Cuisine de Garden ชิมเทสติ้งเมนูจานสวย ปรุงแต่งจากวัตถุดิบท้องถิ่น ชานเมืองเชียงใหม่

ตอนเช้าทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นวังสิงห์คำ บ่ายๆ ทาน ฮอกไกโดซุปเคอรี่ที่ Supa แล้วก็นั่งทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟ จนเย็นๆ ผมก็เรียกรถ เดินทางออกนอกตัวเมืองลงมาทางทิศใต้

มีจุดหมายอยู่แถว หนองควาย หางดงครับ ไม่ไกลจากร้านลาบขุนเสที่เคยมาเมื่อสองปีก่อน ร้านที่จองมาวันนี้ชื่อว่า Cuisine de Garden ครับ อยู่ในถนนเล็กๆ จากถนนใหญ่เข้ามาประมาณสัก 1 กิโลเมตร

มาถึงหน้าร้านเจอกำแพงสีขาว แล้วเดินเข้ามาทางซ้ายมือผ่านสวน ก็จะเจอตัวร้านที่ซ่อนอยู่ครับ พนักงานงานออกมาต้อนรับด้วยความยิ้มแย้มและพามานั่งที่ห้องฝั่งขวามือซึ่งอยู่ติดกั บครัว

กำแพงสีขาวด้านอก
เดินเข้ามาด้านในครับ
ป้ายหน้าสวน
เดินผ่านสวนเข้าไป
จนสุดทางด้านใน
ก็จะเจอทางเข้าร้านครับ
เข้ามาด้านใน
บรรยากาศภายในโซนที่นั่ง
เคาเตอร์ที่ติดกับครัว
รายการอาหาร
บรรยากาศภายในร้าน
รายการเครื่องดื่ม
กระทงทองแบบชาโคลมีหอยชักตีนจากกระบี่ใส่มาพร้อมกลับข้าวโพดของเชียงใหม่ และ blod lime คำนี้รสเปรี้ยวหวาน กรุบๆ ครีมมี่นิดหน่อย สดชื่นดีครับ ข้าวโพดหนึบ มีรสเค็มท้ายๆ
หอยชักตีนอีกจานครับ เสิร์ฟคู่กับโคจิพริกดองที่ทางร้านหมักเอง ด้านบนโรยด้วยพุทราจีน กูสเบอรี่ กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง รสเปรี้ยวนำขึ้นมาก่อน ตามด้วยเค็มและหวาน ผักด้านบนจะซอยละเอียด กรุบๆ หน่อย ส่วนหอยเนื้อแน่น สดดีไม่คาว
ปลาโอและปลาช่อนทะเลจากจังหวัดชุมพร ปลาโอนำไปดรายเอจก่อนสามวันแล้วเอาไปแช่โชยุ (สึเกะ) โดยตัวโชยุนี่หมักกับมะข่วงด้วยครับ เนื้อปลานุ่มเนียน มีความลื่นเล็กน้อย ซิตรัสบางๆ ชอบมากครับคำนี้ คือประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย
ทานเสร็จเปิดฝาถ้วยลงไปก็จะเจอกับปลาช่อนทะเลจากชุมพรเช่นกัน
ราดด้วยน้ำซอสมะเม่าและผงมะเขือเทศอบแห้ง เนื้อปลาแน่น กรึ่บๆ มีรสเปรี้ยวหน่อย หวานนิด ปลาสดดีครับ ไม่คาว มีรสขมบางๆ
ลำดับถัดมาเป็นอีกเมนูที่มีการเปลี่ยน จริงๆ แล้วต้องเป็นกุ้งลายเสือครับ ผมได้เป็นปลาช่อนทะเลแทน ใส่กับกัวคาโมเล่ซึ่งทำจากอโวคาโดที่ปลูกที่เชียงใหม่นี่เองครับ ด้านบนเป็นดอกข่าโคโช ที่เอาดอกข่ามาตำกับพริกใช้แทนวาซาบิ ส่วนตัวแครกเกอร์ทำจากโคจิข้าว กรอบดีครับ ส่วนกัวคาโมเล่เปรี้ยวเค็ม ได้รสเผ็ดจากดอกข่าบางๆ
มัฟฟิน 3 ทอปปิ้งครับ มีเกล็ดข้าวโพด สีขาวเป็นข้าวท้องถิ่นของชาวเขา ส่วนสีดำเป็นข้าวทับทิมจาก ปาย
