Bluejacket ทานอาหารแกล้มคราฟท์เบียร์ในโรงสวยงาม – Washington DC

เมืองสุดท้ายของทริปอเมริกาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นคือ Washington DC เมืองหลวงของอเมริกานั่นเองครับ ผมและครอบครัวจะพักอยู่ที่นี่อีก 3 คืนก่อนกลับเมืองไทยครับ

โดยหลังจากเช็คอินเสร็จก็ไปทานข้าวแถวๆ โรงแรม แล้วก็เดินทางไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง มีจุดหมายคือโรงเบียร์ชื่อ Blue Jacket ครับ

ปรากฎว่าคนแน่นกว่าที่คิดครับ เหมือนว่าตรงกับวันแข่งกีฬาอะไรอย่างนี้ ก็เลยรออยู่ข้างนอกซักพักใหญ่ๆ สั่งเบียร์มายืนจิบรอข้างนอก จนพนักงานมาตามว่าได้โต๊ะแล้ว

ด้านหน้าโรง
โซนที่นั่งด้านนอก
ระหว่างที่รอโต๊ะอยู่ก็ไปสั่งเบียร์มาดื่มรอ แก้วแรกเป็น NE IPA ชื่อ Lost Weekend มีแอลกอฮอล์ 7% รสหวานพอสมควรครับ มาขุ่นๆ เลย ฮอปส์ออกโทนส้ม
อีกแก้วเป็น NE IPA เช่นกันครับ ชื่อ Distant Morning ทรงคล้ายๆ กัน ออกโทนส้ม น้ำเบียร์ขุ่น ตัวนี้จะขมกว่าหน่อย ค่อนข้างซ่า
บรรยากาซภายในโรง
บริเวณบาร์
โซนต้มและถังหมักอยู่ด้านบน
บริเวณบาร์
Caribou เป็นเบียร์ดำ Stout 8% ครับ รสหวานนำ ออกโกโก้ มีวานิลลาแทรก บอดี้หนาฉ่ำ
สั่งอาหารเสร็จระหว่างรอเค้าก็มีมันฝรั่งชุบแป้งทอดให้เด็กๆ ทานฟรีด้วย ด้านนอกกรอบ ข้างในนุ่มร้อน
เมนูแรกที่มาเสิร์ฟเป็น หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว เนื้อนุ่ม สดใหม่ ซอสออกครีมมี่ กระเทียมบางๆ อร่อยดีครับ
พริกชิชิโตะทอดครับ เนื้อนุ่มๆ รสเค็มเกลือ มีปลายขม รวมๆ รสค่อนข้างอ่อนครับ ทานคู่กับน้ำจิ้ม รสเปรี้ยว มีกลิ่นยี่หร่าบางๆ
ที่มาพร้อมๆ กันอีกอย่างคือผักดองที่สั่งมาตัดเลี่ยน รสเปรี้ยว สดชื่น รสเข้มข้นดีครับ
Blonde Ale ชื่อ Forbidden Planet บอดี้บาง ออกส้มนิดๆ ขม ดราย กินไปกินมารู้สึกเหมือน NE ครับ
เมนูสุดท้ายเป็นปีกไก่ทอดแบบคลาสสิคครับ มาร้อนๆ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม รสเปรี้ยวหวาน ไม่เผ็ดเท่าไหร่ครับ ทานคู่กับคื่นช่ายฝรั่งกรอบๆ ครับ

ที่นี่ขนาดกว้างใหญ่เลยครับ มีสองโซนใหญ่ๆ ฝั่งแรกเป็นโซนทานอาหารบรรยากาศสลัวๆ หน่อย เดินเข้าไปจะเป็นอีกโซนคือบริเวณหน้าบาร์ตรงนี้จะเป็นเหมือนโกดังหลังคาสูง ซึ่งด้านหลังเป็นชุดต้มและหมักเบียร์ เรียงขึ้นไป 2-3 ชั้น เป็นมุมที่สวยงามมากครับ

Bluejacket ก่อตั้งเมื่อปี 2013 ถึงปัจจุบันก็อายุราวๆ 6 ปีแล้ว มี Ro Guenzel เป็น Head Brewer ดูแลการผลิตโดยปัจจุบันทางโรงได้บรรจุลงกระป๋องส่งไปขายตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศครับ

เบียร์ที่เสิร์ฟภายในโรงจึงเป็นเบียร์ที่ต้มที่นี่เกือบจะ 100% ครับ โดยมีเบียร์สดทั้งหมด 20 แทป และ cask beer อีก 5 ถัง 

