Sushi Kanda ซูชิแบบ Omakase ร้านอร่อยในซอยทองหล่อ

วันก่อนได้ไปลองชิมร้านซูชิแบบ omakase อีกหนึ่งร้านครับ ร้านนี้มีชื่อเสียงมาพักใหญ่ๆ เปิดมาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Sushi Kanda’  ครับ

ร้าน Sushi Kanda อยู่ในซอยทองหล่อ 17 สามารถเข้าจากทางซอย 5 หรือ 9 ก็ได้ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้นสอง ชั้นล่างจะเป็น Max Valu และร้านยากินิคุกับร้านเทมปุระครับ 

หน้าร้านเรียบๆ พอเข้ามาก็จะเจอกับเคาท์เตอร์รูปตัว c ยาวตามขนาดร้าน และก็มีห้องเล็กๆ อยู่ด้านหลังอีกสองสามห้องมั๊งครับ

ที่นี่เปิดสองช่วงคือกลางวันและเย็นครับ นอกจากเมนู omakase แล้ว ก็มีเมนู a la carte และเซ็ตต่างๆ ผมเองได้ทานเป็นชุดชื่อ Hana มีทั้งหมดประมาณ 20 เมนูครับ

แต่ละคำก็อร่อยดีครับ เมนูที่ผมชอบเป็นพิเศษก็คือ ปลาหน้าวัวที่เสิร์ฟมาพร้อมกับตับของมัน, ปลา Kamasu ที่มีกลิ่นควันบางๆ เนื้อแน่นเฟิร์มและก็เอ็นทูน่าที่ทางร้าน service ให้ กรึ่บๆ ควันๆ รสเค็มหวานซอส อร่อยดี ครับ