เสิร์ฟพร้อมเนย ซึ่งจริงๆ จะเป็นเนยปูอ่อง แต่ของผมเป็นเนยธรรมดาครับ
ตัวมัฟฟินเนื้อนุ่มหลวม เคี้ยวแล้วหนึบๆ ขอบด้านบนจะกรุบๆ รสอ่อนๆ ครับ
บรรยากาศในตอนปรุงอาหารครับ
ไข่ทามาโกะยากิครับ ที่จริงไส้จะเป็นกุ้งฝอยของผมเปลี่ยนเปนปลาดุกนาแทน คลุกเคล้ากับแตงกวาดอง เนื้อปลาซุยๆ ผักกรุบ มีรสเปรี้ยวมาตัด ส่วนไข่เนื้อหลวม รสหวานนิดๆ
จานต่อมาเป็น signature ของร้านครับ ชื่อ The Nest เป็นไข่ออนเซ็น หมี่กรอบ และไก่ฉีกครับ โดยให้เราตอกไข่เอง
ชิ้นไก่นุ่มๆ มีรสเค็มบางๆ ไข่เหลวเข้ากับความกรอบของหมี่กรอบ ตรงไข่แดงข้นหวานครับ
จานเนื้อครับ เป็นเนื้อวัวไทยส่วนสันคอ ดรายเอจ 30 วัน ยางบนถ่านไม้ลำไย ด้านข้างเป็นเนื้อเค็มตุ๋นกะทิ มีก้านตูนสไลซ์เป็นแผ่นวางอยู่ด้านบนคู่กับหน่อไม้น้ำจากเชียงราย ชิ้นเนื้อหนึบๆ หอมกลิ่นควันครับ รสเนื้อเยอะดี ย่างมาสุกพอดีเลย
ส่วนเนื้อตุ๋น ออกซุยๆ รสเค็มหวานกะทิ มีกลิ่นเครื่องแกงนิดหน่อย น้ำราดก็ทำจากเนื้อเค็มครับรสหวานแบบ คาราเมไลซ์ผักด้านบนออกแนวหนึบๆ ครับ
อาหารคาวเมนูสุดท้ายเป็นโอชาสึเกะ ใช้ข้าวจากชาวเขา หุงกับน้ำมันไก่และสมุนไพร เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสต๊อกไก่และมะนาวดอง จริงๆ เค้าเสิร์ฟมาเป็นห่อแล้วให้เราแกะเอง แต่ผมลืมถ่ายรูปครับ ถ่ายแต่ตอนแกะไปแล้วป
อาหารคาวเมนูสุดท้ายเป็นโอชาสึเกะ ใช้ข้าวจากชาวเขา หุงกับน้ำมันไก่และสมุนไพร เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสต๊อกไก่และมะนาวดอง จริงๆ เค้าเสิร์ฟมาเป็นห่อแล้วให้เราแกะเอง แต่ผมลืมถ่ายรูปครับ ถ่ายแต่ตอนแกะไปแล้ว ข้าวเมล็ดใหญ่หนึบๆ อารมณ์แบบพวกข้าวซ้อมมือครับ ตัวซุปร้อนจี๋ รสเค็มกลมกล่อม เข้มข้นดี เปรี้ยวนิดๆ เมนูนี้ก็ชอบครับ
ของหวานจานแรกเป็นกรานิต้าที่ทำจากมะม่วงหาว มะนาวโห่ หมักกับน้ำตาลเพื่อตัดรสเปรี้ยวแล้วเอามาปั่นกับมะพร้าวครับ รสเปรี้ยวเค็ม เย็นสดชื่น เนื้อซุยๆ มีแบบเทกเจอร์ ล้างปากดีครับ
จานที่สองเป็นบานอฟฟี่ทำจากกล้วยไข่ปิ้ง ด้านล่างเป็นแผ่นแป้งโคจิ ส่วนชอคโกแลตจากจังหวัดน่าน ด้านบนโรยด้วยกลีบกุหลาบจากสวนด้านนอกของทางร้านนั่นเองครับ ชิ้นกล้วยดึ๋ง หนึบ รสคาราเมลๆ ชอคโกแลตหลวมๆ หวานกำลังดี
กล้วยอยู่ด้านล่าง
ปิดมื้อด้วยชาอู่หลงยอดน้ำค้าง รสฟรุตตี้ๆ
เสิร์ฟมาพร้อมกับก้อนหินที่ทานได้ ทำจากน้ำเสาวรสที่เคลือบด้วยเนยกับผงชาโคล ครับ ลูกเล่นคือจะเสิร์ฟมาพร้อมกับหินจริงๆ ฮ่าๆๆ
รสออกเนยๆ หวาน เปรี้ยว มันครับ

