|

Tengoku De Cuisine – เชียงใหม่

เป็นอีกร้านที่เราไปซ้ำอีกครั้ง จะว่าไปทริปนี้ก็ซ้ำร้านเก่าเกือบทั้งทริป มีร้านใหม่เพิ่มร้านสองร้านเท่านั้นเอง
ร้าน Tengoku De Cuisine เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับ 1 ของเชียงใหม่ก็ว่าได้ คุณภาพวัตถุดิบดีไม่แพ้ร้านในกรุงเทพ เผลอๆดีกว่าหลายร้านในกรุงเทพด้วยซ้ำ

ตัวร้านจะอยู่ในซอยวัดบวกครกหลวง โดยพอเข้าซอยมาแล้วร้านจะอยู่ซ้ายมือตรงข้ามกับโรงแรมดาราเทวี ซึ่งร้านนี้อาจจะจอดรถยากนิดนึง เพราะที่จอดหน้าร้านค่อนข้างน้อย

และลูกค้าก็เยอะแน่ร้านอยู่เรื่อยๆ เป็นอีกร้านที่แนะนำให้โทรจองเพื่อความสบายใจ ไม่ต้องรอโต๊ะนาน

วันนี้เราได้นั่งชั้น 2 ของตึกเก่า คือร้านนี้ก็มีสองโซนเป็นตึกเก่า ซึ่งมี 2 ชั้น กับโซนใหม่อยู่บริเวณติดๆกัน
จานแรกเป็นมะเขือม่วงซอสมิโสะ รสจะออกหวานผสมเค็ม หอมกลิ่นงาที่โรยมา ตัวมะเขือนุ่มดีครับ
ไข่หวาน อาหารของหลานชายตัวเล็ก
จานเด่นของมื้อนี้เป็นชุด Ume Sashimi มีปลา 4 ชนิดคือ อากามิ(ทูน่าส่วนเนื้อแดง) ฮามาจิ แซลมอน และโอโทโร่ ที่นี่จะหั่นปลาชิ้นใหญ่คำนึงแน่นปากอาจจะต้องแบ่งก่อนรับประทานครับ
ซึ่งอย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่าปลาที่นี่คุณภาพดีและสดมาก ปีที่แล้วเราพลาดโอโทโร่ ปีนี้ไม่พลาดแล้ว โอโทโร่มันชุ่มกำลังดี ทานไปปุ๊บละลายในปากครับ
ส่วนอากามินั้นมีมีรสและกลิ่นเลมอนจางๆอยู่นิดหน่อย ฮามาจิก็ใหม่สดเช่นกัน
วันนี้ไม่ผิดหวังเลยสำหรับชุด ume
เมนูฮิตอีกอย่างของที่นี่คือ วาซาบิสด รสจะเหมือนผสมมิโสะ แต่บางคำถ้าไปโดนวาซาบิ มันจะจี๊ดขึ้นสมองเลยครับ
เนื้อคลุกงา จานนี้เรารู้สึกว่าเนื้อมันแห้งๆแข็งๆไปหน่อย รสออกแนวหวาน
โซบะเย็น น้ำจิ้มอร่อย ตัวเส้นเราว่านิ่มไป อยากให้แข็งกว่านี้อีกหน่อย
ข้าวห่อสาหร่าย อีกจานของหลานชาย
เนื้อตุ๋น เปื่อยมาก อารมณ์คล้ายเนื้อเปื่อยฮ่องกง รสจะออกหวานผสมเค็ม
ชิ้นเนื้อจะเป็นส่วนที่มีเอ็นนิดหน่อย
http://ungsriwong.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/wp-content/uploads/2013/12/02055045/Tengoku14.jpg
จานฮิตอีกจานของร้าน เป็น Tataki เนื้อ New Zealand จะเป็นเนื้อวัวแนบไฟด้านนอกแล้วจิ้มกับ พอนซึ
เนื้อนุ่ม เย็น พอจิ้มกับพอนซึทำให้รู้สึก สดชื่น เป็นอีกจานที่น่าสั่งมาลองครับ
สลัดทะเล จานนี้เราไม่ได้ทาน
ปิดมื้อมีขนมหวานบริการ เป็นคล้ายๆวุ้น รสชาติแปลกๆ เราไม่ค่อยชอบ

โดยรวมก็ยังอร่อยประทับใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะชุด Ume Sashimi และ Tataki เนื้อ New Zealand
ถ้าอยากทานอาหารญี่ปุ่น ที่เชียงใหม่ แนะนำให้มาลองร้านนี้เลยครับ

