|

สเต็กร้าน 43° Steak House – Hokkaido ตอนที่ 11.2

เย็นวันนี้เรามาลองสเต็กร้านดังอีกร้านของซัปโปโร ชื่อร้าน  43° Steak House
ซึ่งมาจาก 43° เหนือนั้นคือเมืองซัปโปโร

ร้าน 43° Steak House อยู่บนชั้น 3 ของตึก Odori Bisse ร้านนี้มีชื่อเสียงตรงที่เนื้อวัวของทางร้านนั้นจะเป็น
เนื้อที่ได้รับการ dry-aged ด้วยวิธีเฉพาะของทางร้าน ทำให้มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนสเต็กธรรมดาทั่วไป

ร้านนี้เปิดสองช่วงเวลาคือมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตอนแรกเรากะจะกินเป็นมื้อกลางวัน แต่ก็มาไม่ทัน last order ตอน 2 โมง เลยต้องเปลี่ยนแผนมากินตอนเย็นแทน

hokkaidoI_334
ด้านหน้าร้าน
hokkaidoI_335
ป้ายร้าน เป็นเข็มทิศ
hokkaidoI_336
บรรยากาศภายในร้าน ถ้ามากันสองคน จิบไวน์ริมหน้าต่างตอนกลางคืนคงจะโรแมนติคน่าดู
hokkaidoI_337
แต่เรามากัน 3 คน + 1 เด็กน้อย ทางร้านเลยให้มานั่งในๆหน่อย หะหะ
hokkaidoI_338
ส่วนนี้เป็นบาร์ด้านหน้าร้าน
hokkaidoI_339
เรามาจองโต๊ะสำหรับมื้อเย็นไว้ ก็เลยมีนามบัตร เขียนขอบคุณไว้ด้วย
hokkaidoI_341
เปิดไวน์แดงมา 1 ขวด
hokkaidoI_340
รสชาติและกลิ่นพอใช้ได้
hokkaidoI_342
ซุป
hokkaidoI_343
เนื้อสองชิ้นหนามากและใหญ่มาก
hokkaidoI_344
ตอนยกมาน้ำมันยังเดือดปุดๆอยู่เลย
hokkaidoI_345
ขอบๆจะสุก ตรงกลางจะยังแดงๆอยู่
hokkaidoI_346
เนื้อที่นี่นุ่มมาก แต่ก็แปลกตรงที่บางส่วนจืดมาก ไม่มีรส พอบางส่วนกลับมีรสเนื้อเข้มข้น ชัดเจน อร่อยมาก แปลกดี
hokkaidoI_347
ขนมปัง อันขาวๆ ไม่อร่อย อันสีเข้มอร่อยกว่า
hokkaidoI_348
อันนี้เหมือนป็นเนื้อตรงสามชั้นมาผัดกับแอสปารากัส อร่อยดี เหมือนกินเบคอนผัดกับแอสปารากัส
hokkaidoI_349
มันบดก็พอใช้ได้
hokkaidoI_350
จานนี้เป็นเห็ดผัดกับเนยกระเทียม หอมอร่อยมากครับ
hokkaidoI_351
ปิดท้ายด้วยไอศกรีมเชอเบท
hokkaidoI_352
บรรยากาศตอนก่อนกลับ ทางร้านเริมเปิดไฟแล้ว

ร้านนี้ก็อร่อยดีแปลกใหม่ เป็นสเต็กที่กินบางคำแล้วรู้สึกมันๆเหมือนกินกากหมู พวกเครื่องเคียงก็อร่อยดี
ตัวชิ้นเนื้อคุณภาพดี แต่อย่างที่เขียนไว้แล้วก็คือ บางส่วนมันจืดๆ บางส่วนมันเข้มข้นในชิ้นเดียวกัน
มีอีกอยากนึงก็ทางร้านมีซอสเผ็ดให้อย่างเดียว (คล้าย tabasco แต่ไม่ใช่) พอกินไปหลายๆคำก็แอบเลี่ยนอยากเปลี่ยนรสด้วยซอสก็ไม่มีมัสตาร์ด ก็เลยต้องกินซอสเผ็ดๆเค้าไป

