Garagiste Meadery จิบไวน์น้ำผึ้งที่โรงดังเมือง Tampa, Florida

วันสุดท้ายใน Florida ผมและครอบครัวเดินทางออกจากตัวเมือง Orlando วิ่งลงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 120 กิโลเมตร มีเป้าหมายคือเมือง Tampa ครับ

แม้ว่าจะวิ่งบนไฮเวย์ ก็ยังมีรถติดอยู่บางจุดเรื่อยๆ กว่าจะถึงก็ใช้เวลา ชั่วโมงกว่าๆ เกือบสองชั่วโมง ที่แรกที่เรามาแวะกันก็คือ ‘Garagiste Meadery’ 

ที่นี่เป็นที่ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Mead คือใช้น้ำผึ้งเป็นตัวผลิตแอลกอฮอล์ครับ แล้วก็มีการผสมกับผลไม้ต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่น่าสนใจ และแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด แอลกอฮอล์จะสูงหน่อย 11-17% ครับ

ป้ายหน้าโรง
โลโก้ที่หน้าประตู
บรรยากาศภายในโรง
บริเวณบาร์
รายการ Mead วันนี้
โซนต้มภายในโรง
ถังหมักสเตนเลส
ถังบาร์เรลสำหรับเอจ
ไฟลท์เสิร์ฟมาในไม้แบบนี้
บางตัวก็สีเข้มครับ
ในไฟลท์จะมีแปะมาว่าแก้วไหนคืออะไร
แบบขวดที่สามารถซื้อกลับบ้านได้ครับ

ตัวโรงเป็นอาคารชั้นเดียว เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์ ฝั่งขวาเป็นที่นั่ง มีถังหมักสเตนเลสเรียงรายอยู่ รวมถึงถังบาร์เรลและก็ keg อีกนิดหน่อย 

ตอนที่ผมไปมีพนักงานอยู่สองคน ชาย หญิง พอบอกว่ามาจากไทยเค้าก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะที่นี่มี mead ตัวนึงชื่อ Bangkok เป็น mead ที่ใส่ขิงและดอกอัญชัญ (ผมเคยได้ชิมนิดหน่อย อร่อยดีครับ)

เนื่องจากมี mead เสิร์ฟเยอะถึง 10 ตัว เราก็เลยสั่งเป็นไฟลท์มา 2 ชุด ชุดละ 4 ชนิดมาแบ่งกันชิมครับ แต่ละตัวจะประมาณ 13-14% อร่อยดีทุกตัวเลย มีที่ชอบมากๆ อยู่ 4 ตัวคือ SoFla Fruit Punch เป็นน้ำผึ้งจากดอกส้มใส่ มะม่วง เสาวรส ฝรั่ง และกล้วย มีความเปรี้ยว คม ตัดกับรสหวาน บอดี้บางๆ ดื่นลื่น จิบแล้วสดชื่น อร่อยมากครับ

แก้วที่ 2 ที่ชอบคือ Oak Tupelo เป็นน้ำผึ้ง Tupelo เอาไปเอจในถังโอค แอลกอฮอล์ 14% บอดี้บางเช่นกัน มีความ earthy แอลกอฮอล์ชัดหน่อย หวานๆ

แก้วที่ 3 ที่ชอบคือ Reboog Musa ตัวนี้ใส่กล้วยกับถั่วลงไปผสมครับ กลิ่มถั่วชัด คมๆ กลิ่นหอม แอลกอฮอล์แรง แต่ดื่มลื่นดีครับ

สุดท้าย Barrel Aged Reboog Vitis (Curacao) เป็น mead ที่เอาไปเอจในถังบาร์เรล Gran Marnier (ลิเคียวของฝรั่งเศส) รส Peanut butter ชัด รสหวาน จิบแล้วร้อนๆ 

จิบจนครบก็ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน 3-4 ขวด โดยรวมประทับใจมากครับ Mead เจ้านี้อร่อยเลย สมราคาที่เป็น Top 5 ของโรง Mead ใน Untappd จริงๆ ใกล้ๆ โรงยังมีโรงเบียร์เจ้าดัง Hidden Springs Ale Works อยู่ใกล้ๆ กันด้วย ถ้ามา Tampa น่าแวะเยี่ยมมากๆ แต่เปิดเฉพาะ ศุก เสาร์ อาทิตย์ นะครับ

Garagiste Meadery Tampa, Florida
เปิด : ศุกร์ 15.00-23.00 เสาร์ 12.00-23.00 อาทิตย์ 12.00-19.00 จันทร์-พฤหัสบดี ปิด
เว็บไซต์
เพจ
Instagram
Foursquare

