Craft Beer

  • แวะจิบเบียร์สดที่ร้าน Cafe Cambrinus ใจกลางเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศเบลเยี่ยมกับชาวคณะ Captain Barrel ครับ เป็นการไปเบลเยี่ยมครั้งแรกของผมเลย ทริปนี้ราวๆ 7 วันครับ พักที่สองเมืองใหญ่คือ Bruges และ Brussels แล้วก็แว้บออกไปโรงเบียร์ตามเมืองต่างๆ ครับ ผมทยอยๆ เล่าไปทีตอนนะครับ โดยวันแรกคณะของเราเดินทางจากสนามบินในเมือง Brussels มายังเมือง Bruges ด้วยรถบัสขนาดใหญ่ เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็มาถึงที่พักครับ เราพักกันที่โรงแรม novotel ไม่ไกลจากใจกลางเมือง เดินเท้าเอาได้ เข้าที่พักทานอาหารเย็นที่ร้าน Mr. Spaghetti แล้ว เราก็เริ่มทริป Road to Belgium กันที่ร้านแรกชื่อว่า Cafe Cambrinus เป็นร้านเบียร์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีแทปเบียร์สดให้เลือกชิมเยอะพอสมควรเลย ที่จริงแล้วที่นี่เป็นร้านสาขาที่สอง สาขาแรกอยู่ห่างออกไปประมาณ 70 เมตร ตอนแรกที่เรามาถึง ในร้านยังพอมีลูกค้าโต๊ะอื่นๆ อยู่บ้าง ไปๆมาๆ คณะของเราก็ทยอยยึด จนกลายเป็นคนไทยกระจายตัวแน่นร้าน ฮ่าๆ สั่งเบียร์มาทานด้วย อาหารและกับแกล้มด้วยครับ

  • LAF คราฟท์เบียร์บาร์ใต้โฮสเทลในซอยราชครู – อารีย์

    ยังคงวนเวียนแถวอารีย์ หนึ่งในย่านที่มีร้านคราฟท์เบียร์กระจุกตัวอยู่มากที่สุดย่านหนึ่งในกรุงเทพครับ รวมๆ กันนี่มีเกือบ 10 ร้านได้ วันก่อนมีโอกาสได้ไปแวะอีกหนึ่งร้านเป็นครั้งแรก หลังจากได้ยินชื่อมานานแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า LAF Caffe Bar ครับ ร้าน LAF อยู่ในซอยพหลโยธิน 5 หรือซอยราชครูนั่นเอง ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 1 ห้อง แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยเป็น Hostel อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างก็เป็นบาร์เสิร์ฟคราฟท์เบียร์ โดยมีแทปเบียร์สดทั้งหมด 3 หัว แล้วก็มีเบียร์ขวด กระป๋องให้เลือกชิมอีกอีกหนึ่งตู้ครับ ผมไปช่วงค่ำๆ ของวันหยุดยาว ในร้านเงียบๆ หน่อย มีลูกค้าต่างชาติที่น่าจะเป็นแขกของ Hostel นั่งจิ้มๆ คอมอยู่ด้านในของร้านครับ ในร้านจะตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวดำเป็นหลัก ด้านหน้าเป็นเก้าอี้นั่งติดบาร์ที่ยาวลึกเข้าไป กำแพงฝั่งซ้ายมีชั้นยื่นๆ ออกมา ถ้าเกิดคนเยอะก็พอยืนแปะๆ ได้ครับ

  • Elsewhere คราฟท์เบียร์บาร์และร้านแผ่นเสียง สถานี BTS สนามเป้า

    มีโอกาสแวะไปร้านคราฟท์เบียร์ในโซนอารีย์อีกหนึ่งร้าน อาจจะไม่อารีย์ซะทีเดียวแต่ก็ไม่ไกลมาก ร้านอยู่ตรงสถานี BTS สนามเป้า ร้านนี้มีชื่อว่า Elsewhere ครับ ร้าน Elsewhere อยู่ในซอยข้างๆ ธนาคารกสิกรไทยสาขาสนามเป้าครับ ห่างจากทางลงรถไฟฟ้าแค่ 30-40 เมตร ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ต่อเติมข้างหน้าเป็นห้องกระจกออกมาหน่อยนึง ภายในร้านสลัวๆ วันที่ผมไปมีลูกค้าอยู่นิดหน่อยครับ จุดเด่นอย่างนึงของที่นี่ก็คือตกแต่งร้านด้วยปกแผ่นเสียง ซึ่งก็มีขายด้วย สามารถซื้อกลับได้ ที่นี่เปิดตั้งแต่เช้าครับ ช่วงเช้าขายกาแฟ พอเย็นก็มีคราฟท์เบียร์เสิร์ฟ โดยเป็นเบียร์สด 4 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 2 ตู้ มีเมนูกับแกล้มทานเล่นอีกนิดๆ หน่อยๆ