Tengoku de cuisine ซอยวัดบวกครกหลวง, เชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์ : 053-851-133, 081-885-5959
เปิด : 11.00-14.00 และ 17.30-22.00
facebook ของร้าน
ที่จอดรถ : จอดหน้าร้าน ได้ประมาณ 4-5 คัน
การเดินทาง : จากสะพานนวรัฐวิ่งออกนอกเมืองไปบนถนนเจริญเมืองประมาณ 3.6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยวัดบวกครกหลวง สังเกตป้ายโรงแรมดาราเทวี เข้าซอยมา 300 เมตรร้านอยู่ซ้ายมือตรงข้ามโรงแรมดาราเทวี

แผนที่ Tengoku de cuisine

คนอื่นเค้าว่ายังไงบ้าง
Tengoku de cuisine ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง เชียงใหม่ ( blog เก่าของผมเอง)
แนะนำร้านอาหารอร่อย โดย ป๋าปึกส์ (เจ้าของร้าน)
blog คุณ ถปรร
กระทู้ pantip.com โดยคุณ shintaro

Similar Posts

  • จุกโจ้ พัทยา อาหารป่าร้านดัง ถนนชัยพฤกษ์ 2

    ร้านสุดท้ายของทริปพัทยาทีแรกเราตั้งใจจะไปทานร้านครัวเจ๊ตุ้ม แต่นั่งรถไปถึง ปรากฎว่าร้านปิด เลยเปลี่ยนไปร้านใกล้ๆ กัน ชื่อร้านว่า จุกโจ้ ครับ ตัวร้านอยู่ตรงแยก ถนนชัยพฤกษ์ 2 ตัดกับถนนสุขุมวิทครับ เป็นอาคารโปร่งๆ ชั้นเดียว ขนาดค่อนข้างใหญ่ วันที่ไปนี่ลูกค้าแน่นๆ ร้านเลย เมนูของร้านค่อนข้างเยอะ หลากหลายพอสมควร เป็นอาหารป่าที่มีปลาให้เลือกชิมเยอะ รวมถึงอาหารทะเล ปลาหมึก กุ้ง ปู รวมถึงหอย มีหอยชื่อไม่คุ้นอย่างหอยโจงโดง ด้วยครับ

  • |

    Euston Tap คราฟท์เบียร์บาร์สองฝั่งถนนหน้าสถานี Euston – London

    ร้านเบียร์ร้านสุดท้ายในลอนดอนคือร้านนี้ Euston Tap ครับ เป็นร้านที่อยู่หน้าสถานี Euston ซึ่งวันรุ่งขึ้นผมก็ต้องกลับมาอีกเพื่อขึ้นรถไฟไปยังแมนเชสเตอร์นั่นเอง ความแปลกของร้านนี้ก็คือตัวร้านจะแยกกันสองตึก หน้าตาโบราณๆ เหมือนซุ้มประตูอะไรประมาณนี้ครับ เดินดูสองฝั่งแล้วก็เลือกนั่งตัวร้านฝั่งซ้ายมือครับ รู้สึกว่าจะมีบันไดขึ้นไปชั้นสองด้วยแต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ ภายในกลิ่นอับๆ แบบร้านเหล้า ฮ่าๆ ช่วงค่ำๆที่ไปมีลูกค้าอยู่หลายคนครับ ยืนแปะตามบาร์รอบๆ ร้าน ที่นี่มีเบียร์สดทั้งแบบ Keg และ Cask Ale นอกจากนี้ก็มี เบียร์ขวดแช่อยู่ในตู้เยอะพอสมควรครับ

  • |

    Mikkeller Tokyo คราฟท์เบียร์ย่าน Shibuya

    – ร้านนี้ปิดแล้วครับ กำลังจะเปิดที่ใหม่ – เพิ่งจะเขียนถึงร้าน Mikkeller ที่เอกมัยไป ก็มีโอกาสได้ไปลองสาขาใหม่ที่โตเกียวพอดีเลยครับ เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับข้อมูลประวัติต่างๆ ของแบรนด์ Mikkeller สามารถอ่านได้ที่ blog เก่าเลยครับ สำหรับสาขาโตเกียวนั้นเปิดที่ย่าน Shibuya อีกย่านที่คึกคักตลอดทั้งคืนโดยเฉพาะ 4 แยกอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก (เช่นใน Tokyo Drift) เป็นย่านที่มีร้านคราฟท์เบียร์อยู่หลายร้าน Goodbeer Faucets , CraftHeads เป็นต้น ตัวร้านอยู่ห่างสถานีไปประมาณ 850 เมตร เดินเหนื่อยนิดหน่อยครับ ร้านอยู่ชั้นล่างเป็นห้องเดียว ภายในตกแต่งไม้ๆ โทนเดียวกับที่เอกมัย แต่ขนาดเล็กกว่า ช่วงค่ำๆวันเสาร์ คนยังไม่เยอะ พอดึกๆคนเริ่มแน่นครับ