ด้านหน้าร้าน
เข้ามาจะเจอเคาท์เตอร์เลยครับ
มื้อนี้ทานกับสาเกครับ
คำแรกมาเสิร์ฟเป็นปลา Hobo กินกับพอนซึ เนื้อปลาหนึบ สด ได้ความเปรี้ยวจากพอนซึ สดชื่นดี คำแรกก็อร่อยเลย ชอบครับ
ต่อมาด้วยทูน่า คำแรกโอโทโร่ มัน ลื่น อีกคำเป็นชูโทโร่ เนื้อหนึบเฟิร์ม รสเข้มข้น อร่อยทั้งคู่ครับ
เมนูที่สามปลาชิมาอาจิ เนื้อกรึ่บๆ สด มีความมัน ชอบเช่นกัน
คำนี้ทานกับยุสุโคโช รสเปรี้ยว มีความเผ็ดนิดๆ
เมนูต่อมาเป็นของสดๆ ผมเพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรกครับ เป็นปลาชื่อ Isaza ภาษาอังกฤษเรียก Ice Goby
เชฟจะราดด้วยพอนซึ แป๊บนึงมันก็จะตาย ยกทานทั้งคำ ออกกรุบๆ ลื่นๆ แปลกดีครับ รสก็เป็นแต่รสพอนซึ
ชิ้นนี้เป็นปลาคามาสึ ชื่อไทยว่าปลาน้ำดอกไม้ เอาไปกริลล์นิดๆ เสิร์ฟมาอุ่นๆ มีควันบางๆ รสเค็มจากเกลือ และส้มสุดาจิ เนื้อหวาน กรึ่บนิดๆ เนื้อลิ่มๆ ชอบครับ
หอยนางรมจากเมืองเซนไดครับ เชฟหั่นครึ่งมาเป็นสองชิ้น มาเย็นๆ เนื้อกรุบ หวาน ไมคาว ไม่เหล็ก
หอยเชลล์มาแบบสุกอุ่นๆ ห่อด้วยสาหร่าย เนื้อแน่นหนึบๆ รสสาหร่ายกลบรสหอยครับ
กุ้ง
พี่สาวบอกว่าเนื้อไม่หวาน แต่กรอบๆ
Bafun Uni หรือไข่หอยเม่น มาเย็นๆ ครีมมี่ รสหวาน ข้าวหนึบ อร่อยครับ
คำนี้ คามะ หรือแก้มทูน่า ผมได้แทนกุ้งที่ทานไม่ได้ มันๆ รสเปรี้ยว เค็ม หวานนิด อร่อยมากครับคำนี้
โอโทโร่ เนื้อนุ่ม มัน ออกหวาน ลื่น อร่อย
ชิราโคะ หรือท่ออสุจิปลา เสิร์ฟมาอุ่นๆ ออกครีมมี่ ออกนม รสอ่อน มีพริกมาให้จิ้มครับ
mirugai หรือหอยงวงช้าง ผมเคยทานแต่ตัวใหญ่ๆ ที่ฮ่องกงครับ ตัวเล็กๆแบบนี้เนื้อกรุบ มีความคาวทะเลๆ texture แปลกดี เหมือนกินเอ็น
จานนี้ทางร้าน service ให้ เป็นเอ็นทูน่า ควัน กรึ่บๆ มันๆ เค็มหวานจากซอสที่ทามา อร่อยดีครับ
คำนี้ผมชอบเลยครับ เป็นปลาหน้าวัว ทอปด้วยตับของมัน เนื้อปลาหนึบๆ ตัวตับหวานครีม คาราเมล อร่อยมากครับ
ไม้นี้เป็น เอ็นของหอยมิรุไก อุ่นๆ รสหวาน หนึบ เหมือนทานไข่ปลาหมีก
ต่อมาเป็น หอยเป๋าฮื้อ เนื้อดึ๋ง นึ่งมาดีเลยครับ นุ่มและสุกกำลังดี ด้านล่างเป็นซอสรส เค็มมันหวานทำจากตับของมันเอง
สองชิ้นนี้เป็นปลาอาจิครับ ต่างกันตรงเครื่องปรุงด้านบน คำนึงเป็นยุสุโคโช เนื้อปลานุ่มลื่น มีรสเปรี้ยวเค็มจากยุสุ เผ็ดบางๆ อีกคำเป็น หอมซอยกับขิง เข้ากันดี
เชฟเสิร์ฟผักดองให้ทานตัดเลี่ยนครับ เป็นนาราซึเกะ กรอบ รสหวานนิด มีรสยุสุบางๆ จากขูดผิวโรยมาด้านบน
ถ้วยนี้เป็น อิคุระกับอูนิ ตัวอิคุระทางร้านดองเอง ทำให้รสไม่เค็มมาก กรุบ หวานบาง แตกโป๊ะๆ ด้านล่างเป็นข้าวหนึบๆ ตัวอูนิ รสหวานเค็ม ครีมมี่ๆ
คำสุดท้ายของมื้อเป็น อากามิซึเกะ เป็นเนื้อแดงของทูน่าเอาไปหมักซอส เนื้อเด้ง ลื่น รสเค็มบาง หวาน มีรสยุสุนิดๆ อร่อย
ซุป รสเค็มกลมกล่อม ออกทะเลนิดนึง
ถ้วยนี้เป็นข้าว ทูน่าสับ และก็อิคุระ
โดยเราจะต้องเอาสาหร่ายมาห่อทานเองครับ สาหร่ายกรุบ ไส้โทโร่เย็น ดูเละๆ หน่อย แต่ก็ทานเพลินดีครับ
ปิดท้ายด้วยไข่นุ่ม เป็นเลเยอร์ อุ่น หวานนิด
ก่อนจะเสิร์ฟขนม เป็นเต้าหู้ทีรามิสุ ครีมๆ เนื้อเนียน รสจืดหน่อย ต้องทานกับผงหวานๆ

