|

Magic Spice ซุปแกงกระหรี่แปลกๆที่ Shimokitazawa – Japan 2014 ตอนที่ 9.2

จากตอนที่แล้วที่พาเดินเล่นใน Shimokitazawa ตอนนี้จะขอพาไปทานอาหารแปลกๆ กันครับ อาหารที่ว่านี่คือ Soup Curry ซึ่งจะไม่ใช่แกงกระหรี่ข้นๆแบพวก Coco Ichibanya แต่มันจะเป็นเหมือนน้ำซุปใสๆ แล้วรสชาติเผ็ดร้อนด้วยเครื่องเทศ

ไอ้ Soup Curry นี่จะเป็นเมนูฮิตที่แถวซัปโปโร เราเคยไปกินร้านนึงอร่อยถูกใจมาก ชื่อร้าน LA MAISON DE CURRY COEUR อยู่ชั้นบนของห้าง PARCO แต่ของร้าน Magic Spice นี่ก็ไม่เหมือนที่เคยกินซะทีเดียว อารมณ์จะคล้ายๆ น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวบ้านเราเหมือนกัน เครื่องก็จะเป็นผักหลายชนิด อย่างผักกาดขาว ถัวลันเตา หัวหอม แครอท แตงกวา คะน้า ข้าวโพดอ่อน ฟักทอง มันและอีกหลายๆผัก ผสมปนเปกัน

บรรยากาศของร้านเป็นอีกอย่างที่ดูแปลกดี มันดี ขนาดของร้านค่อนข้างใหญ่ มีรูปทางอินเดีย พวกพระพิฆเนศ อะไรงี้ ผสมกับของไทยเราหลายอย่าง มีสติ๊กเกอร์ “อย่าเห็นแก่ตัว” เป็นต้น บรรยากาศแบบอินเดียประยุกต์กับฮิปปี้ ให้อารมณ์คล้ายๆอาศรมนักพรตไรงี้เหมือนกัน อีกอย่างนึงก็คือเพลงที่เปิดในร้านส่วนใหญ่ก็เปิดเพลงไทย เป็นเพลงป๊อปแหละครับ แต่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ ฟังแล้วไม่รู้จัก (อาจจะเป็นเพราะผมตกยุคไปแล้ว)

Japan14_921
ด้านหน้าร้าน จริงๆเราไม่ค่อยชอบการสไตล์การตกแต่งแบบนี้เท่าไหร่ แนวอินเดียๆ พวกเจ้าแม่กาลี อะไรงี้ รู้สึกน่ากลัว
Japan14_922
ตัวร้านอยู่บนเนิน เดินขึ้นจากข้างล่าง เมื่อยกำลังดี
Japan14_923
เผ็ดร้อนไฟลุก !
Japan14_925
สติ๊กเกอร์หน้าร้านสไตล์ฟอนต์อินเดีย
Japan14_924
นี่ไงครับสติ๊กเกอร์ อย่าเห็นแก่ตัว
Japan14_926
รูปพระพิฆเนศ
Japan14_927
ด้านในมีรูปปั้นพระพิฆเนศอีก
Japan14_928
มีคำอธิบายสำหรับคนที่มาทานเป็นครั้งแรกว่าต้องสั่งอะไรยังไงบ้าง
Japan14i_240
สีสันในร้านจะออกโทน แดง ส้ม เป็นหลัก
Japan14i_239
ร้านใหญ่ครับ มีหลายโต๊ะ
Japan14_935
ที่บนโต๊ะมีเครื่องปรุงอยู่ คล้ายๆร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราครับ พริกป่น น้ำส้ม
Japan14_938
มาแล้วครับ ชามแรก ชามนี้เป็นของพี่ชาย เป็นเนื้อหมู รสน้ำซุปคล้ายๆ ซุปน้ำใสของฝรั่ง
Japan14_939
แตงกวา เห็ด และผักกาด
Japan14_940
เต้าหู้
Japan14_941
หมี่กรอบ พริกหยวก และถั่วลันเตา
Japan14_942
ที่เสิร์ฟมาในเซ็ตพร้อมกันก็จะมีข้าวด้วย ส่วนไข่นี่ต้องสั่งเพิ่ม
Japan14_947
ชิ้นหมู รสชาติเฉยๆ
Japan14_936
ชามนี้เป็นไก่ เพิ่มไส้กรอก น้ำใสสุดๆ ค่อนข้างจืดเลยครับ
Japan14_943
ชามสุดท้ายเป็นของเราเอง หน้าตาประหลาดไหม มีของใส่มาเต็มไปหมด ชามนี้เป็นเนื้อวัว เพิ่มไส้กรอกเช่นกัน รสชาติซุปเราว่าเหมือน เตี๋ยวเนื้อ ออกหวานๆ แล้วก็มีรสเผ็ดแบบไทย
Japan14_944
ผักกาดและหมี่กรอบ
Japan14_945
ไส้กรอกก็อร่อยดีครับ
Japan14_948
ตัวเนื้อจะเป็นชิ้นแบบนี้ รสชาติคล้ายๆเนื้อตุ๋นในก๋วยเตี๋ยว
Japan14_946
ทั้งเซ็ตจะมีสองอย่างแบบนี้ครับ
Japan14i_241
ระหว่างรอจ่ายเงินก็ดูของที่ระลึกไปเป็นแนวอินเดียๆ เข้ากับคอนเซ็ปท์ของร้าน
Japan14i_242
เน้นพระพิฆเนศเป็นหลัก
Japan14i_243
พระพิฆเนศ และพระพุทธรูปแบบไทย
Japan14i_244
มีสติ๊กเกอร์อย่าเห็นแก่ตัวขายด้วยเช่นกัน