Similar Posts

  • |

    Craft SINGAPORE 2016

    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สิงคโปร์มีงานเบียร์งานใหญ่ครับ ชื่อ Craft Singapore 2016 คิดว่าน่าจะจัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นบริเวณ Marina Bay Waterfront ใกล้ๆ กับตึก Marina Bay Sands งานมี 3 วันครับ 4-5-6 มีนาคม ค่าเข้างานโหดเหมือนกันคือ 95 SGD หรือประมาณเกือบๆ 2,500 บาท แต่ก็จะได้ voucher ไว้ซื้อเบียร์และอาหารกลับมา 50 SGD ครับ (โหดอยู่ดี) ภายในงานก็จะมีคราฟท์เบียร์เจ้าต่างๆ มาขายทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรปและอเมริกา และแบรนด์เล็กๆ จากเอเชียอีกหลายเจ้าเลยหละครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเบียร์ลำซิ่งและ Stonehead ซึ่งนับว่าเป็นตัวแทนคราฟท์ไทย ไปออกบูธในงานและร่วมประกวดเบียร์ด้วย น่าเสียดายที่พลาดรางวัลไป แต่ก็ถือว่าเป็นนก้าวแรกของคราฟท์ไทยในเวทีระดับสากลครับ นอกจากเบียร์แล้วก็มีร้านอาหารมาอีกประมาณ 7-8 เจ้า แต่ละเจ้าก็จะเน้นอาหารทานง่าย พวกเบอร์เกอร์อะไรแบบนี้ ตัวผมเองได้ลองชิมสามเมนูก็ใช้ได้เลยครับ ส่วนเบียร์นั้นลองชิมไปประมาณ 6-7 ตัว ก็มีที่ถูกใจและไม่ถูกใจปนๆกัน

  • La Trappe ทัวร์และจิบเบียร์พระทำที่โรงแทรพพิสต์เบียร์เจ้าดัง เนเธอร์แลนด์

    จากโรง De Dochter van de Korenaar เราเดินทางขึ้นเหนือจากฝั่งเบลเยี่ยมกลับเข้ามาในเนเธอร์แลนด์ ประมาณ 28 กิโลเมตร ก็มาถึงเมือง Tilburg ที่ตั้งของโรงเบียร์แห่งที่สองในวันนี้ ในคือ Koningshoeven หรือที่เราคุ้นชื่อแบรนด์ La Trappe นั่นเอง พอมาถึงก็ไปรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ Tasting Hall กันครับ มื้อนี้เป็น Open Sandwich แบบบุฟเฟต์ ใครอยากทานอะไรก็เดินไปตัก  ระหว่างมื้อก็จะมีเบียร์ La Trappe ตัวต่างๆ ให้สั่งด้วย พอทานข้าวเสร็จกันเรียบร้อยก็มารวมกัน แล้วก็เข้าไปชม video ประวัติความเป็นมาต่างๆ ของโรง ก่อนจะไปเดินทัวร์ในส่วนของโรงเบียร์ครับ โดยมีเจ้าหน้าที่พาเราชมส่วนต่างๆ ซึ่งมีข้อห้ามนิดนึงคือห้ามถ่ายวิดิโอ

  • The Farmhouse คราฟท์เบียร์ในบ้านหลังใหญ่เมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

    หลังจากที่พักที่เมือง Nagano หนึ่งคืน วันต่อมาหลังจากข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร Meijitei ผมก็นั่งรถไฟต่อไปยังสถานี Yudanaka ซึ่งห่างออกไปประมาณ 45 นาทีครับ ที่นี่มีลิงแช่บ่อออนเซนหรือ Snow Monkey เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญ แต่สำหรับคอเบียร์ เมืองนี้เป็นสถานที่ตั้งของโรง Tamamura Honten ผู้ผลิตแบรนด์ดัง ‘Shiga Kogen’ นั่นเองครับ ซึ่งหลังจากเก็บของที่โรงแรมแล้ว ผมก็นั่ง Taxi ไปที่ตัวโรง ปรากฎว่าเค้าไม่มีแทปรูมครับ มีแต่สาเกให้ชิม และก็เบียร์สดสองแทป พร้อมกับเบียร์ขวดอีกนิดหน่อยเลยสอบถามพนักงาน ได้ความว่าให้ไปร้านชื่อ The Farmhouse ที่อยู่ห่างออกไปอีกนิด

