Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง

ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น

เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง

ลงจากรถมาก็เจอกังหันลม De Arkduif
ด้านล่างเป็นตัวร้าน Brouwcafé de Molen
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บริเวณบาร์
อาหารกลางวันเป็นบุฟเฟต์ จานนี้เป็นแฮม
ชีส
Bitterballen แบบแท่งๆ
มื้อนี้ผมทานคู่กับ Vuur & Vlam เป็น IPA ครับ เคยทานแบบขวดหลายทีคราวนี้ลองแบบสด ขมนำ ดราย ยางๆ มีความมอลตี้
เสร็จแล้วเราก็ปีนขึ้นมาด้านบนของฐานกังหันลมครับ
ลงมาเริ่มทัวร์โรงครับ ด้านหน้าของห้องต้ม
ฝั่งขวาเป็นหม้อต้ม
ฝั่งซ้ายเป็นถังหมัก
อุปกรณ์และถังต่างๆ มีรูปเป็นตัวละครสตาร์วอร์ส
ด้านบนของห้องต้ม
ใบเล็กก็ยังมีสตาร์วอร์ส
มียาน Millennium Falcon ด้วย
ห้องหมักอีกห้องครับ
ถังนี้กำลังหมักตัวแรง Rasputin
ระบบบรรจุขวด
ไลน์บรรจุขวด
Bommen & Granaten
มาไม่เต็มขวด ก็เลยได้เปิดชิมกันครับ
ต่อกันที่ห้อง Storage
ห้อง Storage
ห้อง Storage
ในถุงใหญ่ๆ คือมอลต์ครับ
ห้องเก็บฮอปส์ เป็นห้องเย็นแยกอีกห้อง
ขึ้นมาที่ชั้นสองเป็นห้องทำงานของพนักงานจาก Philadelphia Care Home ที่มาติดฉลากและบรรจุ
ขวดที่ทีมงาน Philadelphia Care Home ติดฉลากเสร็จแล้ว
ลงมาต่อที่บริเวณลานเก็บถังบาร์เรล
มีถังเรียงรายเยอะมากครับ
ถังเหล้าเบอร์เบิ้นแบรนด์ Woodford
แล้วก็เปิดเบียร์ชิมกัน เพิ่งบรรจุใหม่ๆ ตัวแรกเป็นเพลเอลชื่อ Hop Liefde
อีกหนึ่งตัวเป็น Double IPA ชื่อ Amarillo ครับ
จบทัวร์ก็มาซื้อเบียร์และของที่ระลึกต่างๆ ในร้านใต้กังกันลมอีกครั้ง
เบียร์ต่างๆ ของ De Molen
เบียร์ต่างๆ ของ De Molen
เบียร์แบรนด์อื่นๆ
เบียร์แบรนด์อื่นๆ
พวกเบียร์ฮอปปี้ มีตู้แช่เย็นไว้ครับ

สำหรับอาหารก็เป็นบุฟเฟต์ ส่วนเบียร์นั้นเป็นเบียร์สดให้เลือกชิมหลายตัวเลยทีเดียวครับ มีทั้งของโรง  De Molen เอง และก็มีเบียร์แบรนด์อื่นๆ ให้ลองอีกพอสมควรครับ

จบมื้ออาหารก็ปิดบันไดขึ้นไปชั้นบนของตัวกังหันลม เพื่อชมวิวบรรยากาศด้านบน รวมถึงชมขั้นตอนกลไกตัวกังหัน อย่างการนำมาบดเกรนให้กลายแป้ง ส่วนความรู้ใหม่ที่ผมได้ก็คือเพิ่งรู้ว่าส่วนหัวของใบพัดสามารถขยับได้เพื่อหันตามทิศทางลมที่พัดมาครับ

จากนั้นชาวคณะก็เดินตามคุณ John Brus หนึ่งในหุ้นส่วนของโรง ไปยังโรงปัจจุบัน(ถูกดัดแปลงมาจากโรงเรียน) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ตัวกังลมไปประมาณ 60 เมตร ทางโรงย้ายมาผลิตเบียร์ที่นี่ตอนช่วงปี 2011 ครับ  จากเดิมเคยต้มทีละ 200 ลิตร พอย้ายมาที่ใหม่ ตอนนี้สามารถต้มได้ทีละ 5000 ลิตร