ร้าน Cuisine de Garden เปิดตั้งแต่ 2011 เสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส โดยเป็นอาหารผสมผสาน ใช้วัตถุดิบต่างๆ จากภายในประเทศ เช่น ปลาจากภาคใต้ ข้าวจากภาคเหนือ แบ่งเสิร์ฟเป็นหมวด Seafood Temptation และ Farm Land ปรุงและจัดเรียงมาในจานอย่างสวยงามสไตล์ร้านไฟน์ไดนิ่งครับ ในคอร์สสามารถเลือกไวน์แพริ่งได้ด้วย

โดยจะเริ่มจากฝั่งทะเลเสิร์ฟเป็นเรียกน้ำย่อยจานแรกก่อนครับ เป็นกระทงทองแบบชาโคลมีหอยชักตีนจากกระบี่ใส่มาพร้อมกลับข้าวโพดของเชียงใหม่ และ blod lime คำนี้รสเปรี้ยวหวาน กรุบๆ ครีมมี่นิดหน่อย สดชื่นดีครับ ข้าวโพดหนึบ มีรสเค็มท้ายๆ 

รายการต่อมาจริงๆ จะเป็นปลาหมึก แต่ผมแพ้ก็เลยได้เป็นหอยชักตีนอีกจานครับ เสิร์ฟคู่กับโคจิพริกดองที่ทางร้านหมักเอง ด้านบนโรยด้วยพุทราจีน กูสเบอรี่ กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง รสเปรี้ยวนำขึ้นมาก่อน ตามด้วยเค็มและหวาน ผักด้านบนจะซอยละเอียด กรุบๆ หน่อย ส่วนหอยเนื้อแน่น สดดีไม่คาว 

ตามมาด้วยเมนูปลา เป็นปลาโอและปลาช่อนทะเลจากจังหวัดชุมพร ปลาโอนำไปดรายเอจก่อนสามวันแล้วเอาไปแช่โชยุ (สึเกะ) โดยตัวโชยุนี่หมักกับมะข่วงด้วยครับ เนื้อปลานุ่มเนียน มีความลื่นเล็กน้อย ซิตรัสบางๆ ชอบมากครับคำนี้ คือประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย

ทานเสร็จเปิดฝาถ้วยลงไปก็จะเจอกับปลาช่อนทะเลจากชุมพรเช่นกัน ราดด้วยน้ำซอสมะเม่าและผงมะเขือเทศอบแห้ง เนื้อปลาแน่น กรึ่บๆ มีรสเปรี้ยวหน่อย หวานนิด ปลาสดดีครับ ไม่คาว มีรสขมบางๆ

ลำดับถัดมาเป็นอีกเมนูที่มีการเปลี่ยน จริงๆ แล้วต้องเป็นกุ้งลายเสือครับ ผมได้เป็นปลาช่อนทะเลแทน ใส่กับกัวคาโมเล่ซึ่งทำจากอโวคาโดที่ปลูกที่เชียงใหม่นี่เองครับ ด้านบนเป็นดอกข่าโคโช ที่เอาดอกข่ามาตำกับพริกใช้แทนวาซาบิ ส่วนตัวแครกเกอร์ทำจากโคจิข้าว กรอบดีครับ ส่วนกัวคาโมเล่เปรี้ยวเค็ม ได้รสเผ็ดจากดอกข่าบางๆ

จบหมวดทะเลไปก็เป็นหมวด Farm Land ครับ เริ่มด้วยมัฟฟิน 3 ทอปปิ้งครับ มีเกล็ดข้าวโพด สีขาวเป็นข้าวท้องถิ่นของชาวเขา ส่วนสีดำเป็นข้าวทับทิมจาก ปาย เสิร์ฟพร้อมเนย ซึ่งจริงๆ จะเป็นเนยปูอ่อง แต่ของผมเป็นเนยธรรมดาครับ ตัวมัฟฟินเนื้อนุ่มหลวม เคี้ยวแล้วหนึบๆ ขอบด้านบนจะกรุบๆ รสอ่อนๆ ครับ

