เที่ยวไทย

  • Locus Native Food Lab ชิม Chef Table อาหารเหนือในรูปแบบที่แตกต่าง – เชียงราย

    ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่ผมอยากมาตั้งแต่หลายเดือนก่อนครับ อ่านบทความ เห็นรูป เห็นเมนูจากในเว็บไซต์แล้วอยากมาลองมาก ตั้งใจว่ายังไงจะขึ้นไปทานให้ได้ แต่กว่าจะมีเวลาจัดตารางและจองมาลงได้ก็ขึ้นปีใหม่มาพอดีครับ ร้านที่พูดถึงอยู่นี้มีชื่อ ‘Locus’ อยู่ที่จังหวัดเชียงรายครับ เสิร์ฟอาหารเป็นเซ็ตทั้งหมด 10 จาน โดยเมนูที่เสิร์ฟนั้นจะเป็นอาหารเหนือที่ผ่านการตีความ จัดวาง ปรุง และตกแต่งใหม่ผ่านกระบวนการคิดและเทคนิคของเชฟก้องและทีมงาน จากตอนแรกที่เริ่มกัน 3 คน ปัจจุบันทีมงาน ‘โลคุส’ มีอยู่ทั้งหมด 5 คนแล้วครับ เมนูต่างๆ ของที่นี่จะมีเรื่องราวและสาเหตุที่ไปที่มา วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นของตามฤดูกาล ซึ่งเชฟก้องเล่าว่า แต่ละเมนูก็จะเกิดจากการไปเห็นวัตถุดิบในตลาดซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ประมาณทุก 2 สัปดาห์ และวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็จะมาจากในเชียงราย และบริเวณภาคเหนือจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อร้านที่มาจากคำว่า Local นั่นเอง

  • ลาบไก่เมืองพันแหวน ถนนบำรุงบุรี – เชียงใหม่

    มื้อแรกในเชียงใหม่คราวนี้ตั้งใจไว้ตั้งแต่อยู่กรุงเทพครับ คือพอลงจากเครื่องก็เรียก grab ไปที่ร้านเลย ปรากฎว่าร้านที่ตั้งใจมาดันปิด ก็เลยต้องเปลี่ยนที่ พี่ชายเจ้าถิ่นก็เลยพาไปร้านประจำของแกชื่อร้านว่า ลาบไก่เมืองพันแหวน ตัวร้านอยู่ในคูเมืองตรงกลางด้านล่างของกรอบสี่เหลี่ยมอยู่ใกล้ๆ วัดพัดแหวน ก็เลยเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเองครับ ใกล้ๆ กันยังมีร้านขนมจีนป้าป้อมที่ผมได้แวะไปกินตอนวันกลับด้วย ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าถึงอีกทีครับ ที่ร้านนี้ขนาดกลางๆ เข้ามาหน้าร้านก็จะเป็นส่วนครัวปรุงอาหารและเตาปิ้งย่าง มีที่นั่งอยู่สองสามโต๊ะ พอเดินลึกเข้าไปก็จะมีที่นั่งโต๊ะใหญ่อยู่ไปทางด้านหลังร้านครับ สำหรับเมนูก็จะเป็นอาหารเหนือแบบพื้นเมืองอย่างลาบเนื้อวัวดิบ แต่ที่ขึ้นชื่อของร้านก็ต้องลาบไก่นั่นเอง

  • รีวิวห้องพัก Airbnb เส้นคลองชลประทานใกล้นิมมานเหมินทร์ – เชียงใหม่

    ทริปเชียงใหม่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาผมเลือกห้องพักผ่านเว็บไซต์ Airbnb อีกครั้งหนึ่งครับ คราวนี้เป็นห้องไซส์กลางๆ เพราะสมาชิกไม่กี่คน (คราวก่อนห้องใหญ่เพราะไปกันหลายคน) โดยผมกรองๆ เลือกให้เจ้าของเป็น Superhost เพื่อความสบายใจครับ สุดท้ายผมเจอห้องพักแถวเส้นคลองชลประทานครับ จากในรูปดูห้องใหม่และสะอาดดี การเดินทางก็ค่อนข้างสะดวก คือสามารถเดินไปยังถนนนิมมานเหมินทร์พอไหว ประมาณ 700-800 เมตรเท่านั้น วันที่มาถึงห้องพักกตอนแรกผมเดินไปผิดฝั่งนิดหน่อย เพราะในบริเวณใกล้กันนั้นมีโครงการชื่อ One Plus Condominium อยู่หลายโครงการเลยครับ ให้ที่ผมมาอยู่นี้จะอยู่ที่โครงการ One Plus คลองชลฯ 2-3