  • Maguro no Zuke don ข้าวหน้าปลาทูน่าหมักโชยุ ทำง่าย ทานเพลิน

    ในเมนูปลาดิบนั้น ส่วนตัวผมเองค่อนข้างชอบปลาทูน่าเป็นพิเศษ คือไม่ต้องเป็นโอโทโร่ ชูโทโร่ก็ได้ แค่อาคามิแบบที่ไม่คาวเลือดมาก ก็อร่อยแล้วครับ เป็นที่มาของเมนูที่ลองทำวันนี้ ซึ่งค่อนข้างง่ายและวัตถุดิบนิดเดียว จุดสำคัญคือต้องได้ชิ้นปลาที่โอเคหน่อยครับ เมนูนี้มีชื่อว่า Mauro no Zuke don หรือ ข้าวหน้าปลาทูน่าหมักโชยุ ครับ อย่างอื่นๆ ก็จะมี โชยุ มิริน สาเก ข้าว ต้นหอมซอย สาหร่าย งาขาว สำหรับตกแต่ง และ วาซาบิ สำหรับเพิ่มรสเผ็ดครับ 

  • Braci อาหารอิตาเลี่ยนร้านอร่อย บรรยากาศดี – สิงคโปร์

    เดือนสิงหาคมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์อีกครั้งครับ ในทริปนี้ก็ได้ไปทั้งร้านข้าวและร้านเบียร์ใหม่ๆ หลายร้านอยู่ ร้านแรกที่อยากจะเล่าถึงผมได้ไปทานเป็นมื้อกลางวันครับ ตัวร้านอยู่แถวย่าน Boat Quay ทางขึ้นร้านอาจจะงงหน่อย คือด้านล่างจะเป็น O Chicken & Beer ต้องขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 5 ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Braci ครับ เป็นอาหารสไตล์ Italian ตัวร้าน ขนาดไม่ใหญ่มาก คือออกมาจากลิฟต์ปุ๊บก็จะเป็นร้านเลย ตกแต่งสวยงามดูมีสไตล์ ฝั่งขวามือเป็นครัวเปิด ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาตลอด ที่นั่งมีไม่เยอะครับ ประมาณซัก 20 ที่เท่านั้น ชั้น 6 เป็นดาดฟ้าแต่ผมไม่ได้ขึ้นไป

  • Wagyuism ร้านสเต็กเนื้อวากิว ซอยอารีย์สัมพันธ์ – อารีย์

    วนเวียนไปแถวอารีย์อีกครั้งครับ คราวนี้ไม่ได้ไปดื่มเบียร์ แต่ไปทานข้าว เป็นร้านเฉพาะทางที่เน้นเมนู ’เนื้อวัว’ โดยจะเป็นเนื้อวากิวเป็นหลัก ก็เลยมีชื่อร้านว่า Wagyuism ครับ ตัวร้านอยู่ตรงหัวมุมของปากซอย อารีย์สัมพันธ์ 5 ไม่ไกลจากร้าน Jim’s Burger ครับ ขนาดร้านไม่ใหญ่เท่าไหร่ ผมไปช่วงกลางวัน วันธรรมดา มีลูกค้าอยู่อีกหนึ่งโต๊ะครับ บรรยากาศร้านสวยงาม ดูเป็นโทนดำๆ ตกแต่งไม้ๆ แอร์เย็นสบาย เมนูที่นี่จะมีเนื้อวัวเป็นหลัก มีหลายส่วนให้เราเลือกไปทำเป็นสเต็ก คือพนักงานจะยกเนื้อที่มีอยู่ในสต๊อกวันนั้นมาให้เราดู ราคาจะคิดตามน้ำหนัก พอเลือกได้ ก็จะมีค่าปรุง 150 บาทต่อชิ้น นอกจากเนื้อวัวก็มีเมนูอื่นๆ นิดหน่อย สำหรับมื้อกลางวันก็มีเป็นอาหารจานเดียว ปริมาณไม่เยอะมากเสิร์ฟด้วย


แสดงความคิดเห็น