เป็นอีกร้านนึงที่รู้สึกแปลกใหม่ดีครับ รสชาติมันคล้ายๆหลายๆอย่างมาผสมกัน ไม่เคยกิน จะว่าคล้ายก๋วยเตี๋ยวไทยนิดหน่อยก็ได้ แต่ก็มีความเผ็ดและกลิ่นเครื่องเทศแบบอินเดียมาผสม ถ้าทานเผ็ดได้ร้านนี้น่ามาลองครับ เปลี่ยนอารมณ์จากพวก ราเม็ง ซูชิ มาลองของใหมๆ แปลกๆ กันดูครับ

Magic Spice Shimokitazawa
เบอร์โทร : 03-5454-8801
เปิด : จันทร์-ศุกร์ 11.30-15.00, 17.30-23.00 เสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 11.30-23.00
website
tabelog
foursquare

แผนที่ร้าน Magic Spice
Japan14_929
เมนูร้าน Magic Spice
Japan14_930
เมนูร้าน Magic Spice
Japan14_931
เมนูร้าน Magic Spice
Japan14_932
เมนูร้าน Magic Spice
Japan14_933
เมนูร้าน Magic Spice
Japan14_934
เมนูร้าน Magic Spice

Similar Posts

  • |

    Cafe Obscura ร้านกาแฟบรรยากาศดี – Sangenjaya, Tokyo

    ย่าน Sangenjaya เป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่พอลองหาร้านกาแฟ ร้านขนมก็เจออยู่แถวนี้เยอะเลยครับ การเดินทางก็สามารถนั่งรถไฟจาก Shibuya มาลงที่สถานี Sangenjaya รอบๆสถานีดูคึกคัก แต่เดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางมาร้าน บรรยากาศจะดูเป็นบ้านคน ไม่ค่อยวุ่นวายมาก ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มา โทนสีเทา มีงานปูนเปลือยผสมกับไม้จริง มีชั้นหนังสือพวกงานดีไซน์และศิลปะต่างๆ ต้งอยู่ฝั่งขวามือ ภายในร้านเปิดไฟสลัวๆ มีเพลงเลาจน์เบาๆ ในร้านทุกคนนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน ไม่คุยกันเสียงดัง ดูเงียบสงบดีครับ เมล็ดพันธุ์กาแเป็นแบบ Single Origin มีให้เลือกจากหลายแหล่ง ส่วนวิธีการชงของที่นี่เป็นแบบ Syphon เป็นวิธีที่ค่อนข้างพิถพิถัน โดยจะต้มในน้ำหม้อแก้วให้เดือดเข้าไปวนผ่านกาแฟ แล้วไหลกลับมาอีกที เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ผมหิวนิดหน่อยก็เลยสั่งชีสเค้กแล้วก็เลยถามพนักงานว่าตัวไหนเหมาะกัน พนักงานแนะนำ Brazil เลยสั่งตามคำแนะนำไปครับ

  • |

    สเต็กร้าน 43° Steak House – Hokkaido ตอนที่ 11.2

    เย็นวันนี้เรามาลองสเต็กร้านดังอีกร้านของซัปโปโร ชื่อร้าน  43° Steak House ซึ่งมาจาก 43° เหนือนั้นคือเมืองซัปโปโร ร้าน 43° Steak House อยู่บนชั้น 3 ของตึก Odori Bisse ร้านนี้มีชื่อเสียงตรงที่เนื้อวัวของทางร้านนั้นจะเป็น เนื้อที่ได้รับการ dry-aged ด้วยวิธีเฉพาะของทางร้าน ทำให้มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนสเต็กธรรมดาทั่วไป ร้านนี้เปิดสองช่วงเวลาคือมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตอนแรกเรากะจะกินเป็นมื้อกลางวัน แต่ก็มาไม่ทัน last order ตอน 2 โมง เลยต้องเปลี่ยนแผนมากินตอนเย็นแทน