ต่อด้วยไข่ทามาโกะยากิครับ ที่จริงไส้จะเป็นกุ้งฝอยของผมเปลี่ยนเปนปลาดุกนาแทน คลุกเคล้ากับแตงกวาดอง เนื้อปลาซุยๆ ผักกรุบ มีรสเปรี้ยวมาตัด ส่วนไข่เนื้อหลวม รสหวานนิดๆ

จานต่อมาเป็น signature  ของร้านครับ ชื่อ The Nest เป็นไข่ออนเซ็น  หมี่กรอบ และไก่ฉีกครับ ชิ้นไก่นุ่มๆ มีรสเค็มบางๆ ไข่เหลวเข้ากับความกรอบของหมี่กรอบ ตรงไข่แดงข้นหวานครับ

แล้วก็เป็นจานเนื้อครับ เป็นเนื้อวัวไทยส่วนสันคอ ดรายเอจ 30 วัน  ยางบนถ่านไม้ลำไย ด้านข้างเป็นเนื้อเค็มตุ๋นกะทิ มีก้านตูนสไลซ์เป็นแผ่นวางอยู่ด้านบนคู่กับหน่อไม้น้ำจากเชียงราย ชิ้นเนื้อหนึบๆ หอมกลิ่นควันครับ  รสเนื้อเยอะดี ย่างมาสุกพอดีเลย 

ส่วนเนื้อตุ๋น ออกซุยๆ รสเค็มหวานกะทิ มีกลิ่นเครื่องแกงนิดหน่อย น้ำราดก็ทำจากเนื้อเค็มครับรสหวานแบบ คาราเมไลซ์ผักด้านบนออกแนวหนึบๆ ครับ

อาหารคาวเมนูสุดท้ายเป็นโอชาสึเกะ ใช้ข้าวจากชาวเขา หุงกับน้ำมันไก่และสมุนไพร เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสต๊อกไก่และมะนาวดอง จริงๆ เค้าเสิร์ฟมาเป็นห่อแล้วให้เราแกะเอง  แต่ผมลืมถ่ายรูปครับ  ถ่ายแต่ตอนแกะไปแล้ว ข้าวเมล็ดใหญ่หนึบๆ อารมณ์แบบพวกข้าวซ้อมมือครับ ตัวซุปร้อนจี๋ รสเค็มกลมกล่อม เข้มข้นดี เปรี้ยวนิดๆ เมนูนี้ก็ชอบครับ

ของหวานจานแรกเป็นกรานิต้าที่ทำจากมะม่วงหาว มะนาวโห่ หมักกับน้ำตาลเพื่อตัดรสเปรี้ยวแล้วเอามาปั่นกับมะพร้าวครับ รสเปรี้ยวเค็ม เย็นสดชื่น เนื้อซุยๆ มีแบบเทกเจอร์ ล้างปากดีครับ

จานที่สองเป็นบานอฟฟี่ทำจากกล้วยไข่ปิ้ง ด้านล่างเป็นแผ่นแป้งโคจิ ส่วนชอคโกแลตจากจังหวัดน่าน ด้านบนโรยด้วยกลีบกุหลาบจากสวนด้านนอกของทางร้านนั่นเองครับ ชิ้นกล้วยดึ๋ง หนึบ รสคาราเมลๆ ชอคโกแลตหลวมๆ หวานกำลังดี 

ปิดมื้อด้วยชาอู่หลงยอดน้ำค้าง รสฟรุตตี้ เสิร์ฟมาพร้อมกับก้อนหินที่ทานได้ ทำจากน้ำเสาวรสที่เคลือบด้วยเนยกับผงชาโคล ครับ ลูกเล่นคือจะเสิร์ฟมาพร้อมกับหินจริงๆ ฮ่าๆๆ รสออกเนยๆ หวาน เปรี้ยว มันครับ

ใช้เวลาในมื้อนี้ทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงครับ เป็นมื้อที่ผมประทับใจมากที่สุดมื้อหนึ่ง อาหารอร่อย บรรยากาศดี พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสมากครับ ราคาก็ไม่แพงด้วย เสียดายวันที่ไปเชฟแนนไม่อยู่ พนักงานแจ้งว่าตกเครื่อง ถ้ามีโอกาสจะกลับไปทานอีกครับ ร้านนี้อยากให้ไปลองกันดูครับ

