เจ้หมวย แจ่วฮ้อน จิ้มจุ่มอีสาน ซอยแจ้งวัฒนะ 43

ร้านที่แวะไปคราวนี้ เป็นอีกร้านที่ผมเล็งไว้นานแล้วครับ รู้จักตัวร้านจาก facebook ที่แชร์ๆ กันมา ดูแล้วน่ารับประทาน และก็อยู่ไม่ไกลบ้านมาก แต่กว่าจะลงตัวได้ไปทานก็หลังจากผ่อนคลายมาตราการโควิดนี่หละครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า เจ้หมวย แจ่วฮ้อน จิ้มจุ่มอีสาน อยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 43 ครับ ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่ คือเป็นทาวน์เฮาส์หนึ่งห้อง ติดแแอร์ ฝั่งขวามือเป็นบาร์เหล้าลึกยาวเข้าไป ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะที่นั่งประมาณ 4-5 โต๊ะ

ที่นี่จะไม่รับ walk-in เนื่องจากที่มีจำกัด จึงต้องใช้วิธีโทรจองหรือส่งข้อความเข้าไปจองผ่านทางเพจของร้านครับ ก่อนหน้านี้ร้านเปิดกลางวันด้วย แต่ช่วงนี้เย็นเปิดแค่ช่วงเย็นเท่านั้น

ทางเข้าซอย เป็นป้ายหมู่บ้านสหกรณ์การบินไทย ครับ
ตัวร้านเป็นทาวน์เฮาส์
ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
เมนูอาหาร
ชุดผัก
น้ำซุปรสเผ็ดนิดๆ รสเปรี้ยว กลมกล่อมดี มีเครื่องเทศบางๆ อร่อยเป็นเอกลักษณ์ดีครับ
น้ำจิ้มแจ่ว เปรี้ยวๆ
น้ำจิ้ซีอิ๊วดำ หวานๆ
จานแรกเป็นเนื้อน่อง สไลซ์มากำลังดี
เนื้อดึ๋งกรึ่บๆ รสออกนมๆ
ส่วนอีกจานเนื้อดาวกระจาย
จะนุ่มกว่าหน่อย รสเนื้อวัวเยอะ นมๆ อร่อยดีเช่นกัน
หม้อเดือดๆ
ส้มตำไทย รสหวานนำ ค่อนข้างเผ็ด มะละกอสดกรอบดีครับ
เนื้อย่าง หนึบหน่อย หมักดีมาก ย่างงมากำลังดีไม่สุก เนื้อมีความ juicy ตรงขอบติดมันนิดหน่อย กรึ่บๆ จานนี้ดีเลยครับ จิ้มกับแจ่วเปรี้ยวๆ
คอหมูย่างจะนุ่มๆ มันๆ รสออกทางหวานนำ
สั่งเนื้อดาวกระจายมาเพิ่ม
ปิดท้ายด้วยเสือร้องไห้ จะกรึ่บกว่าเนื้อย่างปกติ จิ้มทานกับแจ่วและข้าวเหนียว เพลินๆ ครับ

สำหรับเมนูอาหารก็จะมีแจ่วฮ้อนหม้อไฟ เป็นเมนูหลัก สามารถเลือกหน้าได้สองชนิดคือ เนื้อน่องลาย และเนื้อดาวกระจาย โดยมีทั้งแบบเซ็ตและแบบจานเติมครับ

ส่วนเมนูอื่นๆ ก็จะมี เนื้อย่าง เสือร้องไห้ย่าง ยำเนื้อ ส้มตำ ถ้าคนไม่ทานเนื้อก็จะมีเป็นชุดแจ่วฮ้อนหมู น้ำตกหมู ลาบหมู คอหมูย่างครับ สำหรับข้าวมีให้เลือกเป็นข้าวญี่ปุ่นกับข้าวเหนียวครับ

ผมสั่งไปทั้งเนื้อน่องและเนื้อดาวกระจายครับ รอไม่นานหม้อน้ำซุปก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ลองตักชิมน้ำดู รสเผ็ดนิดๆ รสเปรี้ยว กลมกล่อมดี มีเครื่องเทศบางๆ อร่อยเป็นเอกลักษณ์ดีครับ

สำหรับชิ้นเนื้อสด จานแรกเป็นเนื้อน่อง สไลซ์มากำลังดี เนื้อดึ๋งกรึ่บๆ รสออกนมๆ ส่วนอีกจานเนื้อดาวกระจาย จะนุ่มกว่าหน่อย รสเนื้อวัวเยอะ นมๆ อร่อยดีเช่นกัน