  • The Fat Tap คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มเบอร์เกอร์และอาหารฝรั่ง – เอกมัย

    มีโอกาสไปแวะที่ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ย่านเอกมัยอีกหนึ่งร้านครับ คือปกติถ้าไปเอกมัยยังไงซะก็ต้องไปโผล่ที่ Mikkeller แต่คราวนี้ผมลองไปแวะร้านที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงดูซะหน่อยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า The Fat Tap ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 16 ตัวร้านเป็นบ้านเก่ามาดัดแปลง ขนาดร้านค่อนใหญ่ ตกแต่งด้วยไฟเหลืองๆ แอร์เย็นสบายดี เปิดเพลงฝรั่งเก่าๆ 60s-70s วันที่ไปมีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ ร้านก็เลยดูโล่งๆ หน่อย สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 12 แทป แล้วก็มีตู้แช่เบียร์ขวดอีกตู้ครับ ซีเลคชั่นนิ่งๆ ไม่ค่อย ว้าวเท่าไหร่ เป็นตัวธรรมดาซะเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยมีตัวใหม่ๆ ส่วนอาหารก็จะเป็นอาหารฝรั่ง พวกเบอร์เกอร์ แซนด์วิช ฟราย อะไรทำนองนี้ครับ

  • Save Our Souls คราฟท์เบียร์บาร์ย่านเจริญนคร

    วันก่อนหลังจากที่ทานข้าวเย็นที่ร้าน JUA ผมก็ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งเจริญนครครับ มาแวะที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อว่า Save Our Soul อยู่ตรงปากซอยเจริญนคร 10 ครับ ที่จริงร้านเปิดมาพักนึงแล้ว แต่ด้วยความที่อยู่โซนนี้ที่ไกลบ้านผมก็เลยเพิ่งมีโอกาสแวะมาครับ ตัวร้านอยู่ในอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง บรรยากาศสบายๆ ไม่มืด ไม่สว่างมาก วันที่ไปเป็นค่ำๆ วันอาทิตย์ ลูกค้าเยอะพอสมควรครับ ที่นี่มีคราฟท์เบียร์สดทั้งหมด 8 แทป แล้วก็มีตู้แช่เบียร์ขวดและกระป๋องอีกหนึ่งตู้ มีทั้งคราฟท์ไทยและนอกครับ ลิสต์เบียร์ค่อนข้างหลากหลาย ตัวใหม่ๆ ดังๆ มีครบครับ สำหรับอาหารก็จะเป็นพวกเมนูทานเล่นอย่าง ข้อไก่ทอด ปีกไก่ทอด ประมาณนี้ครับ

  • The Fat Cow On The Rooftop คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มอาหารฝรั่งย่านประตูน้ำ

    วันก่อนเข้าเมืองแล้วก็มีโอกาสได้ไปร้านเบียร์บนดาดฟ้ามาครับ ชื่อร้านว่า The Fat Cow On The Roof หลายคนอาจจะคุ้นชื่อ ซึ่งก็เข้าใจถูกแล้วครับ เพราะที่นี่เป็นอีกสาขาของร้าน Fat Cow ที่อยู่ปากซอยลาดพร้าว 15 นั่นเอง ตัวร้านอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมเมโทรประตูน้ำบูทีคโฮเทล เข้าโรงแรมมาก็เดินไปขึ้นลิฟต์ไปชั้น 8 ออกมาก็จะเป็นร้านเลย ผมไปดึกๆ วันธรรมดามีลูกค้าอยู่อีกหนึ่งโต๊ะ บรรยากาศร้านดีเลยครับ ลมเย็นสบายดี แต่วันไหนฝนตกอาจจะลำบากหน่อย ที่นี่มีเสิร์ฟเบียร์สดทั้งหมด 6 แทปและก็มีตู้แช่เบียร์ขวดอีกหนึ่งตู้ เป็นคราฟท์ไทยเกือบทั้งหมดครับ ส่วนอาหารจะเป็นอาหารฝรั่ง พวกไส้กรอก สเต็ก เมนูดังก็จะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ครับ

