Kazaguruma ร้านอิซากายะไม่ไกลสถานี Hakata เมือง Fukuoka

วันที่สามของทริป Fukuoka ช่วงเช้าผมแและครอบครัวนั่งรถไฟออกไปเที่ยว Huis Ten Bosch ครับ พอช่วงเย็นก็นั่งกลับมาถึงค่ำๆ และก็กินข้าวเย็นแถวสถานี

เป็นร้าน Izakaya ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมของเราเท่าไหร่ ตัวร้านขนาดกลางๆ ภายนอกเป็นตึกสมัยใหม่ แต่พอเข้ามาด้านในก็ตกแต่งให้บรรยากาศร้านแบบโบราณๆ ด้วยไม้สีเข้มเป็นหลักครับ

ที่นี่มีเมนูอาหารเยอะพอสมควร มีปลาดิบต่างๆ มีของย่าง ของทอด สลัด  กระทะร้อน หม้อไฟไส้วันก็มีให้สั่งครับ ซึ่งข้อดีคือมีเมนูภาษาอังกฤษและรูปอาหารให้ดู สะดวกกับนักท่องเที่ยวอย่างเราเลยครับ

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศซภายในร้าน
คอนยัคกุ เมนูโอโตฉิที่มาพร้อมเบียร์
มื้อนี้ดื่ม Sapporo ครับ
อีกหนึ่งเมนูโอโตฉิ เป็นไก่ครับ
ชุดปลาดิบมาเป็นอย่างแรก ปลาสดใหม่ดีครับ มาเย็นๆ ทุกชนิด
รายการต่อมาเป็นหอยนางรมชุบแป้งทอด
ตัวหอยร้อนๆ แป้งด้านน้องกรอบดี ไม่อมน้ำมัน ส่วนด้านในมีความครีมมี่ๆ อร่อยดีครับ จานนี้
ตามด้วยเมนูเนื้อย่าง เนื้อนุ่มดี ตรงขอบคุณครับติดมัน ดึ๋งๆ ปรุงรสมาไม่ค่อยทั่ว บางชิ้นจืด บางชิ้นเค็มกำลังดี จิ้มทานกับน้ำจิ้มมิโสะรสหวาน เค็ม มีกระเทียมบางๆ ในจานมีสลัดมาให้ทานแกล้มด้วยครับ เปรี้ยว สดชื่นดี
ไข่ม้วนของหลานๆ
สำหรับเมนูกระทะร้อน เราสั่งของขึ้นชื่อของฮากาตะมา นั่นก็คือไส้วัวครับ
มามันเลย มีความหนึบๆ รสออกเค็มบางๆ รสหวาน ส่วนตัวรู้สึกไส้เกรียมน้อยไปนิด ผักที่มาด้วยกันนุ่มดี
เมนูย่างอีกหนึ่งรายการเป็นลิ้นวัวครับ
ค่อนข้างเหนียว รสจืดๆ บางจุดก็เกรียมจนรสขมกลบ มีตรงขอบที่ดึ๋งๆ หน่อย เอาไปจิ้มททานกับซอสสเต็ก พอช่วยนิดหน่อย
เมนูสุดท้ายที่ได้ลองเป็นไก่คาราอาเกะครับ มาร้อนๆ สะใจเลย เนื้อนุ่มดี หนังกรุบๆ รสออกเค็มซอส บีบมะนาวแล้วเข้ากันดีทานแกล้มกับเบียร์เพลินๆ
เทมปุระปลาหมึก จานนี้ไม่ได้ทานครับ

สั่งอาหารเสร็จ เครื่องดื่มยกมาเสิร์ฟพร้อมกับโอโตฉิหรือกับแกล้ม เป็นหัวบุกและไก่ รอไม่นานชุดปลาดิบก็มาเป็นอย่างแรก ปลาสดใหม่ดีครับ มาเย็นๆ ทุกชนิด

รายการต่อมาเป็นหอยนางรมชุบแป้งทอด ตัวหอยร้อนๆ แป้งด้านน้องกรอบดี ไม่อมน้ำมัน ส่วนด้านในมีความครีมมี่ๆ อร่อยดีครับ จานนี้