เมนูย่างผมสั่งมาลองทั้งสามอย่างครับ จานแรกเป็นเนื้อย่าง หนึบหน่อย หมักดีมาก ย่างงมากำลังดีไม่สุก เนื้อมีความ juicy  ตรงขอบติดมันนิดหน่อย กรึ่บๆ จานนี้ดีเลยครับ จิ้มกับแจ่วเปรี้ยวๆ 

ส่วนคอหมูย่างจะนุ่มๆ มันๆ รสออกทางหวานนำ  ส่วนเสือร้องไห้ย่าง จะหนึบๆ หมักรสออกหวานเช่นกัน เสือจะกรึ่บกว่าเนื้อย่างปกติ จิ้มทานกับแจ่วและข้าวเหนียว เพลินๆ ครับ

โดยรวมก็อร่อยดีครับ สำหรับคนชอบลองร้านใหม่ๆ บรรยากาศซ่อนตัวในหมู่บ้านอะไรแบบนี้ เมนูเนื้อย่างขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดเลยครับ ยังไงถ้าอยากไปอย่าลืมโทรไปจองที่นั่งก่อนนะครับ

เจ้หมวย แจ่วฮ้อน จิ้มจุ่มอีสาน ซอยแจ้งวัฒนะ 43
เบอร์ : +66868911817
เปิด : 11.00-22.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    กินปิ้งย่างที่ร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) – Hokkaido ตอนที่ 4.2

    กลับมาจากสวนสัตว์ Asahiyama เราก็เก็บข้าวเก็บของแล้วพักผ่อนอยู่ที่โรงแรม ค่ำๆก็ออกมาหาข้าวกิน วันนี้เดินมาร้าน izakaya ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ 10-15นาทีก็ถึง ร้านนี้ชื่อร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) ตอนหาข้อมูลน่าจะเจอจากเว็บแนะนำของการท่องเที่ยวของ Asahikawa บรรยากาศร้านก็เป็นสไตล์ izakaya ทั่วไป มีห้องส่วนตัวเล็กๆ มีเคาเตอร์ อบอุ่นๆ ครึกครึ้นคนมากินดื่มกัน ในเมืองไทยก็ลองไปดูร้าน นากิยะ หรือ โทราจิโร่ ก็ได้

  • | |

    Good Morning Cafe สถานี Sengadaya

    เป็นร้านสุดท้ายของทริปเดือนตุลาคม 2015 ที่จะเขียนถึงครับ ร้านนี้ไปทานตอนเช้าก่อนจะไปเดินงาน Tokyo Design Week ตัวร้านอยู่นอกเส้นทางปกติของผม คือถ้าไม่มางาน TDW ก็คงไม่มาทาน ที่เปิดดูเหมือนมีอีก 2-3 สาขา ครับ สำหรับสาขานี้อยู่ใกล้สถานี Sengadaya เดินจากสถานีประมาณ 200 เมตรครับ ตัวร้านเปิดตั้งแต่เช้ายันดึก เมนูก็จะเป็นเซ็ตของแต่ละช่วงไป breakfast, lunch, dinner ประมาณนี้ บรรยากาศร้านดูสบายๆ มีโซนข้างในและข้างนอก พอเดินเข้าไปข้างใน รู้สึกร้อนไปหน่อย เลยออกมานั่งตากลมบ้าอยู่โต๊ะเดียว แต่ก็มีฮีทเตอร์ช่วยพอบรรเทาความหนาวยามเช้าในเดือนตุลาคมไปได้ เซ็ตเมนูจะมีเครื่องดื่มด้วย กรุ๊ปของผมสั่งกันคนละเมนู ส่วนตัวผมเองลองเบอร์เกอร์ครับ ปกติไม่ค่อยชอบทานเบอร์เกอร์ แต่วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ ก็เลยสั่งมาลองครับ

  • |

    R Style ร้านขนมใน Omotesando Hills

    จากร้านกาแฟ Omotesando Koffee ก็เดินย้อนกลับมาที่ตัวห้าง Omotesando Hills เพื่อหาอะไรทานเล่นซะหน่อยตอนบ่ายแก่ๆ เนื่องจากที่ร้านกาแฟไม่มีอะไรอยู่ท้องเท่าไหร่ครับ ที่นี่จะเรียกว่าอะไรดี เป็น shopping complex แล้วกันครับ มีร้านเสื้อผ้า ร้านของแต่บ้าน ร้านของมีดีไซน์ ร้านจักรยาน รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมครับ เปิดมาปีนี้ก็ครบ 10 ปี พอดี (เปิดตั้งแต่ 2005) ความเท่อย่างนึงก็คือแต่ละชั้นจะลาดเอียงต่อกัน แบบเดียวกับ Siam Square One นั่นหละครับ สำหรับที่แวะทานบ่ายนี้ชื่อ R Style เป็นร้านขนมญี่ปุ่น แต่วางคอนเซท์และตกแต่งร้านให้ดูร่วมสมัย ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาวๆ มานั่งคุยกัน ชิทแชท ไม่ก็เป็นคู่รักหนุ่มสาวครับ