ระหว่างที่รอโต๊ะอยู่ก็ไปสั่งเบียร์มาดื่มรอ แก้วแรกเป็น NE IPA ชื่อ Lost Weekend มีแอลกอฮอล์ 7% รสหวานพอสมควรครับ มาขุ่นๆ เลย ฮอปส์ออกโทนส้ม อีกแก้วเป็น NE IPA เช่นกันครับ ชื่อ Distant Morning ทรงคล้ายๆ กัน ออกโทนส้ม น้ำเบียร์ขุ่น ตัวนี้จะขมกว่าหน่อย ค่อนข้างซ่า

เสร็จพนักงานก็ตามเข้าไปนั่งด้านในร้านครับ สั่งอาหารเสร็จระหว่างรอเค้าก็มีมันฝรั่งชุบแป้งทอดให้เด็กๆ ทานฟรีด้วย ด้านนอกกรอบ ข้างในนุ่มร้อน

เนื่องจากไม่หิวมากมื้อนี้ก็เลยสั่งอาหารออกแนวกับแกล้มๆ ครับ เมนูแรกที่มาเสิร์ฟเป็น หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว เนื้อนุ่ม สดใหม่ ซอสออกครีมมี่ กระเทียมบางๆ อร่อยดีครับ

จานต่อมาเป็นพริกชิชิโตะทอดครับ เนื้อนุ่มๆ รสเค็มเกลือ มีปลายขม รวมๆ รสค่อนข้างอ่อนครับ ทานคู่กับน้ำจิ้ม รสเปรี้ยว มีกลิ่นยี่หร่าบางๆ ที่มาพร้อมๆ กันอีกอย่างคือผักดองที่สั่งมาตัดเลี่ยน รสเปรี้ยว สดชื่น รสเข้มข้นดีครับ

เมนูสุดท้ายเป็นปีกไก่ทอดแบบคลาสสิคครับ มาร้อนๆ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม รสเปรี้ยวหวาน ไม่เผ็ดเท่าไหร่ครับ ทานคู่กับคื่นช่ายฝรั่งกรอบๆ ครับ

ระหว่างมื้อจิบเบียร์ไปอีกสองตัวคือ Caribou เป็นเบียร์ดำ Stout 8% ครับ รสหวานนำ ออกโกโก้ มีวานิลลาแทรก บอดี้หนาฉ่ำ อีกแก้วเป็น Blonde Ale ชื่อ Forbidden Planet บอดี้บาง ออกส้มนิดๆ ขม ดราย กินไปกินมารู้สึกเหมือน NE ครับ

โดยรวมก็ค่อนข้างประทับใจครับ อาจจะรอตอนแรกนานไปหน่อย แนะนำว่าให้จองจะดีกว่า ส่วนเบียร์ไม่ได้คาดหวังอะไรก่อนมา ปรากฎเบียร์ดีทุกตัวเลยครับ เป็นโรงนึงที่น่าแวะหากเดินทางมายัง Washigton ครับ 

Bluejacket Washington DC
เบอร์ : (202) 524-4862
เปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00-01.00 ศุกร์-เสาร์ 11.00-02.00
เว็บไซต์
เพจ
Instagram
foursquare

รายการอาหาร
รายการเบียร์

Similar Posts

  • Craffity Craft Beer & Home Bar คราฟท์เบียร์บาร์ถนนมูลเมือง – เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ออกจากร้าน The Grumpy Old Men ผมเดินทางต่อมายังถนนมูลเมือง 6 อยู่ด้านมุมขวาบนของคูเมือง อันเป็นที่ตั้งของร้าน Craffity craft beer & Home Bar ครับ ซึ่งไม่ห่างจากร้าน I’m Happy ที่ไปมาวันก่อนเท่าไหร่ เดินเข้าซอยมาผ่านร้านค้าและตลาดเรื่อยๆซอยเล็กหน่อย รถสวนไม่น่าจะได้ ประมาณ 130 เมตร ก็จะเจอร้าน Craffity อยู่ซ้ายมือครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ด้านในร้านดูสะอาด คลีนๆ เน้นสีโทนขาว มีมุมด้านในโชว์ลายอิฐ ภายในมีโต๊ะประมาณ 5-6 ตัว ด้านในสุดเป็นตู้แช่เบียร์ 1 ตู้ อีกตู้กลับด้านหันหลังออกมาเป็นแทปเบียร์สดทั้งหมด 8 แทป วันที่ไปก็มีบางตัวหมดไปแล้วครับ

  • Bocholter Brouwerijmuseum พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ Martens เมือง Bocholt

    จากโรง Achel คณะของเราเดินทางลงใต้ต่ออีกประมาณ 20 กิโลเมตรในประเทศเบลเยี่ยม มีจุดหมายคือ เมือง Bocholt ครับ ที่นี่เราจะมาแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Bocholter Brouwerijmuseum ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเบียร์ Martens (เจ้าของโรงก็คือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง) มาถึงเราก็นั่งจิบเบียร์กันที่ร้าน Brasserie DE TORENKRUIER ใกล้ๆ กับตัวโรง ซักพักก็ไปเยี่ยมชมตัวพิพิธภัณฑ์กันครับ

