Craft Beer

  • Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่ ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ที่เมือง Roeselare – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมช่วงบ่ายของพวกเราในวันที่ 3 ของทริป Road to Belgium หลังจากไปทานข้าวกลางวันและจิบเบียร์ที่ร้าน In De Vrede หน้าโรงเบียร์ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren เราเดินทางกันต่ออีกประมาณ 40 กิโลเมตรไปทางตะวันออก เข้าไปยังตัวเมือง Roeselare เพื่อจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ครับ ตอนที่เรามาถึงฝนกำลังโปรยปรายเบาๆ พอให้หัวเปียก เจ้าหน้าที่ของโรงก็พาเข้าห้องประชุมของโรง แล้วก็เสิร์ฟกาแฟคนละถ้วยอย่างรู้ใจว่าบ่ายๆ แบบนี้ง่วงแน่นอน จากนั้นก็ให้ชม Video เกี่ยวกับโรงครับ แล้วก็เล่าประวัติต่างๆ เช่น ทำไมชื่อถึงดูเป็นเยอรมัน สาเหตุก็เพราะว่าบรรพบุรุษเป็นชาวเยอรมันชื่อ Ferdinand Rodenbach เป็นหมอทหาร ไปรบแล้วก็ถูกจับ พอได้รับการปล่อยตัวก็มาตั้งรกรากที่เมือง Roeselare ที่ตั้งของโรงเบียร์นี่เอง โดยตัวโรง Rodenbach ก่อตั้งเมื่อ 1821 (ใกล้ครบ 200 ปีแล้ว) โดย 4 พี่น้อง(Pedro, Alexander, Ferdinand and Constantijn) ซึ่งเป็นรุ่นหลานของปู่ Ferdinand  หลังจากนั้นผ่านไป 15…

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…

  • Hops Museum พิพิธภัณฑ์ฮอปส์ในเมือง Poperinge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมวันที่สามของทริป Road to Belgium เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังเมือง Poperinge เมืองที่ปลูกฮอปส์เป็นอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม เรียกว่าฮอปส์ที่ใช้ในประเทศนั้นเป็นผลผลิตของที่นี่เกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ครับ พอเข้าตัวเมืองก็จะเห็นดอกฮอปส์ขนาดใหญ่ต้อนรับเราอยู่ที่วงเวียนก่อนเข้าเมือง รวมถึงที่พื้นของเมืองก็จะมีหมุดทองเลืองรูปดอกฮอปส์ตอกติดอยู่ที่พื้นด้วย โปรแกรมของเราที่เมืองนี้ก็คือการมายัง Hops Museum ครับ พอมาถึงพนักงานของพิพิธภัณฑ์ก็มาต้อนกับและแนะนำตัว เป็นคุณพี่ผู้ชายดูทะมัดทะแมง ติดกวนๆ หน่อย คุยกันเสร็จแก่ก็พาเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อเริ่มทัวร์

  • ‘t Brugs Beertje ร้านเบียร์เก่าแก่ของเมือง Brugge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมของวันที่ 2 ในทริป Road to Belgium เราเริ่มกันตั้งแต่เช้า มีทั้งไปโบสถ์ ไปโรงเบียร์ รวมถึงไปซุปเปอร์มาร์เก็ต สุดท้ายของวัน เรากลับมาที่เมือง Brugge แล้วก็ไปกันที่ร้านเบียร์ร้านดังประจำเมืองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า t brugs beertje หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Bruges’s Little Bear” เป็นร้านเบียร์ชื่อดังเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1983 โดยสุภาพสตรีที่ชื่อ Daisy Claeys ตัวร้านอยู่ในตึกเก่าแก่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1632 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลางเมือง ตอนเปิดร้านนั้นมีเบียร์ประมาณ 120 ตัว ปัจจุบันมีให้เลือกชิมถึง 300 ตัวและก็มีเบียร์สดเสิร์ฟจากแทปทั้งหมดอีก 7 ตัวครับ ผ่านมาจากวันเปิดกิจการ 34 ปี คุณ Daisy Claeys ก็ขายกิจการให้กับ Dries Brouckaert แต่ตัวเธอก็ยังแวะเวียนมานั่งจิบอยู่บ้าง บรรยากาศร้านจะดูโบราณๆ หน่อยครับ อบอุ่นๆ ตกแต่งด้วยเพลทโฆษณาเบียร์ มุมหน้าร้านมีเถาดอกฮอปส์แห้งแขวนประดับประดาอยู่ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์มีแก้วเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน…

