Craft Beer

  • The Lost Abbey โรงเบียร์ดังเน้นสไตล์เบลเยี่ยม เมือง San Marcos – California

    เรามาถึงเมือง San Marcos ช่วงเย็นๆ หลังจากเช็คอิน เก็บของที่โรงแรมแล้ว ก็ออกเดินทางต่อด้วย Uber ไปยังโรงเบียร์ที่ 3 ของวันนี้ครับ เป็นอีกหนึ่งโรงดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อนั่นก็คือ The Lost Abbey Lost Abbey ได้เปิดโรงนี้ในปี 2006 เบียร์ที่ผลิตนั้นจะเน้นเป็นสไตล์เบลเยี่ยมเป็นหลัก แต่จุดกำเนิดนั้นเริ่มมาก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1997 โดย Tomme Arthur (Co-Founder ของ Lost Abbey) ได้เข้าไปเป็น brewer ของ Pizza Port และก็ได้ต้มเบียร์ชื่อ Dubbel Overhead Abbey Ale ซึ่งนับได้ว่าเป็นเบียร์เบลเยี่ยมตัวแรกของโรง แล้วก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้รับคำชมมากมาย ฝึกวิชาอยู่หลายปี จนปี 2005 ก็มีโรงเป็นของตัวเองเมื่อ Stone ย้ายไปยังโรงใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล Vince และ Gina Marsaglia Tomme Arthur …

  • |

    Devilish Chews+Brews เมนูรมควัน เสิร์ฟพร้อมคราฟท์เบียร์ – สุขุมวิท 101/1

    วันก่อนไปอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์นานแล้วครับ แต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านพอสมควรเลยไม่ได้ไปซะที พอดีธุระใกล้ๆ ก็เลยได้ไปลองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Devilish Chews+Brews ครับ ตัวร้านอยู่ในโครง Di Wavery ซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ถ้ามา BTS ลงสถานีอุดมสุขจะใกล้ที่สุดครับ ตัวร้านเป็นห้องในโครงการขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตอนแรกที่ดูรูปในเน็ตผมคิดว่อยู่ในตึกอะไรประมาณนี้ ตกแต่งสีโทนดำๆ หน่อยครับ มีห้องใหญ่ตรงกลางแล้วด้านในมีอีกห้องขนาดเล็กกว่าหน่อย ตอนไปถึงลูกค้ายังไม่มี แป๊บเดียวพอเริ่มค่ำๆ ลูกค้ามาเพียบเลยครับ เป็นโต๊ะจองหลายโต๊ะ แนะนำว่าถ้ามาหลายคน ควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ

  • |

    Dumbo แจ๊ซบาร์ดาดฟ้าชั้น 6 ย่านสะพานควาย – พหลโยธิน

    ถ้าฝนไม่ตก บรรยากาศร้านที่อยู่บนดาดฟ้ามักจะชิลล์เสมอครับ ลมเย็นสบาย ไฟจากตึกสูงในเมือง ยิ่งถ้าได้ดนตรีๆ ดี อาหารอร่อยหน่อยนี่จะเยี่ยมเลย ซึ่งร้านที่ผมมีโอกาสได้ไปวันก่อนนั้นก็มีองค์ประกอบอย่างที่กล่าวมา ร้านนี้มีชื่อว่า DUMBO เป็นร้านที่อยู่บนดาดฟ้าชั้น 6 ของอาคารพาณิชย์บนถนน พหลโยธิน ใกล้กับแยกสะพานควายครับ วันที่ไปเป็นค่ำวันอาทิตย์ ตอนแรกดูใน google map เขียนว่าเปิด พอดูในเพจดันเขียนปิด ก็เลยตัดใจแล้ว แต่พอเดินผ่านข้างล่าง สอบถามร้านที่ชั้นหนึ่ง เค้าบอกเปิด ก็เลยเดินไต่ขึ้นไปหกชั้น เล่นเอาหอบพอสมควร

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)

  • Ale Smith จิบเบียร์สดๆ ภายในโรงเบียร์ชานเมือง San Diego

    เช้าวันที่สองของทริปแคลิฟอร์เนีย ช่วงสายๆ ผมและชาวคณะเดินทางออกนอกเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง (เราจะออกไปนอนนอกเมืองกัน 2 คืนครับ เป้าหมายของเราอยู่ห่างออกไปประมาณ 24 กิโลเมตร นั่งรถก็ราว 20 กว่านาที เราไปกันด้วย Uber ไม่นานก็มาถึงโรงเบียร์แรกของวันนี้ เป็นยี่ห้อที่หลายคนน่าจะคุ้นเคย ที่นี่คือ ‘Ale Smith’ ครับ Ale Smith ก่อตั้งในปี 1995 เรียกว่าเก่าแก่พอสมควร สำหรับโรงที่เรามากันวันนี้ เป็นโรงที่สองของแบรนด์ เปิดใช้งานเมื่อปี 2015 โดยโรงดั้งเดิมนั้นอยู่ห่างไปเพียง 1.3 (ปัจจุบันกลายเป็น Mikkeller San Diego)

