|

รีวิวเลาจน์ The Coral สนามบินดอนเมือง

สำหรับที่สนามบินดอนเมืองนั้นเพิ่งมีเลาจน์สำหรับผู้ถือบัตร Priority Pass ครับชื่อว่า The Coral เปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เลาจน์นี้จะอยู่ฝั่งเดินทางในประเทศครับ จากตรงที่เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ เดินมาทางขวามือเรื่อยๆ จะเจอครับ

ผู้ถือบัตร Priority Pass จะสามารถพาแขกเข้าใช้งานได้ด้วยอีก 1 ท่าน เข้ามาก็จะเจอกับซุ้มอาหารและเครื่องดื่มเลยครับ ตัวเลาจน์แยกออกเป็นสองฝั่ง วันที่ผมไปเป็นช่วงเช้าๆ วันเสาร์ ฝั่งซ้ายไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการ ส่วนฝั่งขวามือเหมือนมีทีมคุณน้าจะเดินทางไปทำบุญกัน คุยกันครึ้กครื้นผมเลยเลือกมานั่งฝั่งซ้าย สงบดีครับ

ภายในตกแต่งด้วยสีขาวและเทาเป็นหลัก ดูเรียบหรูดี ลองเดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่มีแอลกอฮอล์ครับที่นี่ ส่วนอาหารจะเป็นคำเล็กๆ ทานพอดีคำ ของคาวมีอยู่ 3-4 อย่าง ที่เหลือเป็น สลัด ขนมและผลไม้

thecoral_01
ด้านหน้าเลาจน์ครับ
thecoral_24
เข้ามาก็จะเจอไลน์อาหารเลย
thecoral_25
ฝั่งขวาคุณน้ามากันเป็นทีมเยอะมาก
thecoral_15
ทีวีบอกไฟลท์จะอยู่ฝั่งนี้ครับ
thecoral_04
ผมแว้บมาฝั่งซ้ายแทน คนน้อย สงบดี
thecoral_03
บรรยากาศดีครับ
thecoral_02
บรรยากาศภายใน
thecoral_05
เริ่มเดินสำรวจอาหาร มีพวกขนมปัง
thecoral_06
เตาปิ้งขนมปัง
thecoral_11
สลัด
thecoral_12
แซนด์วิชและคานาเป้
thecoral_13
อาหารคาวมี สปาเกตตี้มะเขือเทศ และ คาโบนาร่า
thecoral_14
พวกซีเรียลต่างๆ
thecoral_16
ปลาผัดขิงครับ
thecoral_18
ข้าวผัดสับปะรด
thecoral_20
ซุปใสครับ
thecoral_22
มะกอก แต่แหม่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยทานกับอะไรดี ฮ่าๆ
thecoral_07
ตู้กดน้ำส้ม
thecoral_08
ชาเป้นของ Twinings ครับ
thecoral_09
ตู้เย็นแช่เครื่องดื่มและขนม
thecoral_10
ขนมต่างๆ มีผลไม้เสียบไม้ด้วย
thecoral_28
น้ำใบเตย
thecoral_23
ผมเริ่มด้วยแฮมชีสแซนด์วิช อร่อยดีครับ
thecoral_26
สปาเกตตี้ลองตัวซอสมะเขือเทศ จานนี้เฉยๆ
thecoral_27
พายแป้งหนึบๆ ไส้สัปปะรดหวานๆ
thecoral_29
สุดท้ายลองชิมข้าวผัดสับปะรด ผัดแฉะไปหน่อย แต่รสโอเคครับ

ทีนี้พอบินโลวคอสต์ในประเทศก็พอมีที่ให้ไปนั่งแปะรอบอร์ดดิ้งได้แล้วครับ โดยรวมผมว่าสะอาดสะอ้าน ใหม่ดี เสียดายน่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้จิบซักนิด ฮ่าๆ
The Coral สนามบินดอนเมือง
เปิด : 6.00-24.00