Cuisine de Garden หางดง เชียงใหม่
เบอร์ : +66817741479
เปิด : 18.00-21.30 ปิดวันจันทร์
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • | |

    รีวิวโรงแรม Hotel Erdinger Weißbräu – Erding, Germany

    เดือนกันยายนปี 2016 ผมและครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวยุโรปกันครับ ไม่ได้ไปหลายปีเลยครับ ก่อนหน้านี้ต้องย้อนไปถึงปี 2013 โน่น ทริปนี้จะเริ่มที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนีและไปจบที่เมืองโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ผมออกเดินทางจากไทยด้วยสายการบิน Finnair ไปผ่านฟินแลนด์แล้วก็เปลี่ยนเครื่องไปมิวนิค พอมาถึงมีปัญหานิดหน่อยคือรถเข็นของหลานมาไม่มาด้วย กว่าจะคุยกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยก็เป็นชั่วโมงครับ ออกมาก็โทรคุยกับพี่คนไทยที่ได้ติดต่อว่าจ้างให้ขับรถให้เราตลอดทริปนี้ครับ จากสนามบินขับรถไม่ไกลก็ถึงเมือง Erding ที่พักคืนแรกครับ ซึ่งตอนหาโรงแรมมาก็สะดุดโรงแรมนี้ เพราะชื่อ Erdinger Weißbräu คุ้นๆ กันไหมครับ ที่เมืองนี้ก็คือต้นกำเนิดของเบียร์ยี่ห้อ Erdinger นั่นเองครับ ตอนแรกคิดว่านอนในโซนโรงเบียร์เลย แต่ปรากฎว่าตัวโรงไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ กลายเป็นโรงแรมและร้านอาหารอย่างเดียว

  • |

    ครัวคุณนิด อุดรธานี

    ตอนกลางวันออกไปกิน ไก่ตุ๊ป่อง ร้านนอกเมือง พอตอนเย็นก็นัดกับเพื่อนๆ มาลองทานร้านในเมืองกันครับ เสิร์ชดูจากเน็ตนี่หละครับว่าร้านไหนน่าลอง เจอร้านนี้ ครัวคุณนิด ดูน่าอร่อย ตัวร้านเป็นห้องใหญ่ๆ เหมือนห้องโถงจัดเลี้ยงงาน แอร์เย็นสบายครับ ลูกค้าในร้านเยอะพอสมควร แต่พนักงานก็เยอะ บริการไวดีครับ รายการอาหารก็จะเน้นอาหารอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูท้องถิ่นของจังหวัดอุดร อย่าง ไก่แป๊ะซะ แกงหวาย แล้วก็เมนูที่ทำจากปลาเนื้อ่อน หรือปลาตอง อะไรอย่างนี้ เอาไปทำหมก เอาไปแกง เอาไปทอด

  • The Larder Cafe & Bar อาหารเช้าแบบฝรั่ง นิมมานเหมินท์ – เชียงใหม่

    วันสุดท้ายก่อนกลับบ้านในช่วงบ่ายๆ ตอนเข้าผมเดินทางออกจากที่พัก Airbnb ไปยังร้าน Larder Cafe ซึ่งเจอเมื่อวานอย่างไม่ตั้งใจครับ คือเดินทะลุซอยเพื่อจะไปยังถนนนิมมานเหมินท์เห็นร้านนี้คนเยอะกลับมาเปิดดูรูป เอ้อน่ากินเลยแวะมาลองดู ร้านอยู่ในซอยสุขเกษมซึ่งก็จะทะลุมาออกถนนนิมมานเหมินท์ได้ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ด้านหน้ามีโซนที่นั่งเอาท์ดอร์ ภายในร้านมีโต๊ะข้างๆ แล้วก็สามารถนั่งบริเวณเคาเตอร์ได้ด้วยครับ วันที่ผมไปเป็นเช้าวันธรรมดาลูกค้าเยอะพอสมควรแต่ก็น้อยกว่าเมื่อวานที่เดินผ่าน(วันหยุด) ลูกค้ามีทั้งต่างชาติและคนไทย ปนๆกัน เมนูของที่นี่จะเป็นพวก Open Sandwich สลัด แซนด์วิช โยเกิร์ต ธัญพืชต่างๆ โดยมี extra topping ให้สั่งเพิ่มได้ เครื่องก็จะเป็นกาแฟ มิลค์เชค และน้ำผลสดครับ