  • 10 Barrel Brewpub 20 แทปใจกลางเมือง San Diego

    จาก Hopping Pig ชาวคณะก็เดินเท้าต่อไปยังเป้าหมายต่อไป ระหว่างทางฝนเริ่มลงหนักคือทางไม่ไกลมาก แต่ฝนลงเลยเดินลำบากกันพอสมควรครับ ไม่นานเราก็มาถึงเป้าหมายที่ 2 ของคืนนี้ เป็นโรงเบียร์ขนาดกลางๆ ชื่อว่า 10 Barrel ที่นี่เป็นโรงต้ม และก็มีส่วนแทปรูมขายเบียร์ด้วยเลย ตัวโรงขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ เข้ามาฝั่งซ้ายเป็นโซนโต๊ะนั่งกิน ตรงกลางเป็นส่วนของของที่ระลึก ส่วนฝั่งขวาเป็นโต๊ะยืน แล้วก็เป็นโซนของแทปรูม มีแบคกราวนด์เป็นถังเฟอร์เมนท์ กลับมาเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่าแบรนด์ 10 Barrel นั้น อายุยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ ก็ตั้งเมื่อปี 2006 ที่เมือง Bend, Oregon ส่วนที่ San Diego นี่ เปิดเมื่อปี 2017 เองครับ ค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว

  • The Hopping Pig คราฟท์เบียร์บาร์ 32 แทปใจกลางเมือง San Diego

    เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบราวๆ 20 ปี ได้ โดยทริปนี้ได้มาร่วมเดินทางกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์หลากหลายยี่ห้อของบ้านเราครับ ทริปนี้มีสองเมืองหลักๆ คือ San Diego และ San Francisco โดยเราจะไปเริ่มที่ San Diego เมืองแห่งคราฟท์เบียร์กันก่อน ที่นี่มีโรงเบียร์มากถึง 150 กว่าโรง หลายแบรนด์เป็นที่รู้จักและคุ้นตาของเราอยู่แล้ว  คืนแรกเราไปทานข้าวและจิบเบียร์กันที่ร้าน Hopping Pig ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ เดินไปได้ครับ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 32 แทป หลากหลายสไตล์ หลายยี่ห้อครับ

  • Cafe Lembeek รวมเบียร์เบลเยี่ยมดีๆ เพียบ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

    คราฟท์เบียร์ร้านสุดท้ายของทริปนาโกย่าปีที่แล้ว เป็นร้านที่ผมอยากไปตั้งแต่คราวก่อนครับ แต่มันอยู่ห่างจากตัวเมืองไปนิดเลยไม่ได้ไป คราวนี้พอมีเวลาเลยแวะไปดูซะหน่อย ร้านนี้ชื่อ Cafe Lembeek ฟังชื่อแล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่าเบียร์ที่นี่ต้องเป็นสายเบลเยี่ยมแน่นอน ที่นี่มีแบรนด์ดังจากเบลเยี่ยมมาขายเพียบเลยครับ อย่างตอนมีงาน Zwanze Day ของ Cantillon ที่ร้านก็เป็นหนึ่งแห่งที่มีจำหน่ายด้วย ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึก ขนาดค่อนข้างใหญ่ ไฟสว่าง ตกแต่งโทนอ่อนๆ ฝั่งซ้ายเป็นบาร์ ฝั่งขวาเป็นโต๊ะยาวใหญ่ วันที่ผมไปลูกค้าเยอะพอสมควร ผมนั่งกันที่บริเวณบาร์ครับ เลยมีโอกาสได้คุยกับลูกค้าอีกท่าน ทำให้รู้ว่าทำไมตัวร้านหลุดออกมาจากใจกลางเมือง

  • 7 Days Craft Kitchen คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – สถานี Nagoya

    คืนที่สามของทริปนาโกย่า ร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แวะไปนั้นอยู่แถวสถานี Nagoya เลยครับ จากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ร้านนี้ชื่อว่า 7 Days Craft Kitchen ครับ ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึกตรงหัวมุมตรงแยกพอดี ชั้นบนเข้าใจว่าเป็นร้านไวน์ ที่นั่งในร้านจะเป็นเคาท์เตอร์นั่งติดครัวจำนวน 8 ที่ วันที่ไปนี่ลูกค้าเยอะเหมือนกันนั่งกันแน่นเลย ในร้านเปิดเพลงฝรั่งโบราณๆ กลิ่นไม้สนในลอยมาเรื่อยๆ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 10 แทป เป็นคราฟท์นอกเป็นหลักครับ ส่วนอาหารก็จะมีพวกกับแกล้มง่ายๆ แบบ ชีส แฮม พาเต้ หรือถ้าจะกินจริงจังก็มีพวกเบอร์เกอร์ พาสต้า และก็เนื้อสัตว์อีกนิดหน่อยครับ