• Wholly Cow อารีย์

    สำหรับร้านนี้เป็นอีกร้านที่เราได้ยินชื่อมาซักพักแล้ว เคยขับผ่านไปผ่าน 2-3 ที แต่ก็ไม่สบโอกาส จนคราวนี้มีธุระแถวๆ พหลโยธิน เลยแว้บไปลองซะหน่อย เราไปช่วงกลางวันวันธรรมดา ลูกค้าไม่ค่อยเยอะ ที่จอดรถของร้านน้อยไปนิดนึง แต่ก็สามารถจอดแปะๆด้านนอกริมถนนหน้าร้านพอได้ ตัวร้านดูโมเดิร์นทันสมัย บรรยากาศดี ถ้าเป็นช่วงกลางคืนคงจะสวยงามมาก ฝั่งซ้ายของร้านจะมีห้องแยกเป็น Cigar Bar ส่วนด้านนอก กลางวันจะมีขายก๋วยเตี๋ยวด้วย ที่ร้านนี้จะมีเมนูสเต็กเป็นจานเด่น มีเนื้อให้เลือกประมาณ 9-10 ชนิด ถ้าไม่ทานเนื้อก็จะมีเมนูอย่างอื่นเช่น หมู และ ปลา นอกจากสเต็ก ก็จะมีของทานเล่น เช่น ไส้กรอกรวม รวมถึงอาหารฝรั่งอย่าง พาสต้าก็มีให้สั่งได้เช่นกัน ไวน์ของทางร้านมีอยู่หลายยี่ห้อ มีห้องเก็ยไวน์ขนาดย่อมๆ ให้เข้าไปเลือกได้ เราไปช่วงกลางวันเลยขอผ่านก่อน คราวหน้าไปช่วงเย็นจะลองชิมดู

  • Indian-Spiced Chicken with Chickpeas and Spinach ไก่เคี่ยวแบบอินเดียเสิร์ฟพร้อมชิคพีและผักโขม

    ลองทำอาหารสไตล์ฝรั่งไป 2-3 เมนูแล้ว คราวนี้มาลองทำอาหารอินเดียดูบ้างครับ จริงๆก็ไม่ใช่อินเดียแบบดั้งเดิมเท่าไหร่ คือเป็นอินเดียแบบประยุกต์โดยฝรั่งแล้วนิดหน่อย แต่ก็มีมีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศครบครันครับ สำหรับชิ้นไก่ ถ้าหาน่องสะโพกไม่ได้ ก็อาจจะใช้น่อง แยกกับสะโพกแทนก็ได้ครับ ตามสูตรที่อ่านมาไม่ได้มีชื่ออินเดีย แต่เราไปเจอเมนูที่หน้าตาและส่วนประกอบคล้ายๆ ชื่อ Pukka Chicken Curry ไม่แน่ใจว่ามันคืออันเดียวรึเปล่า วัตถุดิบหาได้ไม่ยากเกือบทุกอย่าง มีที่ยากคือ greek yogurt ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ซีเรียสมากนัก ใช้โยเกิร์ตธรรมดาแทนกันได้เพราะใช้ผสมปริมาณไม่เยอะ ส่วนอุปกรณ์ในการปรุงถ้ามีเตาอบและหม้อเหล็กก็จะสะดวกดีครับ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เตาแกสธรรมดาได้เหมือนกัน แต่ต้องเผื่อเวลาในการทำมากขึ้นหน่อย

  • |

    รีวิว Peppers Bluewater Resort, Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.4

    จากทะเลสาบเราวนรถกลับมาที่พักของเราคืนนี้ Peppers Bluewater Resort อยู่ห่างจากทะเลสาบนิดเดียว ที่นี่จะมีโครงสร้างภายนอกเป็นไม้ ออกแบบดูเป็นสไตล์โมเดิร์นๆ สะอาดๆ ห้องพักจะมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ของครอบครัวเราวันนี้ขนาดใหญ่ มีห้องชั้นบนและชั้นล่าง ข้างบนเป็นห้องกินข้าวและนั่งเล่น ส่วนข้างล่างจะเป็นห้องนอนอย่างเดียว นับว่าที่นี่เป็นที่พักที่เราประทับใจมากที่สุดของทริป เพราะวิวจากห้องพักสามารถเห็น Southern Alps และทะเลสาบได้ชัดเจน บรรยากาศดีมาก ห้องพักก็ใหม่ อุปกรณ์ต่างๆ ครบครัน ถ้ามาพัก Lake Tekapo ขอแนะนำให้จองที่นี่เลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

  • Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.3

    ออกเดินทางจาก Christchurch มาราวเกือบ 3 ชั่วโมง ทานข้าวกลางวันตอนบ่ายๆเสร็จ เราก็มาเดินเล่นและถ่ายรูปที่ริมทะเลสาบ เทคาโป หรือ Lake Tekapo นั่นเอง ทะเลสาบ Tekapo มีขนาดประมาณ 86 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของทะเลสาบใน New Zealand เป็นอีกจุดหมายที่ทุกคนจะต้องมาเยี่ยมชม เพราะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ และมีวิวเป็น Southern Alps แนวเทือกเขาที่ทอดตัวยาวอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของเกาะใต้ ด้านบนของยอดเขาก็จะมีหิมะปกคลุมโดยทั่ว ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวก็จะขาวโพลนไปทั้งลูกเลย บริเวณริมทะเลสาบที่เราพอจะเดินลงไปได้ก็จะเป็นก้อนหินขนาดกลางๆ สีสวย ในน้ำมีเป็ดว่ายไปว่ามาอยู่ฝูงใหญ่เหมือนกัน อีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปก็คือโบสถ์ Church of the Good Shepherd ที่สร้างขึ้นในปี 1935 เราถ่ายแค่ไกลๆ ไม่ได้ไปถ่ายตรงโบสถ์เพราะขี้เกียจ

  • |

    Mackenzie’s Stonegrill, Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.2

    จากที่พักเราขับกลับเข้ามาบริเวณร้านค้าใกล้ทะเลสาบ จริงๆก็พอเดินได้แต่ก็ขี้เกียจเลยขับมา หาที่จอดแล้วก็ลงเดิหาร้านข้าวทาน มีร้านเล็กๆหลายร้าน เป็นคาเฟต์บ้าง เบเกอรี่บ้าง ตอนแรกที่เราหาข้อมูลมา มีร้านญี่ปุ่นได้คะแนนเยอะอยู่หนึ่งร้าน แต่ที่บ้านไม่มีใครอยากทาน แล้วร้านก็ดูเฉยๆ ดูไปดูมาจนมาลงที่ร้านชื่อ Mackenzie’s Stonegrill Mackenzie’s Stonegrill มีเมนูเด่นตามชื่อร้านก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆย่างบนแผ่นหินที่เผามาจนร้อน เวลาเสิร์ฟก็ยกเนื้อมาแบบดิบๆ ให้เรามา cook เองบนหิน นอกจากเมนูหินร้อน ที่ร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆขายด้วย อย่าง นาโช หรือ พาสต้า ต่างๆ แล้วก็มีเบียร์ยี่ห้อ Monteith’s หลายๆสีเสิร์ฟอยู่

  • Christchurch ไป Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.1

    เริ่มต้นวันแรกบนเกาะใต้ที่ Christchurch เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะใต้ และมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่นี่เราไม่มีเวลาแวะดูอะไร ต้องรีบออกเดินทาง เพราะระยะทางของเราวันนี้ประมาณ 250 กิโลเมตรได้ ดูจากในกูเกิ้ลใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง จุดหมายของเราคือ Lake Tekapo อยู่ทางทิศตะวันตกของ Christchurch จริงๆถ้าวิ่งทางหลวงหมายเลข 1 จะสั้นกว่าราวๆ 20 กิโลเมตร แต่ก็แนะนำว่าให้วิ่งเส้น 73 >> 77 >> 72 เพราะเป็น Scenic Route มีวิวภูเขา สวยงามสุดสายตา สำหรับถนนจะขับไม่ยากมากเท่าไหร่ เป็นทางราบวิ่งยาวๆ ถนนไม่ใหญ่ แต่รถไม่เยอะ พอจะทำความเร็วได้ แต่ก็ไม่กล้าเร็วมากกลัวโดนจับความเร็ว วิวระหว่างทางจะเป็นภูเขา ทุ่งหญ้า มีสัตว์และ ไร่นา เรื่อยๆ ตลอดทาง

  • |

    รีวิว Southwark Apartments Christchurch – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.4

