ทานข้าวและชิมไวน์ที่ Northburn – New Zealand 2014 ตอนที่ 11.2
ซื้อของที่ Jone’s Fruit Stall เสร็จเราก็ขับขึ้นเหนือผ่านตัวเมือง Cromwell แล้วข้ามแม่น้ำ Kawarau ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ก็มาถึง โรงไวน์ Northburn
ซื้อของที่ Jone’s Fruit Stall เสร็จเราก็ขับขึ้นเหนือผ่านตัวเมือง Cromwell แล้วข้ามแม่น้ำ Kawarau ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ก็มาถึง โรงไวน์ Northburn
เดินเที่ยวเล่นในเมือง Arrowtown ซักพัก ก็ได้เวลาอาหารหลางวันครับ ตอนแรกมีเล็งๆไว้ 2-3 ร้าน แต่พอเดินไปดูก็คนเยอะ แน่น ไม่มีที่ ต้องรอคิว ก็เลยหาร้านอื่นๆดูว่ามีอะไรทานบ้าง จนมาเจอร้านนี้ The Fork & Tap ตัวร้านจะอยู่ตรงหัวมุม ถนน Buckingham ตัดกับถนน Wiltshire พอดี มีที่นั่งด้านนอกด้วย อากาศกำลังดี แดดไม่แรง เราก็เลยนั่งข้างนอกครับ ด้านในบรรยากาศจะให้อารมณ์เหมือนอยู่ในผับสไตล์อังกฤษ ประมาณนั้น ร้านนี้นอกจากอาหารแล้วก็จะมีเบียร์หลายๆ ชนิดให้ดื่มได้ โดยเบียร์สดก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วง ซึ่งเราก็ได้ลองสั่งมาทาน 2-3 แบบครับ สำหรับอาหารโดยรวม ก็อร่อยใช้ได้นะครับ
หลังจากชมวิวไป 2 ที่เราก็มาทานข้าวกลางวันกัน โดยขับรถมาจอดแถวถนน Ardmore ซึ่งติดอยู่กับทะเลสาบ แถวนี้มีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านเครื่องดื่มอยู่หลายร้านเหมือนกันครับ เปิดดูคะแนนจาก Trip Advisor ก็มีชื่อร้าน Lake Bar นี่อยู่อันดับต้นๆ ดูรูปอาหารก็ดูน่าทานดี ก็เลยเลือกร้านนี้ เราเข้าร้านไปช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว เลยมีลูกค้าอยู่ 2 โต๊ะเท่านั้นเอง มาถึงพนักงานก็ถามว่าจะทานเครื่องดื่มอะไร โดยที่นี่มี Monteith’s เบียร์ดังของ New Zealand เจ้าหนึ่ง เสิร์ฟเป็นเบียร์สดอยู่หลาย tap ไล่สีสันสวยงาม ก็เลยสั่งมา 1 เหยือก ก่อนจะสั่งอาหาร อาหารที่นี่ก็จะเป็นอาหารฝรั่งทั่วไปครับ พวก fish & chip, banger & mash อะไรพวกนี้ มีพิเศษคือ platter จานใหญ่ๆ รวมหลายๆ อย่าง ก็เลยสั่งมาลอง 1 จาน
วันนี้เรามีโปรแกรมขับรถยาววันสุดท้าย ราวๆ 180 กิโลเมตร เพื่อจะไปพักที่ Queenstown ซึ่งเราจะไปแวะเที่ยวที่ Lake Wanaka ด้วย check out เสร็จก็ออกเดินทาง โดยแวะซื้อขนมปังและกาแฟ ที่ร้านใกล้ๆที่พักชื่อ Oasis Cafe and Bar ตั้งชื่อได้ตรงดีครับ เพราะเมืองนี้มันเงียบและเล็กจริงๆ 😀 เติมพลังแล้วเราก็ลุยต่อไปจุดหมายแรกของวันนี้ ‘Lake Wanaka’ ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่แวะ Lake Wanaka กูเกิ้ลก็จะแนะนำให้เราไปถนนหมายเลข 8 ซึ่งเส้นและขับง่ายกว่า แต่ไปอ่านมาว่าจาก Wanaka ไป Queenstown นี่ให้วิ่งเส้น Cardrona Valley Rd เพราะจะสวยกว่า วิ่งฝ่ากลางเขาไปทั้ง 2 ข้าง แต่ก็ต้องขับยากกว่าเช่นกันครับ
เก็บกระเป๋าเสร็จ เราออกมาทานข้าวเย็นกันครับ จากที่พักมาประมาณ 800 เมตรเท่านั้นเอง มาถึงตอนแรกมืดสนิท ในใจก็เอ เปิดรึเปล่า เดินๆ ส่องๆ จนเห็นว่า ตัวร้านอยู่ห่างจากที่จอดพอสมควรก็เดินฝ่าความมดเข้าไปจนถึงตัวร้าน มีลูกค้าอยู่เพียง 2-3 โต๊ะเท่านั้นครับ ที่นี่นอกจากจะเป็นร้านอาหารแล้ว ในช่วงกลางวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆให้เล่นด้วย เช่นจับ ปลาแซลมอน นั่งเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ะวก เดินป่า ปั่นจักรยานอะไรอย่างนี้ครับ บรรยากาศร้านดูโล่งๆ สบายๆ อาหารไม่ช้า แต่ก็ไม่เร็วเท่าไหร่ น่าจะเพราะมีพนักงานอยู่ 2-3 คนครับ