  • ชายหาด Momochi – Kyushu 2014 ตอนที่ 12.2

    เดินดู Robosquare และทานข้าวเสร็จ ก็ออกจากตึก เดินไปทะลุตึก Fukuoka Tower ไปออกด้านหลังมาโผล่ตรงชาดหาด Momochi ครับ ชายหาด Momochi นี่จะหันออกสู่อ่าว Hakata โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรพอดี ซึ่งจริงๆแล้วที่นี่เนี่ยเป้นชายหากที่สร้างขึ้นจากคนไม่ได้เป็นชายหาดธรรมชาติครับ แต่บรรยากาศ หน้าตามันก็ดูดี ให้อารมณ์เหมือนชายทะเลจริงๆหละครับ ตรงกลางของหาดจะมีส่วนเป็นเกาะที่ยื่นออกไปในทะเลชื่อว่า Marizon เป็นนึกสไตล์อิตาเลียน โดยมีร้านอาหาร ร้านขนมอยู่ครับ ส่วนบนฝั่งก็มีร้านกาแฟ ร้านขนมอยู่บ้าง แต่เงียบเหงาพอสมควร เพราะเป็นหน้าหนาว ไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่ครับ ถ้าหน้าร้อนคงจะคนเยอะน่าดู จากตรงหาดนี่เดินไปเรื่อยก็จะเจอ Yafuoka Dome สนามเบสบอลของทีม Softbank Hawks ที่สามารถใช้จัดงานต่างๆได้

  • |

    Craft SINGAPORE 2016

    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สิงคโปร์มีงานเบียร์งานใหญ่ครับ ชื่อ Craft Singapore 2016 คิดว่าน่าจะจัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นบริเวณ Marina Bay Waterfront ใกล้ๆ กับตึก Marina Bay Sands งานมี 3 วันครับ 4-5-6 มีนาคม ค่าเข้างานโหดเหมือนกันคือ 95 SGD หรือประมาณเกือบๆ 2,500 บาท แต่ก็จะได้ voucher ไว้ซื้อเบียร์และอาหารกลับมา 50 SGD ครับ (โหดอยู่ดี) ภายในงานก็จะมีคราฟท์เบียร์เจ้าต่างๆ มาขายทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรปและอเมริกา และแบรนด์เล็กๆ จากเอเชียอีกหลายเจ้าเลยหละครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเบียร์ลำซิ่งและ Stonehead ซึ่งนับว่าเป็นตัวแทนคราฟท์ไทย ไปออกบูธในงานและร่วมประกวดเบียร์ด้วย น่าเสียดายที่พลาดรางวัลไป แต่ก็ถือว่าเป็นนก้าวแรกของคราฟท์ไทยในเวทีระดับสากลครับ นอกจากเบียร์แล้วก็มีร้านอาหารมาอีกประมาณ 7-8 เจ้า แต่ละเจ้าก็จะเน้นอาหารทานง่าย พวกเบอร์เกอร์อะไรแบบนี้ ตัวผมเองได้ลองชิมสามเมนูก็ใช้ได้เลยครับ ส่วนเบียร์นั้นลองชิมไปประมาณ 6-7 ตัว ก็มีที่ถูกใจและไม่ถูกใจปนๆกัน

  • |

    ร้านข้าวเปียก อุดรธานี

    อีกหนึ่งร้านเก็บตกจากทริปอุดรธานีเมื่อปีที่แล้วครับ เป็นร้านที่ผมและเพื่อนๆ แวะไปทานเป็นมื้อเที่ยงก่อนขึ้นเครื่องเดินทางกลับในช่วงบ่าย ร้านนี้มีชื่อว่า ข้าวเปียก ตั้งชื่อตามอาหารยอดนิยมของร้านเลยนั่นเอง อ่านใน facebook ของร้านเห็นว่ามี 4 สาขา สาขาที่ผมไปนี่อยู่บนถนนศรีสุขครับ ข้าวเปียก คือ เมนูเส้นชนิดหนึ่งได้รับความนิยมแถบภาคอีสาน มีต้นกำเนิดจากเวียดนาม บางทีก็เลยเรียกว่า ก๊วยจั๊บญวณ หรืออาจจะเรียกว่าข้าวเปียกเส้นก็มี ตัวเส้นจะขาวๆ กลมๆ ลื่นๆ มีความคล้ายเส้นเกี้ยมอี๋แต่เนื้อ texture ความเด้งไม่เหมือนกัน น้ำซุปข้นหน่อยมีกระดูกหมูและหมูยอใส่มา โรยด้วยหอมแดงเจียวและต้นหอมซอย นอกจากเมนูข้าวเปียกที่ร้านก็ยังมีอีกหลายๆ เมนูเสิร์ฟครับ เน้นอาหารสไตล์เวียดนาม อย่างขนมเหนียว ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมปังไส้หมูยอ และที่ขาดไม่ได้ก็หมูยอทอด ด้วยความที่ทริปนี้ไปกับเพื่อนหลายคนเลยโชคดีได้ลองชิมหลายเมนู ไม่งั้นไปคนเดียว สองคน คงไม่ได้ลองเยอะเท่านี้ครับ

  • Duo Cucina อาหารอิตาเลียนร้านใหม่ในเมืองทอง

    มีโอกาสได้ไปทานร้านอิตาเลียนร้านใหม่ในเมืองทองธานี ร้านนี้ ดูโอ คูซิน่า ไปมา 2 รอบแล้ว ได้ยินมาว่า เชฟของร้านนี้มาจากร้าน enzo ร้านอิตาเลี่ยนที่ดังมานานของเมืองทอง


แสดงความคิดเห็น