คุณ John พาพวกเราชมโรงโดยเริ่มต้นที่โซนต้ม ซึ่งจะเห็นพวกหม้อต้ม อุปกรณ์ต่างๆ มีรูปตัวละครจากหนังเรื่อง Star wars ติดอยู่ทั้งหมด เป็นชื่อเรียกของแต่ละชิ้น รวมถึงพวกถังหมักด้วยเช่นกัน

จากโซนหมักก็มาต่อที่ห้องบรรจุครับ ตัวเครื่องบรรจุสามารถกรอกได้ประมาณ 5,000 ขวดต่อ 1 ชั่วโมง แล้วก็ได้ชิมเบียร์พวกที่บรรจุไม่เต็ม เป็น Barley wine ตัวแรง Bommen & Granaten 11.9% จิบๆ ไปมีเซ

เสร็จเราก็เดินผ่านโซน Storage ขนาดใหญ่ ขึ้นมาที่ชั้นสองของโรงซึ่งมีห้องทำงานของพนักงานพิเศษอยู่ โดยจะเป็นผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา ประมาณ 10 กว่าคน จาก Philadelphia Care Home มาทำงานอย่างติดฉลาก แพคของอะไรประมาณนี้ 

แล้วเราก็ลงกลับมาด้านล่างเป็นโถงขนาดใหญ่ มีถังบาร์เรลเรียงรายอยู่หลายร้อยใบครับ ที่นี่เราได้จิบเบียร์ใหม่ที่เพิ่งบรรจุสองตัว คือ Hop Liefde เป็นสไตล์ Pale Ale อีกตัวเป็น Amarillo สไตล์ Double IPA

ก่อนกลับก็ถ่ายรูปที่ระลึกและรับ Gift Set จากทางโรง ก่อนจะกลับไปที่ใต้กังหันเพื่อชอปปิ้งเบียร์อีกครั้ง ในร้านมีทั้งเบียร์ของ De Molen เองแล้วก็มีแบรนด์อื่นๆ ด้วยครับ หากสนใจมาทัวร์โรงให้มาวันเสาร์ครับ มีสองรอบคือ 12.30 และ 14.30 โดยต้องจองไปก่อนทางอีเมล ครับ

ประวัติคร่าวๆ ของ โรง De Molen ตั้งอยู่ในเมือง Bodegraven ซึ่งอยู่ห่างลงมาทางตอนใต้ของเมือง Amsterdam ประมาณ 45 กิโลเมตร สำหรับชื่อ De Molen นั้นแปลว่าโรงสี (The Mill) มาจากที่ตั้งและโลโก้ของแบรนด์นั่นเอง โดยสถานที่ตั้งของแทปรูมและร้านอาหารนั้นอยู่ที่กังหันลมเก่าแก่ชื่อ De Arkduif ก่อนสั่งตั้งแต่ปี 1697 ครับ 

De Molen ก่อนตั้งขึ้นโดยคุณ Menno Olivier ผู้ซึ่งเริ่มจากการต้มต้มเบียร์ที่บ้านแบบ Homebrew แล้วก็ไปฝึกฝีมือตามโรงต่างๆ ก่อนจะไปทำงานใน Stadsbrouwerij De Pelgrim บริวผับในเมือง Rotterdam รวมถึงเปิดโรงและแทปรูมชื่อ ‘De Salamander’ ในโรงรถของตัวเอง ก่อนจะย้ายมายังกังหันลม De Arkduif และเปลี่ยนชื่อเป็น De Molen ในปี 2004

มาถึงปี 2009 John Brus ก็เข้ามาเป็น Partner อีกคนของ De Molen โดยที่ John ก็เสนอแก่คุณ Menno ว่าควรจะเปลี่ยนเป้าหมายจากแบรนด์เล็กๆ แล้วตั้งเป้าเป็นโรงใหญ่ในอนาคตเลยดีกว่า

จากนั้นจึงมีการขยับขยาย วางแผนงานประมาณ 5 ปี เป้าคือเพิ่มกำลังการผลิต เดิมที 8-9 เฮคโตลิตร เป็น 4,500 เฮคโตลิตรต่อปี ปรากฎว่าด้วยความที่คราฟท์เบียร์ได้รับความนิยมไปทั่วเนเธอร์แลนด์ ทำให้ทางโรงถึงเป้า 4,500 เฮคโตลิตรในปี 2014 ใช้เวลาเพียง 3 ปีครึ่งจากเป้าที่ตั้งไว้ 5 ปี 

