|

The River Cafe อาหารอิตาเลียนร้านดังมิชลิน 1 ดาว กรุงลอนดอน – ประเทศอังกฤษ

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่อยากมาเพราะอ่านเจอในหลายๆ ลิสต์ครับ อย่าง monocle ก็เคยติดเป็นประจำทุกปี (2015 และ 2016 อันดับ 2 2017 หล่นไปอันดับ 4 ) การเดินทางมาค่อนข้างไกลนิดหน่อย ออกมาทางฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน อยู่ติดกับแม่น้ำ Thames (แต่ไม่มีวิวแม่น้ำสวยงามนะครับ)

The River Cafe เป็นร้านอาหารอิตาเลียนร้านเก่าแก่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1987 เจ้าของชื่อ Ruth Rogers ซึ่งทีแรกที่นี่เริ่มจากแคนทีนซึ่งเธอทำให้กับออฟฟิศของสามีที่อยู่ติดกัน แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาเปลี่ยนแปลงจริงจังขึ้นจนได้มิชลินในปี 1997 ครับ ซึ่งตัวร้านนั้นก็ออกแบบโดย Richard Rogers สามีของเธอนั่นเอง

ผมจองร้านไว้เป็นช่วงบ่ายโมงของวันจันทร์ครับตอนเช้าไปเดินเล่นที่ตลาด Borough Market แล้วก็ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Hammersmith จากสถานีก็เดินมาประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึงร้านครับ เข้าไปแจ้งชื่อ แล้วพนักงานก็พาเราไปนั่งโต๊ะครับ ตัวร้านดูสว่างสดใส โทนขาวๆ ตัวพรมสีน้ำเงินสว่าง ในร้านผมรู้สึกร้อนไปนิด เพราะมีเตาอบตัวใหญ่อยู่ด้านในครับ

เดินจากสถานีมาเรื่อยๆ ผ่านบ้านเรือนมา ก็จะมาเจออาคารอิฐหลังนี้ครับ
เดินเข้าไปด้านใน ประตูทางเข้าจะอยู่อีกฝั่ง
บริเวณด้านหน้าร้าน
ป้ายร้าน
ทางเดินฝั่งซ้ายมือหลังจากเข้ามาในร้านแล้ว ด้านขวาเป็นบริเวณบาร์ครับ
บริเวณห้องอาหารครับ ฝั่งซ้ายเป็นกระจกใส แดดแรงหน่อย
ที่นั่งริมหน้าต่าง
ผมได้โต๊ะติดกับเคาเตอร์ครับ ตกแต่งด้วยกระจกเงา ด้านบนเป็นกระจกขุ่นๆ
ด้านในมีเตาอบ ตัวการทำให้อากาศร้อน
บรรยากาศในห้องอาหาร
รายการอาหารวันนี้ครับ ที่นี่เมนูจะเปลี่ยนทุกวันแล้วแต่วัตถุดิบที่ได้มา
เมนูขนม
เริ่มกันด้วย Bellini เป็น Prosecco ใส่ลูกพีชครับ รสออกเปรี้ยวหวาน เนื้อหนา จิบแล้วสดชื่นๆ ดีครับ
ขนมปังเสิร์ฟมาเย็นๆ เนื้อหนึบๆ
Capesante หรือ Scallops (หอยเชลล์) เซียร์และโรยด้วยออริกาโนกับเคเปอร์ หอยเนื้อนุ่ม รสเค็มกำลังดี กลิ่นหอมพริกไทย พอบีบเลมอนแล้วเข้ากันดีมากครับ เสิร์ฟมาพร้อมกับถั่วชุบแป้งทอด เนื้อกรอบอุ่น
มื้อนี้ทานกับไวน์ขาว Orsolani La Rustia ปี 2015 เป็นองุ่นสายพันธุ์ Erbaluce บอดี้บางๆ เปรี้ยวนิด ค่อนข้างดราย ดื่มง่าย ล้างปากดีครับ
จานแรกออกเร็วพอจานที่สองนี่รอนานเลยครับ เป็น Ravioli ไส้เห็ด Girolle และชีส Ricotta นมควาย ตัวแป็งเนื้อหนึบ ราดด้วยน้ำมันมะกอก ไส้ข้างร้อนๆ เนื้อออกครีมๆ ด้านมีชีสโรยมานิดหน่อย อร่อยดีครับ
Coda Di Rospo Ai ferri เป็นปลา Monkfish ย่างเสิร์ฟพร้อม salsa verde และ marinated pepper
ปลาเนื้อแน่น สุกกำลังดีแต่รู้สึกว่ารสจืดไปหน่อยครับ ตัวซอสที่ราดมารสเหมือนพวกซอสเพสโต้ ผักที่มาคู่กันเปื่อยนุ่มดี
อีกจานเป็น Coscia d’ Agnello Ai Ferri เป็นเนื้อแกะย่างครับ เนื้อสุกกำลังดี ตรงขอบย่างมาเกรียมๆ มีรสมินต์อ่อนๆ
ผักเป็นซุกินี่และเห็ดนุ่มๆ เค็มมัน ด้านบนมีแฮมบางๆ รสค่อนข้างเค็ม
ขนมหวานจานแรกเป็น เค้กชอคโกแลตเนื้อเนียนละมุน เข้มข้นหวานกำลังดีเสิร์ฟกับชีสครีมๆ ตัดเลี่ยนดีมาก อร่อยครับ
ไอศครีมคาราเมล รสแบบคั่วๆ หวานเย็น ล้างปากดีเลย

