugoku และ Kanto (จริงๆคือไปโตเกียวอย่างเดียว) ทริปนี้ได้ไปเมืองใหม่หลายเมือง และก็มีกลับไปซ้ำเมืองเก่าฮิตๆ อย่างเกียวโต โตเกียว โดยแวะผ่านไปโอซาก้าด้วย (ผ่านจริงๆไม่ได้ค้าง) โปรแกรมในทริปก็จะมีไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ไปทะเลทราย ? และมาจบทริปที่งาน Tokyo Maker Faire พร้อมชอปปิ้ง วันเดินทาง เราเดินทางตอนกลางคืนของวันที่ 16 พฤศจิกายน ซึ่งตอนเช้าเพิ่งไปวิ่ง Bangkok Marathon มา เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร ไฟลท์นี้เราบินคนเดียว ตามไปจอยกับแม่และน้องสาวที่บินมาก่อนล่วงหน้า ไฟลท์ที่บินคือ TG 622 บินด้วย A380 ลำใหม่ ออกดึกๆ ประมาณ 5 ทุ่ม ถึงเช้ามืดที่โอซาก้า (KIX) ผู้โดยสารเต็มลำ จริงๆช่วงที่ไปมีโปรฯ อยู่ แต่เราลงสนามบินนึงกลับอีกสนามบินนึง แล้วก็บินคนเดียว ทำให้อดโปรฯ แต่ก็ได้ราคาที่ไม่แพงมาก คุ้นๆว่า สองหมื่นกลางๆ ถ้าโปรฯ…

  • |

    Devilish Chews+Brews เมนูรมควัน เสิร์ฟพร้อมคราฟท์เบียร์ – สุขุมวิท 101/1

    วันก่อนไปอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์นานแล้วครับ แต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านพอสมควรเลยไม่ได้ไปซะที พอดีธุระใกล้ๆ ก็เลยได้ไปลองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Devilish Chews+Brews ครับ ตัวร้านอยู่ในโครง Di Wavery ซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ถ้ามา BTS ลงสถานีอุดมสุขจะใกล้ที่สุดครับ ตัวร้านเป็นห้องในโครงการขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตอนแรกที่ดูรูปในเน็ตผมคิดว่อยู่ในตึกอะไรประมาณนี้ ตกแต่งสีโทนดำๆ หน่อยครับ มีห้องใหญ่ตรงกลางแล้วด้านในมีอีกห้องขนาดเล็กกว่าหน่อย ตอนไปถึงลูกค้ายังไม่มี แป๊บเดียวพอเริ่มค่ำๆ ลูกค้ามาเพียบเลยครับ เป็นโต๊ะจองหลายโต๊ะ แนะนำว่าถ้ามาหลายคน ควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ


แสดงความคิดเห็น