และปี 2017 De Molen ก็มีจำหน่ายไปในหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน De Molen ผลิตเบียร์ได้ประมาณ 15,000 เฮคโตลิตรต่อปี (1.5 ล้านลิตร) มีทีมงาน 19 คน มี core beer (เบียร์หลัก) ประมาณ 7 ตัว

Similar Posts

  • | |

    จิบเบียร์ใน Cloudwater Barrel Store Tap Room เมือง Manchester – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากไปที่ Vocation และ Magic Rock มาแล้ว ผมเดินทางกลับมายังแมนเชสเตอร์ด้วยรถไฟมาลงสถานี Manchester Piccadilly ซึ่งเป้าหมายที่สามของวันนี้คือแทปรูทของโรงคราฟท์ที่กำลังดังที่สุดของอังกฤษในตอนนี้นั่นก็คือ ‘Cloudwater’ ครับ ตัวแทปรูมมีชื่อว่า ‘Cloudwater Barrel Store Tap Room’ ตั้งอยู่ในโกดังใต้รางรถไฟใกล้ๆ สถานี Manchester Piccadilly นั่นหละครับ เดินมาจากสถานีนิดเดียวเท่านั้น ผมมาถึงช่วงเย็นๆ ของวันเสาร์ คนแน่นร้าน พนักงานผู้หญิงให้เข้าคิวรอ บอกว่าให้คนข้างนอกออกมาก่อนนะค่อยเข้าไป รอไม่นานก็ได้เข้าครับ ตัวร้านเป็นห้องหลังคาสูงๆ ด้านบนเป็นทรงโค้ง มีถังบาร์เรลตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของตัวร้าน ด้านในมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งประมาณ 3-4 ตัวครับ ตัวแทปจะอยู่ข้างในกลางๆ ห้อง วันนี้มีทั้งหมด 10 แทป แล้วก็มีตู้แช่อีกเบียร์กระป๋องแบบสองบานอีกหนึ่งตู้ ตัวคอแลบฯ อะไรอย่างนี้มีหมดครับ

  • |

    Vector Beer Factory คราฟท์เบียร์ต้มเอง Shinjuku Tokyo

    ร้านนี้ตั้งใจว่าจะมาลองต่อจากร้าน Beer Pub Bamboo อยู่แล้ว เพราะกะว่าที่ Bamboo คงเบียร์น้อยและเดินนิดเดียวก็ถึงครับ ร้าน Vector อยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี Shinjuku เดินประมาณ 1 กิโล ถ้าเอาใกล้หน่อยก็เป็น metro สถานี Shinjukugyoen-Mae วันที่ไปอากาศเย็นนิดหน่อยแล้วหน้าร้านก็เลยมีแผ่นพลาสติกมาบังลมให้ครับ เข้ามาด้านในลูกค้าเยอะเหมือนกัน มีชาวต่างชาติอยู่หนึ่งโต๊ะ ตัวร้านเปิดไฟสว่างๆ เปิดเพลงพังค์คลอๆ แต่เสียงคนคุยกันก็ดังกลบเพลง เบียร์มีทั้งหมด 10 แทป เป็นตัวที่ร้านต้มเอง ซึ่งตัวโรงต้มอยู่ห่างจากร้านไปนิดเดียว เสียดายผมไม่ได้เดินไป คราวหน้าคงจะไปลองดูครับ นอกจากเบียร์ก็มีอาหารขายด้วย แต่วันนี้อิ่มแล้วทานไม่ลง นั่งเลมชิปส์ที่ร้านให้มาเป็น service อย่างเดียวครับ

  • | |

    Ramen to Biiru กินราเม็ง จิบคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ดูแปลกๆ หน่อยที่จะมาทานราเม็งกันที่ Copenhagen แต่ร้านนี้พิเศษเพราะเป็นร้านราเม็งที่เปิดโดย Mikkeller แบรนด์เบียร์เจ้าดังของเดนมาร์กนั่นเองครับ ร้านมีทั้งหมด 2 สาขาคือ nørrebro และ vesterbro สาขาที่ผมไปลองคือ nørrebro ครับ สำหรับชื่อร้านนั้นก็ตรงๆ ตัว ramen to biiru ราเม็ง โต๊ะ บิหรุ ภาษาไทยก็แปลได้ว่า ราเม็งและเบียร์ครับ ตัวร้านนั้นเค้าพยายามเลียนแบบบรรยากาศร้านราเม็งที่ญี่ปุ่นมา โดยวิธีการสั่งก็คือให้กดคูปองจากตู้ จะใส่ไข่เพิ่มก็กดมาด้วย แต่ต่างจากของจริงคือ ยังไม่ต้องใส่เงิน กดเอาคูปองไปจ่ายเงินด้านในครับ