บรรยากาศในร้านดูสบายๆ ไม่เกร็งเท่าไหร่ครับ พนักงานเป็นกันเองและสุภาพดี สำหรับอาหารส่วนตัวผมไม่ค่อยว้าวมาก ไม่แน่ใจว่าผมอาจจะสั่งไม่โดนจานเด็ดของเค้ารึเปล่าครับ คือบางจานมันนิ่งๆ บางจานก็อร่อยดี แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควรก็เลยรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ครับ ถ้าสนใจอยากลองแนะนำว่าต้องจองก่อนมาร้านครับ (จองได้ที่หน้าเว็บไซต์)

The River Cafe Thames Wharf ถนน Rainville Rd สถานี Hammersmith
เบอร์ : +44 20 7386 4200
เปิด : มื้อกลางวัน 12.30-17.00 ทุกวัน มื้อเย็น 19.00-23.00 จันทร์-เสาร์
เพจ
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • |

    วันสุดท้ายในปารีส วันแห่งการเดินห้าง Galeries Lafayette / Printemps – budapest/paris ตอนที่ 11

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทางทริปนี้ จะว่าไปก็ยังไม่ใช่วันสุดท้ายจริงๆ เรียกว่าเป็นเที่ยววันสุดท้ายดีกว่า เพราะเราเดินทางกลับไทยเช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น โปรแกรมวันนี้คือเดินห้าง น้องชายแยกตัวออกไปต่างจังหวัด ไปดู Villa Savoye งานออกแบบของ Le Corbusier

  • Okinawa Kinjo – ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า

    สำหรับร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมมานาน ตั้งใจว่าจะมาลองหลายทีแล้ว จนลืมไปวันก่อนเพิ่งนึกออก เลยแวะมาชิมให้หายอยากครับ ร้านนี้ชื่อว่า โอกินาว่า คินโจ อยู่ในซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยเข้ามานิดเดียวร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามารถไฟลงสถานีพระโขนงออกทางออก 3 ครับ วันที่ไปลูกค้าชั้น 1 เต็มทุกโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าร้านมี 2 หรือ 3 ชั้นครับ เมนูของที่นี่จะแตกต่างกับร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปตรงที่จะเน้นอาหารสไตล์โอกินาว่า เกาะที่อยู่ล่างสุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมนูที่เราคุ้นๆ อยู่บ้าง ของขึ้นชื่อก็จะมี สาหร่ายองุ่น และ มะระผัดไข่ ซึ่งเมนูหลังนี่ก็คล้ายๆ แบบของบ้านเราแหละครับ ตามประวัติศาสตร์นี่โอกินาว่าติดต่อการค้ากับไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณเลยครับ

  • |

    รีวิว Maker Space เชียงใหม่

    อย่างที่เคยบอกไปว่ากระแส Maker นั้นกำลังกระจายไปทั่วโลก ในเมืองไทยก็ไม่ได้มีแต่แค่กรุงเทพเท่านั้นที่ มีวงการ Maker เติบโตขึ้น เชียงใหม่เมืองใหญ่ก็เป็นอีกเมืองที่วงการ Maker นั้น บูมด้วยเช่นกันครับ จากที่เราเสร็จงาน Chiang Mai Maker Party ก็เดินทางมายัง Maker Space ที่มีงานเปิดตัวในตอนเย็นวันเดียวกันพอดี แต่อยู่คนละที่กันนะครับ ไม่ไกลกันมา อยู่บริเวณถนนคนเดินประตูท่าแพ นั่งรถแดงแป๊บๆ ก็ถึงครับ ลงจากรถก็เดินตามถนนราชดำเนินเข้ามาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าราชดำเนินซอย 2 ตามทางไปเรื่อยๆ ลึกหน่อยประมาณ 250 เมตรก็จะถึงครับ ที่จริงเข้าจากถนนมูลเมืองจะใกล้กว่า แต่เราไม่ใช่คนในพื้นที่ก็เลยเริ่มจากจุดที่ง่ายๆหน่อยครับ ^^”