  • David’s Kitchen อาหารฝรั่งร้านดังในตัวเมืองเชียงใหม่

    ทริปเชียงใหม่รอบนี้มีได้ไปลองชิมอาหารฝรั่งหนึ่งมื้อครับ ที่จริงร้านนี้อยากมาตั้งแต่คราวก่อนแล้ว แต่ว่าจองร้านไม่ทัน คนเต็มตลอด คราวนี้ไปคนเดียวเลยพอมีที่ครับ ซึ่งสามารถโทรจองหรือจองผ่านเว็บไซต์ของทางร้านก็ได้ ร้านนี้ชื่อว่า David’s Kitchen at 909 เป็นร้านดังของเชียงใหม่ โดยล่าสุดนี้ทางร้านได้รับการโหวตในเว็บไซต์ TripAdvisor เป็นร้านอันดับ 8 ของโลกเลยทีเดียว เมนูของที่นี่ก็จะเป็น อาหารฝรั่ง มีฟิวชั่นไทยๆ นิดหน่อยครับ ตัวร้านเป็นบ้านหลังใหญ่นำมาดัดแปลง ตกแต่งออกโทนสุภาพ ไม่หวือหวามา ผมจองโต๊ะมาเป็นวันธรรมดาช่วงห้าโมงที่ร้านเปิด ตอนแรกยังไม่มีลูกค้า แป๊บเดียวนี่แน่นเลยครับ คือน่าจะต้องจองทุกโต๊ะ เดิน walk in น่าจะได้ที่ยากครับ

  • My Beer Friend สาขา 3 นิมมานเหมินท์ซอย 9 – เชียงใหม่

    ร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่คราวนี้หลังจากที่ไป The Grumpy Old Man และ Craffity มาแล้ว ผมเรียก grab มุ่งหน้าสู่ซอยนิมมานเหมินท์ 9 เพื่อจะมาที่ร้าน My Beer Friend สาขาที่ 3 ครับ ที่สาขานี้จะตกแต่งดูลอฟท์ๆ มันๆ หน่อย ด้านบนของตึกเจ้าของทำเป็นโฮสเทลให้นักท่องเที่ยวมาพัก (ชื่อ No.9 Hostel & Cafe) ส่วนด้านล่างก็เป็นบาร์ คือจะเดินขึ้นไปนอนก็สามารถแวะจิบซักหน่อยได้ครับ ที่นี่มีเบียร์ My Beer Friend แบบขวดขายอยู่ 2 ตัว ส่วนเบียร์สดมีอยู่สองแทป วันที่ไปรู้สึกว่าจะจัมป์ตัว Anderson Valley Wild Turkey Bourbon Barrel Stout อยู่ ทางเจ้าของร้านเล่าว่ากำลังจะเพิ่มแทปอีกครับ นอกจากเบียร์ ก็มีเมนูเครื่องดื่มคอกเทลให้สั่งดื่มอีกหลายรายการเลย

  • Craffity Craft Beer & Home Bar คราฟท์เบียร์บาร์ถนนมูลเมือง – เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ออกจากร้าน The Grumpy Old Men ผมเดินทางต่อมายังถนนมูลเมือง 6 อยู่ด้านมุมขวาบนของคูเมือง อันเป็นที่ตั้งของร้าน Craffity craft beer & Home Bar ครับ ซึ่งไม่ห่างจากร้าน I’m Happy ที่ไปมาวันก่อนเท่าไหร่ เดินเข้าซอยมาผ่านร้านค้าและตลาดเรื่อยๆซอยเล็กหน่อย รถสวนไม่น่าจะได้ ประมาณ 130 เมตร ก็จะเจอร้าน Craffity อยู่ซ้ายมือครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ด้านในร้านดูสะอาด คลีนๆ เน้นสีโทนขาว มีมุมด้านในโชว์ลายอิฐ ภายในมีโต๊ะประมาณ 5-6 ตัว ด้านในสุดเป็นตู้แช่เบียร์ 1 ตู้ อีกตู้กลับด้านหันหลังออกมาเป็นแทปเบียร์สดทั้งหมด 8 แทป วันที่ไปก็มีบางตัวหมดไปแล้วครับ