Similar Posts

  • |

    จิบเบียร์สดจากถังที่โรงเบียร์ Howling Hops สถานี Hackney Wick – London

    ที่จริงโรงแรกที่ผมได้แวะไปชิมเบียร์ในทริปอังกฤษคือที่นี่ Howling Hops ครับ อยู่ไม่ไกลจากที่พัก Airbnb เท่าไหร่ ผมเอาของเก็บที่ห้องพัก ทานข้าว ซื้อซิม เสร็จแล้วก็ขึ้น Overground ที่สถานี Dalston Kingsland นั่ง 3 สถานี ลงที่ Hackney Wick ครับ จากสถานีเดินมาสภาพดูเยินๆ หน่อย อารมณ์ชานเมืองนิดๆ เป็นโกดัง โรงงานอะไรประมาณนี้ จากสถานีไม่ไกลก็ถึงร้านครับ หน้าร้านมีโต๊ะยาวอยู่ 5-6 ตัว เข้าไปด้านในเป็นห้องขนาดกว้างขวางพอสมควร ดูสลัวๆ หน่อย จุดเด่นของที่นี่คือด้านหลังบาร์เป็นถังเบียร์สดขนาดใหญ่เรียงกันอยู่ ซึ่งหัวแทปนั้นก็ติดอยู่กับถังเลยครับ มีทั้งหมด 10 ถัง แต่ละถังก็มีเบียร์ต่างกันไป ด้านข้างของบาร์มีกระสอบมอลต์วางอยู่หลายกระสอบ เดาเอาว่าหม้อต้มคงอยู่ด้านหลังไม่ไกลครับ

  • |

    Feat Lab คราฟท์เบียร์ในร้านอาหารไซส์น่ารัก สะพานหัวช้าง – ราชเทวี

    สำหรับร้าน Feat Lab นี่เป็นอีกร้านที่ผมได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ก็ยังไม่เคยแวะมา จนมีโอกาสได้เข้ามาทำธุระในเมืองที่ Central World ก็เลยเดินๆ เลาะถนนมาเรื่อยๆ จนถึงร้าน คือในหัวตอนแรกคิดว่ามันใกล้กัน ที่จริงที่มันใกล้คือพวกสยามพารากอน สยามอิสคัฟเวอรี่ ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับถือว่าออกกำลังกายไป ตัวร้านอยู่ตรงสะพานหัวช้างเลยครับ เป็นชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ โทนร้านออกสีขาวๆ สว่างๆ รอบร้านเป็นกระจกใส มีโต๊ะสีไม้ธรรมชาติอยู่ ประมาร 7-8 ตัวครับ วันที่ไป ลูกค้าเกือบเต็มร้าน เป็นทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยผสมๆ กัน แอร์ในร้านเย็นสบาย มีเพลงปอปฝรั่งเก่าๆ แบบ 80s-90s เปิดคลอๆ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 6 แทป (วันที่ไปเหลือ 5) แล้วก็มีเบียร์ขวดให้เลือกอีกพอสมควร เป็นทั้งคราฟท์ไทยและคราฟท์นอกครับ นอกจากเบียร์ก็มีกาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ขายด้วย สำหรับอาหารจะเน้นเป็นอาหารฝรั่ง ออกสไตล์อเมริกัน แล้วก็พวกของทานเล่นต่างๆ ครับ

  • เดินทางจาก Mount Cook – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.6

    จบจาก Hooker Valley Track ฉบับสั้นกุดของเรา เราก็ออกเดินทางกลับมาตามถนน หมายเลข 80 เส้นเดิม ย้อนกลับมาทางเดียวกับเมื่อเช้า จากจุดนี้เราจะต้องเดินทางอีก ประมาณ 100 กิโลเมตรเพื่อไปยังที่พักในเมืองเล็กๆ ชื่อ Omarama ฟ้าเริ่มใสขึ้น ทำให้เราแวะหยุดถ่ายรูปซ้ำ บริเวณจุดชิมวิวที่เมื่อเช้าก็แวะไปแล้ว ฟ้าใสขึ้น แต่แสงก็ไม่ได้แรงมากขึ้นเท่าไหร่ ถ่ายรูปเสร็จก็ออกเดินทาง แต่ยังไม่ได้มุ่งหน้าไป Omarama เลยทีเดียว เราจะแวะชิมแซลมอน ซักร้าน 2 ร้านก่อนจะไปถึงที่พัก