  • ช. บะหมี่ เกี๊ยว หมูแดง – ถนนบางกรวย-ไทรน้อย

    วันที่ไปร้าน Seize the day ผมแวะไปทานบะหมี่เป็นข้าวเย็นที่ร้าน ช. บะหมี่ เกี๊ยว หมูแดงในซอยบางกรวย-ไทรน้อย ตามคำแนะนำของเพื่อนเจ้าถิ่น ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ติดกัน 4 ห้อง คือค่อนข้างใหญ่เลยครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำ ลูกค้าทยอยมาจนเกือบจะเต็ม ในร้านอากาศนิดหน่อยครับ (จริงๆ เดือนเมษายน ข้างนอกร้านก็ร้อน) ที่นี่มีเมนูค่อนข้างหลากหลาย ทั้งบะหมี่ เกี๊ยว หมูแดงหมูกรอบ หรือถ้าอยากทานเป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบก็มี นอกจากนี้เป็นเป็ดย่างก็มีครับ โดยที่ผนังจะมีเมนูแสดงราคาของการผสมผสานแต่หละอย่างแบบละเอียดเลยทีเดียว

  • Sushi Ichizu ทานซูชิแบบ Omakase – ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

    มีโอกาสได้ไปรับประทาน Sushi แบบ Omakase อีกหนึ่งร้านครับ ชื่อร้านว่า ‘Sushi Ichizu’ ตัวร้านอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยร้านนี้ผมได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ก็เพิ่งมีโอกาสแวะมาครับ ที่นี่เปิดให้จองวันละสองรอบคือ 17.30 และ 20.30 ตัวผมและครอบครัวจองเป็นรอบ 17.30 ครับ หน้าร้านจะดูลึกลับหน่อย ไม่มีป้ายใหญ่ๆ มีป้ายเล็กๆ ติดอยู่ที่ประตูฝั่งซ้ายมือ พนักงานออกมาต้อนรับ เดินผ่านบอนไซกลางห้อง แล้วก็จะเจอบริเวณเคาเตอร์ แต่จะยังไม่ได้นั่งครับ พนักงานพาไปอีกห้องที่ติดกับเป็นห้องนั่งรอ โดยมีชาเขียวเสิร์ฟให้ทาน พอถึงเวลาก็พาเรามาที่เคาเตอร์ มีเสิร์ฟน้ำยุสุให้ทานก่อน สดชื่นดี เมนูที่เสิร์ฟมีทั้งหมด 16 รายการครับ (รวมขนมด้วย) โดยเริ่มที่ แปะก๊วยคั่วเหลือหนึบๆ ขมหน่อย แล้วก็ต่อด้วยไข่ตุ๋นโรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิล

  • เดินเที่ยวและสวดมนต์ขอพรที่ Dazaifu – Kyushu 2014 ตอนที่ 2.1

    โปรแกรมวันที่สองของทริปนี้เราไปใกล้ๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ Fukuoka นั่นก็คือ Dazaifu ที่นี่จะมีศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu แล้วระหว่างทางก็จะมีร้านรวงเต็มไปหมดครับ การเดินทางจากสถานี Hakata นั่น จะวิ่งออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สามารถไปด้วยรถไฟก็ได้หรือไปด้วยรถบัสก็ได้ทั้งสองอย่างจะใช้เวลาพอๆกันคือประมาณ 40 นาที สะดวกวิธีไหนก็ไปวิธีนั้นครับ ออกจากสถานีก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ แวะชิมขนม ซื้อของฝากหรือถ้าจะทานข้าวจริงจังเลยก็ลองแวะทานโซบะบริเวณร้านแถวนี้ได้ครับ ส่วนขนมก็จะมี Umegaemochi ขนมโมจิไส้ถั่วแดง เป็นขนมยอดนิยมของที่นี่


แสดงความคิดเห็น