Copenhagen

  • Hyggestund อาหารเช้าสไตล์อเมริกัน – Copenhagen

    เช้าวันที่สามใน Copenhagen ของผม วันนี้ ไม่มีโปรแกรมตอนเช้าครับ งาน MBCC จะเป็นรอบเที่ยงสำหรับบัตรทอง ที่ให้เข้าไปทานเบียร์ที่ยังเหลืออยู่ ก็เลยสบายๆ ผมก็เลยไปทานข้าวเช้าที่อีกหนึ่งร้านในเครือของ Mikkeller ร้านนี้มีชื่อว่า hyggestund เป็นร้านขายอาหารเช้าและกลางวัน ช่วงเย็นจะปิด เมนูก็จะเป็นพวก วอฟเฟิล โดนัท แซนด์วิชประมาณนี้ กาแฟมีแต่กาแฟดำ แล้วก็เครื่องดื่มเย็นแบบ น้ำผลไม้ต่างๆ ตัวร้านอยู่ติดกับร้าน Mikkeller สาขา Viktoriagade เลยครับ วันที่ผมไปลูกค้าเยอะผมสมควร ด้านหน้าร้านมีโต๊ะมาตั้งๆ ไว้ ส่วนด้านในจะสลัวๆ หน่อย ตกแต่งแบบไม้ๆ ตามสไตล์สแกดิเนเวียน อากาศดีแดดไม่แรงมากผมก็เลยนั่งข้างนอกครับ

  • Ramen To Biiru กินราเม็งแกล้มคราฟท์เบียร์ สาขา Vesterbro – Copenhagen

    จบงาน MBCC 2018 วันที่สอง ก็ยังจะไปกินราเม็งอีก คนบ้าอะไรไปกินราเม็งที่เดนมาร์ก ไปผิดประเทศรึเปล่า แต่วันนี้ไปอีกร้านครับ เป็นร้านในเครือ Mikkeller นั่นก็คือ Ramen To Biiru ที่จริงเมื่อปี 2016 ผมเคยไปร้าน Ramen To Biiru แล้วแต่เป็นอีกสาขานึงครับ ส่วนสาขาVesterbro ที่ไปคราวนี้อยู่ตรงถนน Enghavevej ไม่ไกลจากงานเช่นกัน เดินพอไหว ไปถึงก็มีคิวหน้าร้านนิดหน่อย ส่วนใหญ่ก็คือเดินมาจากงานนั่นหละครับ พอถึงคิวก็กดสั่งราเม็งจากตู้ แต่ไม่ต้องจ่ายเงิน เอาใบไปให้พนักงานที่เคาท์เตอร์ แล้วก็สั่งเบียร์ได้

  • Papa Ramen กินราเม็งใน Copenhagen – Denmark

    จบงาน MBCC 2018 วันแรก ตอน 2 ทุ่ม ที่จริงก็เริ่มมึนๆ อิ่มๆ แต่ด้วยความเคยชินก็เลยอยากหาอะไรร้อนๆ ทานก่อนนอน อาหารชุดใหญ่ก็คงไม่ไหว นึกถึงราเม็งเหมือนเดิม หาไปหามาก็เจอร้านราเม็งชื่อ Papa Ramen อยู่ไม่ไกลจากที่จัดงานเท่าไหร่ ประมาณ 700 เมตรเดินพอไหว เป็นการเดินให้หายมึนไปในตัว อากาศก็เย็นสบายแล้วด้วย ตัวร้านอยู่ตรงหัวมุมตึกพอดี นอกร้านมีโต๊ะอยู่สองสามตัว ผมเข้าไปด้านในลูกค้าเกือบเต็มร้านครับ เป็นพื้นยกลอยขึ้นมาหนึ่งสเตป ผมและพี่ชายนั่งตรงบาร์ติดกำแพงด้านล่าง พนักงานมาสอบถามเมนู