โดยรวมค่อนข้างประทับใจพอสมควรครับ พนักงานตอนแรกๆ ดูนิ่งๆ แต่ซักพักก็ดูอัธยาศัยดี (อาจจะเพราะเราสั่งเป็น Omakase มั๊งครับ ฮ่าๆ) Head Chef ชาวญี่ปุ่นก็ยิ้มแย้ม พูดได้ฟังไทยได้นิดหน่อย เชฟคนไทยก็มียิงมุขอะไรอย่างนี้ เป็นกันเองดี รวมๆ จบคอร์สรวดเร็วประมาณชั่วโมงกว่าๆ ครับ อ่อ มีเรื่องเก้าอี้ที่ผมรู้สึกนั่งแล้วเมื่อยๆ ไปนิดเหมือนมันไม่ได้ ergonomic ใครชอบทานซูชิแนะนำครับร้านนี้

Sushi Kanda ทองหล่อ ซอย 5
เบอร์ : 02 712 6639
เปิด : 11.30-13.30, 17.30-22.30 ปิดวันพุธ
เพจ
foursquare

รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร

Similar Posts

  • | |

    ชิมอาหารญี่ปุ่นสไตล์ ‘Shojin Ryori’ ที่ร้าน Lilou Cafe ซอยราชครู พหลโยธิน

    อาทิตย์ก่อนได้ไปลองชิมอาหารญี่ปุ่นแบบแปลกๆ ครับ เป็นสไตล์ที่เรียกว่า ‘Shojin Ryori’ เป็นเมนูที่ใช้ผักปรุงเท่านั้นไม่มีเนื้อสัตว์ ซึ่งมีที่มาจากการประกอบอาหารของพระเซนที่ญี่ปุ่น โดยเชฟที่มาทำอาหารมื้อนี้ให้เป็นชาวญี่ปุ่นชื่อคุณ Keiko ครับ ตอนเห็นงานนี่เลยจากวันที่โพสต์มา 2 วันแล้วในใจก็คิดจะทันเปล่าวะ อดกินแหง โทรไปโชคดีพอมีที่ว่างครับ นอกจากมี Chef Table แล้วก็ยังมี Workshop ที่จัดขึ้นอีกวันด้วย คุณ Keiko เป็นชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ประมาณ 4 ปีแล้ว มีร้านชื่อ Studio 3 ที่อยู่ในบริเวณโรงแรมศรีประกาศ ในร้านจะมีเต้าหู้และซอสต่างๆ ที่คุณ Keiko และคุณ Yuki (สามี) ช่วยกันทำครับ เป็นเครื่องปรุงที่เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารเคมี ซึ่งก็จะเน้นการกินอาหารที่บาลานซ์แร่ธาตุและสภาวะต่างๆของร่างกาย ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป โดยมีการใช้ Koji ในซอสต่างๆ ที่นำมาปรุงอาหาร ทีนี้ Koji มันคืออะไร Koji คือ หัวเชื้อราหรือ starter ใช้ในการหมัก โดยนำไปใส่ในวัตถุดิบพวกธัญพืช อย่างถั่วและข้าว ซึ่งตัว Koji…