  • Sakazuki Brewing คราฟท์บริวผับแห่งแรกที่มาจากการระดมทุน สถานี Kitasenju – Tokyo

    ร้านสุดท้ายของวันอันยาวนานและเป็นร้านสุดท้ายของทริปด้วย เป็นร้านที่หลุดออกจากโซนในเมืองไปพอสมควร ตอนเดินทางกลับโรงแรมนี่ก็นานใช้ได้เลยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Sakazuki Brewing อยู่ใกล้สถานี Kitasenju ครับ ความพิเศษของร้านนี้คือเป็น Brewpub แห่งแรกของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นจากการระดมทุนแบบ Crowd Funding บน Makuake (Kickstarter ของญี่ปุ่น) ขนาดของร้านค่อนข้างใหญ่ครับ ลูกค้าก็แน่นร้าน จนเกือบจะไม่มีโต๊ะ เสียงคุยกันช้งเช้ง ไม่มีเพลงเปิดแต่ก็ไม่เงียบ ลูกค้าดูไม่เป็นคนออฟฟิศแต่งตัวกันสบายๆ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 9 แทป เข้าใจว่าเป็นเบียร์ที่ต้มเองที่นี่ทั้งหมด สำหรับอาหารมีให้เลือกทานหลายอย่าง เมนูแนะนำเป็นไส้กรอกครับ อาจจะยากตรงที่เป็นเมนูภาษาญี่ปุ่น แต่ก็สามารถสอบถามพนักงานได้ครับ

  • Cranc บริวผับไซส์เล็กย่าน Itabashi – Tokyo

    ร้านต่อมาที่ได้แวะไป เป็นร้านที่ไม่ได้หามาแต่ทีมงานร้าน Beer++ แนะนำว่าอยู่ไม่ไกลมากเดินประมาณ 15-20 อยากให้ลองแวะไป ก็เลยเดินให้หายมึนไปจนถึงครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Cranc Brewing’ ครับ ที่นี่เรียกว่าเดินทางมายากพอสมควรเพราะว่าห่างจากสถานีรถไฟ สถานีที่ใกล้สุดคือ Itabashi ซึ่งอยู่ห่างร้าน 1.2 กิโลเมตร หรือถ้าสายแปลกๆ อย่าง Mita Line ก็จะเหลือประมาณ 600 เมตรครับ ตัวร้านเป็นห้องเดียวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งขวามือเป็นบาร์ ฝั่งซ้ายมีโต๊ะที่ทำจากถังแกลลอนใหญ่ๆ ด้านหลังบาร์มีห้องต้มเบียร์อยู่ ที่นี่มีถังหมักขนาด ประมาณ 250-300 ลิตร วันที่ผมไปนี่กำลังต้มอยู่พอดีเลยครับ

  • Beer ++ คราฟท์เบียร์เจ้าอร่อยต้มเองที่ร้านสถานี Jujo – Tokyo

    จาก Takadanobaba Beer Kobo ผมนั่งรถไฟสาย Yamanote แล้วต่อสาย Saikyo มาลงที่สถานี Jujo เพื่อจะมาที่ร้านชื่อว่า Beer++ ซึ่งอยู่ใกล้สถานีนิดเดียวครับ ออกประตูทิศใต้แล้วข้ามทางรถไฟมา ร้านอยู่ติดทางรถไฟเลยครับ ตัวร้านตกแต่งทั้งร้านด้วยไม้สีโทนอ่อนทั้งหมด ด้านหน้าร้านมีที่นั่งนิดหน่อย พอเข้ามาในร้านก็จะเป็นบาร์เลยครับ สามารถยืนทานหน้าบาร์ได้เลย หรือถ้าอยากนั่งก็มีที่นั่งอยู่บริเวณชั้น 2 ซึ่งมีโต๊ะอยู่สามสี่ตัวครับ ที่นี่เสิร์ฟเบียร์สดทั้งหมด 7 แทป เป็นเบียร์ของทางร้านเองและก็มีของแบรนด์อื่นด้วย วันที่ไปผมและพี่ชายมีโอกาสได้คุยกับคุณ Hisato และ คุณ Yoichiro เจ้าของร้าน ซึ่งเป็น Brewer ผู้ต้มเบียร์ด้วย แกก็เลยพาไปหลังร้านดูส่วนต้มและหมักเบียร์ แกเล่าว่าต้มทีละ 200 ลิตร อุปกรณ์ดูธรรมดา ไม่อลังการเหมือนเจ้าใหญ่ครับ