  • Mikkeller General Store ร้านเบียร์และของที่ระลึก – Copenhagen

    ในทริปเดนมาร์กคราวนี้ วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับไทย ผมยังมีโอกาสได้ไปแวะร้าน Mikkeller General Store ที่อยู่ติดกับร้าน Warpigs ในย่าน Meatpacking ไม่ไกลจากที่จัดงาน MBCC2018 นั่นเองครับ ที่นี่จะเป็นร้านที่จำหน่ายเบียร์และสินค้าต่างๆ ของ Mikkeller พวกเบียร์ตัวปกติ เบียร์ขวดใหญ่ เบียร์เปรี้ยวจากโรง Baghaven รวมถึงแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นเพื่อนหรือก๊วนเดียวกัน อย่างตอนที่ผมไปนี่ก็มีเบียร์กระป๋องยาวจากโรง Mikkeller San Diego และก็โรงที่เพิ่งเปิดใหม่ใน New York และก็มีเหล้าบางยี่ห้อหรือ Mead ก็มีขายครับ อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือชอคโกแลตแบรนด์ Bean Geeks ของ Mikkeller เองที่ตัวร้านอยู่ติดกันเลย ซึ่งตัวชอคโกแลตก็ผลิตที่นี่เลย เห็นเครื่องคั่ว อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในห้องเปิดฝั่งด้านในซ้ายมือครับ แล้วก็มีตัวอย่างของชอคโกแลตแต่ละชนิดให้ลองชิมด้วยครับ

  • Kodbyens Fiskebar อาหารทะเลสดใหม่ ร้านดัง – Copenhagen

    ระหว่างพัก session เช้า ของงาน MBCC 2018 ผมก็เดินมาหาข้าวทาน ตอนแรกก็กะจะทานร้าน Warpigs นั่นหละครับ แต่ทุกคนที่ออกจากงานมาก็คิดเหมือนกันหมด ทำให้คิวยาวเฟื้อย เลยเปลี่ยนแผน มาลองร้าน Kødbyens Fiskebar ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันครับ ร้านนี้จดไว้ตั้งแต่คราวก่อนแล้ว ร้านนี้เสิร์ฟอาหารทะเลต่างๆ พวก หอย ปลา ปู ทำนองนี้ครับ วันที่ไปนี่คือช่วงบ่ายๆ วันศุกร์ ลูกค้าแน่นร้านจนเกือบเต็ม แต่ก็โชคดีได้ที่นั่งพอดี อย่างนึงที่ร้านนี้ลูกค้าเยอะก็เพราะว่าได้ลง Michelin Guide หลายปีติดกันครับ

  • Mikkeller Beer Celebration Copehagen 2018 ดื่มคราฟท์เบียร์ 800 ตัวที่ Copenhagen – Denmark

    ตั้งแต่เริ่มดื่มคราฟท์เบียร์มา แบรนด์แรกๆที่ผมรู้จักก็คือ Mikkeller เพราะมีร้านอยู่ที่เอกมัย มีเบียร์แปลกๆ เด็ดๆ จากเดนมาร์กและอีกหลายแบรนด์เข้ามาขายให้นักดื่มได้ลองอยู่เรื่อยๆ รวมถึงอาร์ตเวิร์คที่เป็นเอกลักษณ์ติดตา และตัวร้านที่มีบรรยากาศให้อารมณ์แบบสแกนดิเนเวียน ไม้ๆ คลีนๆ ทีนี้ย้อนไปปี 2016 ผมมีโอกาสได้มาโคเปนฮาเกน 3-4 วัน ทริปนั้นก็ตระเวนเก็บร้านคราฟท์เบียร์ไปได้หลายร้านครับ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ คืออยากมางาน Mikkeller Beer Celebration ที่จัดทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ครั้งแรกจัดเมื่อปี 2012 ตอนนั้นยังชื่องาน Copenhagen Beer Celebration อยู่ มาของปี 2018 นี่ก็เริ่มขายตั๋วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2017 ชนิดของตั๋วจะมีแบบที่ซื้อแยกเป็น session หรือ ซื้อเหมารวมทุก session ก็ได้ครับ โดยงานจะมี 2 วัน แต่ละวันมี 2 ช่วง เริ่ม 10.00-14.00 พัก 2 ชั่วโมงแล้ว ลุยต่อตอน 16.00-20.00 ซึ่งถ้าจะเข้าทุก…