  • |

    ยี่ปั๊ว ร้านนั่งดื่มพร้อมอาหาร คิดราคาส่ง – เชียงใหม่

    เย็นๆ วันที่สองของทริป หลังจากจิบกาแฟที่ร้าน brewing room ผมและชาวคณะเดินทางกันไปยังร้านชื่อติด ยี่ปั๊ว ทาปาส แอนด์แจ่มบาร์ ใน โครงการ CHOC  ร้านนี้รู้จักครั้งแรกตอนไปงาน Chiang Mai Craft Fest เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ ในงานทางร้านเอาเมนูกับแกล้มมาขายซักสี่ห้าอย่างได้ ผ่านไป 4 เดือนถึงมีโอกาสได้มาลองที่ร้านจริงๆ คอนเซปท์ของที่นี่แปลกดีเหมือนกันครับ คือตามชื่อร้านเลยว่ายี่ปั๊ว นั่นคือทั้งเครื่องดื่มและอาหารจะมีสองราคา ปลีกและส่ง ถ้าสั่ง 6 เมนู ก็จะได้ราคาส่ง สามารถให้ทยอยออกได้ แต่ต้องสั่งทีเดียวเลยนะครับ โดยแยกระหว่างอาหารและเครื่องดื่ม

  • | |

    ไร่องุ่น Hua Hin Hills Vineyard

    หลายๆ คน (รวมถึงผมเมื่อก่อนด้วย) อาจจะคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ได้ แต่พอได้อ่านได้เห็นจากหนังสือและเว็บ ทำให้ทราบว่า เราสามารถปลูกและผลิตไวน์ได้ โดยมีการผลิตมาซักพักนึงแล้วครับ มีการปลูกที่เขาใหญ่ (กรา มอนเต้) หรืออีกเจ้าที่ดังมานานเช่นกันก็คือ ชาโตว์ เดอ เลย (ปลูกที่ภูเรือ จังหวัดเลย) รวมถึงเจ้านี้ ซึ่งเรามีโอกาสได้มาเยี่ยมชมและทานข้าวกลางวัน ที่นี่มีชื่อว่า “Hua Hin Hills Vineyard” ครับ ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่เจ้าของก็คือ สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิต(SPY)และนำเข้าไวน์เจ้าใหญ่นั่นเอง เริ่มคุ้นแล้วรึเปล่าครับ โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Monsoon Valley ซึ่งใช้องุ่นจากที่หัวหินฮิลลส์นี่นำไปผลิตที่โรงงานแถวสมุทรสาคร ความเป็นมาของที่นี่เริ่มตั้งแต่ปี 2546 โดยก่อนที่จะมาเป็นไร่องุ่นเดิมเคยเป็นสถานที่ฝึกและเลี้ยงช้างป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ของโครงการรวม 1,400 ไร่ เป็นพื้นที่เพาะปลูกองุ่นประมาณ 500 ไร่ ด้วยความที่ดินเป็นแบบหินปนทรายมีลักษณ์คล้ายคลึงกับไร่องุ่นแถวเมดิเตอเรเนียนเลยสามารถจะทดลองเพาะปลูกองุ่นได้

  • |

    ร้าน The Bar & Baa – New Zealand 2014 ตอนที่ 12.3

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้ The Bar & Baa อยู่ใกล้ๆ โรงแรมที่พัก จริงๆก็ไม่ใกล้มาก แต่ก็ใกล้ที่สุด เดินพอไหว ที่ต้องเดินมาก็เพราะว่า โรงแรมไม่มีข้าวเย็นให้ทาน พนักงานมาบอกว่ามีแค่ 2-3 อย่าง ก็เลยเดินกันออกมาที่ร้านนี้ ร้านนี้ก็บรรยากาศธรรมดา ดูบ้านๆ ไม่ได้หรูหรา พนักงานพูดคุยเก่ง ถามนู่นถามนี่เล่นมุขตลอดเวลา อาหารก็มีหลากหลายชนิด โดยรวมก็พอทานได้ ไม่ได้อร่อยมาก แต่ก็ไม่เลวร้าย ทานเสร็จก็เดินฝ่าความมืดริมถนนกลับมาที่พัก เตรียมตัวกลับไทยในวันพรุ่งนี้ครับ


แสดงความคิดเห็น