ออกเดินทางจาก Mt. Cook Alpine Salmon ผ่านตัวเมือง Twizel เราก็เจอฟาร์ม Salmon อย่างไม่ตั้งใจ 1 เจ้า ฟาร์มนี้อยู่นอกโปรแกรมที่วางไว้ ขับรถเลยไปแป๊บนึงแล้วแต่ก็วันกลับมาดู เพราะเห็นว่ามีบ่ออยู่ ชื่อว่า High Country Salmon อยู่เลยจากตัวเมือง Twizel มานิดเดียว พระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว ทำให้เราต้องรีบเข้าไปเดินสำรวจ ตัวฟาร์มจะดูบ้านๆกว่า ของ Mt. Cook Alpine Salmon มีห้องขายปลาแซลมอนแบบต่างๆอยู่ แต่ไม่ได้ใส่ในตู้เย็น ใส่เอาไว้ในลังน้ำแข็งแทน เดินผ่านตัวร้านไปด้านหลังจะมีบ่อหลายๆขนาดอยู่ มีปลาอยู่เยอะพอสมควร สามารถให้อาหารได้ด้วย โดยไม่เสียเงิน แต่ให้บริจาคค่าอาหารตามศรัทธา
ขับรถออกมาประมาณ 9 กิโลเมตร จาก Tasman Lake เราก็มาถึงร้าน The Old Mountaineers’ Cafe & Bar เป็นร้านที่อยู่ในบริเวณหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้เชิงเขา Mount Cook พวกโรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ก็จะอยู่แถวนี้กัน สำหรับร้านอาหารแถวนี้ไม่ค่อยมีตัวเลือกมากนัก ถ้าไม่ใช่ร้านนี้ก็จะเป็นร้านอาหารของโรงแรม เลยตัดสินเลือกร้านได้ไม่ยากครับ บรรยากาศร้านจะตกแต่งด้วยไม้ๆ และ อุปกรณ์ต่างๆ ดูเป็นเหมือนกับบ้านพักของนายพรานที่มาล่าสัตว์ในหุบเขานี้หรือเหล่านักปีนเขา ก็เลยกลายมาเป็นชื่อของร้านนี้นั่นเอง วันที่เราไปมีลูกค้าอยู่ 3-4 โต๊ะ อาหารรอไม่นานมาก แป๊บเดียวก็ยกมาเสิร์ฟครับ
ไม่ได้เดินทางไปแถวถนนข้าวสารนานมากๆ แล้วครับ อาจจะราว 4-5 ปีได้ บรรยากาศไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก มีถนนดูเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิมหน่อย อีกอย่างที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนผิดหูผิดตาก็คือถนนรามบุตรี(ถนนด้านหลังถนนข้าวสาร) เมื่อก่อนมันจะเงียบๆ ไปคราวนี้ร้านดูเยอะขึ้น ตกแต่งร้านกันจริงจังมาก อาจจะเพราะมีการจัดระเบียบข้าวสาร คนเลยย้ายมารามบุตรีกันแทน มาข้าวสารก็เลยไปลองร้านดัง Mulligan’s ได้รับความนิยมมานาน ส่วนตัวเพิ่งเคยมาครั้งแรก ตัวร้านจะอยู่ในตึก โรงแรม Buddy Lodge / Buddy Shopping Plaza ที่มีร้าน McDonald และร้าน Brick Bar เป็นฝั่งที่ใกล้กับถนนตะนาว ร้านมีด้านล่างกับด้านบน ร้านด้านล่างจะเป็นเอาท์ดอร์ริมถนน ชั้นบนจะอยู่ในตัวตึกต้องขึ้นบันไดไปชั้น 2 ครับ 2 ชั้นบิลล์จะแยกกันนะครับ ถ้าจะย้ายต้องจ่ายให้จบเป็นชั้นไปก่อน ที่นี่มีขายทั้งอาหารฝรั่งและมีเมนูไทยประปรายบ้าง เครื่องดื่มก็มีทั้งเบียร์ คอกเทล เหล้า เราไปถึงช่วงหัวค่ำ ร้านชั้นบนยังสว่างๆอยู่ พอดึกหน่อยจะเริ่มหรี่ไฟ มีวงสดเล่นครับ
ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ตัวร้านอยู่ถึงคลองสาน ฝั่งธน ที่เราไม่ค่อยได้มีธุระปะปังมาแถวนี้บ่อยนัก จนต้องมางานที่ร้านหนังสือ ก็องดิด เลยได้ชิมร้าน The Never Ending Summer แห่งนี้เสียที ตัวร้านจะอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันที่เรียกว่า The Jam Factory คือเป็นโกดังเก่ามารีโนเวทประมาณ 3 หลังขนาดกลางๆ ที่อ่านเจอมาคือเป็นโรงงานผลิตถ่านไฟฉายและโรงน้ำแข็ง โกดัง 3 หลังนี้ ก็จะแบ่ง ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ anyroom ร้านหนังสือก็องดิด ร้านกาแฟ ไล-บรา-รี่ หลังตรงกลางเป็นออฟฟิศของ DBALP ของสถาปนิกชื่อดัง ดวงฤทธิ์ บุนนาค และหลังสดท้ายก็คือร้าน The Never Ending Summer นี่หละครับ ทั้งบรรยากาศและชื่อร้านฟังดูเป็นฝรั๊ง ฝรั่ง แต่ที่จริงแล้วเป็นร้านอาหารไทย มีเมนูอาหารไทยเยอะแยะและหลากหลายมาก บรรยากาศร้านก็ดูเท่ๆ ลอฟท์ๆ ซึ่งคุณดวงฤทธิ์ผู้ออกแบบก็เป็นหุ้นส่วนร้านนี้ด้วย เราไปช่วงหัวค่ำวันเสาร์ เต็มทุกโต๊ะ แนะนำว่าควรโทรจองครับ