  • |

    จิบเบียร์สดที่โรงเบียร์ Mondo Brewing – London

    สำหรับที่นี่ Mondo Brewing เป็นโรงสุดท้ายในลอนดอนที่ผมได้แวะไปครับ แวะไปหลังจากทานข้าวที่ The Ledbury เสร็จ ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกยาวทั้งวัน การเดินทางเลยลำบากนิดหน่อย และตัวโรง Mondo เองก็อยู่ค่อนข้างไกลนิดหน่อย ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำมาทางทิศใต้ครับ เดินฝ่าฝนจากป้ายรถเมล์ก็มาถึงหน้าโรง เป็นอาคารก่ออิฐดูเท่ไปอีกแบบ ที่นี่เปิด 4 วันต่อสัปดาห์ คือ พุธ-เสาร์ครับ วันเสาร์เปิดตั้งแต่บ่ายสองพอเดินเข้าประตูไป โรงต้มก็จะอยู่ขวามือ มองเห็นถังหมักอะไรอย่างนี้ ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นแทปรูมครับ มี 15 หัวแทป แต่วันนี้จัมป์แค่ 11 ตัว แล้วก็มีเบียร์ขวดในตู้เย็น ผมไปถึงช่วงห้าโมงกว่าหกโมงนี่ก้มีลูกค้านั่งอยู่ สามสี่กลุ่มแล้วครับ โดยบริเวณบาร์มีคุณลุงดูกวนๆ สไตล์อังกฤษ ถามนู่นถามนี่พวกเรา ประมาณว่าแกคงงงว่าพวกเอเชียมาโผล่โรงนี้ได้ยังไง ไม่พอยังแซวผมเรื่องไม่ใช้กระเป๋าสตางค์ แบบ นี่รู้รึเปล่าพวกเรามีสิ่งที่เรียกว่ากระเป๋าสตางค์นะ คือผมเอาเหรียญทั้งหมดใส่ถุงซิปลอคเพราะมันหยิบสะดวกดี กวน(ตีน)มาก

  • |

    กินปิ้งย่างที่ร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) – Hokkaido ตอนที่ 4.2

    กลับมาจากสวนสัตว์ Asahiyama เราก็เก็บข้าวเก็บของแล้วพักผ่อนอยู่ที่โรงแรม ค่ำๆก็ออกมาหาข้าวกิน วันนี้เดินมาร้าน izakaya ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ 10-15นาทีก็ถึง ร้านนี้ชื่อร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) ตอนหาข้อมูลน่าจะเจอจากเว็บแนะนำของการท่องเที่ยวของ Asahikawa บรรยากาศร้านก็เป็นสไตล์ izakaya ทั่วไป มีห้องส่วนตัวเล็กๆ มีเคาเตอร์ อบอุ่นๆ ครึกครึ้นคนมากินดื่มกัน ในเมืองไทยก็ลองไปดูร้าน นากิยะ หรือ โทราจิโร่ ก็ได้

  • |

    Cocoro Soup Curry ย่าน Shimokitazawa

    มื้อเย็นแถวย่าน Shimokitazawa หลังจากดูแผ่นเสียงเสร็จ เป็นร้าน soup curry ดูทันสมัยสบายๆ ครับ อยู่ไม่ไกลจากร้านแผ่นเสียงเท่าไหร่เดินนิดเดียวก็ถึง Soup Curry นี่จะไม่เหมือนแกงกระหรี่ที่เราคุ้น แบบที่ร้านคุ้นจะข้น แต่ถ้าเป็น Soup Curry นี่จะออกเหลว แต่เป็นรสผงกระหรี่นั่นเอง เมนูนี้เป็นเมนูฮิตของแถว Sapporo ครับ มีอยู่ทริปนึงที่ผมได้ลอง Soup Curry เป็นครั้งแรก ที่ LA MAISON DE CURRY COEUR บนห้าง Parco อร่อยถูกใจ กลับมาที่ Shimo วิธีสั่งก็จะต้องเลือกก่อนว่าจะทานเครื่องเป็นอะไร เช่น น่องสะโพกไก่ ซีฟู้ด หมู แฮมเบิร์ก เป็นต้น แล้วก็ระบุความเผ็ด ระหว่าง 0-100  โดย เผ็ดอ่อนๆ จะประมาณ 3 ถ้าเผ็ดร้อนหน่อยประมาณ 7 ถ้าเลย 30 ขึ้นไปก็ไฟแล่บในปากกันเลยครับ


แสดงความคิดเห็น