ตามด้วยเมนูเนื้อย่าง เนื้อนุ่มดี ตรงขอบคุณครับติดมัน ดึ๋งๆ ปรุงรสมาไม่ค่อยทั่ว บางชิ้นจืด บางชิ้นเค็มกำลังดี จิ้มทานกับน้ำจิ้มมิโสะรสหวาน เค็ม มีกระเทียมบางๆ ในจานมีสลัดมาให้ทานแกล้มด้วยครับ เปรี้ยว สดชื่นดี

สำหรับเมนูกระทะร้อน  เราสั่งของขึ้นชื่อของฮากาตะมา นั่นก็คือไส้วัวครับ มามันเลย มีความหนึบๆ รสออกเค็มบางๆ รสหวาน ส่วนตัวรู้สึกไส้เกรียมน้อยไปนิด ผักที่มาด้วยกันนุ่มดี

เมนูย่างอีกหนึ่งรายการเป็นลิ้นวัวครับ ค่อนข้างเหนียว รสจืดๆ บางจุดก็เกรียมจนรสขมกลบ มีตรงขอบที่ดึ๋งๆ หน่อย เอาไปจิ้มททานกับซอสสเต็ก พอช่วยนิดหน่อย

เมนูสุดท้ายที่ได้ลองเป็นไก่คาราอาเกะครับ มาร้อนๆ สะใจเลย เนื้อนุ่มดี หนังกรุบๆ รสออกเค็มซอส บีบมะนาวแล้วเข้ากันดีทานแกล้มกับเบียร์เพลินๆ 

โดยรวมร้านนี้ก็โอเคครับ ถ้าพักโซนฝั่งขวาของสถานีฮากาตะแล้วอยากทาน Izakaya ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ปิดดึกตี 1 ด้วยครับ

Kazaguruma สถานี Hakata, Fukuoka
เบอร์ : +81924813456
เปิด : 17.00-01.00 วันอาทิตย์ 17.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

รายการอาหาร
รายการอาหารอ
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร

Similar Posts

  • |

    มื้อแรกใน Auckland ที่ร้าน Elliott Stables – New Zealand 2014 ตอนที่ 1

    จากตอนที่แล้ว (เตรียมตัวก่อนมา New Zealand) หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรม The Quadrant Hotel & Suites เสร็จ เราก็ออกมาทานข้าวเย็น โดยเป็นร้านที่หามาตั้งแต่เมืองไทย ร้านนี้ดูจาก 4sq ว่าคะแนนเยอะและไม่ไกลจากโรงแรมมาก เดินพอไหว พอเดินจริงก็เหนื่อยนิดๆ เพราะระยะทางไม่ไกล แต่เป็นทางลาดขึ้นลงเยอะ เล่นเอาหอบเหมือนกัน ตอนแรกที่ดูในรูปและอ่านมา ก็งงๆ ว่าร้านมันเป็นยัง ดูมันมีหลายๆ ร้าน หลายๆ ชนิด พอมาถึงร้านถึงได้เข้าใจว่าในนี้จะมีโต๊ะอยู่เยอะแยะ คล้ายๆ food court แล้วรอบๆก็จะเป็นร้านแต่ละร้าน ขายอาหารและเครื่องเดิมต่างๆกันไป มีหลายชนิดหลายประเภท วิธีการก็คือหาโต๊ะให้ได้ก่อน เสร็จแล้วก็เดินไปสั่งร้านว่าจะเอาอะไร โดยบอกเบอร์โต๊ะไปแล้วก็จ่ายเงิน ส่วนใหญ่จะไม่มีใบเสร็จให้ ตอนแรกๆก็เสียวเหมือนกันว่าจะโดนเบี้ยวรึเปล่า พอถึงเวลาเค้าก็จะทยอยยกของมาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะเลย ร้านไหนคนเยอะก็รอนานหน่อย วันที่เราไป คนแน่น ตอนแรกเกือบจะไม่ได้โต๊ะแล้วด้วยซ้ำ แต่รอแป๊บๆ พนักงานก็พาไปนั่งในโซนซ้ายมือของร้าน หลังคาเตี้ยนิด คุยแล้วเสียงก้องๆ