  • เยี่ยมชมและชิมเบียร์ที่โรง Alvinne ในเมือง Zwevegem – ประเทศเบลเยี่ยม

    ช่วงบ่ายหลังจากล่องเรือและรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ชาวคณะ Captain Barrel ก็ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าลงใต้ประมาณ 70 กิโลเมตร เดินทางราว 1 ชั่วโมง เป้าหมายของเราคือโรงเบียร์ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ชื่อว่า Alvinne ครับ Brouwerij Alvinne เป็นโรงเบียร์ที่ไม่เก่ามากนัก ก่อตั้งเมื่อปี 2004 ก็มีอายุราวๆ 14 ปี ตั้งอยู่ที่ Zwevegem เมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากประเทศฝรั่งเศสประมาณ 15-16 กิโลเมตรเท่านั้น ขนาดโรงไม่เล็กไม่ใหญ่ คือถ้าเทียบกับโรง Commercial ก็อาจจะดูเล็กหน่อยครับ คณะเรามาถึง พนักงานก็เล่าประวัติและแนวคิด แนวทางของโรงให้ฟัง โดยที่นี่จะผลิตเบียร์ค่อนข้างหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ Traditional ของเบลเยี่ยมอย่าง Strong Golden Ale, Abbey และ Saison แต่ที่โฟกัสเป็นหลักก็จะเป็นพวกเบียร์เปรี้ยวแบบ Mix Fermentation

  • |

    Blackyard Roast & Brew อาหารฝรั่งแกล้มคราฟท์เบียร์ – กาญจนาภิเษก

    วันก่อนได้แวะไปอีกหนึ่งร้านที่ตั้งใจจะไปนานแล้วแต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านผมพอสมควรกว่าจะหาโอกาสได้ก็นานเลยครับ ร้านนี้ชื่อร้านว่า Blackyard ครับ ร้าน Blackyard อยู่ในโครงการ Paseo Park บนถนนกาญจนาภิเษกครับ ที่นี่ขายอาหารฝรั่งพวก สเต็ก สปาเก็ตตี้ เบอร์เกอร์อะไรประมาณนี้ แต่นอกจากอาหารจุดเด่นอีกอย่างก็คือมีคราฟท์เบียร์ให้เลือกชิมค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ ผมไปร้านในช่วงค่ำๆของวันเสาร์ ลูกค้าเกือบเต็มร้าน เกือบจะไม่ได้โต๊ะครับ ร้านขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ตกแต่งโทนดำๆ เข้มๆ จัดไฟสวยงาม พนักงานมารับออเดอร์สุภาพเรียบร้อยดี

  • Mensho Tokyo ราเม็งร้านอร่อย San Francisco, California

    รอบดึกหลังจากที่กลับมาจากการตระเวนนอกเมืองที่ Lagunitas, Hen house และ Russian River พวกเราก็นั่งรถกลับเข้ามาในตัวเมือง San Francisco ครับ แต่คือนี้กินเบียร์คงไม่ไหวแล้ว ก็เลยหาข้าวกินเพราะยังไม่กินอะไรตั้งแต่เย็น สุดท้ายมาลงเอยที่ร้านราเม็ง (อีกแล้ว) เป็นร้านดังชื่อ Mensho Tokyo ครับ เป็นร้านสาขาจาก Tokyo โดยที่โตเกียวนั้นจะมีหลายสาขา แต่ละสาขาจะมีเมนูที่ไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป ล่าสุดก็เพิ่งเปิดสาขาในไทยแถวถนนสุขุมวิทครับ สำหรับสาขาที่ซานฟรานนี้ได้ลง Michelin Guide Book ด้วยครับ

  • Hen House Brewing Petaluma, California

    จาก Lagunitas เราข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม เป็นโรงเก็บถังบาร์เรลและก็แทปรูมของอีกหนึ่งแบรนด์ ชื่อว่า Hen House ครับ Hen House เริ่มต้นเมื่อปี 2012 ที่ Petaluma จากการทำแบทช์เล็กๆ จนปี 2016 ก็ขยายออกไปตั้งโรงและแทปรูมที่ Santa Rosa ที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือประมาณเกือบๆ 30 กิโลเมตร  ส่วนที่เรามากันวันนี้เป็นโรงใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อสิ้นปี 2018 คือ ทางโรงขยายกิจการ โดยกลับมายังเมืองบ้านเกิด Petaluma และก็ได้นยามว่าจะให้เป็น The Palace of Barrels ซึ่งที่นี่จะใช้เก็บถังบาร์เรลของโรงนั่นเอง และก็มีแทปรูมอยู่ด้านหน้าครับ


แสดงความคิดเห็น