  • เยี่ยมชมโรงต้มเบียร์ ‘Duchesse de Bourgogne’ Verhaeghe เมือง Vichte – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังจากที่ไปแวะโรง Alvinne และซุปเปอร์มาร์เก็ตเบียร์ Bierhalle Deconinck ก็ได้เวลาเดินทางไปยังโรงเบียร์แห่งที่สองของวันนี้ โรงนี้มีชื่อว่า “Brouwerij Verhaeghe” ที่เมือง Vichte ครับ ถ้าบอกชื่อโรงอาจจะไม่ค่อยคุ้น แต่ถ้าเป็นเบียร์ชื่อ Duchesse de Bourgogne หรือเบียร์แม่หญิง พวกเราน่าจะคุ้นเคยมากกว่าใช่ไหมครับ เมื่อเรามาถึงก็มีพนักงานมาต้อนรับอย่างดี จากนั้นก็แบ่งกลุ่มกันไปชมโรงเบียร์ โดยอีกกลุ่มก็นั่งรอที่ห้อง Tasting Room ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงม้าในอดีต ระหว่างรอก็เปิดเบียร์ชิมและก็ฟังประวัติและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโรงนี้

  • Bierhalle Deconinck ซุปเปอร์มาร์เก็ตรวมเบียร์มากกว่า 1400 ชนิด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จบจากการทัวร์โรง Alvinne คณะของพวกเราเดินทางมีโปรแกรมเดินทางต่อไปยังโรงเบียร์ Verhaeghe แต่ก็ก่อนจะไปนั้น เราได้มีการแวะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายเบียร์เป็นหลัก มีเบียร์มากกว่า 1400 ตัว ที่นี่มีชื่อว่า Bierhalle Deconinck ครับ หน้าตาของซุปเปอร์ฯนี้จะคล้ายๆ กับซุปเปอร์ฯ ทั่วไป เป็นอาคารเหมือนโกดังหลังคาสูง เปิดโล่ง มีชั้นวางสินค้ายาวลึกเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ว่าบนชั้นเป็น เบียร์ เบียร์ เบียร์ และเบียร์ ! รายการเบียร์ที่มีขายอยู่มีทั้งเบียร์รายใหญ่ทั้งของเบลเยี่ยมและต่างประเทศ มีทั้งลาเกอร์ธรรมดา วีทเบียร์ แทรปปิสต์ แล้วก็มีเจ้าเล็กๆ จากทั่วโลกให้เลือกซื้อเป็นร้อยสไตล์ เบียร์เปรี้ยว IPA เบียร์ดำ เบียร์ผลไม้ เบียร์แรงๆ มีหมดครับที่นี่

  • เยี่ยมชมและชิมเบียร์ที่โรง Alvinne ในเมือง Zwevegem – ประเทศเบลเยี่ยม

    ช่วงบ่ายหลังจากล่องเรือและรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ชาวคณะ Captain Barrel ก็ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าลงใต้ประมาณ 70 กิโลเมตร เดินทางราว 1 ชั่วโมง เป้าหมายของเราคือโรงเบียร์ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ชื่อว่า Alvinne ครับ Brouwerij Alvinne เป็นโรงเบียร์ที่ไม่เก่ามากนัก ก่อตั้งเมื่อปี 2004 ก็มีอายุราวๆ 14 ปี ตั้งอยู่ที่ Zwevegem เมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากประเทศฝรั่งเศสประมาณ 15-16 กิโลเมตรเท่านั้น ขนาดโรงไม่เล็กไม่ใหญ่ คือถ้าเทียบกับโรง Commercial ก็อาจจะดูเล็กหน่อยครับ คณะเรามาถึง พนักงานก็เล่าประวัติและแนวคิด แนวทางของโรงให้ฟัง โดยที่นี่จะผลิตเบียร์ค่อนข้างหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ Traditional ของเบลเยี่ยมอย่าง Strong Golden Ale, Abbey และ Saison แต่ที่โฟกัสเป็นหลักก็จะเป็นพวกเบียร์เปรี้ยวแบบ Mix Fermentation

  • Le Trappiste บาร์เบียร์บรรยากาศโบราณชั้นใต้ดิน เมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    จากร้าน Cafe Cambrinus คณะของเรายกขบวนไปต่ออีกร้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลประมาณ 300 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Le Trappiste’ ร้าน le Trappiste ห่างจากจัตุรัสใจกลางเมืองออกไป 270 เมตร ตัวร้านลงไปอยู่ในชั้นใต้ดินครับ บรรยากาศในร้านดูเก่าแก่ รอบๆ เป็นอิฐและปูนแบบโบราณ วันที่เราไปนั้นลูกค้าแน่นเต็มร้านครับ ทีแรกมีลูกค้ากลุ่มนึงเล่นบอลโต๊ะเล็กกันอยู่ เสียงดังโหวกเหวกใช้ได้เลย ซักพักกลุ่มนี้ก็จากเราไป ร้านเงียบลงนิดหน่อย แต่ก็ยังกังวาลด้วยเสียงคุยจากลูกค้าที่นั่งกันอยู่เต็มร้านครับ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 21 แทป แล้วก็มีเบียร์ให้เลือกอีกเยอะมาก ซึ่งก็จะมีเบียร์ Trappist จากโรงอื่นๆ ทั่วโลกให้ได้ลองชิมด้วยครับ โดยตัวเบียร์สดก็สามารถสั่งเป็นแบบเบียร์ไฟลท์ได้ด้วย