  • |

    Chiu Fat โจ๊กและบะหมี่ร้านดัง – Tsim Sha Tsui, Hong Kong

    ร้านนี้เป็นร้านดังที่คนไทยรู้จักกันเยอะ ชื่อร้านว่า Chiu Fat (เฉี่ยว ฟะ) มีเมนูภาษาไทย พนักงานพูดไทยได้เลย หน้าร้านมีป้ายเขียนแนะนำว่าเป็นร้านโปรดของหม่อมอิ๊งค์ (หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์) ตัวร้านอยู่ย่าน Tsim Sha Tsui ครับ ผมมาเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือเมื่อปี 2014 จำได้ว่าอร่อยดี ทริปนี้ก็เลยมีโอกาสมาซ้ำอีกครั้ง  ไปช่วงสายๆ วันเสาร์ คนเต็มร้าน รอโต๊ะอยู่ประมาณ 5 นาที พนักงานมาถึงก็พูดไทยใส่ งวดนี้พยายามเลี่ยง พยายามพูดอังกฤษกับเค้าเพราะเหมือนคราวที่แล้วพอเห็นเป็นคนไทยร้านมันฟันรึเปล่า ฮ่าๆ คือราคาไม่ฟันก็ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรครับร้านนี้ เค้ามีชื่อเรื่องโจ๊กและเกี๊ยวกุ้ง แต่ผมแพ้กุ้งก็เลยก็เลยสั่งแค่โจ๊กและเนื้อตุ๋น รวมถึงตอนนี้พยายามควบคุมอาหารเพราะน้ำหนักไปไกลมากแล้ว เลยไม่ได้สั่งบ้าคลั่งแบบคราวก่อน คราวก่อนนี่ ลูกชิ้น บะหมี่อะไรสั่งมาลองหมดเลยครับ

  • |

    รีวิวโรงแรมหุ่นยนต์ Henn na Hotel – Huis Ten Bosch, Nagasaki

    จากสถานี Hakata ผมเดินทางด้วยรถไฟรอบ 11.32 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 47 นาที ก็เดินทางมาถึงสถานี Huis Ten Bosch ครับ คราวก่อนที่มาไม่ได้พัก แต่คราวนี้จะค้างที่นี่ 2 คืนเลย เดินข้ามสะพานจากฝั่งสถานี ลงฝั่ง Huis Ten Bosch แล้วก็รอ Shuttle Bus ไปโรงแรมครับ จากจุดขึ้นรถนั่งรถแป๊บเดียวก็ถึงที่พักของผม ชื่อโรงแรม Henn Na Hotel (変なホテル) ซึ่งแปลได้ว่าโรงแรมประหลาด ที่ประหลาดก็เพราะว่าที่นี่มีพนักงานเป็นหุ่นยนต์ครับ ในโรงแรมจะมีคนน้อยมาก ทุกๆ อย่างพยายามจะใช้หุ่นยนต์แทนคนให้มากที่สุด ตอนเช็คอินก็เช็คอินกับหุ่นยนต์ (แต่มีคนยืนอยู่ คอยช่วยเหลือ) ส่วนพนักงานทำความสะอาด ผมเห็นแว้บๆ ตอนช่วงบ่ายๆ เวลาเช็คอินที่นี่คือ 15.00 รับ ผมมาถึงก่อนเลยรอราวๆ ชั่วโมงนึงได้ ที่จริงถ้าเอากระเป๋า carry on จะฝากไว้กับหุ่นยนต์ได้เหมือนกัน แต่ผมเอาใบใหญ่มา ก็เลยต้องรอ เช็คอินเสร็จก็เดินไปยังห้องพัก…