    ขับออกจาก Murdoch James เรามุ่งหน้าไปทางทิศะวันตกเฉียงใต้บนทางหลวงหมายเลข 2 สู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศ New Zealand ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางผ่านภูเขาหลายช่วง ซึ่งขับค่อนข้างยาก ทางเล็ก ขึ้นเนินลงเนินตลอด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พอดีกับที่กะเอาไว้ มาถึง Wellington เราไม่ได้แวะเที่ยวอะไรเลย มุ่งหน้าไปสนามบิน ระหว่างทางมีซ่อมถนนทำให้รถติดเป็นบางช่วง เข้าเขตสนามบิน เราก็เอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง เสร็จก็เข้าไปจอดบริเวณจุดรับรถคืนของบริษัทเช่ารถ เอากุญแจไปให้พนักงานที่อยู่ในตัวคารผู้โดยสาร แล้วก็ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋ากัน เราบินด้วยสายการ JetStar สายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับกระเป๋าเดินทาง ในส่วนนี้เรากะคร่าวๆตั้งแต่ตอนจองตั๋วมาแล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร เครื่องใช้เวลาแป๊บเดียว 40 นาที เราก็ข้ามก็มายังเกาะใต้ โดยลงจอดที่เมือง Christchurch เมืองที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูเพราะมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปไม่กี่ปีก่อนนี้ และเป็นเมืองที่มีนักเรียนไทยมาเรียนกันเยอะเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย พอมาถึงเราก็ไปทำเรื่องรับรถรุ่นเดิมหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ เสร็จก็ขับไปยังที่พักของเราวันนี้ เป็น Apartment ข้างนอกดูโทรมๆหน่อย ลานจอดรถก็พื้นเป็นดาวอังคาร  มาถึงไม่มีคนรับเรื่องแล้ว โทรไปโทรจนทราบว่าเค้าเอากุญแจเก็บไว้บนโต๊ะ โทรคุยจนได้ code เปิดเข้าอาคารไป…

  • โรงไวน์ Murdoch James, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.3

    ทานข้าวกลางวันเสร็จเราออกจากตัวเมืองเพื่อไปแวะโรงไวน์สุดท้ายบนเกาะเหนือ ก่อนที่เราะจไปขึ้นเครื่องที่ Wellington ในช่วงเย็น โรงที่เราจะไปกันมีชื่อว่า ‘Murdoch James’ Murdoch James ก่อตั้งขึ้นไปในปี 1986 โดย Roger Fraser ซึ่งตั้งชื่อโรงไวน์ตามชื่อพ่อของเขา (Murdoch James Fraser) ที่นี่ก็เรียกว่าเป็น Premium hand-crafted อีกแห่ง เพราะยังใช้มือในการเลือกองุ่นและผลิตไวน์อย่างพิถีพิถัน ผสมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและเทคนิคสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติและคุณภาพดีที่สุด สายพันธุ์องุ่นที่โดดเด่น คือ Pinot Noir, Syrah และ Pinot Gris สำหรับที่นี่คุ้นๆว่าถ้าชิมต้องเสียเงินรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ก็ประมาณ 4-5 NZD ต่อคนเท่านั้น ได้ชิมไวน์คนละ 4-5 แก้ว โดยมีคุณลุงที่ดูขรึมๆหน่อย อธิบายไว้แต่ละชนิดให้ฟังด้วย

  • |

    ทานข้าวกลางวันที่ Cafe Medici, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.2

    จาก Tasting Room ของ Schubert เราขับกลับเข้ามาในเมืองเพื่อทานอาหารกลางวัน ร้านนี้หามาจากเมืองไทยแล้ว เป็นร้านที่ได้คะแนนเยอะ ตัวร้านอยู่กลางตัวเมือง ที่จอดรถก็ต้องหาๆ ริมถนนเอาครับ ร้าน Cafe Medici นี่ก็จะขายอาหารจานเดียวทานง่ายๆ มีเป็นอาหารเช้าและอาหารกลางวัน มีพวกเบเกอรี่ต่างๆ แล้วก็มีขายพวก กาแฟ สมูธตี้ น้ำผลไม้ ไวน์ เบียร์ ก็พอมีครับ คนเต็มร้านเหมือนกัน เราไปได้โต๊ะใหญ่ พนักงานก็มาจดๆรายการอาหาร รอไม่นานมาอาหารก็มาเสิร์ฟ เราว่าร้านนี้จัดจานมาสวยงาม ดูน่าทานดีทุกจาน