เป็นอีกร้านที่ถ้าชอบทานเนื้อก็น่ามาลองครับ (แต่ราคาแอบสูงนิดนึงนะร้านนี้)

43° Steak House
เปิด :  กลางวัน 11:00-15:00 (L.O.14:00)  เที่ยง 17:00-22:30 (L.O.22:00)
เบอร์ : 11-231-4329
เว็บไซต์
foursquare

แผนที่ร้าน 43° Steak House

Similar Posts

  • |

    Kamatake อุด้งน้ำขลุกขลิก แถวสถานี Namba – Japan 2014 ตอนที่ 3.1

    วันนี้เราเริ่มวันด้วยการไปทางอูด้งเจ้าอร่อย ซึ่งก็เป็นร้านที่เคยมาแล้วเช่นกันตอนปี 2011 ร้านนี้ชื่อว่า Kamatake 釜たけうどん เป็นซานูกิอุด้งเจ้าดังของโอซาก้า มีทีเด็ดคือเส้นที่เหนียวนุ่ม เสิร์ฟมากับ ชิกุวะชุบแป้งทอด ซึ่งกรอบอร่อยมากๆ ร้านนี้คราวก่อนเรามาไม่มีคน แต่คราวนี้ต้องเข้าแถวอีก 1 ร้าน ช่วงปีใหม่นี่คนเยอะทุกร้านจริงๆครับ รอ 15-30 นาที เกือบทุกร้านเลย

  • |

    ซุปแกงกระหรี่ที่ร้าน LA MAISON DE CURRY COEUR – Hokkaido ตอนที่ 10.2

    หลบแดดจากสวนโอโดริเข้ามาเดินชอปปิ้งกันในห้าง PARCO ซึ่งเป็นอีกห้างยอดนิยมของคนไทยเพราะมีแบรนด์ดัง กระเป๋า BAOBAO ของ issey miyake หรือ เสื้อลายหัวใจยี่ห้อ Comme des Garçons (เสื้อกอม) รวมถึงอีกหลายๆแบรนด์ ซึ่งตัวห้างเองก็อยู่ใกล้ๆสวนโอโดริ เดินมาไม่ไกลก็ถึง นอกจากของให้ชอปปิ้ง ที่นี่ยังมีทีเด็ดอยู่ที่ร้านอาหารหลายๆมารวมกันอยู่ที่ชั้น 8 ซึ่งเรียกชื่อ PARCO dining palette จากหลายร้านเราเลือกทานร้าน LA MAISON DE CURRY COEUR ซึ่งขายซุปแกงกระหรี่ (Soup Curry) อีกเมนูยอดฮิตของซัปโปโร ซึ่งต้องเรียกซุปจริงๆ เพราะมันจะไม่ข้นเหมือนแกงกระหรี่ที่เรากินกันปกติอย่างร้าน โคโค อิจิบังยะ แต่มันจะเป็นซุปซึ่งใสกว่า เหลวกว่า แต่มีรสแกงกระหรี่+เครื่องเทศอื่นๆด้วย

  • |

    ซูชิหน้าล้นร้าน Uoshin ที่ Osaka – Japan 2014 ตอนที่ 1.2

    ร้านจริงจังมื้อแรกของทริปนี้เป็นร้านซูชิหน้าล้น Ganso Bucchigiri (元祖ぶっち切り) ชื่อ Uoshin Sushi เราเคยมาแล้วเมื่อตอนปลายปี 2011 ซูชิหน้าล้นก็จะเหมือนซูชิธรรมดาแต่ชิ้นปลาจะใหญ่ล้นข้าว บางชิ้นต้องแบ่งถึงจะกินได้ คำเดียวกินไม่หมด ร้าน Uoshin นี่มีหลายสาขา เรามากินสาขาที่อยู่ใกล้ๆสถานี Umeda คราวก่อนที่มาร้านโล่งไม่มีคนเลย มาคราวนี้คนแน่นเต็มร้าน อาจจะเพราะว่าเป็นช่วงปีใหม่ คนเลยมากินกันเยอะรึเปล่าก็ไม่รู้

  • รีวิวโรงแรม Richmond Hotel Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.3