  • |

    Hoppipolla ซี่โครงบาร์บีคิวริมเขาร้านดัง เชียงใหม่

    ร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่รอบนี้ชื่อว่า Hoppipolla เป็นร้านที่ไปรู้จักแบบไม่ตั้งใจและไม่รู้มาก่อนว่าเค้าดัง เรื่องของเรื่องคือผมแวะไปลองร้านคราฟท์เบียร์ Salicha ที่อยู่ติดกัน แล้วก็เห็นเออ ร้านนี้คนเยอะดี ขายซี่โครงของชอบ ก็เลยเข้าไปสอบถาม พนักงานบอกถ้าม่ได้จองมาไม่มีโต๊ะครับ ไอ้ผมไม่เดือดร้อนอยู่แล้วเพราะอิ่มมาก่อน ตั้งใจมาจิบเบียร์เฉยๆ ก็เลยขอจองวันพฤหัสบดี (ร้านปิดวันพุธ) เดี๋ยวค่อยกลับมาลองอีก พอวันพฤหัสบดีช่วงๆเย็นๆ ก็ขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 12-13 กิโลฯ มาทางอำเภอหางดง เป็นถนนเส้น หางดง-สะเมิง มาถึงร้านเกือบๆ หกโมงพอดีครับ ตัวร้านเป็นโต๊ะเอาท์ดอร์ติดถนน มีเตาแบบถังรมควันอยู่ 3 ถัง ด้านหลังเป็นป่าๆ ให้อารมณ์ธรรมชาติดี หอมกลิ่นรมควัน ส่วนอากาศต้นกุมภาฯ ก็เย็นสบาย

  • ข้าวขาหมู บางซ่อน ถนนสามัคคี นนทบุรี

    ร้านที่ไปวันนี้ เป็นอีกหนึ่งที่ผมผ่านไปผ่านมาเกือบทุกวัน เพราะอยู่บนถนนที่ผมใช่สัญจรไปยังที่ทำงานครับ วันก่อนก็เลยได้ลองแวะชิม ร้านนี้คือร้าน ‘ข้าวขาหมู บางซ่อน’ ครับ ร้านอยู่บนถนนสามัคคี ถ้าเข้าจากทางฝั่งถนนติวานนท์จะประมาณ 900 เมตรครับ อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ มีที่จอดรถได้ด้านหน้านิดหน่อย ตัวร้านแบบเปิดโล่ง หลังคาสูง สำหรับเมนูก็จะมีแต่ข้าวขาหมูอย่างเดียวครับ มี เนื้อ เอ็น หนัง ไส้ ไข่ บนกระดานไม่มีคากิ แต่ก็สั่งได้ครับ มีน้ำแกงคือซุปมะระกระดูกอ่อน และของกินเล่นเป็นกุนเชียงทอด

  • Aung Mingalar Shan Noodle ก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยใจกลางเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

    ทยอยเก็บตกร้านต่างๆ ตามทริปที่ไปมาก่อนจะเกิดโควิดครับ ฮ่าๆ คราวนี้มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าครับ เป็นร้านที่ผมแวะไปทานหลังจากกลับจากงาน Myanmar Craft Beer Fest ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Aung Mingalar Shan Noodle ครับ อยู่ตรงหัวมุมถนน Nawaday ตัดกับถนน Bo Yar Ynunt ขนาดร้านใหญ่เหมือนกันครับ แต่ลูกค้าก็แน่นร้านเลยมีทั้งคนท้องถิ่นและก็นักท่องเที่ยว เมนูของที่นี่ค่อนข้างเยอะครับ มีของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่า ซาลาเปา เต้าหู้ทอด มีจานหลักเป็นก๋วยเตี๋ยวแบบรัฐฉานมีเส้นเล็ก เส้นใหญ่และก็บะหมี่ เนื้อสัตว์มีทั้ง หมู ไก่ และเนื้อวัวครับ นอกจากนั้นก็จะมีเมนูหม้อดิน และเมนูสลัดต่างๆ รวมถึง ข้าวผัดและผัดผักครับ


แสดงความคิดเห็น