  • |

    Ant ‘n Bee คราฟท์เบียร์บาร์ใต้ดิน เปิดยันเช้า – Roppongi

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้เป็นร้านชื่อว่า Ant ‘n Bee อยู่แถว Roppongi ครับ ตอนแรกดูชื่อร้านกับบรรยากาศผมรู้สึกว่าเออดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ชื่อดูเชยๆ อะไรแบบนี้ จุดเด่นของร้านนี้ก็คือเปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันหกโมงเช้าอีกวัน บ้าจริงๆ เหมือนกับละครเรื่อง Shinya Shokudo ที่ร้านเปิดแต่กลางคืนเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันปีใหม่พอดี วันนี้ร้านปิดเร็วครับ ตีสาม ! ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินพอลงบันไดเปิดประตูก็จะเจอเคาท์เตอร์เลย ร้านค่อนข้างเล็กหน่อย ตอนไปถึงมีลูกค้าอยู่ 2 คนชายหญิง พนักงานในร้านอีก 2 คน ตอนแรกคิดว่าเออคงไม่มีคน ปรากฎว่าตอนตี 1 กว่าๆ ยังมีลูกค้าเข้ามาอีก 2 โต๊ะเลยครับ

  • My Beer Friend Market แทปรูมของคราฟท์เบียร์ไทยแบรนด์ดัง – เชียงใหม่

    ถ้าพูดถึงคราฟท์เบียร์ไทยแห่งเมืองเชียงใหม่ก็ต้องเป็นนึกถึง My Beer Friend ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อปี 2014 ซึ่งมีคอนเซปท์ว่าทำโดยคนเชียงใหม่ แล้วก็ขายที่เชียงใหม่อย่างเดียว โดยช่วงแรกๆ ก็จะวางจำหน่ายแบบขวดตามร้านต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ พอราวๆ ปี 2016 ก็มีร้านลับๆ ในตรอกบนเส้นช้างม่อยชื่อ In The Mood For Beer จนกระทั่งพี่เหมาและชาวคณะออกไปต้ม My Beer Friend จากต่างประเทศ พร้อมกับเริ่มต้นร้านใหม่ My Beer Freind Market แห่งนี้ ซึ่งตอนต้นธันวาคมที่ผ่านมาผมได้ขึ้นไปงาน Chiang Mai Craft Fest แล้วก็ตระเวณเก็บร้านพันธมิตรของแบรนด์ My Beer Friend ทั้ง The Grumpy Old Men และ No. 9 Hostel&Cafe แต่ร้านหลัก My Beer Freind Market : Flagship…

  • งานเปิดตัวเบียร์ Postmark จากแคนาดาที่ร้าน Taproom 26

    วันก่อนมีโอกาสได้กลับไปที่ร้าน Taproom สาขาสุขุมวิท 26 อีกครั้งเพื่อร่วมงานเปิดตัวเบียร์นำเข้าแบรนด์ใหม่จากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาครับ ชื่อแบรนด์ว่า ‘Postmark’ ตอนเดินทางมานี่เจอฝนชุดใหญ่ไป เกือบจะมาไม่ทันเวลานัดเลย ฮ่าๆ งานเริ่มช่วงเย็นๆ โดยมีคุณ Steve Thorp Co-Founder ของ Postmark มาเล่าประวัติ ที่มาที่ไปของแบรนด์ และคอนเซ็ปท์ของแบรนด์ คุณ Steve เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของ Postmark ซึ่งทางแบรนด์วางตัวเป็น session beer คือดื่มง่าย ดื่มสบายเรื่อยๆ ทั้งวัน เหมือนกับเบียร์เบาๆ ของเจ้าใหญ่ แต่แตกต่างตรงที่สไตล์เบียร์ ความหลากหลายในรสชาติและการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี เนื้อเบียร์คลีน มีคุณภาพครับ นอกจากเรื่องรสชาติของเบียร์แล้วก็ยังมีเรื่องราวของของแบรนด์และเทศกาลหรืองานต่างๆ ที่ทาง Postmark ได้ไปร่วมงานเป็นพาร์ทเนอร์ เป็นผู้สนับสนุน ส่วนใหญ่ก็จะเน้นกิจกรรมที่อยู่ในแวนคูเวอร์เป็นหลัก เช่น งาน SeaWheeze, Pacific Foundation, Canada Sevens (รักบี้เจ็ดคน) ระหว่างเล่าเรื่องก็จะมีเบียร์ให้ได้ลองชิมทั้งหมด 5…


แสดงความคิดเห็น