  • | |

    Copenhagen Street Food โกดังเก่ารวมร้านอาหาร

    ตอนหาข้อมูล Copenhagen ก็เจอที่นี่ แล้วก็จดไว้เลยว่ายังไงสายกินอย่างเราต้องไปให้ได้ครับ ที่นี่มีชื่อว่า ‘Copenhagen Street Food’ ผมเดินทางมาจากโบสถ์ Grundtvigs Kirke ด้วยรถเมล์กลับเข้ามาในตัวเมือง ลงที่ป้ายแล้วเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางคนเยอะครับ คือบรรยากาศรอบๆ ดูเงียบแต่ทุกคนมุ่งหน้ามาที่นี่กันหมด ตัวโกดังจะอยู่ติดริมปากทะเลเลยครับ ซึ่งเกาะที่ตั้งของโกดังมีชื่อว่า Paper Island ภาษา Danish เขียนว่า PapirØen ซึ่งก็มีที่มาเพราะโกดังเหล่านี้เคยเป็นสถานที่เก็บกระดาษของ Association of the Danish Press ก่อนจะกลายมาเป็น Copenhagen Street Food ในปี 2014 ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มมากกว่า 35 ร้าน อาหารนี่หลากหลายสไตล์มาก ทั้งบราซิล ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี่ อินเดีย และอีกมากมาย ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งเบียร์ เหล้าไวน์ วันที่ผมไปเป็นบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ครับ คนเยอะมาก ข้างในหาที่นั่งไม่ได้เลย ซื้อเสร็จต้องออกมานั่งลมโกรกอยู่ข้างนอก ซื้อมาร้อนๆ แป๊บเดียวเย็น ฮ่าๆ

  • โบสถ์ Grundtvigs Kirke – Copenhagen, Denmark

    ทานเข้าเช้าที่ร้าน cafe dyrehaven เสร็จ ผมก็ไปสถานีเพื่อขึ้นรถบัสไปยังโบสถ์ Grundtvig (Grundtvigs Kirke) ที่นี่เจออย่างไม่ตั้งใจคือเปิดๆ facebook ไปแล้วเจอ เป็นรูปด้านในโบสถ์ ดูรูปแล้วสวยงามอยากไปมาก พอเห็นว่าไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักก็เลยเพิ่มเข้ามาในโปรแกรมครับ การเดินทางก็นั่งรถสาย 6A วิ่งประมาณ 20 นาทีก็จะมาถึงป้ายที่ด้านหน้าโบสถ์อยู่ห่างจากใจไกลเมือง Copenhagen ขึ้นมาทางเหนือประมาณ 7 กิโล สำหรับโบสถ์ Grundtvig นั้นตั้งชื่อตามนักบวช Nikolaj Frederik Severin Grundtvig (1783-1872) เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Expressionist ตั้งอยู่ที่ย่าน Bispebjerg เป็นผลงานการออกแบบของ Peder Vilhelm Jensen-Klint เริ่มก่อสร้างในปี 1921 ห้าปีหลังจากนั้นส่วนของหอคอยก็เสร็จ หลังจากนั้นก็ก่อสร้างส่วนที่เหลือจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 1940 ด้วยฝีมือของ Kaare Klint ลูกชายของ Peder Vilhelm Jensen-Klint เพราะ Klint คนพ่อเสียชีวิตไปก่อนในปี 1930…

  • | |

    Cafe Dyrehaven ร้านอาหารเช้าบรรยากาศดี – Copenhagen, Denmark

    ข้าวเช้าวันที่สอง ผมเดินออกจากที่พัก Airbnb ไปตามถนน Halmtorvet ผ่านย่าน meatpacking ที่มีร้าน warpigs kihoskh fermentoren และอีกหลายๆ ร้านครับ แต่วันนี้ยังไม่ดื่ม เราออกไปหาข้าวเช้าทานกัน เดินมาประมาณ 850 ก็ถึงครับ เป้าหมายของเช้านี้คือร้านชื่อ Café Dyrehaven เป็นร้านที่เปิดตั้งแต่เช้าและปิดดึกถึงตี 2 ครับ คือพอค่ำๆก็แปลงสภาพกลายเป็นบาร์ เสิร์ฟเครื่องดื่ม บรรยากาศร้านดูอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใช้ตกแต่ง เสียงเพลง britpop อย่างวง oasis คลออยู่เบาๆ วันที่ไปลูกค้ามาเกือบเต็มร้าน นั่งจิบๆ ละเลียดกาแฟไป เพราะว่าอาหารยังไม่เสิร์ฟ พอ 10 โมงพนักงานถึงจะรับ order อาหารครับ โดยที่นี่สั่งก่อนยังไม่ต้องจ่ายเงินครับ กินเสร็จค่อยจ่าย