    หลังจากทานข้าวเย็นที่ร้าน Zakoya แล้วก็เดินข้ามฝั่งกลับมาโรงแรมครับ สำหรับที่ Nagasaki นี่เราพักกันที่ Richmond Hotel โดยจะนอนทั้งหมด 2 คืนครับ ที่ตั้งโรงแรมอยู่ใกล้สถานีรถราง Shianbashi เดินนิดเดียวครับไม่ไกลมาก บรรยากาศรอบโรงแรมก็จะเป็นร้านอาหารผสมกับไนท์คลับ แต่อย่างที่บอกไปว่าเป็นวันปีใหม่ ร้านไนท์คลับส่วนมากเลยปิดทำการทั้งหมด ทำให้ดูเงียบๆ เหงาๆ ไม่คึกครึ้น แต่ดีละครับ เงียบสงบดี ตัวโรงแรมดูใหม่และสะอาดดี ขนาดห้อง Single Room ไม่เล็กไม่ใหญ่ ในห้องมีตู้เย็น มีทีวีพร้อม ห้องน้ำก็ใหญ่กำลังดีครับ อุปกรณ์ต่างครบๆ

  • Dotonbori Craft Beer คราฟท์เบียร์แกล้มอาหาร สถานี Namba – Osaka

    เมื่อต้นเดือนตุลาคมผมมีโอกาสได้กลับไปที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งครับ ไปโผล่เมืองนู้นเมืองนี้อยู่หลายปีเพิ่งจะมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็เลยได้แวะร้านคราฟท์เบียร์หลายร้านพอสมควร จะทยอยๆ เล่าให้ฟังไปเรื่อยๆ นะครับ สำหรับร้านแรก ผมแวะไปตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ ของวันที่มาถึงเลย เดินง่วงๆ มาจนถึงร้านที่มีชื่อว่า OSAKA Dotonbori Craft Beer ครับ อยู่ในตึก Namba CITY Nankai ฝั่งทางทิศใต้ของสถานีรถไฟ Namba ครับ ตัวร้านจะลงบันไดไปใต้ดิน ฝั่งซ้ายเป็นร้านโอโคโนมิยากิ Fugetsu ตัวร้านเบียร์อยู่ฝั่งขวาครับ เข้าร้านมาก็จะเจอบาร์รูปตัว U ขนาดใหญ่ล้อมรอบแทปเบียร์สด พนักงานพาเดินเข้าไปด้านในร้าน ซึ่งแบ่งซอยเป็นห้องขนาดเล็กๆ ดูเป็นส่วนตัวดี กรุปเราสมาชิกหลายคนเลยได้โต๊ะใหญ่ครับ ช่วงกลางวันคนยังไม่เยอะมาก แต่ดูๆ แล้วตอนเย็นลูกค้าน่าจะเยอะพอสมควร

  • 100 Mahaseth อาหารไทยอีสานเน้นเมนูปิ้งย่างบนถนนมหาเศรษฐ์ – บางรัก

    เข้าเมืองอีกหนึ่งวันครับ ไปลองอีกร้านที่จดเอาไว้ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘100 มหาเศรษฐ์’ ร้านอาหารไทย-อีสาน ที่เน้นเมนูปิ้งย่างเนื้อสัตว์ และก็ส่วนต่างๆ ตั้งแต่หัวยันหางหรือที่ฝรั่งเรียกว่า ‘Nose to tail’ มีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อหมู แล้วก็มีเมนูอาหารอีสานอื่นๆ เช่น ลาบ น้ำตก ก้อย ต้มแกงต่างๆ ชื่อร้านมีที่มาอย่างง่ายๆ ก็คือบ้านเลขที่ 100 บนถนนมหาเศรษฐ์นั่นเอง ถนนเส้นนี้ตั้งขนานอยู่กับถนนเจริญกรุงที่กำลังบูมด้วยร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่เท่ๆ ครับ ผมโทรมาจองร้านช่วงค่ำๆ วันอาทิตย์ มาถึงลูกค้าเยอะเหมือนกัน มีทั่งชาวต่างชาติและคนไทย แนะนำว่าควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ ในร้านบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งด้วยไม้สีเข้มเป็นหลัก ไฟไม่สว่างมาก เสียงเพลงลูกทุ่งโบราณแนวสุรพลขับกล่อมอยู่ตลอดเวลา


แสดงความคิดเห็น