  • Muginae Homemade Ramen ราเม็งน้ำใสคะแนนอันดับ 1 ของโตเกียว สถานี Omori

    วันแรกตื่นไปเข้าคิวร้าน Tomita วันที่สองไปเข้าคิวราเม็งอีกร้านครับเป็นร้านดังเช่นกันคะแนนในเว็บ Tabelog เป็นอันดับ 1 ของโตเกียวร้านนี้มีชื่อว่า Muginae Homemade Ramen ครับ ร้านอยู่แถวสถานี Omori ทางทิศใต้ของกรุงโตเกียวครับลงต่อมาจาก Shinagawa อีก2 สถานีผมเดินทางจาก Ikebukuro ใช้เวลาราวๆ50 นาที ร้าน Muginae นี้จะใช้ระบบคิวแบบคนต่อคนคือไม่สามารถมาจองเผื่อคนอื่นๆได้จะทาน 5 ต้องมาคิว 5 คนเลยครับซึ่งทางร้านจะเริ่มแจกคิวตอน 10.45 ผมเองมาถึง 9.45 มีผู้ชายมาก่อนหน้าหนึ่งคนหน้าร้านมีเก้าอี้อยู่ 5 ตัวครับแล้วก็จะเป็นแถวยืนยาวๆวันที่ไปนี่แดดแรงพอสมควรขาจะไหม้เอา  ผมได้คิว 11.20 ครับ ส่วนเพื่อนมาสายกว่าชั่วโมงนึง ได้คิว 11.50 สรุปว่า วันธรรมดา มาถึงร้านซัก 10.30 กำลังดี ไม่ต้องรอคิวนาน ได้ใบเสร็จก็ไปเดินเล่นรอแป๊บเดียว ถึงเวลาพนักงานก็ให้เข้าร้านครับที่นี่ใช้วิธีกดคูปองจากตู้เอา ซึ่งรับแค่เหรียญกับแบงค์ 1000 เยน แบงค์ 5000 , 10000 ไม่รับนะครับ แลกมาให้พอดี น้ำซุปของที่นี่จะเป็นสองแบบครับคือซุปไก่และซุปปลา (niboshi) ผมเองอยากลองทั้งสองอย่างแต่คงจะไม่ไหวเลยสั่งแค่ซุปไก่และเพิ่มข้าวหมูย่างเป็น side dish เพื่อนบอกให้เพิ่มเกี๊ยวด้วย แต่วันนี้เกี๊ยวไม่พอเลยอดครับ ได้คูปองก็ให้พนักงานผู้หญิงไป ที่จริงเธอไม่ได้เป็นพนักงานหรอกครับแต่เป็นเจ้าของร้านนั่นแหละ คือร้านนี้ทำกันสองคน ผู้ชายเป็นพ่อครัวส่วนผู้หญิงก็ดูและลูกค้าและช่วยเรื่องอื่นๆ บรรยากาศภายในร้านมีความเหมือนคาเฟจิบกาแฟ ขนม มากกว่าร้านราเม็งทั่วไป…

  • |

    รีวิวโรงแรม Dormy Inn Premium Hakata canal city mae

    จาก Beppu ผมเดินทางกลับมายัง Fukuoka นอนอีก 2 คืนถึงจะเดิทางกลับบ้าน ก็คือกลับมาชอปปิ้ง อีกนิดๆ หน่อยนั่นเองครับ โรงแรมที่พักคือ Dormy Inn Premium สาขา Hakata canal city คือมันอยู่ติดห้าง Canal City เลยครับ ถ้ามาแทกซี่ต้องอธิบายให้ดี เพราะมี Dormy Inn หลายที่ เดี๋ยวไปผิด วันที่ไปถึง ด้านหน้าโรงแรมมีก่อสร้างอยู่ มีเสียงรบกวนนิดหน่อย โรงแรมขนาดไม่ใหญ่มากครับ เป็นแบบไซส์กระทัดรัด แต่ก็ไม่อึดอัดมาก ตัวห้องพักใหม่และสะอาดดีครับ ราคาที่จองมาจะรวมอาหารเช้าด้วย เป็นแบบบุฟเฟต์ อีกมื้อคือๆ ทางโรงแรมจะมีราเม็งให้ทาน อันนี้ผมไม่ได้ลองว่าเป็นยังไงบ้าง

  • |

    Ant ‘n Bee คราฟท์เบียร์บาร์ใต้ดิน เปิดยันเช้า – Roppongi

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้เป็นร้านชื่อว่า Ant ‘n Bee อยู่แถว Roppongi ครับ ตอนแรกดูชื่อร้านกับบรรยากาศผมรู้สึกว่าเออดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ชื่อดูเชยๆ อะไรแบบนี้ จุดเด่นของร้านนี้ก็คือเปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันหกโมงเช้าอีกวัน บ้าจริงๆ เหมือนกับละครเรื่อง Shinya Shokudo ที่ร้านเปิดแต่กลางคืนเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันปีใหม่พอดี วันนี้ร้านปิดเร็วครับ ตีสาม ! ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินพอลงบันไดเปิดประตูก็จะเจอเคาท์เตอร์เลย ร้านค่อนข้างเล็กหน่อย ตอนไปถึงมีลูกค้าอยู่ 2 คนชายหญิง พนักงานในร้านอีก 2 คน ตอนแรกคิดว่าเออคงไม่มีคน ปรากฎว่าตอนตี 1 กว่าๆ ยังมีลูกค้าเข้ามาอีก 2 โต๊ะเลยครับ


แสดงความคิดเห็น