  • |

    ป้าหล้า ฮิมปิง ร้านนั่งดื่มพร้อมกับแกล้ม ริมแม่น้ำปิง – เชียงใหม่

    ด้วยความที่เป็นคืนสุดท้ายในทริปนี้ สองสามร้านคงยังไม่พอ เราออกเดินทางกันจากร้านนพบุรีบาร์ไปต่อกันที่อีกร้าน ริมแม่น้ำปิงครับ เป็นร้านที่รุ่นพี่ชาวเชียงใหม่ท่านเดิมได้แนะนำไว้ เราก็เลยตามรอยพี่เค้าไปเช่นเคย ร้านนี้นี้มีชื่อว่า ป้าหล้า ฮิมปิง ครับ ตัวร้านอยู่ริมแม่น้ำปิงตามชื่อ อยู่ไม่ไกลจากร้านกู๊ดวิว แต่ทางเข้าไปร้านจะลึกลับนิดนึงครับ คือให้ปักหมุดที่ โฮมสเตย์ชื่อ บ้านทองอยู่ พอมาถึงเราจะเจอสะพานข้ามแม่น้ำปิง ไม่ต้องขึ้น แต่เดินเลียบกำแพงไปทางจนเจอแม่น้ำ เลี้ยวขวา จะผ่านร้านใหญ่ๆไปร้าน ตัวร้านป้าหล้าจะอยู่กลางๆ ครับ ที่นี่ขายอาหารค่อนข้างหลากหลาย มีอาหารเหนือแบบ ลาบดิบ ส้า จิ้นส้มอะไรอย่างนี้ รวมถึงส้มตำ และอาหารจานเดียวพวกข้าวอาหารตามสั่ง ที่เยอะหน่อยก็จะเป็นพวกยำและกับแกล้ม เพราะเน้นลูกค้าแบบมานั่งดื่มกินครับ

  • |

    Quan Ut Ut เมนูรมควันสไตล์อเมริกันในเมือง Ho Chi Minh

    เช้าวันที่สองของของทริปโฮจิมินห์ เราออกเดินทางจากที่พักไปหาข้าวเช้าทานกันช่วงสายๆ ครับ โดยเราไปกันที่ร้านอาหารรมควันชื่อ Quan Ut Ut Quan Ut Ut เป็นอาหารสไตล์ American BBQ มีทั้งหมดสองสาขา เมื่อปี 2017 ผมเคยไปอีกสาขานึง ตอนนั้นเป็นงานเลี้ยงก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ สำหรับคราวนี้มาที่สาขา Vo Van Kiet ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ Rach Ben Nghe ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 3 ห้อง ใหญ่เหมือนกันครับ ชั้นล่างเป็นครัว ส่วนที่นั่งอยู่ชั้นบนครับ บรรยากาศไม้ๆ โต๊ะไม้ยาวๆ อารมณ์เหมือนนั่งกินบาร์บีคิวกันหลังบ้านเพื่อน

  • |

    ร้าน Emporium, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.6

    สำหรับเย็นนี้เราขับจากที่พัก Deco City Motor Lodge เข้ามาในตัวเมือง Napier เพื่อหาร้านข้าวเย็นรับประทานกันครับ ร้านนี้ไม่ได้หามาก่อน แต่มาตอนอยู่ที่ New Zealand แล้ว ดูจากพวก tripadvisor foursquare ดูบรรยากาศดี และคะแนนก็เยอะดี ร้าน Emporium จะอยู่เกือบๆหัวถนนที่ติดทะเล อยู่ไม่ไกลจากร้าน Ujazi ที่เรามาทานเมื่อตอนเช้ามาก ซึ่งก็คืออยู่ในโซนที่ตัวตึกรามบ้านช่องจะเป็นสไตล์ Art Deco ทำให้การตกแต่งภายในร้าน ดีไซน์ต่างๆ ก็จะเป็นแนว Art Deco ดูย้อนยุคไป ปี 20-30 เช่นกัน ในร้านจัดแสงไฟออกแดงๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบนึง สำหรับอาหารร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่ง เมนูค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ มีทั้งจากฝรั่งยุโรป แล้วก็มีอเมริกา อเมริกาใต้มาผสมๆ ทำให้มีเมนูแปลกๆ ใหม่ได้ลองหลายจานครับ