  • | | |

    Friends of Ham จิบคราฟท์เบียร์แกล้มชีสและแฮม เมือง Leeds – ประเทศอังกฤษ

    จากโรง Northern Monk ผมเดินทางกลับมายังบริเวณด้านหน้าสถานี Leeds มาที่ร้าน Friend of Ham ชื่อร้านแบบนี้แต่เป็นร้านเบียร์ด้วยครับ ซึ่งนอกจากเบียร์ก็มีชีสกับแฮมของโปรดผมด้วย น้ำลายไหลเลยหละครับ ตัวร้านเป็นชั้นล่างของตึกขนาดหลายครับ เป็นกระจกใสมองเห็นภายใน มีเบียร์โชว์อยู่ที่ริมกระจกเข้ามาด้านในร้านก็จะเจอบาร์อยู่ตรงกลางร้านครับ มีเคาท์เตอร์และสตูลให้นั่งรอบๆ ได้ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะ วันนี้ในร้านคนเยอะเลยครับ เสียงคุยกันดังแข่งกีบเสียงเพลง jazz จากลำโพง สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 10 ตัว มี Verdant เจ้าดังกำลังจัมป์อยู่สองหัวเลยครับ ส่วนเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋องมีเยอะใช้ได้เลย พวกตัวพิเศษงาน collaboration อย่าง Cloudwater Other Half อะไรอย่างนี้ก็มีให้ซื้อครับ รวมถึงเบียร์สไตล์โลกเก่า เช่น cantillon ก็มีครับ

  • My Beer Friend Market แทปรูมของคราฟท์เบียร์ไทยแบรนด์ดัง – เชียงใหม่

    ถ้าพูดถึงคราฟท์เบียร์ไทยแห่งเมืองเชียงใหม่ก็ต้องเป็นนึกถึง My Beer Friend ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อปี 2014 ซึ่งมีคอนเซปท์ว่าทำโดยคนเชียงใหม่ แล้วก็ขายที่เชียงใหม่อย่างเดียว โดยช่วงแรกๆ ก็จะวางจำหน่ายแบบขวดตามร้านต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ พอราวๆ ปี 2016 ก็มีร้านลับๆ ในตรอกบนเส้นช้างม่อยชื่อ In The Mood For Beer จนกระทั่งพี่เหมาและชาวคณะออกไปต้ม My Beer Friend จากต่างประเทศ พร้อมกับเริ่มต้นร้านใหม่ My Beer Freind Market แห่งนี้ ซึ่งตอนต้นธันวาคมที่ผ่านมาผมได้ขึ้นไปงาน Chiang Mai Craft Fest แล้วก็ตระเวณเก็บร้านพันธมิตรของแบรนด์ My Beer Friend ทั้ง The Grumpy Old Men และ No. 9 Hostel&Cafe แต่ร้านหลัก My Beer Freind Market : Flagship…

  • Pizza Port กินพิซซ่าแกล้มคราฟท์เบียร์จากแบรนด์เก่าแก่

    เสร็จจากโรง Wild Barrel เรากลับไปเก็บของกันที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางออกมาทานข้าวเย็นกันที่โรงเบียร์ Pizza Port ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักของเราครับ  Pizza Port นับเป็นแบรนด์เก่าแก่อีกหนึ่งแบรนด์ เริ่มเสิร์ฟเบียร์ที่ต้มเองตั้งแต่ปี 1992 โดยก่อนหน้าเป็นร้าน Pizza ที่เปิดในปี 1987 ครับ สำหรับสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่ Solana Beach ส่วนสาขาที่เรามากันวันนี้ (Bressi Ranch) เป็นสาขาที่ 5 แล้วซึ่งเปิดในปี 2013 สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ และเป็นโรงที่มีไลน์ผลิตกระป๋อง ทำให้แบรนด์สาขาส่งออกไปขายได้ทั่วโลก (ผมดื่มแบรนด์นี้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น) วันที่ไปคนเต็มร้านเลยครับลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันเต็มไปหมด ภายในร้านสว่าง ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ฝั่งขวาเป็นส่วนของครัว ถ้าจะสั่งอาหารก็มาฝั่งนี้ ด้านนอกยังมีโซนกองไฟที่คนนั่งกันอยู่เพียบๆ เพราะอากาศเย็นกำลังดีครับ


แสดงความคิดเห็น