  • The Grumpy Old Men แทปรูมสาขาสองของ My Beer Friend – เชียงใหม่

    ในทริปเชียงใหม่ที่ผ่านมา คืนที่สองผมพยายามไปเก็บร้านคราฟท์เบียร์บาร์ให้ได้หลายร้านหน่อย เป้าแรกคือร้าน My Beer Friend สาขาแรก แต่เนื่องจากทีมงานและเจ้าของร้านไปฉลองกันหลังจากเสร็จงาน Chiang Mai Craft Fest ร้านสาขาแรกเลยปิดก็เลยต้องเปลี่ยนแผนครับ ร้านแรกปิดก็เลยไปร้านที่สาขาสองแทน ที่นี่ชื่อว่า The Grumpy Old Men อยู่ไม่ไกลจากจากโซนไนท์บาร์ซาร์บนถนนช้างคลานครับ ไม่ไกลจากภัตตาคารซาดิสซ์ โฮงหมู ตุ๊บอี๊ด ตุ๊บอี๊ดที่ผมเคยไป ตัวร้านเป็นห้องชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ตรงข้ามกับโรงแรม Shangri-La ครับ ผมไปถึงช่วงหัวค่ำของวันธรรมดา ยังไม่มีลูกค้ามีน้องพนักงานอยู่สองคนที่ดูมึนๆ จากงานเมื่อคืน ( พนักงานเป็นสตาฟฟ์ที่งาน Chiang Mai Craft Fest ด้วย) ด้านหน้าเป็นป้ายตู้ไฟสีขาว ภายในร้านสีเหลืองๆ สลัวๆ ตกแต่งโทนบาร์เก่าๆ มีเบียร์สด 8 แทป และเบียร์ขวดอีกนิดหน่อยครับ

  • Jo+ Beer คราฟท์เบียร์บาร์ ริมน้ำโขง เชียงคาน – จังหวัดเลย

    คราฟท์เบียร์บาร์ร้านสุดท้ายในทริปนี้นั้นเรียกว่าเป็นเป้าหมายหลักของการเดินทางมายังจังหวัดเลย ร้านนั้นก็คือร้าน โจ๋บาร์ บาย โจ๋เบียร์ ที่ผมเดินทางมาหลังจาดไปแวะจิบที่ร้าน สุขนิยม cafe‘ ครับ ร้านนี้ดำเนินการโดยพี่โจ๋ อีกหนึ่งคนที่อยู่ในวงการคราฟท์ไทยมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ซักสามสี่ปีก่อน ปัจจุบันพี่โจ๋มีเบียร์ที่ต้มจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในยี่ห้อ Beat Brewing โดยมีสองตัวคือ Agogo เป็น IPA และ Pitch ตัวนี้เป็น wheat beer สำหรับร้านโจ๋บาร์นั้น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงเลยครับ แต่จะหลุดออกจากโซนถนนคนเดินมานิดนึง ด้านหลังร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับซอยศรีเชียงคาน 4 คือเราเข้าได้ทั้งสองฝั่งทั้งครับ ตัวร้านเป็นบ้านไม้ขั้นเดียวมาดัดแปลงนิดหน่อย ตกแต่งด้วยไฟเหลืองนวลๆ ขวดเบียร์และไฟหลอดเล็กๆ วันที่ผมไปที่ร้านมีเบียร์จัมป์อยู่ 3-4 หัว ส่วนเบียร์ขวดก็มีให้เลือกชิมเพียบทั้งไทยและนอกครับ

  • สุขนิยม cafe’ ที่พักและร้านคราฟท์เบียร์เล็กๆ ณ เชียงคาน – จังหวัดเลย

    วันที่สองของผมในเมืองเลยหลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จก็ออกเดินทางขึ้นไปทิศเหนือสู่ อำเภอเชียงคาน เมืองท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่ง อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 50 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง มาถึงก็เช็คอินที่ที่พักที่จองมา แล้วก็เดินสำรวจถนนคนเดินริมน้ำโขง ตอนบ่ายๆ อย่างนี้ร้านรวงส่วนใหญ่จะปิดกันหมด ก่อนจะเปิดอีกทีในช่วงเย็น ระหว่างรอร้านเบียร์เปิดผมก็เลยนวดรอ ที่นี่มีการนวดที่เรียกว่า ยองเส้น คือใช้ส้นเท้ากดไปตามจุดต่างๆ บนตัวเรา โดยหมอนวดจะผ่อนน้ำหนักด้วยการดึงผ้าที่ผูกขึงไว้ด้านบน กะจะมานวดผ่อนคลาย กลายเป็นการนวดแบบทรมาณไปแทน ไม่ได้หลับเลย 2 ชั่วโมง ฮ่าๆ พอช่วงเย็นร้านต่างๆ เริ่มเปิด ผมไปแวะทานข้าวที่ร้านศรีพรรณตามคำแนะนำของเจ้าถิ่น เสร็จก็ออกมาเดินถนนคนเดิน ซึ่งกลายเป็นคนเต็มแล้วจากที่เป็นเมืองร้างในตอนบ่าย บนถนนมีหนึ่งร้านที่ขายคราฟท์เบียร์ ที่นี่มีชื่อว่า สุขนิยมครับ