  • Billy’s Smokehouse เมนูรมควันร้านอร่อย มหาทุนพลาซ่า – BTS เพลินจิต

    วันก่อนมีโอกาสได้ไปลองร้านเปิดใหม่อีกหนึ่งร้านครับ เป็นร้านที่เน้นอาหารรมควันสไตล์ Smokehouse ร้านอยู่แถวมหาทุนพลาซ่าใกล้ๆ กับสถานี BTS เพลินจิต ร้านนี้มีชื่อว่า Billy’s Smokehouse ครับ ถ้าหันหลังให้ถนนเพลินจิต ร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ (ด้านล่างของร้าน Hair of the dog นั่นเอง) ตัวร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ครับสองห้อง แล้วเพดานสูง เลยดูโปร่งโล่งสบาย วันที่ไปเย็นๆ ยังไม่มีลูกค้าเท่าไหร่ แต่พอค่ำๆ คนมากันเยอะพอสมควร ที่นี่มีเมนูรมควันให้เลือกชิมหลากหลายครับ ถ้าเนื้อวัวก็มีเป็นซี่โครง และบริสเกต (เสือร้องไห้) เป็นเนื้อออสเตรเลียครับ ส่วนหมูเป็น back baby ribs สั่ง half หรือ full rack ก็ได้ สำหรับไก่จะเป็นครึ่งตัวครับ

  • Muginae Homemade Ramen ราเม็งน้ำใสคะแนนอันดับ 1 ของโตเกียว สถานี Omori

    วันแรกตื่นไปเข้าคิวร้าน Tomita วันที่สองไปเข้าคิวราเม็งอีกร้านครับเป็นร้านดังเช่นกันคะแนนในเว็บ Tabelog เป็นอันดับ 1 ของโตเกียวร้านนี้มีชื่อว่า Muginae Homemade Ramen ครับ ร้านอยู่แถวสถานี Omori ทางทิศใต้ของกรุงโตเกียวครับลงต่อมาจาก Shinagawa อีก2 สถานีผมเดินทางจาก Ikebukuro ใช้เวลาราวๆ50 นาที ร้าน Muginae นี้จะใช้ระบบคิวแบบคนต่อคนคือไม่สามารถมาจองเผื่อคนอื่นๆได้จะทาน 5 ต้องมาคิว 5 คนเลยครับซึ่งทางร้านจะเริ่มแจกคิวตอน 10.45 ผมเองมาถึง 9.45 มีผู้ชายมาก่อนหน้าหนึ่งคนหน้าร้านมีเก้าอี้อยู่ 5 ตัวครับแล้วก็จะเป็นแถวยืนยาวๆวันที่ไปนี่แดดแรงพอสมควรขาจะไหม้เอา  ผมได้คิว 11.20 ครับ ส่วนเพื่อนมาสายกว่าชั่วโมงนึง ได้คิว 11.50 สรุปว่า วันธรรมดา มาถึงร้านซัก 10.30 กำลังดี ไม่ต้องรอคิวนาน ได้ใบเสร็จก็ไปเดินเล่นรอแป๊บเดียว ถึงเวลาพนักงานก็ให้เข้าร้านครับที่นี่ใช้วิธีกดคูปองจากตู้เอา ซึ่งรับแค่เหรียญกับแบงค์ 1000 เยน แบงค์ 5000 , 10000 ไม่รับนะครับ แลกมาให้พอดี น้ำซุปของที่นี่จะเป็นสองแบบครับคือซุปไก่และซุปปลา (niboshi) ผมเองอยากลองทั้งสองอย่างแต่คงจะไม่ไหวเลยสั่งแค่ซุปไก่และเพิ่มข้าวหมูย่างเป็น side dish เพื่อนบอกให้เพิ่มเกี๊ยวด้วย แต่วันนี้เกี๊ยวไม่พอเลยอดครับ ได้คูปองก็ให้พนักงานผู้หญิงไป ที่จริงเธอไม่ได้เป็นพนักงานหรอกครับแต่เป็นเจ้าของร้านนั่นแหละ คือร้านนี้ทำกันสองคน ผู้ชายเป็นพ่อครัวส่วนผู้หญิงก็ดูและลูกค้าและช่วยเรื่องอื่นๆ บรรยากาศภายในร้านมีความเหมือนคาเฟจิบกาแฟ ขนม มากกว่าร้านราเม็งทั่วไป…


แสดงความคิดเห็น